Porsche 718 Cayman: มรดกแห่งสมรรถนะกลางลำ สู่ยุคขับเคลื่อนแห่งอนาคต
ในโลกของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง น้อยนักที่จะมีแบรนด์ใดสามารถรักษามรดกทางวิศวกรรมอันเป็นเอกลักษณ์และดึงดูดใจนักขับได้ยาวนานเท่า Porsch
e ชื่อของ “Cayman” หรือที่รู้จักในรหัส 718 นั้น ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถสปอร์ตคูเป้สองที่นั่ง หากแต่คือสัญลักษณ์ของความสมดุลขั้นสุดยอด การควบคุมที่เฉียบคม และประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้รักรถยนต์ตัวจริงต่างใฝ่หา การดูแลรักษา Porsche Cayman อย่างถูกต้อง โดยเฉพาะการรักษาสภาพแบตเตอรี่ด้วยอุปกรณ์คุณภาพสูงอย่างเครื่องชาร์จ CTEK ถือเป็นสิ่งจำเป็นยิ่ง เพื่อให้ทุกการเดินทางเริ่มต้นอย่างสมบูรณ์แบบ
บทความนี้ จะพาคุณดำดิ่งสู่โลกของ Porsche 718 Cayman ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน สำรวจวิวัฒนาการที่น่าทึ่ง เจาะลึกแต่ละรุ่นย่อย และมองอนาคตของสปอร์ตไอคอนคันนี้ในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง
Porsche Cayman: จิตวิญญาณแห่งการวางเครื่องยนต์กลางลำ (Mid-Engine)
Porsche Cayman ถือกำเนิดขึ้นในปี 2005 โดยมีเป้าหมายที่ชัดเจน คือการเติมเต็มช่องว่างระหว่าง Boxster ที่เน้นความเปิดโล่ง และ 911 ตำนานแห่งรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางท้าย การวางเครื่องยนต์ไว้ตรงกลางลำรถ (Mid-Engine) ไม่เพียงแต่สร้างจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำเตี้ยและสมดุลที่สุด แต่ยังส่งผลโดยตรงต่อพลวัตการขับขี่อย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
ผลลัพธ์คือรถสปอร์ตที่มีความนิ่งสงบอย่างน่าประหลาดใจเมื่อขับด้วยความเร็วสูง ควบคุมได้ง่ายดายแม้ในโค้งที่หักศอก และให้ความรู้สึก “เป็นหนึ่งเดียว” กับตัวรถในทุกจังหวะสัมผัส นี่คือสิ่งที่ทำให้ Porsche Cayman แตกต่างและเป็นที่รัก
อีกหนึ่งความอัจฉริยะของการออกแบบเครื่องยนต์กลางลำ คือ การแบ่งพื้นที่เก็บสัมภาระออกเป็นสองส่วน ด้านหน้ามีความจุ 150 ลิตร เพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด Cabin Size ส่วนด้านหลังมีความจุ 275 ลิตร สามารถบรรจุถุงกอล์ฟหรือสัมภาระสำหรับการเดินทางไกลได้อย่างสบาย นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ Cayman เป็นรถสปอร์ตเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การไปซูเปอร์มาร์เก็ต ไปจนถึงการออกทริปสุดสัปดาห์
ภายในห้องโดยสารมอบประสบการณ์แบบ “Cockpit” ที่โอบล้อมผู้ขับขี่อย่างแท้จริง ตำแหน่งการนั่งที่ต่ำใกล้ชิดกับพื้นถนน ช่วยให้ผู้ขับขี่รับรู้ถึงการทำงานของรถได้อย่างเฉียบคม คอนโซลกลางที่ออกแบบให้มีความลาดเอียงแบบ “Rising Console” ช่วยลดระยะห่างระหว่างพวงมาลัยและคันเกียร์ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์เป็นไปอย่างรวดเร็วและเป็นธรรมชาติ โดยไม่ต้องละสายตาจากเส้นทาง
ความแตกต่างนี้สำคัญอย่างยิ่งเมื่อเทียบกับรุ่นพี่อย่าง Porsche 911 ที่ใช้เครื่องยนต์วางท้าย (Rear-Engine) ซึ่งเน้นการถ่ายทอดกำลังลงสู่ล้อหลังอย่างดุดัน มอบอัตราเร่งที่พุ่งทะยาน แต่ก็ต้องการทักษะการขับขี่ที่สูงกว่า Porsche Cayman จึงถูกสร้างมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่สนุกสนาน คล่องแคล่ว และเข้าถึงได้ง่ายกว่าสำหรับนักขับทุกคน
วิวัฒนาการแห่ง Porsche Cayman: จาก 987 สู่ 718
Porsche Cayman มีการพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง สะท้อนถึงการปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของตลาดโลก จากรหัสตัวถัง 987 ที่เน้นความดิบและดิบจริง สู่ความเฉียบคมสง่างามในรหัส 981 และก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีเทอร์โบที่ก้าวล้ำในรหัส 718 การเปลี่ยนแปลงในแต่ละยุคสมัย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรับโฉม แต่คือการยกระดับประสบการณ์การขับขี่อย่างแท้จริง
Gen 1: Cayman 987 (2005-2012) – จุดเริ่มต้นแห่งจิตวิญญาณสปอร์ต
Porsche Cayman 987 คือการถือกำเนิดอย่างเป็นทางการของสปอร์ตคูเป้เครื่องยนต์กลางลำจาก Porsche โดยมีพื้นฐานมาจาก Boxster แต่ได้รับการเสริมความแข็งแกร่งและความสวยงามด้วยหลังคาแข็ง (Hardtop) การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่รูปลักษณ์ แต่ยังเพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่โครงสร้างตัวถัง ลดการบิดตัว และส่งผลให้การควบคุมแม่นยำยิ่งขึ้น
เอกลักษณ์ที่โดดเด่นที่สุดของรุ่น 987 คือ “Mechanical Feel” หรือความรู้สึกดิบๆ แบบรถสปอร์ตยุคคลาสสิก การใช้พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิกที่มอบการตอบสนองที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงพื้นผิวถนนอย่างชัดเจน ผสานกับเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) อันไพเราะเสนาะหู รุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้โลกประจักษ์ว่า Porsche Cayman ไม่ได้เป็นเพียง “รุ่นน้อง” ของ 911 แต่คือรถสปอร์ตที่มีบุคลิกและเสน่ห์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง
Gen 2: Cayman 981 (2013-2016) – การยกระดับสู่ความสมบูรณ์แบบ
Porsche Cayman 981 ถือเป็นการก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ทั้งในด้านการออกแบบที่ทันสมัย และสมรรถนะที่เหนือชั้น การออกแบบใหม่ทั้งหมดทำให้ตัวรถมีมิติที่กว้างขึ้น ฐานล้อที่ยาวขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักเบาลงอย่างน่าทึ่งด้วยการนำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ขั้นสูงมาใช้ รูปทรงภายนอกเปลี่ยนจากความโค้งมนมาเป็นเส้นสายที่คมเข้ม ดุดัน และแฝงไว้ด้วยความสง่างามแบบรถสปอร์ตยุคใหม่ ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับความหรูหราให้ทัดเทียมกับรุ่นพี่อย่าง Porsche Panamera
สิ่งที่ทำให้ Porsche 718 Cayman 981 กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมและนักขับที่ชื่นชอบความบริสุทธิ์ คือการเป็นยุคสุดท้ายที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอนแบบไร้ระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated – N/A) ในรุ่นปกติ เครื่องยนต์เหล่านี้มอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลต่อเนื่อง เสียงคำรามที่เร้าใจ และการตอบสนองที่ฉับไว ซึ่งเป็นเสน่ห์ที่หาได้ยากยิ่งในรถยนต์ยุคปัจจุบัน
Gen 3: Cayman 718 (2017-ปัจจุบัน) – การก้าวสู่ยุคเทอร์โบและความยั่งยืน
Porsche 718 Cayman ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของรุ่นนี้ โดย Porsche ได้นำรหัสตำนาน “718” กลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับการเปลี่ยนหัวใจหลักสู่เครื่องยนต์ 4 สูบเทอร์โบ (ยกเว้นรุ่น GTS 4.0 และ GT4 RS ที่ยังคงเอกลักษณ์เครื่องยนต์ 6 สูบ N/A ไว้) การเปลี่ยนแปลงนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อตอบสนองต่อกฎระเบียบด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมัน
แม้จะเปลี่ยนมาใช้ระบบอัดอากาศ แต่พละกำลังแรงบิดมหาศาลที่มีให้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้ Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน สามารถพุ่งทะยานออกตัวได้อย่างรวดเร็วกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน ช่วงล่างและระบบพวงมาลัยได้รับการปรับจูนให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีการขับขี่และระบบการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ทำให้ 718 Cayman เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ดุดัน แต่ยังคงความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดังนั้น หากจะสรุปว่า Porsche Cayman มีกี่รุ่นหลักๆ จะสามารถแบ่งได้เป็น 3 เจเนอเรชันใหญ่ๆ คือ 987, 981 และ 718 โดยแต่ละรุ่นย่อยก็มีคาแรคเตอร์และสมรรถนะที่แตกต่างกันไป
เจาะลึก Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน: ทางเลือกสำหรับทุกไลฟ์สไตล์
ปัจจุบัน Porsche 718 Cayman นำเสนอทางเลือกที่หลากหลายเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ตั้งแต่รถสปอร์ตที่พร้อมมอบความสนุกสนานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อการแข่งขันในสนามแข่ง
718 Cayman (รุ่นพื้นฐาน): จุดเริ่มต้นของประสบการณ์ Porsche Cayman มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 300 แรงม้า อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 5.1 วินาที เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะและฟีลลิ่งการขับขี่แบบ Porsche ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
718 Cayman Style Edition: รุ่นพิเศษที่เน้นการเพิ่มความโดดเด่นทางด้านรูปลักษณ์ ด้วยชุดแต่งดีไซน์เฉพาะตัว ล้อแม็กขนาด 20 นิ้ว และการตกแต่งภายในที่หรูหราขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพทางดีไซน์ ต้องการสะท้อนไลฟ์สไตล์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
718 Cayman S: อัปเกรดจากรุ่นพื้นฐานด้วยเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า มอบอัตราเร่งที่จัดจ้านและการตอบสนองที่ฉับไวกว่าเดิม เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการความแรงและประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น
718 Cayman GTS 4.0: รุ่นที่หลายคนยกให้เป็น “ที่สุด” ของความสมดุล ด้วยการกลับมาของเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ให้กำลัง 400 แรงม้า มอบเสียงเครื่องยนต์ที่ดุดัน การตอบสนองคันเร่งที่แม่นยำ และสมดุลที่ลงตัวระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันกับอารมณ์สปอร์ตแบบดั้งเดิม
718 Cayman GT4 RS: รุ่นเรือธงที่ทรงพลังที่สุด และเป็นที่สุดแห่งสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ที่ยกมาจาก Porsche 911 GT3 ให้กำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า โครงสร้างตัวถังน้ำหนักเบาพิเศษด้วยการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ผสานกับชุดแต่ง Aerodynamics เต็มระบบ เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในสนามแข่ง รุ่นนี้คือสุดยอดปรารถนาของ “Hardcore User” ที่ต้องการขีดสุดของเทคโนโลยีและสมรรถนะจากสนามแข่งสู่ท้องถนน
Porsche 718 Cayman: ราคาและมูลค่าในตลาด
Porsche 718 Cayman ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Porsche ราคาจึงเป็นปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจซื้อ Porsche 718 Cayman ราคาในประเทศไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ออปชัน และปีที่ผลิต โดยสามารถแบ่งช่วงราคาคร่าวๆ ได้ดังนี้:
Porsche 718 Cayman ราคารถใหม่จากโชว์รูม:
718 Cayman: เริ่มต้นประมาณ 6,190,000 บาท
718 Cayman Style Edition: เริ่มต้นประมาณ 6,790,000 บาท
718 Cayman GTS 4.0: เริ่มต้นประมาณ 9,790,000 บาท
718 Cayman GT4 RS: เริ่มต้นประมาณ 16,990,000 บาท
Porsche 718 Cayman ราคามือสองในตลาด:
718 Cayman: ประมาณ 3.5 – 4.2 ล้านบาท
718 Cayman Style Edition: ประมาณ 6.9 – 7.1 ล้านบาท
718 Cayman GTS 4.0: ประมาณ 8 – 10 ล้านบาท
718 Cayman GT4 RS: ประมาณ 13.6 – 15.9 ล้านบาท
หมายเหตุ: ราคาดังกล่าวเป็นเพียงประมาณการ ราคาจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
Porsche Cayman สู่ยุค Electric Vehicle (EV): อนาคตที่ไร้การปล่อยมลพิษ
อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกกำลังก้าวเข้าสู่ยุคแห่งพลังงานสะอาด Porsche เองก็ประกาศอย่างชัดเจนถึงเป้าหมายในการมุ่งสู่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า 100% ในอนาคตอันใกล้ โดย Porsche ได้ยืนยันว่าจะยุติการผลิต Porsche Cayman ในรุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแทนที่ด้วยเวอร์ชันไฟฟ้า (Electric Cayman) อย่างแน่นอน สิ่งที่น่าจับตาคือ Porsche ให้คำมั่นว่าแม้จะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน แต่ DNA ความเป็นรถสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งความเฉียบคมในการควบคุมและสมรรถนะที่เร้าใจ จะยังคงอยู่ครบถ้วน เพื่อสานต่อตำนานความสำเร็จในรูปแบบ Zero-Emission
ดูแล Porsche Cayman ด้วย CTEK: กุญแจสำคัญสู่ความสมบูรณ์แบบ
Porsche 718 Cayman เป็นรถที่เต็มไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ซึ่งโดยปกติแล้ว ระบบเหล่านี้จะมีการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปหล่อเลี้ยงเซ็นเซอร์ต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แม้ในขณะที่จอดดับเครื่องยนต์ การจอดรถทิ้งไว้นานๆ จึงอาจส่งผลให้แบตเตอรี่เสื่อมสภาพหรือหมดไฟได้เร็วกว่ารถยนต์ทั่วไป
เพื่อยืดอายุการใช้งานแบตเตอรี่ และรักษาระบบไฟฟ้าของรถให้มีเสถียรภาพอยู่เสมอ การใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ขับขี่เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เครื่องชาร์จ CTEK ไม่เพียงแต่ช่วยถนอมแบตเตอรี่ แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาระบบไฟฟ้าขัดข้องอันเนื่องมาจากไฟตก ทำให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ท Porsche Cayman คันโปรดของคุณจะพร้อมตอบสนองอย่างเต็มสมรรถนะ
CTEK เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลก ให้ผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถยนต์แบรนด์หรูมากมาย เช่น Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Mini, Audi, Jaguar, Lexus, Koenigsegg, Chrysler, Jeep และอีกมากมาย
สำหรับเจ้าของ Porsche Cayman เราขอแนะนำ เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK CS ONE (Gen 2) WiFi ซึ่งเป็นเครื่องชาร์จรุ่นใหม่ล่าสุดที่ “ฉลาดและใช้งานง่ายที่สุด” ได้รับการอัปเกรดจากรุ่น Gen 1 ที่มีเพียง Bluetooth ให้สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ได้ ทำให้คุณสามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านแอป CTEK ได้ “ทุกที่ทุกเวลา” แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้รถ
CS ONE มาพร้อมเทคโนโลยี APTO (Adaptive Charging) ที่เป็นระบบอัจฉริยะวิเคราะห์และจ่ายกระแสไฟที่เหมาะสมที่สุดให้โดยอัตโนมัติ โดยที่คุณไม่ต้องเลือกรุ่นแบตเตอรี่ หรือกดปุ่มใดๆ
ง่ายจนไม่ต้องกังวล: ไม่ต้องกลัวการคีบขั้วผิดพลาด เพราะหัวแคลมป์ได้รับการออกแบบให้ไม่มีขั้วบวก/ลบ (ไม่มีสีแดง/ดำแยก) สามารถคีบขั้วไหนก็ได้ ระบบจะจัดการให้เองอัตโนมัติ ป้องกันการช็อตหรือความเสียหาย
ฟีเจอร์ล้ำสมัย: เชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน CTEK เพื่อดูประวัติการชาร์จแบบเรียลไทม์ ตั้งค่าการแจ้งเตือนสถานะการชาร์จผ่านมือถือ และปลดล็อกโหมดพิเศษต่างๆ เช่น
RECOND: ฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ชนิดตะกั่ว-กรด
WAKE UP: ปลุกแบตเตอรี่ลิเธียมที่ BMS ตัดการทำงาน หรือแบตเตอรี่ที่ไฟหมดเกลี้ยง
SUPPLY: จ่ายไฟเลี้ยงรถขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือใช้ขณะจัดแสดงรถ
ADVANCED SETTINGS: ดูค่าโวลต์และแอมป์แบบละเอียด
ปลอดภัยสูงสุด: มีระบบป้องกันประกายไฟ และสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้ยาวนาน (Connect & Forget) สินค้ารับประกัน 5 ปี สามารถชาร์จได้ทั้งแบตเตอรี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (รองรับแบตเตอรี่ประเภท ตะกั่ว-กรด และลิเธียม)
ให้ CTEK เป็นผู้ช่วยดูแล Porsche Cayman คันโปรดของคุณ เพื่อให้รถสปอร์ตอันทรงคุณค่าของคุณพร้อมอยู่เสมอสำหรับการขับขี่อันน่าตื่นเต้นในทุกเส้นทาง
Porsche 911 Turbo S (992): ขุมพลังระดับ Supercar Killer
ในอีกมิติหนึ่งของสุดยอดรถสปอร์ตจาก Porsche เราไม่อาจมองข้าม Porsche 911 Turbo S (992) ที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Supercar Killer” ด้วยขุมพลัง Boxer 6 สูบ 3.8 ลิตร เทอร์โบคู่ ที่รีดแรงม้าได้ถึง 650 ตัว และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.7 วินาที
911 Turbo S (992) ถูกออกแบบมาให้แตกต่างจาก 911 รุ่นปกติอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชุดกันชนหน้าที่ดุดัน ช่องดักลมด้านข้างอันเป็นเอกลักษณ์ และสปอยเลอร์หลังที่ช่วยสร้างแรงกดอากาศ (Downforce) ได้มากถึง 100 กก. ที่ความเร็ว 330 กม./ชม. ซึ่งมากกว่ารุ่นก่อนถึง 15%
เมื่อเทียบกับ 991.2 รุ่นก่อนหน้า 992 Turbo S มีความกว้างของแทร็กล้อหน้าเพิ่มขึ้น 45 มม. และแทร็กล้อหลัง 10 มม. พร้อมน้ำหนักที่เบาลง 50 กก. และช่วงล่างที่เตี้ยลง 10 มม. ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะการขับขี่และความรู้สึกบนท้องถนน
ภายในห้องโดยสาร 911 Turbo S (992) ประดับด้วยการเย็บเบาะเป็นลายพิเศษเพื่อเป็นการคารวะตำนานอย่าง 930 Turbo พวงมาลัย GT Sport และจอแสดงผลเฉพาะรุ่น เพิ่มความสปอร์ตสมกับเป็นเรือธงสูงสุดของตระกูล 911
ขุมพลังของ 911 Turbo S คือเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบนอน เทอร์โบคู่ ขนาด 3.8 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 650 แรงม้า ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 800 นิวตันเมตร ที่ 2,500-4,000 รอบต่อนาที จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ และมาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อเป็นมาตรฐาน มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่จำกัดไว้ที่ 330 กม./ชม.
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูงที่ยากจะหาคู่แข่ง Porsche 911 Turbo S (992) คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ หากคุณสนใจ สามารถติดต่อได้ที่โชว์รูม Target Car Center ที่มีรถพร้อมส่งมอบทันที แบบไม่ต้องรอ
ถึงเวลาสัมผัสประสบการณ์ Porsche 718 Cayman อย่างแท้จริง
Porsche 718 Cayman ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถสปอร์ต แต่คือการหลอมรวมของวิศวกรรมขั้นสูง ประวัติศาสตร์อันยาวนาน และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะ ความแม่นยำ และดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นเจ้าของตำนานคันนี้
วันนี้ คือโอกาสที่ดีที่สุดที่จะเริ่มต้นการเดินทางครั้งใหม่กับ Porsche 718 Cayman ติดต่อตัวแทนจำหน่าย Porsche อย่างเป็นทางการ เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ทดลองขับ และค้นหารุ่นที่ใช่สำหรับคุณ หรือหากคุณต้องการดูแลรถสุดที่รักของคุณให้พร้อมอยู่เสมอ อย่าลืมพิจารณาเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK CS ONE เพื่อการดูแลแบตเตอรี่ที่สมบูรณ์แบบที่สุด