• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1202104 ผลผล ตจากผ ชายเห นแก Ep.2

admin79 by admin79
February 13, 2026
in Uncategorized
0
featured_hidden
Porsche 911 Carrera (992): ตำนานบทใหม่ที่สุกงอมด้วยประสบการณ์และความอัจฉริยะ ประโยคที่ว่า “ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งมีวุฒิภาวะ” อาจไม่ใช่สัจธรรมสำหรับทุกคน แต่เมื่อพูดถึง Porsche 911 เจเนอเรชั่นที่ 8 ร
หัสตัวถัง 992 ประโยคนี้กลับสะท้อนพัฒนาการของยนตรกรรมสปอร์ตในตำนานได้อย่างชัดเจน หลังจาก Porsche ก้าวผ่านช่วงเวลาทางการเงินที่ท้าทาย และผงาดขึ้นเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ทำกำไรต่อคันสูงสุดในโลก พลังในการสร้างสรรค์ถูกทุ่มเทให้กับ 911 มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพละกำลัง ประสิทธิภาพการขับขี่ หรือแม้กระทั่งความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตระกูล Carrera ซึ่งแม้ชื่อจะหมายถึง “การแข่งขัน” แต่ในสายเลือดของ 911 ทั้งหมด รุ่นนี้คือที่สุดของการผสมผสานระหว่างสมรรถนะสปอร์ตระดับหัวแถว ความสง่างามที่สะท้อนสถานะ และความสะดวกสบายที่คาดไม่ถึงสำหรับรถประเภทนี้ มันคือตัวแทนแห่งการรักษาสมดุลอันลงตัวระหว่าง “พลัง” (Power), “บารมี” (Prestige), และ “ประโยชน์ใช้สอย” (Practicality) ในขณะที่รถยนต์สาย GT มักจะให้น้ำหนักกับพลังมากกว่าประโยชน์ใช้สอยอย่างเห็นได้ชัด พัฒนาการของ 911 Carrera นั้น ไม่ได้เหมือนการฝึกฝนของนักแข่งรถที่ต้องทุ่มเทฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในทุกด้าน แต่เปรียบได้กับการเปลี่ยนแปลงระหว่างชีวิตในวัย 17 ปี กับวัย 30 กว่าปี ในวัย 17 ผมอาจเคยมีวิธีการเข้าหาคนที่ชอบที่เต็มไปด้วยความประหม่าและการซ้อมพูดหน้ากระจกอย่างยาวนาน โดยไม่สนใจถึงภาพรวมในอนาคต แต่เมื่อเวลาผ่านไป วัย 30 กว่าปี การตัดสินใจและความสัมพันธ์จะถูกกลั่นกรองด้วยประสบการณ์ ความรอบคอบ และการมองการณ์ไกลอย่างมีระบบ Porsche 911 (992) เจเนอเรชั่นใหม่นี้ คือผลลัพธ์ของการกลั่นกรองข้อผิดพลาด การคาดการณ์ถึงสิ่งที่ไม่คาดคิด และการสั่งสมองค์ความรู้จำนวนมหาศาล ถูกนำมาหลอมรวมเพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของเจ้าของได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ในทุกๆ การเปิดตัว 911 รุ่นใหม่ สิ่งที่เรามักจะเห็นคือการพัฒนาที่เหนือความคาดหมาย แม้ในสิ่งที่เรารู้สึกว่ามันดีพออยู่แล้วก็ตาม แนวคิดผลิตภัณฑ์และการออกแบบ: ถอดรหัส DNA แห่งตำนาน สู่ความสง่างามที่ร่วมสมัย August Achleitner หัวหน้าโครงการพัฒนา 992 ซึ่งเคยฝากฝีมือไว้กับ 997 และ 991 เคยตั้งคำถามกับตัวเองเมื่อวัยหนุ่มว่า “ทำไม 911 ถึงมีเทคโนโลยีและความสะดวกสบายน้อยกว่ารถรุ่นอื่นของค่าย แต่กลับขายได้แพงที่สุด?” คำถามนี้คือแรงผลักดันสำคัญที่สะท้อนมาสู่ 911 เจเนอเรชั่นหลังๆ ที่ไม่เพียงแต่แรงขึ้น เร็วขึ้น แต่ยังขับขี่ในชีวิตประจำวันได้ง่ายขึ้น และมีอุปกรณ์ที่เทียบเคียงได้กับรถหรูระดับสูง “ผมไม่ได้ต้องการสร้างรถที่ปฏิวัติทุกสิ่งอย่าง ผมมีความสุขกับการพยายามทำให้รถมันดีขึ้นเรื่อยๆในทุกด้าน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ แก่นแท้และเอกลักษณ์ของ 911 ต้องยังคงอยู่” Achleitner กล่าว นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไม แม้ Porsche จะสามารถผลิตหน้าจอ TFT และมาตรวัดดิจิทัลที่ทันสมัยได้ แต่ 992 ก็ยังคงมาพร้อมมาตรวัดรอบแบบเข็มอนาล็อก และแม้หลายฟังก์ชันจะควบคุมผ่านหน้าจอสัมผัสได้ แต่ก็ยังคงมีสวิตช์แบบปุ่มกดและคันโยก/บิด เพื่อความสะดวกในการใช้งาน Peter Varga ผู้ออกแบบภายนอก ต้องการให้ 992 มีรูปลักษณ์ที่ “Stronger, racier and sharper” ดูคมเข้ม แกร่งกร้าว และสง่างามกว่าเดิม ทีมออกแบบได้ศึกษา Porsche รุ่นคลาสสิกหลายรุ่น หนึ่งในนั้นคือ 930 Turbo ที่นำมาจอดในสตูดิโอ เพื่อให้ได้ “กลิ่นอาย” ของตำนานมาสู่รถรุ่นใหม่ สัดส่วนของตัวรถยังคงความสวยงามลงตัวเช่นเดียวกับ 991 จะเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เด่นชัดคือ ขนาดล้อหลังที่โตกว่าล้อหน้า 1 นิ้ว ซึ่งปกติในรุ่น Carrera ล้อหน้า-หลังจะมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางเท่ากัน มือจับเปิดประตูก็เปลี่ยนมาเป็นแบบฝังเรียบไปกับบานประตู เพื่อความลู่ลม ด้านหน้าของรถคือส่วนที่ Varga ใส่ลูกเล่นผสมผสานอย่างลงตัว ฝากระโปรงหน้ามีเส้นตัดตรง และร่องบุ๋มแนวยาว สองข้าง คือการประยุกต์จาก 911 ยุค 1973-1989 ไฟหน้าทรงลิ่ม แต่ใช้การออกแบบเลนส์หลอกตา ให้ดูตั้งชันกว่าเดิม คล้ายกับ 993 Air-cooled รุ่นสุดท้าย ส่วนด้านหลัง ช่องระบายอากาศยังคงเป็นซี่แนวตั้ง แต่ไฟท้ายรูปทรงคล้ายเดิมกลับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด โดยเพิ่มแถบไฟ LED แดงเชื่อมระหว่างไฟท้ายซ้าย-ขวา (ที่ก่อนหน้านี้มีเฉพาะในรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ) ให้ความรู้สึกที่เชื่อมโยงและสง่างามยามค่ำคืน ภายในห้องโดยสาร Ivo van Hulten หัวหน้าทีมออกแบบภายใน ได้นำธีมเดียวกับภายนอกมาใช้ โดยดึงเอกลักษณ์จาก 911 รุ่นแรก ที่มีเส้นแนวนอนของแดชบอร์ด เป็นแกนหลัก แล้วจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ให้กลมกลืน การออกแบบเน้นความเรียบง่าย เข้าใจง่าย การจัดวางปุ่มและฟังก์ชันต่างๆ เป็นหมวดหมู่ที่ชัดเจนกว่า 991 ทำให้การใช้งานสะดวกสบายยิ่งขึ้น “ผมว่าหน้าปัดคือส่วนที่พิเศษที่สุด” van Hulten กล่าว “มันแสดงให้เห็นความพยายามในการรักษาสมดุลย์ระหว่างเทคโนโลยีดิจิทัล และเข็มวัดแบบอนาล็อก เรายังคงวัดรอบเครื่องยนต์แบบเข็มไว้ตรงกลาง ในขณะที่จอสีที่ขนาบข้าง ช่วยให้แสดงผลได้หลากหลายเสมือนหน้าปัด 5 วงใน 911 รุ่นเก่า โดยไม่จำเป็นต้องวางเหลื่อมซ้อนกันอีกต่อไป” ตามนโยบายหลักของ Achleitner การออกแบบยังคงรักษาปุ่มสวิตช์แบบกด/บิดไว้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานจริง ทีมของ van Hulten ได้เติมลูกเล่นโดยออกแบบสวิตช์ที่อยู่ใต้จอกลาง ให้ผสมผสานระหว่างรถคลาสสิกและรถสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว Porsche 911 Carrera S & 4S (992) ที่ได้ทดลองขับ เรามีโอกาสได้สัมผัส Porsche 911 Carrera S และ Carrera 4S (992) ที่ประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก Porsche New Zealand ในฐานะเจ้าภาพสื่อมวลชนจากภูมิภาคเอเชีย รถทดสอบเป็นพวงมาลัยขวา และปรับเซ็ตตามมาตรฐานของตลาดนิวซีแลนด์ ซึ่งอาจมีอุปกรณ์บางอย่างแตกต่างจากสเป็คไทย Porsche 911 Carrera S ภายนอก: สี GT Silver, ล้ออัลลอยลาย RS Spyder (สั่งพิเศษ) อุปกรณ์พิเศษ: Sports exhausts (ท่อไอเสียออกข้างละ 1 ท่อใหญ่ สีดำ), ระบบ Heater พวงมาลัย, หลังคากระจกเลื่อนเปิด/ปิดได้, โลโก้ Porsche บนหมอนรองศีรษะ, Adaptive Sports Seats 18-Way, Adaptive Cruise Control, กล้อง 360 องศา, กรอบกระจกมองข้างโครเมียมสีเงิน Porsche 911 Carrera 4S ภายนอก: สีขาว Carrara White, ล้ออัลลอยลายมาตรฐาน Carrera S อุปกรณ์พิเศษ: Sports exhausts (ท่อไอเสียออกข้างละ 1 ท่อใหญ่ สีดำ), พวงมาลัย GT พร้อมระบบ Heater, หลังคากระจกเลื่อนเปิด/ปิดได้, โลโก้ Porsche บนหมอนรองศีรษะ, Adaptive Sports Seats 18-Way, Adaptive Cruise Control, กล้อง 360 องศา สิ่งที่น่าสังเกตคือ Porsche ได้ยกเลิกระบบตัวถังปกติและ Wide body สำหรับรุ่น Carrera ออกไป รถทุกรุ่นไม่ว่าจะเป็นขับหลังหรือขับสี่ จะมาพร้อมตัวถัง Wide-body เหมือนกันหมด ทำให้ 992 Carrera S ที่เคยมีตัวถังแคบกว่า จะมีความกว้างเท่ากับ 4S อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน มิติภายนอกและน้ำหนัก: Porsche 911 ใหม่ มีขนาดตัวถังยาว 4,519 มม. กว้าง 1,852 มม. สูง 1,300 มม. ระยะฐานล้อ 2,450 มม. ความกว้าง Track หน้า/หลัง 1,589 / 1,557 มม. โดยรุ่น Carrera S และ 4S มีความกว้างเท่ากันที่ 1,852 มม. หากเลือกช่วงล่าง PASM-Sport ความสูงจะลดลงเหลือ 1,291 มม. ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานอากาศ (Cd) อยู่ที่ 0.30-0.31
เมื่อเทียบกับ 991 Carrera รุ่นก่อน ตัวถังใหม่ยาวขึ้น 20 มม. กว้างขึ้น 44 มม. สูงขึ้น 2 มม. และความยาวฐานล้อเท่าเดิม ระยะ Track หน้ากว้างขึ้น 45 มม. และหลังกว้างขึ้น 44 มม. แม้จะมีการใช้อะลูมิเนียมมากขึ้นเพื่อลดน้ำหนัก แต่ 992 Carrera S มีน้ำหนัก 1,515 กก. (DIN) และ 992 Carrera 4S หนัก 1,565 กก. (DIN) ซึ่งหนักขึ้นกว่ารุ่น 991 ราว 50-55 กก. ถังน้ำมันรุ่น S จุ 64 ลิตร และรุ่น 4S จุ 67 ลิตร (มีออปชั่นถัง 90 ลิตรให้เลือก) ล้อและยาง: มีการเปลี่ยนแปลงขนาดล้ออัลลอยหน้า/หลังให้ใหญ่ขึ้น โดยล้อหลังโตกว่าล้อหน้า 1 นิ้ว แต่ความกว้างยางเท่าเดิม คู่หน้าใช้ล้อขนาด 20 x 8.5 นิ้ว ยาง 245/35ZR20 ส่วนคู่หลังใช้ล้อขนาด 21 x 11.5 นิ้ว ยาง 305/30ZR21 การออกแบบภายนอก: หากมองเผินๆ 992 อาจดูคล้าย 991 แต่เมื่อสังเกตดีๆ ส่วนหน้าดูคมคายขึ้น คล้ายผู้หญิงที่กันคิ้วและแต่งหน้าเข้มขึ้น จมูกที่ดูแหลมและเรียว ทำให้รถดูเพรียวขึ้น แม้สัดส่วนเกือบจะเท่าเดิม ส่วนที่ประทับใจที่สุดคือไฟท้าย ที่ให้ความรู้สึกทันสมัยด้วยเส้นแสงยาวตลอดแนวนอน ภายในห้องโดยสาร: โลกที่เชื่อมต่อระหว่างอดีตและอนาคต การเข้า-ออกรถ 992 ไม่ได้แตกต่างจาก 991 มากนัก หากเทียบกับรถทั่วไป 911 อาจต้องใช้แรงยันตัวเล็กน้อยในการลุกออกจากรถ แต่ถ้าเทียบกับรถสปอร์ตคันอื่น ถือว่าทำได้ดี และสะดวกสบายกว่ารถซูเปอร์คาร์หลายรุ่น เบาะนั่งมาตรฐานไทยเป็น Sport seats ปรับไฟฟ้า 14 ทิศทาง แต่รถทดสอบมาพร้อม Adaptive Sports Seats 18-Way พร้อมปีกประคองไหล่ขนาดเล็ก และระบบความจำ เบาะนั่งถูกออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยยังคงความสบายในการนั่งกึ่งสปอร์ต ไม่ใช่เบาะแข่งที่แข็งจนเกินไป พื้นที่ภายในกว้างขวางพอสมควร แขนขวาอาจจะสัมผัสกับแผงประตูเล็กน้อย แต่ไม่ถึงกับอึดอัด คอนโซลกลางสูงเช่นเดิม แต่มีการออกแบบให้เข่ามีพื้นที่พอสมควร ตำแหน่งแป้นเหยียบคันเร่งอยู่ค่อนไปทางกลางรถมาก การวางเท้าขวาจะรู้สึกฝืนธรรมชาติเล็กน้อยในตอนแรก แต่เมื่อหาท่านั่งที่เหมาะสมได้ จะพบว่าระยะห่างของแป้นต่างๆ อยู่ในระยะที่กำลังดี ทำให้การขับแบบ Heel-and-toe หรือการใช้เบรกเท้าซ้ายทำได้คล่องแคล่ว พื้นที่เบาะหลังคงไม่ต้องกล่าวถึง เหมาะสำหรับเด็กเล็ก หรือใช้เป็นที่เก็บสัมภาระชั่วคราว การจัดวางภายใน: การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนที่สุดคือภายในห้องโดยสาร แดชบอร์ดมาพร้อมเส้นแนวนอนเส้นเดียว ถอดแบบมาจาก 911 รุ่นคลาสสิก ช่องแอร์กลางถูกย้ายลงมา ใต้จอหลักที่ถูกยกสูงขึ้นมาในระดับสายตา สวิตช์ต่างๆ เช่น ไฟฉุกเฉิน ระบบท่อไอเสีย ช่วงล่าง และระบบขับขี่ ถูกย้ายมารวมกลุ่มใต้จอกลาง ทำให้เห็นและใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยรวมแล้ว บรรยากาศดูทันสมัยขึ้น การผสมผสานเทคโนโลยีศตวรรษที่ 21 กับเส้นสายแบบยุค 70s ทำได้อย่างลงตัว คอนโซลกลางและระบบ Infotainment: จอสัมผัสกลางขนาด 10.9 นิ้ว PCM (Porsche Communication Management) ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ได้เกือบทั้งหมด รวมถึงการปรับทิศทางลมแอร์ การตั้งค่าโหมดขับขี่ (NORMAL, SPORT, SPORT PLUS) และระบบความปลอดภัยต่างๆ สวิตช์ “ปุ่มด่วน” สำหรับปรับพัดลมแอร์/อุณหภูมิ ยังคงมีให้กดใช้งานได้สะดวก แต่การปรับรายละเอียดเชิงลึกยังคงต้องผ่านหน้าจอ คันเกียร์เป็นแบบไฟฟ้า มีปุ่ม P-Park แยกออกมา และปุ่ม M สำหรับเข้าสู่โหมด Manual เบรกมือย้ายมาอยู่ด้านหลัง และอาจต้องใช้สายตาเพ่งเล็กน้อยเพื่อหา ระบบ Auto Brake Hold ทำงานโดยการกดแป้นเบรกลึกๆ สองครั้ง เมื่อรถหยุดนิ่ง จะมีสัญญาณสีเขียวปรากฏบนหน้าปัด MID พวงมาลัยและมาตรวัด: พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ควบคุมระบบเครื่องเสียง ระบบสั่งการด้วยเสียง และฟังก์ชันต่างๆ บนจอ MID ก้านควบคุม Cruise Control อยู่ด้านหลังซ้ายของพวงมาลัย ส่วนสวิตช์เลือก Drive Mode (สำหรับรถที่มี Sport Chrono Pack) อยู่ที่ก้านด้านล่างเยื้องขวา แผงหน้าปัดใหม่ทั้งหมด มาตรวัดรอบแบบเข็มอยู่ตรงกลาง โดยมีจอ TFT ขนาบข้างซ้าย-ขวา จอซ้ายแสดงนาฬิกาและมาตรวัดความเร็วแบบเข็ม ส่วนจอขวาเป็น Multi-Information Display ที่ปรับแสดงผลได้หลากหลาย รวมถึงแผนที่นำทาง หรือภาพ Night Vision (หากสั่งออปชั่น) รายละเอียดทางวิศวกรรม: หัวใจที่แข็งแกร่งขึ้นและเฉลียวฉลาดกว่าเดิม เครื่องยนต์: เครื่องยนต์รหัส 9A2 EVO ขนาด 3.0 ลิตร 6 สูบนอน Boxer DOHC 24 วาล์ว จ่ายน้ำมัน Direct Fuel Injection (DFI) พร้อมระบบ VarioCam Plus อัดอากาศด้วยเทอร์โบชาร์จเจอร์คู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 450 แรงม้า (PS) ที่ 6,500 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 530 นิวตันเมตร ที่ 2,300-5,000 รอบ/นาที เพิ่มขึ้นจากรุ่นก่อน 30 แรงม้า และ 30 นิวตันเมตร อินเตอร์คูลเลอร์ถูกย้ายตำแหน่งไปอยู่ด้านหลังเครื่องยนต์ เพื่อลดความยาวท่ออินเตอร์คูลเลอร์และรับอากาศได้ดีขึ้น แท่นเครื่องยนต์ถูกย้ายไปด้านหน้า 6.6 นิ้ว เพื่อเสริมความแข็งแรง เทอร์โบชาร์จเจอร์มีขนาดโข่งไอดี/ไอเสียใหญ่ขึ้น พร้อมระบบควบคุมเวสต์เกตแบบไฟฟ้า (ในรุ่นก่อนเป็นกลไก) เทอร์โบทั้งสองลูกหมุนสวนทางกัน (Symmetrical Turbocharger) เพื่อให้ท่อร่วมไอเสียทั้งสองฝั่งมีดีไซน์เหมือนกัน ระบบ VarioCam Plus สามารถปรับองศาแคมชาฟท์และระยะยกวาล์วได้ละเอียดขึ้น เพื่อประสิทธิภาพการเผาไหม้ที่ดีขึ้นในรอบต่ำ ระบบส่งกำลัง: เกียร์อัตโนมัติคลัตช์คู่ PDK 8 จังหวะลูกใหม่นี้ มีขนาดใหญ่ขึ้น และออกแบบมาเพื่อรองรับ “911 Plug-in” ในอนาคต แม้จะใช้พื้นฐานเดียวกับเกียร์ใน Panamera แต่อัตราทดเกียร์แต่ละช่วงแตกต่างกัน รองรับแรงบิดได้สูงสุด 800 นิวตันเมตร ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ (Carrera 4S):
ระบบ Active All-Wheel Drive (PTM – Porsche Traction Management) ส่งกำลังหน้า/หลัง 32:68 เป็นค่าปกติ แต่สามารถปรับเปลี่ยนได้ด้วยชุดคลัตช์ Multi-plate ด้านหน้า มีระบบระบายความร้อนสำหรับเฟืองและคลัตช์ เพื่อรองรับการใช้งานหนัก และปรับปรุงตรรกะการทำงานให้เสถียรบนถนนเปียกหรือหิมะ โหมดการขับขี่: นอกจากโหมดปกติ Sport และ Sport Plus แล้ว 992 ยังเพิ่ม Wet Mode ซึ่งใช้เซ็นเซอร์ตรวจจับเสียงน้ำที่สาดกระเซ็นในซุ้มล้อ เพื่อประเมินความเสี่ยงบนถนนเปียก เมื่อเปิดใช้งาน Wet Mode ระบบจะปรับลักษณะการสร้างแรงบิดเครื่องยนต์ การทำงานของเกียร์ ระบบควบคุมการทรงตัว และการส่งกำลังไปยังล้อหน้าให้มากขึ้น เพื่อความปลอดภัยสูงสุด โครงสร้างตัวถังและช่วงล่าง: มีการลดการใช้เหล็กในโครงสร้างลงอย่างมาก และเพิ่มการใช้อะลูมิเนียม ทำให้โครงสร้างหลักเบาลง แต่เมื่อรวมกับส่วนประกอบอื่นๆ น้ำหนักตัวถังโดยรวมจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ความแข็งแรงทนทานต่อแรงบิด (Rigidity) เพิ่มขึ้น 5% ช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-link ยังคงรูปแบบเดิม แต่สปริงแข็งขึ้น 15% (หน้า) และ 14% (หลัง) สำหรับสเป็คมาตรฐาน หรือหากเลือกช่วงล่าง Sport สปริงจะแข็งขึ้นอีก 18% (หน้า) และ 28% (หลัง) โช้คอัพ PASM: โช้คอัพไฟฟ้า PASM (Porsche Active Suspension Management) รุ่นใหม่ สามารถปรับความหนืดได้ทันที ไม่ว่าช่วงล่างจะยุบหรือยืดตัว ทำให้การซับแรงสะเทือนและเสถียรภาพการทรงตัวดีขึ้นอย่างก้าวกระโดด ระบบเบรก: เปลี่ยนมาใช้ระบบเสริมแรงด้วยมอเตอร์สร้างแรงดันไฟฟ้าแทนหม้อลม เพื่อรองรับการใช้งานกับขุมพลังไฮบริด/EV ในอนาคต จานเบรกหน้า 350 มม. คาลิเปอร์ 6 Pot ด้านหลังจานเบรก 350 มม. คาลิเปอร์ 4 Pot (มีออปชั่นเบรก Carbon Ceramic PCCB) ระบบบังคับเลี้ยว: พวงมาลัยแบบ Rack and Pinion พร้อมระบบเพาเวอร์ผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า และอัตราทดแปรผัน (Variable Steering Ratio) ให้การตอบสนองที่ไวขึ้นประมาณ 10% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อน (มีออปชั่นระบบเลี้ยว 4 ล้อ) สปอยเลอร์หลัง: ออกแบบใหม่ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น รับลมได้มากขึ้น สร้างแรงกดได้มากกว่าเดิม 45% และปรับยกตัวได้ 3 ระดับ ทำหน้าที่เป็นเบรกอากาศเมื่อมีการเบรกจากความเร็วสูง การทดลองขับ: สัญชาตญาณสปอร์ตที่สุกงอม การขับทดสอบ 911 Carrera S และ 4S บนเส้นทางที่หลากหลายของนิวซีแลนด์ เผยให้เห็นถึงพัฒนาการที่น่าประทับใจ Porsche 911 Carrera S: ในโหมด Normal ตัวรถให้ความรู้สึกนุ่มนวลเกินคาด แม้จะใช้สปริงที่แข็งขึ้น แต่การซับแรงสะเทือนทำได้ดีเยี่ยม ขับขี่บนถนนขรุขระได้อย่างสบาย คล้ายรถยนต์นั่งขนาดใหญ่ เมื่อเปลี่ยนเป็นโหมด Sport และ Sport Plus ความรู้สึกจะเปลี่ยนไป ช่วงล่างจะแน่นขึ้น การตอบสนองของเครื่องยนต์และเกียร์จะเฉียบคมขึ้นอย่างชัดเจน เครื่องยนต์ 450 แรงม้า ให้กำลังสำรองในการเร่งแซงที่ดีเยี่ยม การทำงานของเกียร์ PDK 8 จังหวะ รวดเร็วและแม่นยำ การเปลี่ยนเกียร์ลงต่ำทำได้ง่ายดาย การเร่ง 80-120 กม./ชม. ทำได้ในราว 3 วินาที ซึ่งเร็วมาก ช่วงล่างที่ปรับจูนมาอย่างยอดเยี่ยม สามารถควบคุมอาการของตัวรถได้ดีเยี่ยม แม้ในการขับขี่ที่รุนแรง การเปลี่ยนทิศทางทำได้อย่างแม่นยำ และให้ความรู้สึกมั่นคง พวงมาลัยมีน้ำหนักกำลังดี การตอบสนองไวและแม่นยำ ให้ความรู้สึกถึงการเชื่อมต่อกับถนนได้เป็นอย่างดี ในโค้ง แค่กดคันเร่งเบาๆ ท้ายของ Carrera S จะมีอาการดิ้นดุ๊กดิ๊กเล็กน้อย เป็นธรรมชาติของรถขับหลังที่ให้ความรู้สึกถึงการสื่อสารกับคนขับ หากกดคันเร่งลึกขึ้น จะมีอาการสไลด์เล็กน้อยที่ควบคุมได้ Porsche 911 Carrera 4S: ความแตกต่างที่ชัดเจนที่สุดระหว่าง S และ 4S อยู่ที่การเข้าโค้ง ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Carrera 4S จะดึงหน้ารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและแน่วแน่ ให้ความรู้สึกถึงการยึดเกาะที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด การกดคันเร่งลึกขณะอยู่กลางโค้ง จะถูกถ่ายกำลังไปยังล้อหน้าทันที ดึงรถออกจากโค้งด้วยความเร็วและมั่นคง น้ำหนักพวงมาลัยจะรู้สึกมากกว่าเล็กน้อยเมื่อเข้าโค้ง เนื่องจากแรงขับเคลื่อนที่ส่งไปยังล้อหน้า แต่ก็ไม่ได้ลดทอนอรรถรสในการขับขี่ สรุป: Porsche 911 Carrera (992) คือยนตรกรรมที่สุกงอมด้วยประสบการณ์และความเฉลียวฉลาด “ยิ่งอายุมากขึ้น ยิ่งมีวุฒิภาวะ” สะท้อนได้เป็นอย่างดีในรถคันนี้ เครื่องยนต์: แรงขึ้น ขับสนุกขึ้น ด้วยอัตราทดเกียร์ที่จัดจ้านขึ้น ทำให้แม้จะมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็รู้สึกได้ถึงสมรรถนะที่เหนือกว่า ช่วงล่าง: เป็นจุดที่น่าชื่นชมอย่างยิ่ง สามารถมอบความนุ่มสบายในยามขับขี่ปกติ และมอบเสถียรภาพการทรงตัวที่ยอดเยี่ยมในยามขับขี่แบบสปอร์ต การออกแบบภายใน: ยกระดับความทันสมัย แต่ยังคงรักษาความง่ายในการใช้งาน ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีและปุ่มควบคุมแบบดั้งเดิม มีเพียงจุดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจต้องปรับปรุง เช่น การตอบสนองของแป้นเบรกในช่วงแรกที่อาจรู้สึกนุ่มนวลเหมือนรถไฮบริด และการใช้งานคันเกียร์ไฟฟ้าที่อาจไม่ไวเท่าคันเกียร์แบบเดิม ราคาขายของ 992 Carrera S เริ่มต้นที่ 12,458,000 บาท และ 4S ที่ 13,258,000 บาท ซึ่งถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับสิ่งที่ได้รับ ไม่ว่าคุณจะเลือกรุ่น Carrera S เพื่อสัมผัสการขับเคลื่อนล้อหลังที่ให้ความรู้สึกดุ๊กดิ๊ก หรือ Carrera 4S เพื่อการยึดเกาะและความมั่นใจสูงสุด 911 (992) คือนิยามใหม่ของ “ตำนานบทสุกงอม” ที่พร้อมจะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าในทุกมิติ
หากคุณกำลังมองหารถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบที่สุด Porsche 911 Carrera (992) คือคำตอบที่คุณตามหา สัมผัสประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์ และยกระดับการขับขี่ของคุณไปสู่อีกขั้น ด้วยยนตรกรรมที่ผสมผสานทั้งพละกำลัง ความสง่างาม และวุฒิภาวะแห่งประสบการณ์.
Previous Post

[ครบชุด] T1202109 นรกในบ าน! Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1202108 การหย าไม ได นส ดทางร Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T1202108 การหย าไม ได นส ดทางร Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.