• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T2502167 กๆท กคนเผยธาต แท หล งร าแม เส ยแล ดท ายแม ดส นใจเอาสมบ ให คนนอกหมดเลย part 2 | Daiana Medlock

admin79 by admin79
February 25, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Lamborghini Temerario: อนาคตของกระทิงดุ สู่ยุคใหม่แห่งขุมพลังไฮบริดสมรรถนะสูง ในวงการยานยนต์ซูเปอร์คาร์ระดับโลก ไม่มีชื่อใดที่จะจุดประกายความตื่นเต้นและสะกดทุกสายตาได้เท่ากับ Lamborghini อีกแล้ว และ
เมื่อเร็วๆ นี้ ณ เวที Monterey Car Week 2024 ณ สหรัฐอเมริกา สัญลักษณ์กระทิงดุจากอิตาลีได้ประกาศศักดาอีกครั้ง พร้อมเปิดตัว Lamborghini Temerario รถซูเปอร์คาร์สายพันธุ์ใหม่ ที่ไม่เพียงแต่สานต่อตำนานแห่งความแรงอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ยังเป็นการก้าวสู่ยุคใหม่แห่งขุมพลังอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการผสานเทคโนโลยีไฮบริดเข้ากับเครื่องยนต์ V8 เทอร์โบคู่ อันทรงพลัง ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ การมาถึงของ Lamborghini Temerario ถือเป็นหมุดหมายสำคัญ เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงวิวัฒนาการที่ไม่ใช่แค่การปรับปรุง แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมและข้อกำหนดที่เข้มงวดขึ้นทั่วโลก โดยยังคงไว้ซึ่ง DNA แห่งสมรรถนะที่ดิบ เถื่อน และน่าตื่นตาตื่นใจ อันเป็นสิ่งที่แฟนคลับ Lamborghini ทั่วโลกคาดหวัง การออกแบบที่สะท้อนอนาคต: Hexagonal Design Language หัวใจหลักของการออกแบบ Lamborghini Temerario ใหม่นี้ มาจากวิสัยทัศน์ของ Mitja Borkert หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Lamborghini ผู้ซึ่งเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการรังสรรค์รถระดับตำนานหลายรุ่น แรงบันดาลใจหลักมาจาก Lamborghini Essenza SCV12 รถ Hypercar สำหรับลงสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยเน้นการนำเสนอ “Hexagonal Design Language” ซึ่งเป็นภาษาการออกแบบใหม่ที่จะปรากฏบน Lamborghini ทุกรุ่นนับจากนี้ รูปทรงหกเหลี่ยมนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การตกแต่ง แต่เป็นการสื่อถึงความสมมาตร มิติที่ลึกซึ้ง และความสมบูรณ์แบบ เป็นการสะท้อนถึงหลักการออกแบบขั้นสูงที่ผสานความงามสง่าเข้ากับประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์อย่างแนบเนียน การออกแบบของ Temerario เน้นความคล่องตัวสูงสุด เส้นสายเฉียบคม คมกริบ ราวกับปีกของนักล่า ผสมผสานกับความแข็งแกร่งทรงพลังของกระทิงกระทิงดุ จุดเด่นที่สะดุดตาคือ Hexagon Exhaust ท่อไอเสียรูปทรงหกเหลี่ยมที่ติดตั้งอยู่บริเวณกลางลำตัวรถในตำแหน่งที่สูง ให้ความรู้สึกดิบเถื่อนราวกับรถมอเตอร์ไซค์สปอร์ตสมรรถนะสูง นอกจากนี้ การออกแบบซุ้มล้อหลังที่เปิดกว้างอย่างสง่างาม ชวนให้นึกถึงรถมอเตอร์ไซค์ระดับโลกอย่าง MotoGP ยังช่วยเสริมบุคลิกสปอร์ตและความมั่นคงให้กับตัวรถ ล้อหน้าขนาด 255/35 ZR 20 นิ้ว และล้อหลังขนาด 325/30 ZR 21 นิ้ว สอดรับกับเส้นสายที่เฉียบคมและช่องรับอากาศด้านหน้าและด้านข้างที่ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ไฟหน้า LED ที่วางขนานไปกับส่วนหน้าของตัวรถ พร้อมช่อง S-Duct เพื่อการระบายอากาศอันมีประสิทธิภาพ และแน่นอนว่า ไฟ Daytime Running Light ทั้งด้านหน้าและด้านท้ายในรูปทรงหกเหลี่ยม คือเอกลักษณ์ที่ไม่สามารถลอกเลียนแบบได้ โครงสร้างและน้ำหนัก: สมดุลระหว่างเทคโนโลยีและสมรรถนะ
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ล้ำสมัย Lamborghini Temerario ใช้โครงสร้างแบบ Spaceframe อลูมิเนียมที่ออกแบบขึ้นใหม่ โดยให้ความสำคัญกับการเพิ่มพื้นที่เหนือศีรษะและมิติภายในห้องโดยสารให้กว้างขวางขึ้น แม้แต่ผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างสูงก็ยังสามารถสวมหมวกกันน็อคสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างสะดวกสบาย ในแง่ของน้ำหนัก ตัวรถมีน้ำหนักอยู่ที่ 1,690 กิโลกรัม ซึ่งมากกว่า Huracan EVO ถึง 268 กิโลกรัม อย่างไรก็ตาม Lamborghini ชี้แจงว่าน้ำหนักส่วนเกินนี้ส่วนใหญ่มาจากระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่ของระบบไฮบริด ซึ่งมีน้ำหนักรวมถึง 73 กิโลกรัม การเพิ่มน้ำหนักนี้จึงเป็นการแลกเปลี่ยนที่คุ้มค่า เพื่อให้ได้มาซึ่งขุมพลังและเทคโนโลยีที่ก้าวนำยุคสมัย การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ถือเป็นก้าวกระโดดอย่างแท้จริง เมื่อเทียบกับ Lamborghini Huracan ที่เปิดตัวครั้งแรกในปี 2013 ซึ่งยังคงอ้างอิงเส้นสายการออกแบบมาจากรุ่นพี่อย่าง Gallardo การพัฒนาจากรุ่นสู่รุ่นของ Huracan มุ่งเน้นไปที่ความดิบและความดุดันที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับ Lamborghini Temerario นั้น การเปลี่ยนแปลงได้ครอบคลุมทุกมิติ ตั้งแต่เส้นสายภายนอกไปจนถึงสถาปัตยกรรมภายในและขุมพลังขับเคลื่อน เพื่อให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมยานยนต์ตลอดช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ห้องโดยสาร: ประสบการณ์นักบินสุดหรู ภายในห้องโดยสารของ Lamborghini Temerario ยังคงยึดแนวคิด “Feel Like a Pilot” ที่สร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ราวกับอยู่บนเครื่องบินขับไล่ แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมมาตรวัดที่สามารถปรับตั้งค่าได้ตามความต้องการของผู้ขับขี่ มอบข้อมูลที่จำเป็นอย่างครบถ้วนและชัดเจน หน้าจอสัมผัสแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้ว รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto ช่วยให้การใช้งานระบบอินโฟเทนเมนต์และการนำทางเป็นไปอย่างราบรื่น สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า ยังมี Passenger Display ขนาด 9.1 นิ้ว เป็นออปชั่นเสริม ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายและลูกเล่นในการเดินทาง จุดเด่นที่แสดงถึงความพิถีพิถันในการออกแบบคือ ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ ที่ซ่อนอยู่ใต้ฝาครอบสไตล์ Fighter Jet สีแดงโดดเด่น ชวนให้รู้สึกถึงความพิเศษและความพร้อมในการปลดปล่อยพลัง พวงมาลัยดีไซน์ใหม่แบบรถแข่ง Squadra Corse มาพร้อมปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่ที่หลากหลาย และปุ่ม EV แยกต่างหาก เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันการขับขี่ที่แตกต่างกันได้อย่างง่ายดาย โหมดการขับขี่ที่ปรับแต่งได้: Citta, Strada, Sport, Corsa และ Corsa Plus Lamborghini Temerario นำเสนอทางเลือกโหมดการขับขี่ถึง 4 โหมดหลัก ได้แก่ Citta (สำหรับขับขี่ในเมือง), Strada (สำหรับการเดินทางปกติ), Sport (สำหรับการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะ) และ Corsa (สำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง) โดยโหมด Corsa Plus จะเป็นการปลดล็อกศักยภาพสูงสุดของตัวรถ ด้วยการปิดระบบ ESP (Electronic Stability Program) เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดิบและท้าทายที่สุด นอกจากนี้ ยังมีโหมด Drift Mode ที่มาพร้อมการตั้งค่า 3 ระดับ ทำงานร่วมกับระบบ LDVI 2.0 (Lamborghini Integrated Vehicle Dynamics) ระบบอัจฉริยะที่จะช่วยผู้ขับขี่ในการปรับปรุงการยึดเกาะ การควบคุมแรงฉุด และการตอบสนองของตัวรถให้เหมาะสมกับระดับทักษะของผู้ขับขี่แต่ละคน สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการบันทึกทุกช่วงเวลาแห่งความเร็ว Lamborghini Temerario ยังมี Lamborghini Vision Unit ซึ่งเป็นระบบกล้องบันทึกภาพ 3 ตัว ที่สามารถบันทึกภาพถนน ผู้โดยสาร และมุมมองจากด้านหลังได้อย่างครบถ้วน นอกจากนี้ ระบบหน้าจอสัมผัสยังสามารถบันทึกข้อมูลการขับขี่ในสนามแข่ง 150 แห่งทั่วโลก และสามารถเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน Lamborghini Unica App บนสมาร์ทโฟน เพื่อตรวจสอบสภาพรถ ระยะการเข้ารับบริการ ข้อมูลผู้ขับขี่ และแม้กระทั่งอัตราการเต้นของหัวใจของผู้ขับขี่ หากเชื่อมต่อกับ Apple Watch หัวใจใหม่ V8 เทอร์โบคู่ไฮบริด: พลังที่ไร้ขีดจำกัด การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ Lamborghini Temerario คือการยกเลิกเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศของ Huracan เดิม และหันมาใช้ขุมพลังใหม่กับเครื่องยนต์ V8 รหัส L411 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน ให้กำลังสูงสุดถึง 789 แรงม้า (800 PS) พร้อมระบบมอเตอร์ไฟฟ้า 110 กิโลวัตต์/148 แรงม้า (150 PS) จำนวน 3 ตัว
ผลลัพธ์คือพละกำลังรวมสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 920 แรงม้า (PS) ที่รอบเครื่องยนต์ 9,000-9,750 รอบต่อนาที และสามารถไต่ไปถึง 10,000 รอบต่อนาที ในโหมด Corsa แรงบิดสูงสุด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000-7,000 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (AWD) ด้วยเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ AMT Dual Clutch เครื่องยนต์ V8 ใหม่นี้ ใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-Plane ซึ่งเป็นสไตล์ที่นิยมใช้ในซูเปอร์คาร์ยุคใหม่ โดยมีกระบอกสูบขนาด 90 มม. และช่วงชัก 78.5 มม. ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เครื่องยนต์สามารถลากรอบได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที โดยไม่มีอาการรอรอบจากเทอร์โบ ส่งผลให้ได้พละกำลังที่เพิ่มขึ้นเกือบ 45% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์ V10 ของรุ่นเดิม ถือเป็นความสำเร็จครั้งสำคัญของ Lamborghini มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัว ถูกติดตั้งไว้ที่ล้อหน้า เพื่อให้ Temerario เป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่สมบูรณ์แบบ และช่วยควบคุมแรงบิดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังสามารถเปลี่ยนให้รถเป็นโหมดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าล้วน (EV Mode) สำหรับการขับขี่ในเมือง (โหมด Citta) โดยมอเตอร์ไฟฟ้าตัวที่ 3 ติดตั้งอยู่ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และเกียร์ AMT 8 จังหวะ ทำหน้าที่เป็น Generator ผลิตกระแสไฟฟ้า เพื่อส่งกำลังเพิ่มเติม และเพิ่มความกระฉับกระเฉงในการขับขี่ให้ไร้รอยต่อ โหมด EV และแบตเตอรี่: การขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ในโหมด EV Mode, Lamborghini Temerario จะขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว โดยมอเตอร์ 1 ตัวติดตั้งที่ล้อหน้าแต่ละข้าง และอีกตัวอยู่ตรงกลางระหว่างเครื่องยนต์และเกียร์ มอเตอร์ด้านหลังจะเชื่อมต่อโดยตรงกับเพลาข้อเหวี่ยง ทำให้หมุนตลอดเวลาที่เครื่องยนต์ทำงาน โดยไม่มีคลัทช์คั่นกลาง แบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.8 กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถรองรับการชาร์จไฟฟ้ากระแสสลับ AC สูงสุด 7 กิโลวัตต์ ทำให้รถสามารถวิ่งด้วยไฟฟ้าล้วนได้ระยะทางประมาณ 11-16 กิโลเมตร ก่อนที่เครื่องยนต์จะเข้ามาช่วย การชาร์จแบตเตอรี่จาก 0-100% ใช้เวลาประมาณ 30 นาที จาก Wall Charger ของ Lamborghini หรือ Wall Charger ที่รองรับ การปรับแต่งตามสไตล์: Ad Personum และ Alleggerita Lamborghini ขึ้นชื่อเรื่องการตอบสนองความต้องการของลูกค้าในการสร้างรถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว Lamborghini Temerario เองก็มาพร้อมแผนก Ad Personum Program ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกสรรชิ้นส่วนตกแต่ง ลายล้อ คาลิปเปอร์เบรก และชิ้นส่วนน้ำหนักเบาต่างๆ ได้อย่างไม่จำกัด ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งภายในและภายนอก ระบบช่วยเหลือการขับขี่ ADAS หรือแม้กระทั่งสีสันพิเศษ สำหรับลูกค้าที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เบาและเฉียบคมยิ่งขึ้น Lamborghini ยังได้นำเสนอแพ็กเกจ Alleggerita ชุดแต่งที่เน้นการลดน้ำหนักเป็นครั้งแรกในรุ่น Temerario แพ็กเกจนี้ประกอบด้วยแผงหลังคอมโพสิท CFRP, แผงประตูคาร์บอน, กระจกข้างโพลีคาร์บอเนท, แผ่นรองพื้นใต้ท้องรถ, ชุดแต่งรอบคัน, ดิฟฟิวเซอร์คาร์บอน, ล้อคาร์บอน และท่อไอเสียไทเทเนียม ชุดแต่ง Alleggerita นี้ สามารถช่วยประหยัดน้ำหนักได้มากกว่า 25 กิโลกรัม และเพิ่มแรงกดส่วนท้าย (Downforce) ได้ถึง 103% เมื่อเทียบกับ Huracan EVO ราคาและการจอง: สู่เป้าหมายยอดขายแห่งประวัติศาสตร์ แม้ว่า Lamborghini จะยังไม่ได้ประกาศราคาอย่างเป็นทางการของ Lamborghini Temerario แต่คาดการณ์ว่าราคาจะอยู่ที่ประมาณ 250,000-300,000 ยูโร หรือราว 9.5 ล้านบาท (ยังไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งจะอยู่ในระดับเดียวกับ Supercar Hybrid รุ่นอื่นๆ ในตลาด เช่น Ferrari 296 GTB หรือ McLaren Artura สำหรับลูกค้าชาวไทยที่สนใจกระทิงดุรุ่นใหม่ล่าสุดนี้ สามารถจับจองได้แล้วตั้งแต่เดือนสิงหาคม 2024 โดยคาดว่าจะเริ่มส่งมอบได้ภายในปี 2026 ผ่านตัวแทนจำหน่าย Lamborghini อย่างเป็นทางการ Renazzo Motor ในประเทศไทย คาดว่าจะนำรถมาเผยโฉมให้ชมอย่างเป็นทางการภายในเดือนตุลาคมนี้ และเชื่อมั่นได้ว่า Lamborghini Temerario จะไม่ทำให้เศรษฐีไทยต้องผิดหวังอย่างแน่นอน Lamborghini Temerario ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาถึงอนาคตของ Lamborghini เป็นการผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนานแห่งความแรง เข้ากับนวัตกรรมแห่งยุคไฮบริด เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทุกการคาดหวัง และเพื่อสานต่อตำนานแห่งกระทิงดุ ให้ยังคงเป็นที่สุดแห่งซูเปอร์คาร์ที่ยากจะหาใครเทียบเทียม
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตอย่างแท้จริง ถึงเวลาแล้วที่คุณจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์บทใหม่ของ Lamborghini ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Lamborghini ใกล้บ้านคุณ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและเตรียมตัวเป็นเจ้าของ Lamborghini Temerario รถซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่จะเปลี่ยนนิยามของความแรงไปตลอดกาล
Previous Post

T2502162 สองผ วเม ยขอพรก บแม ไม นไรเด กลอยมาจากแม ตอนจบพ งร าเด กเป นล กของใคร part 2

Next Post

T2502161 วล มก ญแจรถ แวะกล บมาท านถ งก บช อค part 2 | Daiana Medlock

Next Post

T2502161 วล มก ญแจรถ แวะกล บมาท านถ งก บช อค part 2 | Daiana Medlock

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.