BMW M4 DTM Champion Edition: ประวัติศาสตร์ความสำเร็จบนถนนที่เข้าถึงได้ในประเทศไทย
ในโลกยานยนต์สมรรถนะสูง ประวัติศาสตร์มักจะถูกจารึกด้วยชัยชนะอันน่าจดจำบนสนามแข่ง และ BMW M4 DTM Champion Edition คื
อหนึ่งในตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการนำจิตวิญญาณแห่งการแข่งขันมาสู่รถยนต์ที่พร้อมวิ่งบนท้องถนน รถรุ่นพิเศษนี้ไม่ใช่แค่เพียงยานพาหนะ แต่เป็นอนุสรณ์แห่งความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Marco Wittmann นักขับชาวเยอรมัน ผู้คว้าแชมป์รายการ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ในปี 2016 ด้วยรถ BMW M4 DTM ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีและความแม่นยำ จนได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดนักขับในวงการรถยนต์ทางเรียบระดับโลก
สำหรับแฟนพันธุ์แท้ของ BMW ในประเทศไทย โอกาสที่จะได้ครอบครองสุดยอดรถยนต์รุ่นพิเศษนี้ได้ถูกจุดประกายขึ้นอีกครั้ง เมื่อ BMW ประเทศไทย ได้รับโควตาสิทธิ์ในการนำเข้า BMW M4 DTM Champion Edition เพียง 1 คัน จากจำนวนผลิตทั่วโลกเพียง 200 คันเท่านั้น การมาถึงของรถคันนี้ในตลาดเมืองไทย จึงไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการนำเสนอ “ของหายาก” ที่แสดงถึงเอกลักษณ์และความพิเศษอย่างแท้จริง
ราคาและการลงทุนในสมรรถนะและความพิเศษ
BMW M4 DTM Champion Edition ถูกประกาศราคาอย่างเป็นทางการที่ 13,939,000 บาท สำหรับรุ่น Standard ที่มาพร้อมกับสิทธิประโยชน์ BSI Standard รับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ซึ่งถือเป็นการลงทุนที่สมเหตุสมผลสำหรับรถยนต์ระดับนี้ ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า
อย่างไรก็ตาม BMW ประเทศไทย ยังได้นำเสนอแพ็กเกจเสริมเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าผู้หลงใหลในสมรรถนะระดับสูงสุด:
BSI Plus: เพิ่มความอุ่นใจด้วยการขยายระยะเวลา BSI ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร โดยมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 40,000 บาท
Warranty Plus: สำหรับผู้ที่ต้องการการรับประกันที่ยาวนานขึ้น แพ็กเกจนี้จะเพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ด้วยค่าใช้จ่าย 50,000 บาท
BSI Ultimate: มอบความคุ้มค่าสูงสุด ด้วยการรวมเอาข้อดีของทั้งสองแพ็กเกจข้างต้นเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งการขยาย BSI ฟรีค่าบำรุงรักษาและเพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ในราคาที่คุ้มค่าเพียง 90,000 บาท
การเลือกแพ็กเกจเหล่านี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความสบายใจในระยะยาว แต่ยังเป็นการรักษาคุณค่าของรถยนต์ M4 DTM Champion Edition คันพิเศษนี้ให้คงอยู่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขุมพลัง S55B30A: หัวใจที่เต้นแรงด้วยเทคโนโลยี DTM
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน BMW M4 DTM Champion Edition คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบเรียง รหัส S55B30A ขนาด 3.0 ลิตร (2,979 ซีซี.) ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ด้วยเทอร์โบแบบ Mono-Scroll สองตัว เครื่องยนต์นี้ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ได้สมรรถนะระดับสูงสุด โดยมีพละกำลังสูงสุดถึง 500 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาลถึง 600 นิวตันเมตร ในช่วง 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที
สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์ S55B30A ในรุ่น DTM Champion Edition แตกต่างออกไป คือการนำเทคโนโลยี Water Injection มาใช้ ระบบนี้จะฉีดละอองน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ก่อนจังหวะจุดระเบิด ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดอุณหภูมิภายในห้องเครื่องยนต์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การลดอุณหภูมินี้ ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ ทำให้ M4 DTM Champion Edition สามารถรีดสมรรถนะออกมาได้อย่างเต็มที่
ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ M-DCT Dual Clutch แบบ 7 จังหวะ ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและแม่นยำ พร้อม Manual Shift Mode ให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างเต็มที่ตามสไตล์การขับขี่
ด้วยขุมพลังและระบบส่งกำลังอันทรงประสิทธิภาพนี้ BMW M4 DTM Champion Edition สามารถทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น และมี Top Speed สูงสุดถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจและบ่งบอกถึงศักยภาพในสนามแข่งอย่างแท้จริง
ดีไซน์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง: ความสง่างามที่ดุดัน
BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ได้มีดีแค่สมรรถนะ แต่ยังมาพร้อมกับการออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงความสำเร็จและจิตวิญญาณของการแข่งขัน DTM อย่างชัดเจน ตัวถังได้รับการต่อยอดจากการพัฒนาโครงสร้างน้ำหนักเบาของ BMW M4 รุ่นมาตรฐาน ด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์เสริมแรง (CFRP) ในส่วนประกอบสำคัญ เช่น สเกิร์ตหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย การใช้วัสดุขั้นสูงเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักของตัวรถ แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความเฉียบคมให้กับเส้นสายการออกแบบ
ส่วนสำคัญที่ทำให้ M4 DTM Champion Edition มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือการตกแต่งภายนอกที่จำลองมาจากรถแข่งจริงของ Marco Wittmann โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การมีลายกราฟิกสีขาว ดำ และสีสันสดใสบนฝากระโปรงหน้าและกระโปรงหลัง พร้อมด้วยกระจังหน้าคู่ที่ล้อมกรอบด้วยสีส้มสดใส สะท้อนถึงความดุดันและมีพลัง การติดสติกเกอร์ที่กระจกมองข้างหลังให้เหมือนรถแข่งของ Wittmann ก็เป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับรถรุ่นพิเศษคันนี้
นอกจากนี้ ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตที่มาพร้อมกับท่อเก็บเสียงทำจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนัก แต่ยังมอบเสียงคำรามอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์ BMW M ที่เร้าใจทุกครั้งที่เหยียบคันเร่ง
ภายในห้องโดยสาร: ความหรูหราที่เน้นการขับขี่
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ BMW M4 DTM Champion Edition จะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับฟังก์ชันการขับขี่ได้อย่างลงตัว จุดเด่นที่สุดคือเบาะนั่งคู่หน้าแบบ M Carbon bucket seat ที่ได้รับการหุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และหนังแกะ Merino คุณภาพสูง ให้ความรู้สึกโอบกระชับและรองรับสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม แม้ในยามเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
วัสดุ Alcantara ยังถูกนำมาใช้ตกแต่งในส่วนอื่นๆ ของห้องโดยสาร รวมถึงพวงมาลัย M Sports ที่มีเครื่องหมายสีเทาบริเวณตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง
ในส่วนของเบาะหลังนั้น ถูกแทนที่ด้วยโครงเหล็ก Rollover Bar ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มความแข็งแรงให้กับโครงสร้างตัวถัง และยังคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณของรถแข่งอย่างแท้จริง
เทคโนโลยีและฟังก์ชันอื่นๆ ที่ติดตั้งมาให้ ได้แก่ ไฟหน้า LED พร้อมระบบ BMW Selective Beam ที่ช่วยปรับลำแสงไฟหน้าให้เหมาะสมกับสภาพการขับขี่ และไฟท้ายแบบ OLED ที่ให้ความสวยงามและโดดเด่นยามค่ำคืน
ช่วงล่างและระบบเบรก: ประสิทธิภาพระดับสนามแข่ง
BMW M4 DTM Champion Edition ถูกติดตั้งระบบช่วงล่างแบบ M Coilover ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับการใช้งานในสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ ผู้ขับขี่สามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้ถึง 12 ระดับ ในจังหวะการยุบตัว และ 16 ระดับ ในจังหวะการยืดตัว (แยกอิสระจากกัน) นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสูงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังได้ตามต้องการ ซึ่งเป็นรายละเอียดที่มาจากรถแข่งที่ผู้ขับขี่ต้องลงมือปรับแต่งด้วยตัวเอง ไม่ใช่การกดปุ่ม
เหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ขึ้นสำหรับงานหนัก ก็เป็นอีกหนึ่งการอัปเกรดที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพในการเข้าโค้งและการควบคุมรถให้ดียิ่งขึ้น
สำหรับล้อที่ใช้ในรุ่น DTM Champion Edition คือล้อแบบ M Star Spoke 666M ที่พ่นสี Orbit Grey แบบด้าน ขนาด 19 นิ้ว ด้านหน้า มาพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 265/35 R19 ส่วนด้านหลังเป็นยางขนาด 285/30 R20 ซึ่งเป็นยางสมรรถนะสูงที่ให้การยึดเกาะถนนเป็นเยี่ยม
ระบบเบรก M Carbon-ceramic ก็ได้รับการติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพสูง ทนทานต่อความร้อน และให้แรงเบรกที่แม่นยำ เหมาะสมกับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการใช้งานในสนามแข่ง
บทสรุป: มากกว่ารถยนต์ คือมรดกแห่งชัยชนะ
BMW M4 DTM Champion Edition คือตัวแทนแห่งความสำเร็จ ความพิเศษ และสมรรถนะที่หาตัวจับได้ยากในตลาดรถยนต์ประเทศไทย การที่ BMW ประเทศไทย นำเข้ารถรุ่นนี้เพียง 1 คัน จาก 200 คันทั่วโลก ยิ่งทำให้รถคันนี้มีความพิเศษและมีคุณค่าทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างยิ่ง สำหรับนักสะสม ผู้ที่ชื่นชอบ BMW หรือผู้ที่ต้องการสัมผัสสุดยอดวิศวกรรมยานยนต์ที่ผสานความเป็นรถแข่งและรถยนต์บนถนนเข้าไว้ด้วยกันอย่างสมบูรณ์แบบ
การได้ครอบครอง BMW M4 DTM Champion Edition ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มความภาคภูมิใจในคอลเลคชันรถยนต์ของคุณ แต่ยังเป็นการได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ BMW ในวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ใฝ่ฝันที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และต้องการเป็นเจ้าของตำนานแห่งชัยชนะที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อถนน นี่คือโอกาสที่คุณไม่ควรมองข้าม โปรดติดต่อผู้จำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการ หรือศูนย์บริการ BMW M Performance ในพื้นที่ของคุณ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ BMW M4 DTM Champion Edition และสัมผัสกับสุดยอดสมรรถนะที่เป็นหนึ่งเดียวนี้ด้วยตัวคุณเอง