BMW M4 DTM Champion Edition: สุดยอดตำนานแห่งสนามแข่งที่โลดแล่นสู่ท้องถนนไทย
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง “BMW M4 DTM Champion Edition” คือชื่อที่สะท้อนถึงความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ การผสมผสานระหว่างเทคโนโล
ยีสนามแข่งระดับสูงสุด และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งในปี 2017 นั้น BMW ประเทศไทย ได้นำเสนอรถยนต์รุ่นพิเศษนี้สู่ตลาดเมืองไทย โดยมีโควต้าเพียง 1 คันจากทั่วโลกที่ผลิตเพียง 200 คัน สร้างความตื่นเต้นให้กับนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในรถยนต์สมรรถนะสูงอย่างแท้จริง บทความนี้จะเจาะลึกถึงรายละเอียดของ BMW M4 DTM Champion Edition เพื่อให้เห็นภาพรวมของรถยนต์คันพิเศษนี้อย่างสมบูรณ์
ราคาและการอัปเกรดแพ็คเกจ: การลงทุนในสมรรถนะและสไตล์
ราคาอย่างเป็นทางการของ BMW M4 DTM Champion Edition ที่เปิดตัวในประเทศไทยคือ 13,939,000 บาท ราคาดังกล่าวมาพร้อมการรับประกันมาตรฐาน BSI Standard ซึ่งครอบคลุมการรับประกันตัวรถ 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ถือเป็นแพ็คเกจพื้นฐานที่มอบความอุ่นใจให้กับเจ้าของรถยนต์ระดับพรีเมียม
นอกจากแพ็คเกจมาตรฐานแล้ว BMW ยังมีตัวเลือกในการอัปเกรดแพ็คเกจเพิ่มเติม เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า:
BSI Plus: เพิ่มความคุ้มครองด้วยการขยายระยะเวลาฟรีค่าบำรุงรักษา BSI เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ด้วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 40,000 บาท
Warranty Plus: เพิ่มความมั่นใจด้วยการขยายการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง ด้วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 50,000 บาท
BSI Ultimate: แพ็คเกจที่ครอบคลุมที่สุด โดยรวมทั้งการขยายระยะเวลาฟรีค่าบำรุงรักษา BSI และการขยายการรับประกันตัวรถ เป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ด้วยค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม 90,000 บาท
การเลือกแพ็คเกจเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจของ BMW ในการมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่สมบูรณ์แบบ โดยเฉพาะสำหรับรถยนต์รุ่นพิเศษเช่นนี้
เครื่องยนต์และสมรรถนะ: พลังแห่งสนามแข่งบนถนนจริง
หัวใจของ BMW M4 DTM Champion Edition คือเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง รหัส S55B30A ขนาด 3.0 ลิตร เทคโนโลยี M TwinPower Turbo พร้อมระบบเทอร์โบแบบ Mono-Scroll สองลูก กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 84.0 x 89.6 มิลลิเมตร อัตราส่วนกำลังอัด 10.2:1 ให้กำลังสูงสุดถึง 500 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที
การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของเกียร์ M-DCT Dual Clutch 7 จังหวะ พร้อม Manual Shift Mode ที่ตอบสนองอย่างฉับไว ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ราบรื่นและมีประสิทธิภาพสูงสุด สมรรถนะของเครื่องยนต์นี้ได้รับการเสริมประสิทธิภาพด้วยระบบ Water Injection ที่ฉีดละอองน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ก่อนการจุดระเบิด ซึ่งช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์ลง ทำให้สามารถรีดสมรรถนะสูงสุดออกมาได้ดียิ่งขึ้น
ด้วยขุมพลังอันมหาศาลนี้ BMW M4 DTM Champion Edition สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด Top Speed ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายบนท้องถนน
การออกแบบและสุนทรียภาพ: DNA แห่งชัยชนะ
BMW M4 DTM Champion Edition ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ Marco Wittmann นักแข่งชาวเยอรมันจากทีม BMW Team RMG ที่สามารถคว้าแชมป์รายการ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ประจำปี 2016 ได้สำเร็จ ไม่เพียงแต่รวบรวมสุดยอดเทคโนโลยีจากรถแข่ง DTM เข้าไว้ด้วยกัน แต่ยังคงไว้ซึ่งรูปลักษณ์ภายนอกที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง DTM ตัวจริง
การพัฒนาโครงสร้างน้ำหนักเบาที่เป็นจุดเด่นของ BMW M4 รุ่นมาตรฐาน ได้ถูกต่อยอดด้วยการใช้วัสดุพิเศษอย่างพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (carbon-fibre-reinforced plastic; CFRP) ในส่วนต่างๆ เช่น กระโปรงหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย ซึ่งนอกจากจะช่วยลดน้ำหนักของตัวรถแล้ว ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและสุนทรียภาพแบบรถแข่งอีกด้วย ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ต มาพร้อมท่อเก็บเสียงที่ทำจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ เสริมภาพลักษณ์ความเป็นรถสปอร์ตระดับไฮเอนด์
ภายในห้องโดยสาร: สัมผัสแห่งนักแข่งตัวจริง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ BMW M4 DTM Champion Edition ผู้ขับขี่จะสัมผัสได้ถึงความสปอร์ตพรีเมียมในทันที เบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat ที่โอบกระชับร่างกาย หุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และหนังแกะ Merino อันนุ่มสบาย ให้ความรู้สึกเหมือนนักแข่งรถอาชีพ นอกจากนี้ พื้นผิวส่วนอื่นๆ ในห้องโดยสารก็ถูกตกแต่งด้วย Alcantara เช่นกัน เพื่อเสริมความสปอร์ตและความหรูหรา
พวงมาลัย M Sports พร้อมเครื่องหมายสีเทาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา บ่งบอกถึงเจตนารมณ์แห่งการขับขี่ที่เน้นสมรรถนะสูงสุด ที่น่าสนใจคือ เบาะหลังถูกแทนที่ด้วยโครงเหล็ก rollover bar ซึ่งเป็นอุปกรณ์ความปลอดภัยที่พบได้ในรถแข่ง เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้าง และลดน้ำหนักของตัวรถ ส่วนระบบไฟส่องสว่างก็มาพร้อมไฟหน้า LED ที่มีระบบ BMW Selective Beam และไฟท้ายแบบ OLED ที่มีความโดดเด่นและทันสมัย
ช่วงล่างและระบบเบรก: ควบคุมได้ดั่งใจ เหนือทุกสภาวะ
ช่วงล่างของ BMW M4 DTM Champion Edition เป็นแบบ M Coilover ที่ได้รับการปรับแต่งมาเป็นพิเศษสำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ ทำให้สามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้ถึง 12 ระดับ ในจังหวะยุบตัว และ 16 ระดับ ในจังหวะยืดตัว (แยกอิสระ) ผู้ขับขี่ยังสามารถปรับความสูงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังได้ตามต้องการ โดยต้องลงมือปรับตั้งด้วยตนเองเช่นเดียวกับรถแข่งจริงๆ นอกจากนี้ยังมาพร้อมเหล็กกันโคลงขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ที่หนักหน่วง
ล้อของ DTM Champion Edition เป็นแบบ M Star Spoke 666M สี Orbit Grey แบบด้าน ขนาด 19 นิ้ว ที่ด้านหน้า และ 20 นิ้ว ที่ด้านหลัง สวมใส่ด้วยยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 265/35 R19 ด้านหน้า และ 285/30 R20 ด้านหลัง เพื่อมอบการยึดเกาะสูงสุด ในส่วนของระบบเบรก M Carbon-ceramic ติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ให้ประสิทธิภาพการเบรกที่ยอดเยี่ยม แม่นยำ และทนทานต่อความร้อนสูง เหมาะสำหรับการขับขี่ในสนามแข่ง
BMW M4 DTM Champion Edition: มากกว่ารถยนต์ คือตำนานที่จับต้องได้
BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ใช่เพียงแค่รถสปอร์ตคูเป้ที่สวยงามและทรงพลัง แต่คือการผสมผสานที่ลงตัวของมรดกแห่งสนามแข่ง DNA แห่งชัยชนะ และเทคโนโลยีชั้นนำจาก BMW M Division การได้ครอบครองรถยนต์รุ่นพิเศษนี้เปรียบเสมือนการได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์แห่งวงการมอเตอร์สปอร์ตระดับโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักสะสมรถยนต์สมรรถนะสูงที่มองหารถยนต์ที่มีคุณค่าเหนือกาลเวลา
สำหรับผู้ที่สนใจในยนตรกรรมระดับสูงเช่น BMW M4 DTM Champion Edition หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ของ BMW เพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติม หรือสอบถามเกี่ยวกับโอกาสในการเป็นเจ้าของสุดยอดตำนานแห่งสนามแข่งนี้ได้แล้ววันนี้