Porsche 718 Cayman: สุดยอดรถสปอร์ตเครื่องวางกลาง ที่ตอบโจทย์ทุกการขับขี่ (ฉบับอัปเดต 2025)
ในโลกของรถสปอร์ตสมรรถนะสูง น้อยนักที่จะมีชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือเท่ากับ Porsche และหนึ่งในรุ่นที่สร้างแ
รงสั่นสะเทือนและได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องคือ Porsche 718 Cayman รถสปอร์ตคูเป้ทรงสมดุลอันเป็นที่หมายปองของนักขับทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์การวางเครื่องยนต์กลางลำ (Mid-engine) ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น การดูแลรักษารถยนต์ Porsche 718 Cayman ให้คงสภาพสมบูรณ์อยู่เสมอจึงเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง โดยเฉพาะการเลือกใช้อุปกรณ์คุณภาพระดับโลกอย่างเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK ที่จะช่วยให้ทุกการเดินทางเริ่มต้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ
บทความนี้ ไม่เพียงแต่จะเจาะลึกถึงวิวัฒนาการอันยาวนานของ Porsche 718 Cayman แต่ยังพาคุณสำรวจรุ่นย่อยปัจจุบันที่หลากหลาย ประสิทธิภาพอันน่าทึ่ง ราคาที่น่าสนใจ ไปจนถึงอนาคตที่กำลังจะก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า 100% เตรียมพบกับข้อมูลเชิงลึกแบบที่คุณไม่เคยได้อ่านที่ไหนมาก่อน จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ
Porsche Cayman: อัตลักษณ์ ตำนาน และการกำเนิดแห่งสมดุล
Porsche Cayman ถือกำเนิดขึ้นครั้งแรกในปี 2005 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเติมเต็มช่องว่างระหว่างรุ่น Boxster และ 911 โดยวางตำแหน่งตนเองเป็นสปอร์ตคูเป้ 2 ที่นั่ง ที่เน้นสมดุลของตัวรถเป็นหลัก การวางเครื่องยนต์ไว้บริเวณกึ่งกลางลำรถ (Mid-engine) คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ Cayman มีการกระจายน้ำหนักที่สมบูรณ์แบบ ส่งผลให้รถมีเสถียรภาพสูง ควบคุมง่าย และเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำราวกับติดหนึบกับพื้นถนน
หนึ่งในข้อได้เปรียบที่โดดเด่นของรถเครื่องยนต์วางกลางคือการมีพื้นที่เก็บสัมภาระถึงสองจุด จุดแรกอยู่ด้านหน้า มีความจุ 150 ลิตร ซึ่งเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทางขนาด Cabin Size ส่วนอีกจุดอยู่ด้านหลัง ด้วยความจุ 275 ลิตร สามารถรองรับถุงกอล์ฟ หรือสัมภาระสำหรับการเดินทางไกลได้อย่างสบายๆ นี่คือคุณสมบัติที่ทำให้ Cayman เป็นรถสปอร์ตเพียงไม่กี่รุ่นในตลาดที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะขับไปซูเปอร์มาร์เก็ต หรือออกทริปผจญภัยในวันหยุดสุดสัปดาห์
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร คุณจะพบกับบรรยากาศแบบ Cockpit ที่โอบล้อมผู้ขับขี่ ตำแหน่งเบาะนั่งที่ถูกออกแบบให้อยู่ต่ำกว่าปกติ ช่วยให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงการเคลื่อนไหวของรถได้อย่างใกล้ชิด รับรู้ถึงการทำงานของช่วงล่างและยางได้อย่างแม่นยำ คอนโซลกลางที่ยกตัวสูงขึ้นในลักษณะ Rising Console ช่วยลดระยะห่างระหว่างพวงมาลัยและคันเกียร์ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้รวดเร็วและเป็นธรรมชาติ โดยแทบไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย
ความแตกต่างนี้ชัดเจนยิ่งขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นพี่ใหญ่อย่าง Porsche 911 ที่เลือกใช้การวางเครื่องยนต์ท้ายรถ (Rear-Engine) ซึ่งเน้นการรีดสมรรถนะสูงสุดด้วยการส่งกำลังลงล้อหลัง สร้างแรงฉุดที่พุ่งทะยานอย่างดุดัน แต่ก็ต้องการทักษะการขับขี่ที่สูงกว่า ในทางกลับกัน Porsche 718 Cayman ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน คล่องแคล่ว และเข้าถึงได้ง่ายสำหรับผู้ขับขี่ทุกระดับ
วิวัฒนาการของ Porsche 718 Cayman: จาก 987 สู่ 718
Porsche Cayman ไม่เคยหยุดนิ่งในการพัฒนา มันได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบสนองต่อยุคสมัยและความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของนักขับทั่วโลก ตั้งแต่รหัสตัวถังแรก 987 ที่เน้นความดิบและสุนทรีย์แห่งการขับขี่ สู่ความโฉบเฉี่ยวสง่างามในรหัส 981 และก้าวเข้าสู่ยุคแห่งเทคโนโลยีเทอร์โบอันทรงพลังในรหัส 718 การเปลี่ยนแปลงในแต่ละเจนเนอเรชันสะท้อนถึงการออกแบบที่แตกต่างอย่างชัดเจน และเป็นการยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น
Gen 1: Cayman 987 (2005-2012)
ปฐมบทแห่งตำนาน Porsche 718 Cayman เริ่มต้นขึ้นในช่วงปี 2005-2012 รุ่น 987 นี้คือการต่อยอดจาก Boxster ด้วยการเพิ่มหลังคาแข็งเข้าไป ซึ่งไม่ได้มีผลเพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างตัวถัง ลดการบิดตัว ส่งผลให้การควบคุมรถมีความเฉียบคมยิ่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
จุดเด่นที่ทำให้รุ่น 987 เป็นที่จดจำคือ “Mechanical Feel” หรือความรู้สึกดิบๆ แบบรถสปอร์ตยุคดั้งเดิม พวงมาลัยเพาเวอร์แบบไฮดรอลิกที่ให้การตอบสนองที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสถึงพื้นผิวถนนได้อย่างเต็มที่ ผสานกับเสียงเครื่องยนต์ 6 สูบนอนอันเป็นเอกลักษณ์ที่ไพเราะเสนาะหู รุ่นนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ แสดงให้เห็นว่า Cayman ไม่ใช่เพียงแค่ “รุ่นน้อง” ของ 911 แต่เป็นรถสปอร์ตที่มีบุคลิกเฉพาะตัวและน่าหลงใหลอย่างแท้จริง
Gen 2: Cayman 981 (2013-2016)
ก้าวกระโดดครั้งสำคัญทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะของ Porsche 718 Cayman มาถึงในยุค 981 (ปี 2013-2016) รุ่นนี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ตัวรถมีมิติที่กว้างขึ้น ฐานล้อยาวขึ้น แต่กลับมีน้ำหนักที่เบาลงอย่างน่าทึ่ง ด้วยการนำเทคโนโลยีวัสดุศาสตร์ขั้นสูงมาใช้ รูปทรงภายนอกเปลี่ยนจากเส้นสายที่ดูโค้งมน มาเป็นเส้นสายที่เฉียบคม ดุดัน และทันสมัยยิ่งขึ้น ภายในห้องโดยสารได้รับการยกระดับความหรูหราให้ทัดเทียมกับรุ่นพี่อย่าง Porsche Panamera
สิ่งที่ทำให้รุ่น 981 กลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์อย่างมาก คือการเป็นยุคสุดท้ายของเครื่องยนต์ 6 สูบนอนแบบไม่มีระบบอัดอากาศ (N/A) ในรุ่นปกติ ซึ่งมอบอัตราเร่งที่นุ่มนวลต่อเนื่อง และเสียงคำรามอันเร้าใจที่ยากจะหาได้ในรถยนต์ยุคใหม่ เป็นที่มาของคำว่า “Sportscar Pure” ที่หลายคนยกให้
Gen 3: Cayman 718 (2017-ปัจจุบัน)
การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Porsche Cayman เกิดขึ้นในปี 2017 เมื่อ Porsche ตัดสินใจนำรหัส “718” อันเป็นตำนานกลับมาใช้อีกครั้ง พร้อมกับการเปลี่ยนหัวใจใหม่เป็นเครื่องยนต์ 4 สูบนอน เทอร์โบ (ยกเว้นรุ่น GTS 4.0 และ GT4 RS ที่ยังคงใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน N/A) การเปลี่ยนแปลงนี้มีเป้าหมายหลักเพื่อตอบสนองต่อข้อกำหนดด้านมลพิษที่เข้มงวดขึ้น และเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประหยัดน้ำมัน
แม้จะเปลี่ยนมาใช้เครื่องยนต์เทอร์โบ แต่พละกำลังและแรงบิดมหาศาลที่มีให้ตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ ทำให้ Porsche 718 Cayman รุ่นใหม่ สามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็วและทรงพลังกว่าเดิมมาก ช่วงล่างและระบบพวงมาลัยได้รับการปรับจูนให้มีความแม่นยำยิ่งขึ้น ผสานกับเทคโนโลยีการขับขี่และระบบเชื่อมต่อสมัยใหม่ ทำให้ 718 กลายเป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุก ดุดัน และยังคงความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว
ดังนั้น หากจะสรุปว่า Porsche Cayman มีกี่รุ่นที่โดดเด่นและเป็นที่จดจำ หลัก ๆ แล้วจะแบ่งออกเป็น 3 เจนเนอเรชันใหญ่ๆ คือ 987, 981 และ 718 ซึ่งแต่ละรุ่นมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างกันไป
เจาะลึก Porsche 718 Cayman รุ่นปัจจุบัน: ตัวเลือกหลากหลายเพื่อทุกไลฟ์สไตล์
ปัจจุบัน Porsche 718 Cayman นำเสนอทางเลือกที่หลากหลาย ตอบโจทย์ทุกความต้องการและไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่ ตั้งแต่รถสปอร์ตที่ขับสนุกในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงรุ่นสมรรถนะสูงที่ออกแบบมาเพื่อนักขับที่จริงจังและหลงใหลในสนามแข่ง
718 Cayman (รุ่นพื้นฐาน)
เริ่มต้นเส้นทางสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบด้วยรุ่นพื้นฐานของตระกูล Cayman มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร เทอร์โบ ให้กำลัง 300 แรงม้า และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 5.1 วินาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสสมรรถนะและฟีลลิ่งการขับขี่สไตล์ Porsche เป็นครั้งแรก ในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายที่สุด
718 Cayman Style Edition
เติมความโดดเด่นและสะท้อนตัวตนด้วยรุ่นพิเศษ Style Edition ที่ได้รับการตกแต่งภายนอกและภายในให้มีความเฉพาะตัวมากขึ้น มาพร้อมล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษขนาด 20 นิ้ว และการตกแต่งภายในที่หรูหรายิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่ให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ ความสวยงาม และต้องการสร้างสรรค์สไตล์ที่ไม่ซ้ำใคร
718 Cayman S
ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้เร้าใจยิ่งขึ้นด้วยรุ่น S ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.5 ลิตร เทอร์โบชาร์จ Flat-Four ให้กำลังสูงสุด 350 แรงม้า การตอบสนองของคันเร่งที่ฉับไวและอัตราเร่งที่จัดจ้านยิ่งขึ้น ทำให้รุ่น S เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่ต้องการความแรงและความสนุกในการขับขี่ที่มากกว่ารุ่นมาตรฐาน
718 Cayman GTS 4.0
นี่คือรุ่นที่นักขับหลายคนเฝ้ารอคอย! ด้วยการกลับมาของเครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบไม่มีระบบอัดอากาศ (N/A) ที่ให้กำลัง 400 แรงม้า พร้อมเสียงเครื่องยนต์อันดุดันและการตอบสนองคันเร่งที่แม่นยำ รุ่น GTS 4.0 สร้างสมดุลที่ลงตัวระหว่างการใช้งานในชีวิตประจำวันและอารมณ์สปอร์ตแบบดั้งเดิมที่หลายคนโหยหา
718 Cayman GT4 RS
สุดยอดแห่งสมรรถนะ! รุ่น GT4 RS คือรุ่นที่แรงที่สุดและเป็นที่ต้องการมากที่สุด ด้วยการใช้เครื่องยนต์ 6 สูบนอน (Flat-6) ขนาด 4.0 ลิตร แบบ N/A ซึ่งยกมาจาก 911 GT3 ให้กำลังมหาศาลถึง 500 แรงม้า ตัวถังน้ำหนักเบาที่ใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูง ผสานกับชุดแต่ง Aerodynamics เต็มระบบเพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดในสนามแข่ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการขีดสุดแห่งเทคโนโลยีและสมรรถนะจากสนามแข่งสู่ท้องถนน
Porsche 718 Cayman ราคา: การลงทุนเพื่อประสบการณ์ที่ไม่สิ้นสุด
Porsche 718 Cayman ถือเป็นหนึ่งในรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงสุดของ Porsche ดังนั้นราคาจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนตัดสินใจซื้อ ราคา Porsche 718 Cayman ในตลาดประเทศไทยมีความหลากหลาย ขึ้นอยู่กับรุ่นย่อย ออปชัน และสภาพรถ โดยสามารถแบ่งช่วงราคาคร่าวๆ ได้ดังนี้
ราคา Porsche 718 Cayman รถใหม่จากโชว์รูม
718 Cayman: เริ่มต้นประมาณ 6,190,000 บาท
718 Cayman Style Edition: เริ่มต้นประมาณ 6,790,000 บาท
718 Cayman GTS 4.0: เริ่มต้นประมาณ 9,790,000 บาท
718 Cayman GT4 RS: เริ่มต้นประมาณ 16,990,000 บาท
ราคา Porsche 718 Cayman รถมือสองในตลาด
718 Cayman: ประมาณ 3.5 – 4.2 ล้านบาท
718 Cayman Style Edition: ประมาณ 6.9 – 7.1 ล้านบาท
718 Cayman GTS 4.0: ประมาณ 8 – 10 ล้านบาท
718 Cayman GT4 RS: ประมาณ 13.6 – 15.9 ล้านบาท
หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นเพียงการประมาณการ ราคาจริงอาจมีการเปลี่ยนแปลง โปรดตรวจสอบกับตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการอีกครั้ง
Porsche 718 Cayman ก้าวสู่ยุค EV: อนาคตที่ยั่งยืนและทรงพลัง
อุตสาหกรรมยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ และ Porsche ก็เป็นหนึ่งในผู้นำในการเปลี่ยนแปลงนี้ โดย Porsche ได้ประกาศเป้าหมายที่ชัดเจนในการมุ่งสู่ยุคพลังงานสะอาด โดยเตรียมยุติการผลิต Porsche Cayman รุ่นเครื่องยนต์สันดาปภายใน และแทนที่ด้วยเวอร์ชันไฟฟ้า 100% (Electric Cayman) ในอนาคตอันใกล้นี้
Porsche ยืนยันว่า แม้จะเปลี่ยนระบบขับเคลื่อน แต่ DNA ความเป็นรถสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของ Cayman จะยังคงอยู่ครบถ้วน ทั้งความเฉียบคมในการควบคุม สมรรถนะที่เร้าใจ และความสนุกในการขับขี่ จะถูกส่งต่อไปยังรถยนต์ไฟฟ้าในรูปแบบ Zero-Emission เพื่อสานต่อตำนานความสำเร็จของรถสปอร์ตเครื่องวางกลางให้คงอยู่ต่อไป
ดูแล Porsche 718 Cayman ให้สมบูรณ์แบบ ด้วยเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK
รถยนต์ Porsche 718 Cayman เป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่คือสุดยอดวิศวกรรมที่เต็มไปด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระบบเหล่านี้มีการทำงานอย่างต่อเนื่องเพื่อควบคุมฟังก์ชันต่างๆ แม้ในขณะที่รถจอดดับเครื่องยนต์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการดึงพลังงานจากแบตเตอรี่ไปหล่อเลี้ยงอยู่ตลอดเวลา การจอดรถทิ้งไว้นานๆ จึงอาจส่งผลให้แบตเตอรี่อ่อนไวกว่ารถยนต์ทั่วไป
เพื่อยืดอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ รักษาระบบไฟให้เสถียร และมั่นใจได้ว่ารถของคุณพร้อมเสมอสำหรับการขับขี่ การเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK ในช่วงเวลาที่ไม่ได้ใช้งานรถ ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด การชาร์จไฟอย่างสม่ำเสมอจะช่วยถนอมแบตเตอรี่ ป้องกันปัญหาระบบไฟตก และทำให้คุณมั่นใจได้ว่าทุกครั้งที่กดปุ่มสตาร์ท เครื่องยนต์จะตอบสนองได้อย่างเต็มศักยภาพ
CTEK เป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ชั้นนำระดับโลกมากมาย รวมถึง Mercedes-Benz, Porsche, Rolls-Royce, Lamborghini, Ferrari, McLaren, Bentley, Maserati, BMW, Audi, Jaguar, Lexus และอีกมากมายในการผลิตเครื่องชาร์จแบตเตอรี่ให้กับรถยนต์ของพวกเขา
CTEK รุ่นแนะนำสำหรับเจ้าของ Porsche 718 Cayman:
เครื่องชาร์จแบตเตอรี่รถยนต์ CTEK CS ONE (Gen 2) WiFi
นี่คือเครื่องชาร์จแบตเตอรี่รุ่นใหม่ที่ “ฉลาดและใช้งานง่ายที่สุด” รุ่น Gen 2 ได้รับการอัปเกรดจากรุ่น Gen 1 ที่มีเพียง Bluetooth ให้สามารถเชื่อมต่อผ่าน Wi-Fi ได้ คุณจึงสามารถตรวจสอบสถานะการชาร์จแบตเตอรี่ผ่านแอป CTEK ได้ “ทุกที่ทุกเวลา” แม้จะไม่ได้อยู่ใกล้รถก็ตาม
เทคโนโลยี APTO (Adaptive Charging) อันชาญฉลาดของ CTEK จะวิเคราะห์และจ่ายไฟที่เหมาะสมที่สุดให้กับแบตเตอรี่ของคุณโดยอัตโนมัติ คุณไม่จำเป็นต้องเลือกประเภทแบตเตอรี่ หรือกดปุ่มใดๆ ระบบจะจัดการทุกอย่างให้เอง
ใช้งานง่ายไร้กังวล: ไม่ต้องกลัวคีบผิดขั้ว เพราะหัวแคลมป์ออกแบบมาให้ไม่มีขั้วบวก/ลบแยกชัดเจน คุณสามารถคีบขั้วไหนก็ได้ ระบบจะปรับให้ถูกต้องโดยอัตโนมัติ ป้องกันการเกิดประกายไฟหรือความเสียหายต่อระบบ
ฟีเจอร์ล้ำสมัย:
การเชื่อมต่อผ่านแอปพลิเคชัน: ตรวจสอบประวัติการชาร์จแบบเรียลไทม์ ตั้งค่าการแจ้งเตือนสถานะการชาร์จผ่านมือถือ
โหมดพิเศษ:
RECOND: สำหรับฟื้นฟูสภาพแบตเตอรี่ตะกั่ว-กรด
WAKE UP: สำหรับปลุกแบตเตอรี่ลิเธียมที่ระบบ BMS ตัดการทำงาน หรือแบตเตอรี่ที่ไฟหมดเกลี้ยง
SUPPLY: สำหรับจ่ายไฟเลี้ยงรถขณะเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือใช้ขณะโชว์รถ
ADVANCED SETTINGS: ดูค่าโวลต์และแอมป์แบบละเอียด
ความปลอดภัยสูงสุด: มาพร้อมระบบป้องกันประกายไฟ และสามารถเสียบชาร์จทิ้งไว้ได้ยาวนาน (Connect & Forget) CTEK CS ONE รับประกัน 5 ปี สามารถชาร์จได้ทั้งแบตเตอรี่รถยนต์และมอเตอร์ไซค์ (รองรับแบตเตอรี่ประเภท ตะกั่ว-กรด และลิเธียม)
ให้ CTEK เป็นผู้ช่วยดูแลรถคันโปรดของคุณ สั่งซื้อ CTEK CS ONE วันนี้ เพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง!
Porsche 911 Turbo S (992): ขุมพลังแห่งซูเปอร์คาร์
นอกเหนือจาก Porsche 718 Cayman แล้ว อีกหนึ่งรุ่นที่น่าจับตามองสำหรับผู้ที่ชื่นชอบสมรรถนะระดับสูงสุดคือ Porsche 911 Turbo S (992) รถยนต์รุ่นนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “Supercar Killer” ด้วยขุมพลังจากเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ ขนาด 3.8 ลิตร เทอร์บคู่ ที่ให้กำลังถึง 650 แรงม้า และสามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 2.7 วินาที
Porsche 911 Turbo S (992) ถูกออกแบบให้มีความแตกต่างจากรุ่น 911 ปกติอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นชุดกันชนหน้าที่ดุดัน ช่องดักลมด้านข้างที่เป็นเอกลักษณ์ และสปอยเลอร์หลังที่ช่วยสร้างแรงกดอากาศได้ดีขึ้น การออกแบบทั้งหมดนี้ทำให้ 911 Turbo S สามารถสร้างแรงกดได้ถึง 100 กก. ที่ความเร็ว 330 กม./ชม. เพิ่มขึ้น 15% จากรุ่นก่อนหน้า
เมื่อเทียบกับรุ่น 991.2 รุ่นก่อนหน้า 992 Turbo S มีความกว้างของแทร็กหน้าเพิ่มขึ้น 45 มม. และแทร็กหลัง 10 มม. มีน้ำหนักเบาลง 50 กก. และช่วงล่างที่เตี้ยลง 10 มม. ซึ่งทั้งหมดนี้ส่งผลโดยตรงต่อประสิทธิภาพการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
ภายในห้องโดยสาร 911 Turbo S ได้รับการตกแต่งด้วยการเย็บเบาะลายพิเศษเพื่อเป็นการเคารพต่อ 930 Turbo รุ่นบรรพบุรุษ พวงมาลัย GT Sport และจอแสดงผลเฉพาะรุ่น ล้วนเสริมความสปอร์ตให้สมกับเป็นรุ่นเรือธงสูงสุด
ด้วยเครื่องยนต์ Boxer 6 สูบ เทอร์บคู่ ขนาด 3.8 ลิตร ให้กำลัง 650 แรงม้า ที่ 6,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 800 นิวตันเมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และระบบเลี้ยวสี่ล้อเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน มอบอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่ถูกจำกัดไว้ที่ 330 กม./ชม.
สำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์สมรรถนะสูงที่หาตัวจับยาก Porsche 911 Turbo S (992) คือคำตอบที่ยอดเยี่ยม สามารถติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมและทดลองขับได้ที่โชว์รูม Target Car Center เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับพร้อมรับรถได้ทันที
บทสรุป:
Porsche 718 Cayman คือนิยามของรถสปอร์ตที่สมบูรณ์แบบ ด้วยการผสมผสานระหว่างดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ สมรรถนะอันน่าทึ่ง และความสามารถในการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน การทำความเข้าใจวิวัฒนาการ รุ่นย่อย และแนวโน้มในอนาคต จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือก Porsche 718 Cayman ที่ตรงกับความต้องการของคุณมากที่สุด อย่าลืมให้ความสำคัญกับการดูแลรักษา โดยเฉพาะการเลือกใช้เครื่องชาร์จแบตเตอรี่ CTEK เพื่อให้รถสปอร์ตคู่ใจของคุณพร้อมเสมอสำหรับทุกการเดินทาง
หากคุณพร้อมแล้วที่จะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ หรือต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ Porsche 718 Cayman หรือ Porsche 911 Turbo S โปรดติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมใกล้บ้านคุณวันนี้!