BMW M4 DTM Champion Edition: สุดยอดยนตรกรรมฉลองแชมป์ สู่การเป็นตำนานบนท้องถนนไทย
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูงที่ความเร็ว ประสิทธิภาพ และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว มีรถยนต์เพียงไม
่กี่รุ่นที่สามารถก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า “รถยนต์” เพื่อกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและความภาคภูมิใจ ในปี 2017 วงการรถยนต์ไทยได้ตื่นตะลึงกับปรากฏการณ์ครั้งสำคัญ เมื่อ BMW ประเทศไทย ได้นำเข้า BMW M4 DTM Champion Edition หนึ่งใน 200 คันทั่วโลก มาจัดแสดงและเสนอขายในราคาอย่างเป็นทางการ 13,939,000 บาท ถือเป็นโอกาสอันหาได้ยากยิ่งสำหรับนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสูงสุดของ BMW
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมากมาย แต่ BMW M4 DTM Champion Edition คันนี้ มีบางสิ่งที่ทำให้มันโดดเด่นเหนือกว่าใคร ไม่ใช่แค่ตัวเลขสมรรถนะหรือราคาที่สูงลิ่ว แต่คือเรื่องราวเบื้องหลัง ความพิเศษของการผลิต และจิตวิญญาณแห่งชัยชนะที่ถูกถ่ายทอดลงมาในทุกอณูของตัวรถ
แก่นแท้แห่งชัยชนะ: การรำลึกถึง Marco Wittmann และ Deutsche Tourenwagen Masters
หัวใจสำคัญของ BMW M4 DTM Champion Edition คือการเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของ Marco Wittmann นักขับชาวเยอรมัน ผู้คว้าตำแหน่งแชมป์เปี้ยนประจำปี 2016 ของรายการแข่งขัน Touring Car ที่ทรงเกียรติที่สุดรายการหนึ่งของโลก นั่นคือ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) การที่ BMW สามารถนำเทคโนโลยีและจิตวิญญาณของรถแข่ง DTM ที่ Wittmann ใช้คว้าชัย มาสู่รถยนต์ที่ผลิตเพื่อการจัดจำหน่ายทั่วไปได้นั้น ถือเป็นความสำเร็จทางวิศวกรรมที่น่าทึ่ง
โมเดลนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์สมรรถนะสูงธรรมดา แต่เป็น “จดหมายรัก” จาก BMW ถึงแฟนมอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก เป็นการนำเอาประสบการณ์บนสนามแข่งมาสู่ท้องถนน สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น สัมผัสได้ถึงอะดรีนาลีนและความแม่นยำในสนามแข่ง
วิศวกรรมขั้นสูง: ขุมพลังและเทคโนโลยีที่ถ่ายทอดจากสนามแข่ง
ภายใต้รูปลักษณ์ที่ดุดันและสง่างาม ซ่อนเร้นขุมพลังอันดุดันที่ได้แรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง BMW M4 DTM เครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง รหัส S55B30A ขนาด 3.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ที่ผสานการทำงานของ Twin Scroll Turbo สองลูก เป็นหัวใจหลักที่มอบพละกำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 600 นิวตันเมตร ที่ช่วงรอบกว้าง 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที
สิ่งที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือการนำระบบ Water Injection มาใช้ในเครื่องยนต์ ระบบนี้จะฉีดละอองน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ก่อนจังหวะจุดระเบิด ทำหน้าที่ลดอุณหภูมิภายในได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มกำลังสูงสุดและรักษาเสถียรภาพของเครื่องยนต์ภายใต้ภาระหนัก การผสานพลังนี้กับเกียร์ M-DCT Dual Clutch 7 จังหวะ ทำให้ M4 DTM Champion Edition สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ในเวลาเพียง 3.8 วินาทีเท่านั้น และสามารถไต่ระดับความเร็วสูงสุดไปได้ถึง 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
โครงสร้างน้ำหนักเบาและวัสดุแห่งอนาคต: กุญแจสู่อัตราเร่งและความคล่องตัว
BMW ตระหนักดีว่าสมรรถนะที่แท้จริงไม่ได้มาจากกำลังเครื่องยนต์เพียงอย่างเดียว แต่มาจากการผสมผสานระหว่างพละกำลัง น้ำหนักที่เบา และการกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ M4 DTM Champion Edition ได้ต่อยอดแนวคิดการใช้วัสดุน้ำหนักเบาจาก M4 รุ่นมาตรฐาน ด้วยการนำวัสดุ Composites คุณภาพสูงอย่างพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) มาใช้ในส่วนประกอบสำคัญหลายจุด ไม่ว่าจะเป็น สเกิร์ตหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย การเลือกใช้วัสดุเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักตัวรถลงได้อย่างมหาศาล แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยอีกด้วย
ยิ่งไปกว่านั้น ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตยังได้รับการพัฒนาให้มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ โดยเลือกใช้วัสดุไทเทเนียมสำหรับท่อเก็บเสียง ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่แสดงถึงความใส่ใจในการสร้างรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบในทุกมิติ
ห้องโดยสารที่สะท้อนจิตวิญญาณนักแข่ง: ความหรูหราที่มาพร้อมสมรรถนะ
เมื่อก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ BMW M4 DTM Champion Edition สิ่งแรกที่จะสัมผัสได้คือบรรยากาศที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราตามแบบฉบับ BMW M และความมุ่งเน้นสมรรถนะที่ชัดเจน เบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat ที่โอบกระชับสรีระอย่างสมบูรณ์แบบ หุ้มด้วยวัสดุ Alcantara และหนังแกะ Merino สัมผัสได้ถึงความประณีตและนุ่มสบาย แต่ก็พร้อมจะยึดผู้ขับขี่ไว้ในตำแหน่งที่เหมาะสมที่สุดขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
การตกแต่งภายในส่วนใหญ่ยังคงใช้วัสดุ Alcantara ที่ให้สัมผัสสปอร์ตและลดการสะท้อนแสง พวงมาลัย M Sports ที่มีแถบสีเทาบ่งบอกตำแหน่ง 12 นาฬิกา คือสัญญาณเตือนว่านี่คือรถยนต์ที่พร้อมสำหรับการขับขี่ที่ดุดัน
สิ่งที่แตกต่างอย่างชัดเจนจาก M4 รุ่นปกติ คือการแทนที่เบาะหลังด้วยโครงเหล็ก Roll-over bar ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานที่เพิ่มความแข็งแกร่งและความปลอดภัยสำหรับรถยนต์ที่ออกแบบมาเพื่อสมรรถนะระดับสูงสุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อนำไปใช้งานในสนามแข่ง
สำหรับแสงสว่าง BMW M4 DTM Champion Edition มาพร้อมกับไฟหน้า LED ที่มีระบบ BMW Selective Beam ช่วยปรับการทำงานของไฟสูงให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมโดยอัตโนมัติ และไฟท้ายแบบ OLED ที่มอบรูปลักษณ์ที่โดดเด่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ช่วงล่างระดับสนามแข่ง: ปรับแต่งได้ตามใจ สัมผัสความแม่นยำสูงสุด
BMW M4 DTM Champion Edition มาพร้อมกับช่วงล่างแบบ M Coilover ที่ถูกปรับจูนมาเพื่อการแข่งขันในสนามแข่งโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าทึ่งคือความสามารถในการปรับแต่งที่ผู้ขับขี่สามารถทำได้ด้วยตนเอง (แบบรถแข่งจริงๆ) ไม่ใช่เพียงแค่การกดปุ่ม
ระบบกันสะเทือนสามารถปรับความหนืดของโช้คอัพได้ถึง 12 ระดับ ในจังหวะยุบตัว และ 16 ระดับในจังหวะยืดตัว โดยสามารถปรับแยกจากกันได้ นอกจากนี้ยังสามารถปรับระดับความสูงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังได้ตามต้องการ รายละเอียดเหล่านี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ในการมอบประสบการณ์การปรับแต่งรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบให้กับผู้ขับขี่ ทำให้พวกเขาสามารถปรับตั้งค่ารถยนต์ให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และสภาพสนามที่แตกต่างกันได้อย่างแท้จริง
ยิ่งไปกว่านั้น การติดตั้งเหล็กกันโคลง (Anti-roll bars) ขนาดใหญ่ขึ้น ยังช่วยเพิ่มความมั่นคงในการเข้าโค้ง ลดการโคลงของตัวรถ และส่งผลให้การควบคุมแม่นยำยิ่งขึ้น
ล้อและเบรก: มาตรฐานสูงสุดสำหรับสมรรถนะไร้ขีดจำกัด
ล้ออัลลอย M Star Spoke 666M ขนาด 19 นิ้ว ด้านหน้า และ 20 นิ้ว ด้านหลัง ที่พ่นสี Orbit Grey แบบด้าน เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่เสริมให้ M4 DTM Champion Edition ดูดุดันและสง่างามยิ่งขึ้น ล้อเหล่านี้มาพร้อมกับยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ซึ่งเป็นยางสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะสูงสุดบนพื้นผิวแห้ง
สำหรับระบบเบรก M Carbon-ceramic ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเบรกที่ดีที่สุดในตลาดปัจจุบัน ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยม มั่นคง และทนทานต่อความร้อนสูง เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง
การรับประกันและแพ็คเกจเสริม: ความคุ้มค่าและความสบายใจ
BMW ประเทศไทย ได้นำเสนอ BMW M4 DTM Champion Edition พร้อมแพ็คเกจ BSI Standard ซึ่งครอบคลุมการรับประกันตัวรถ 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษา BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร ซึ่งเป็นมาตรฐานที่มอบความมั่นใจให้กับผู้ครอบครอง
นอกจากนี้ ยังมีแพ็คเกจเสริมที่ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าและความสบายใจให้กับลูกค้า ได้แก่:
BSI Plus: เพิ่ม BSI ฟรีค่าบำรุงรักษาเป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ในราคา 40,000 บาท
Warranty Plus: เพิ่มการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง ในราคา 50,000 บาท
BSI Ultimate: ครอบคลุมทั้งการรับประกันตัวรถ 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ BSI ฟรีค่าบำรุงรักษา 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ในราคา 90,000 บาท
แพ็คเกจเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความเข้าใจในความต้องการของลูกค้าที่มองหาสุดยอดยนตรกรรม ที่มาพร้อมกับการดูแลรักษาที่ไร้กังวล
BMW M4 DTM Champion Edition: มากกว่าแค่รถยนต์ คือตำนานบนท้องถนน
BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ใช่เพียงรถยนต์อีกคันที่วางจำหน่ายในตลาด แต่คือชิ้นงานศิลปะทางวิศวกรรม คือประวัติศาสตร์ที่ถูกบันทึกไว้บนตัวถัง คือความภาคภูมิใจของแบรนด์ BMW ที่สามารถผสานโลกของมอเตอร์สปอร์ตเข้ากับความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างลงตัว
สำหรับนักสะสม ผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสุดยอด และผู้ที่ต้องการครอบครองยานยนต์ที่มีเรื่องราวและความพิเศษ การได้สัมผัส BMW M4 DTM Champion Edition นั้น ถือเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน การมีรถยนต์เพียง 1 ใน 200 คันทั่วโลก อยู่ในครอบครอง ไม่เพียงแต่บ่งบอกถึงรสนิยมอันสูงส่ง แต่ยังเป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในคุณค่าของยานยนต์ที่เกิดจากแรงบันดาลใจแห่งชัยชนะ
หากคุณเป็นหนึ่งในผู้ที่กำลังมองหายานยนต์ที่มอบทั้งความรู้สึก ปรัชญา และสมรรถนะที่เหนือระดับ BMW M4 DTM Champion Edition คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์สุดพิเศษนี้
ค้นพบ BMW M4 DTM Champion Edition สุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานจิตวิญญาณแห่งชัยชนะและสมรรถนะขั้นสูงสุด ร่วมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีวันลืมเลือน พร้อมทั้งรับข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรุ่น Limited Edition นี้ ติดต่อเราเพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อทดลองขับได้แล้ววันนี้