BMW M4 DTM Champion Edition: สุดยอดสมรรถนะเหนือชั้น ฉลองชัยในราคา 13.939 ล้านบาท
ในโลกแห่งยนตรกรรมสมรรถนะสูงที่ไร้ขีดจำกัด การปรากฏตัวของรถยนต์ที่เปี่ยมด้วยประวัติศาสตร์ ชัยชนะ และเทคโนโลยีล้ำสมัย
ย่อมเป็นที่จับตามองของเหล่าผู้หลงใหลในความเร็วและดีไซน์อย่างแน่นอน ในปี 2017 ที่ผ่านมา BMW ประเทศไทย ได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ด้วยการนำเสนอ BMW M4 DTM Champion Edition ซึ่งเป็นหนึ่งใน 200 คันทั่วโลก ที่ผลิตขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ของ Marco Wittmann นักขับชาวเยอรมันผู้คว้าแชมป์รายการ Deutsche Tourenwagen Masters (DTM) ประจำปี 2016 ในนามของ BMW Team RMG นี่คือสุดยอดยนตรกรรมที่หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งเข้ากับความหรูหราสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ราคาอย่างเป็นทางการและแพ็กเกจเสริม: การลงทุนในสมรรถนะและความภาคภูมิใจ
BMW M4 DTM Champion Edition คันนี้มาพร้อมราคาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ 13,939,000 บาท ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นยนตรกรรมลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มีจำนวนจำกัดเพียง 1 คันในประเทศไทย จากทั้งหมด 200 คันทั่วโลก ราคาดังกล่าวได้รวมเอาการรับประกันมาตรฐาน BSI Standard ซึ่งมอบความอุ่นใจด้วยการรับประกันตัวรถ 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง และฟรีค่าบำรุงรักษาตามระยะ BSI นาน 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร
นอกจากนี้ BMW ยังได้นำเสนอแพ็กเกจเสริมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์ความเป็นเจ้าของให้มากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าผู้ที่มองหาความพิเศษยิ่งกว่า:
BSI Plus: เพิ่มความคุ้มค่าด้วยการขยายระยะเวลาการฟรีค่าบำรุงรักษา BSI เป็น 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร ในราคาเพิ่มเติม 40,000 บาท
Warranty Plus: มอบความมั่นใจสูงสุดด้วยการขยายระยะเวลาการรับประกันตัวรถเป็น 5 ปีไม่จำกัดระยะทาง ในราคาเพิ่มเติม 50,000 บาท
BSI Ultimate: แพ็กเกจที่สมบูรณ์แบบที่สุด ซึ่งรวมทั้งการขยายระยะเวลา BSI และการขยายการรับประกันตัวรถ ในราคาเพิ่มเติม 90,000 บาท
การเลือกซื้อแพ็กเกจเสริมเหล่านี้ ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มมูลค่าและความสบายใจในระยะยาว แต่ยังเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าสำหรับสุดยอดยนตรกรรมที่หาได้ยากยิ่งนี้
หัวใจของขุมพลัง: เครื่องยนต์ S55B30A อัจฉริยะที่สืบทอด DNA สนามแข่ง
หัวใจหลักของ BMW M4 DTM Champion Edition คือเครื่องยนต์รหัส S55B30A ซึ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 6 สูบแถวเรียง ขนาด 3.0 ลิตร (2,979 ซีซี.) ที่มาพร้อมเทคโนโลยี M TwinPower Turbo ด้วยระบบเทอร์โบแบบ Mono-Scroll สองลูก กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก 84.0 x 89.6 มิลลิเมตร และอัตราส่วนกำลังอัด 10.2:1 ให้พละกำลังสูงสุดที่น่าทึ่งถึง 500 แรงม้า ที่ 6,250 รอบต่อนาที และแรงบิดมหาศาล 600 นิวตันเมตร ที่รอบเครื่องยนต์ 4,000 – 5,500 รอบต่อนาที
สิ่งที่ทำให้เครื่องยนต์นี้มีความพิเศษยิ่งขึ้น คือการผนวกเทคโนโลยี Water Injection หรือระบบฉีดละอองน้ำเข้าไปในห้องเผาไหม้ก่อนจังหวะจุดระเบิด ด้วยถังพักน้ำความจุ 5 ลิตร ระบบนี้จะช่วยลดอุณหภูมิของเครื่องยนต์อย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มกำลังสูงสุดของเครื่องยนต์ และรักษาประสิทธิภาพการทำงานให้คงที่ภายใต้สภาวะการขับขี่ที่หนักหน่วง การส่งกำลังเป็นไปอย่างราบรื่นและฉับไว ผ่านเกียร์ M-DCT Dual Clutch 7 จังหวะ ที่มาพร้อม Manual Shift Mode ให้ความรู้สึกเร้าใจของการควบคุมที่แม่นยำ
ด้วยขุมพลังอันเหนือชั้นนี้ BMW M4 DTM Champion Edition สามารถทะยานจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในเวลาเพียง 3.8 วินาที และมีความเร็วสูงสุด Top Speed ที่ 305 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะระดับนี้คือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ BMW ในการพัฒนายานยนต์ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการของนักขับที่ต้องการความเป็นที่สุด
ดีไซน์และโครงสร้าง: จิตวิญญาณ DTM ที่ผสานความเบาและความแข็งแกร่ง
การออกแบบของ BMW M4 DTM Champion Edition ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่คือการสืบทอด DNA จากรถแข่ง DTM ตัวจริง ตัวถังได้รับการพัฒนาต่อยอดจาก BMW M4 รุ่นมาตรฐาน โดยใช้วัสดุล้ำสมัยอย่างพลาสติกเสริมเส้นใยคาร์บอน (CFRP) ในส่วนประกอบสำคัญ เช่น กระโปรงหน้า-หลัง, หลังคา, โครงแผงหน้าปัด และแผงใต้กันชนท้าย ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของตัวรถลงอย่างมาก แต่ยังคงไว้ซึ่งความแข็งแกร่งและทนทาน วัสดุ CFRP นี้เป็นที่รู้จักกันดีในวงการมอเตอร์สปอร์ตถึงคุณสมบัติที่เหนือกว่าเหล็กในด้านอัตราส่วนความแข็งแรงต่อน้ำหนัก
เพื่อเสริมสมรรถนะการระบายไอเสียและลดน้ำหนัก ระบบท่อไอเสียคู่แบบสปอร์ตได้รับการติดตั้งพร้อมท่อเก็บเสียงที่ผลิตจากไทเทเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ ส่งผลให้เสียงคำรามของเครื่องยนต์มีความดุดันเร้าใจยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์ M Performance
ภายในห้องโดยสาร: สนามแข่งที่หรูหราและเปี่ยมด้วยจิตวิญญาณแห่งชัยชนะ
ก้าวเข้ามาภายในห้องโดยสารของ BMW M4 DTM Champion Edition คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของสนามแข่งที่ผสานเข้ากับความหรูหราเหนือระดับ เบาะหน้าคู่แบบ M Carbon bucket seat คือหัวใจสำคัญของการตกแต่งภายใน หุ้มด้วยวัสดุพิเศษอย่าง Alcantara และหนังแกะ Merino ให้การโอบกระชับที่เหนือกว่า พร้อมสัมผัสที่นุ่มนวล สร้างความมั่นคงสูงสุดในทุกการเข้าโค้ง
พื้นผิวส่วนอื่นๆ ภายในห้องโดยสาร รวมถึงพวงมาลัย M Sports ก็ถูกหุ้มด้วย Alcantara เช่นกัน เพื่อมอบการยึดเกาะและความรู้สึกในการสัมผัสที่ดีเยี่ยม พวงมาลัย M Sports ยังมาพร้อมเครื่องหมายสีเทาที่ตำแหน่ง 12 นาฬิกา ซึ่งเป็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่บ่งบอกถึงความเป็นรถยนต์สมรรถนะสูง
เพื่อเป็นการเน้นย้ำถึงความเป็นรถแข่งอย่างแท้จริง เบาะหลังแบบปกติถูกแทนที่ด้วยโครงเหล็ก rollover bar ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถัง แต่ยังเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการขับขี่ในสนามแข่งอย่างเต็มรูปแบบ
นอกจากนี้ BMW M4 DTM Champion Edition ยังมาพร้อมไฟหน้า LED ที่มีระบบ BMW Selective Beam และไฟท้ายแบบ OLED ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการให้แสงสว่างที่ล้ำสมัย ให้ความสวยงามและทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม
ช่วงล่างและระบบเบรก: ความเหนือชั้นที่ปรับแต่งได้ดั่งใจ
สำหรับระบบช่วงล่าง BMW M4 DTM Champion Edition มาพร้อมระบบ M Coilover ที่ถูกปรับแต่งมาเพื่อสมรรถนะในสนามแข่งโดยเฉพาะ ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าความหนืดของโช้คอัพได้ทั้งจังหวะการยุบตัวถึง 12 ระดับ และจังหวะการยืดตัวอีก 16 ระดับ โดยสามารถปรับแยกจากกันได้ตามต้องการ นอกจากนี้ยังสามารถปรับความสูงของช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลังได้ตามความเหมาะสมของการใช้งาน ซึ่งเป็นการปรับตั้งที่ต้องลงมือทำด้วยตัวเอง เปรียบเสมือนการปรับแต่งรถแข่งมืออาชีพ
เหล็กกันโคลงที่ติดตั้งมาก็มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อรองรับการขับขี่ที่หนักหน่วงและให้เสถียรภาพที่ดียิ่งขึ้น
ล้อของ BMW M4 DTM Champion Edition คือล้ออัลลอย M Star Spoke 666M สี Orbit Grey แบบด้าน ซึ่งมีขนาดแตกต่างกันระหว่างล้อหน้าและล้อหลัง เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ล้อหน้ามาพร้อมยาง Michelin Pilot Sport Cup 2 ขนาด 265/35 R19 ส่วนล้อหลังมาพร้อมยางขนาด 285/30 R20 ยางสมรรถนะสูงเหล่านี้ คือปัจจัยสำคัญที่ช่วยในการยึดเกาะถนนและการตอบสนอง
เพื่อปิดท้ายชุดสมรรถนะ ระบบเบรก M Carbon-ceramic ถูกติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ซึ่งเป็นระบบเบรกที่ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยม ทนทานต่อความร้อนสูง และมีน้ำหนักเบา เหมาะสำหรับการขับขี่ด้วยความเร็วสูงอย่างต่อเนื่อง
การเฉลิมฉลองชัยชนะอันยิ่งใหญ่: ความพิเศษที่เหนือกว่า
BMW M4 DTM Champion Edition ถูกสร้างขึ้นเพื่อเป็นการยกย่องและเฉลิมฉลองชัยชนะอันน่าภาคภูมิใจของ Marco Wittmann นักขับจาก BMW Team RMG ที่สามารถคว้าแชมป์รายการ DTM ประจำปี 2016 ได้สำเร็จ รถยนต์รุ่นพิเศษนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการนำเสนอเทคโนโลยีขั้นสูงจากรถแข่ง DTM ตัวจริง แต่ยังเป็นการรวบรวมเอาสัญลักษณ์แห่งชัยชนะและความเป็นเลิศมาไว้ในคันเดียว
การออกแบบภายนอกที่สะท้อนถึงรถแข่ง DTM ตัวจริง พร้อมรายละเอียดอันเป็นเอกลักษณ์ เช่น ลายกราฟิกสีดำบนตัวถังสีขาว พร้อมเส้นสีสันสดใส กระจังหน้าคู่ที่ล้อมด้วยสีส้มสด ชุดแต่งตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ดุดัน และสติกเกอร์บนกระจกมองข้างที่เหมือนกับรถแข่งของ Wittmann ล้วนเป็นการตอกย้ำถึงที่มาและความพิเศษของยนตรกรรมคันนี้
ภายในห้องโดยสาร ยังคงความพิเศษด้วยการประดับประดาด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์ พร้อมลายเซ็นของ Marco Wittmann ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตขึ้นเพื่อฉลองความสำเร็จของเขา ชายบันไดประตูสีดำที่มีลายเซ็นของ Wittmann ก็เป็นอีกหนึ่งรายละเอียดที่เพิ่มคุณค่าและความพิเศษให้กับ BMW M4 DTM Champion Edition คันนี้
BMW M4 DTM Champion Edition: ความเป็นที่สุดในทุกมิติ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่า BMW M4 DTM Champion Edition คือสุดยอดยนตรกรรมที่ผสมผสานความเป็นที่สุดของสมรรถนะ, เทคโนโลยี, ดีไซน์, และประวัติศาสตร์แห่งชัยชนะได้อย่างลงตัว การได้ครอบครองรถยนต์รุ่นพิเศษที่ผลิตมาเพียง 200 คันทั่วโลกนี้ ไม่ใช่เพียงแค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการลงทุนในประวัติศาสตร์ ความภาคภูมิใจ และประสบการณ์การขับขี่ที่หาที่เปรียบมิได้
หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่ชื่นชอบความเร็ว ความแรง และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร BMW M4 DTM Champion Edition คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา การได้สัมผัสกับขุมพลังอันเร้าใจ, การควบคุมที่เฉียบคม, และดีไซน์อันน่าหลงใหลของยนตรกรรมคันนี้ จะมอบประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน
อย่าพลาดโอกาสอันล้ำค่านี้ หากคุณพร้อมแล้วที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งสุดยอดยนตรกรรมที่สะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งชัยชนะและความเป็นที่สุดในทุกอณู ติดต่อตัวแทนจำหน่าย BMW อย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อสัมผัสสุดยอดยนตรกรรม BMW M4 DTM Champion Edition คันนี้ด้วยตัวคุณเอง