Hennessey Venom F5 Roadster: ปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะ เปิดประทุนเหนือระดับ 1,817 แรงม้า
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง ที่ความเร็วสูงสุดและเทคโนโลยีล้ำสมัยคือหัวใจหลัก Hennessey Performance ได้ต
อกย้ำสถานะความเป็นผู้นำอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว Hennessey Venom F5 Roadster รถยนต์เปิดประทุนไฮเปอร์คาร์ที่ผสมผสานความดิบเถื่อนของขุมพลังไร้ขีดจำกัดเข้ากับประสบการณ์การขับขี่อันเร้าใจในรูปแบบอันเป็นเอกลักษณ์ การมาถึงของรุ่น Roadster นี้ ไม่ได้เป็นเพียงการต่อยอดจากรุ่นคูเป้ที่ประสบความสำเร็จเท่านั้น แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานของรถยนต์เปิดประทุนสมรรถนะสูงไปสู่อีกขั้น
หลังจากที่ Venom F5 Coupe ทั้ง 24 คัน ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและขายหมดเกลี้ยงไปเมื่อปีที่แล้ว Hennessey ก็ได้เตรียมพร้อมสำหรับก้าวต่อไป การปรากฏตัวของ Hennessey Venom F5 Roadster สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Hennessey ในการสร้างสรรค์ยนตรกรรมที่ไม่เพียงแต่เร็วที่สุด แต่ยังมอบประสบการณ์ที่น่าจดจำอย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่แสวงหาที่สุดของที่สุดในโลกยานยนต์ Hennessey Venom F5 Roadster คือคำตอบที่คุณกำลังมองหา
การออกแบบที่ไร้ซึ่งขีดจำกัด: สุนทรียภาพแห่งอากาศพลศาสตร์
เมื่อมองจากภายนอก Venom F5 Roadster มีความคล้ายคลึงกับเวอร์ชันคูเป้เป็นอย่างมาก ซึ่งเป็นการคงไว้ซึ่งเส้นสายอันดุดันและทรงพลังที่บ่งบอกถึงเจตนาในการทะลายทุกขีดจำกัด อย่างไรก็ตาม จุดที่สร้างความแตกต่างและเพิ่มเสน่ห์ให้กับรุ่น Roadster อย่างชัดเจนคือ หลังคาที่สามารถถอดออกได้ ซึ่งผลิตจากวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์คอมโพสิตน้ำหนักเบา ทำให้สามารถถอดออกได้อย่างง่ายดายด้วยมือ มีน้ำหนักเพียง 8 กิโลกรัมเท่านั้น การออกแบบนี้ไม่เพียงแต่ช่วยลดน้ำหนักตัวรถ แต่ยังมอบประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดโล่งที่ให้คุณได้สัมผัสถึงกระแสลมและเสียงคำรามของเครื่องยนต์อย่างเต็มที่
อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจคือ ฝาครอบเครื่องยนต์ ซึ่งได้รับการออกแบบใหม่ให้เป็นแบบ โปร่งใส ช่วยให้สามารถชื่นชมความงามและพลังของเครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร ที่ซ่อนอยู่ภายในได้อย่างเต็มตา รายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ เช่น ร่องระบายความร้อนที่สลักไว้รอบๆ ฝาครอบเครื่องยนต์ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียดของการออกแบบที่มุ่งเน้นทั้งสุนทรียภาพและฟังก์ชันการทำงาน
ล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่เป็นอีกองค์ประกอบที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของ Venom F5 Roadster ล้อฟอร์จอลูมิเนียม 7 ก้านคู่ รูปทรงตัว ‘H’ อันเป็นเอกลักษณ์ของ Hennessey ไม่เพียงแต่ดูสวยงาม แต่ยังสะท้อนถึงความแข็งแกร่งและความเบา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการพัฒนารถยนต์คันนี้
โครงสร้างตัวถังของ Hennessey Venom F5 Roadster สร้างขึ้นจาก คาร์บอนไฟเบอร์ Monocoque ซึ่งเป็นวัสดุที่ให้ความแข็งแกร่งสูงสุดในขณะที่ยังคงไว้ซึ่งน้ำหนักที่เบาที่สุด แผงตัวถังภายนอกทั้งหมดก็ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์เช่นกัน ส่งผลให้น้ำหนักรวมของรถอยู่ที่ 1,405 กิโลกรัม เพิ่มขึ้นเพียง 45 กิโลกรัมจากรุ่นคูเป้ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งยวดในการรักษาน้ำหนักให้ใกล้เคียงเดิม แม้จะมีการเพิ่มชิ้นส่วนหลังคาที่ถอดออกได้ก็ตาม
ระบบช่วงล่างของ Venom F5 Roadster ประกอบด้วย ปีกนกคู่อิสระ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง พร้อม โช้คอัพแบบปรับได้ เพื่อให้สามารถปรับตั้งค่าการขับขี่ให้เหมาะสมกับสภาพถนนและสไตล์ของผู้ขับขี่ ระบบเบรกเป็นแบบ คาร์บอน-เซรามิก ขนาด 390 มิลลิเมตร ทั้งสี่ล้อ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ใช้ในรถแข่ง เพื่อให้มั่นใจถึงประสิทธิภาพการเบรกที่ยอดเยี่ยมและทนทานต่อความร้อนสูง คาลิปเปอร์เบรกเป็นแบบ 6 สูบที่ล้อหน้า และ 4 สูบที่ล้อหลัง
ห้องโดยสารที่เน้นความรู้สึก: ความหรูหราที่มาพร้อมประสิทธิภาพ
ภายในห้องโดยสารของ Hennessey Venom F5 Roadster สะท้อนปรัชญาการออกแบบที่มุ่งเน้นการรีดน้ำหนักให้ได้มากที่สุด โดยยังคงไว้ซึ่งความหรูหราและคุณภาพของวัสดุ คาร์บอนไฟเบอร์ ถูกนำมาใช้ในหลายส่วน เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง เช่น แผงคอนโซลหน้า แผงประตู และโครงสร้างเบาะนั่ง
เบาะนั่งหุ้มด้วย หนังแท้คุณภาพสูงจาก Muirhead ซึ่งเป็นโรงฟอกหนังที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุดแห่งหนึ่งของยุโรป มอบความสบายและความรู้สึกหรูหราในขณะขับขี่ พวงมาลัยได้รับการออกแบบให้มีกลิ่นอายของรถแข่ง F1 พร้อมรูปลักษณ์ที่ทันสมัย
แผงหน้าปัดมาพร้อม จอแสดงผลดิจิทัลขนาด 7.0 นิ้ว ซึ่งให้ข้อมูลการขับขี่ที่จำเป็นอย่างครบถ้วน เคียงข้างกันคือ หน้าจอสัมผัส Infotainment ขนาด 9.0 นิ้ว จาก Alpine ที่มอบประสบการณ์ความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ทันสมัย ใต้ช่องแอร์กลาง ยังมี หน้าจอสัมผัสขนาดเล็กพิเศษ 1.3 นิ้ว ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมระบบปรับอากาศโดยเฉพาะ
ขุมพลัง “Fury”: หัวใจที่เต้นแรงเกินกว่าจะบรรยาย
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อน Hennessey Venom F5 Roadster คือเครื่องยนต์ที่ Hennessey ตั้งชื่อว่า “Fury” เครื่องยนต์ V8 Twin-Turbo ขนาด 6.6 ลิตร วางอยู่กลางลำตัวรถ (Mid-engine) อันทรงพลังนี้ สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 1,817 แรงม้า (BHP) ที่รอบเครื่องยนต์ 8,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 1,617 นิวตันเมตร ที่ 5,000 รอบต่อนาที
ตัวเลขสมรรถนะดังกล่าว ไม่ได้เป็นเพียงตัวเลขบนกระดาษ แต่เป็นสิ่งที่ส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือจินตนาการ ความเร็วสูงสุดที่คาดการณ์ไว้สูงถึง 483 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทำให้ Venom F5 Roadster เป็นหนึ่งในรถยนต์ที่เร็วที่สุดในโลกอย่างไม่ต้องสงสัย
การส่งกำลังเป็นหน้าที่ของ เกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด คลัทซ์เดี่ยว ที่ทำงานร่วมกับเครื่องยนต์อย่างแม่นยำและรวดเร็ว เพื่อส่งกำลังทั้งหมดไปยังล้อหลัง การผสมผสานระหว่างขุมพลังมหาศาลและการส่งกำลังที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Venom F5 Roadster สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้อย่างน่าทึ่ง (รายละเอียดตัวเลขอย่างเป็นทางการอาจแตกต่างกันไปตามการทดสอบ)
Hennessey Venom F5-M Roadster: ความบ้าคลั่งที่มาพร้อมเกียร์ธรรมดา
นอกจากรุ่นมาตรฐานแล้ว Hennessey ยังได้นำเสนอ Hennessey Venom F5-M Roadster ซึ่งเป็นรุ่นที่สร้างความฮือฮาอย่างมาก ด้วยการนำเสนอ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด มาสู่ไฮเปอร์คาร์ที่มีกำลังสูงสุดถึง 1,817 แรงม้า การตัดสินใจนี้ถือเป็นการตอบสนองต่อกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบประสบการณ์การขับขี่แบบดั้งเดิมที่เน้นการควบคุมและความรู้สึกในการสื่อสารกับรถยนต์อย่างแท้จริง
Venom F5-M Roadster รุ่นนี้ ผลิตขึ้นเพียง 12 คัน จากจำนวนการผลิตทั้งหมด 30 คันของรุ่น Roadster และทั้งหมดได้ถูกขายออกไปอย่างรวดเร็ว สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการที่สูงสำหรับยานยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและมอบประสบการณ์การขับขี่ที่หาได้ยากในยุคปัจจุบัน
การเปลี่ยนมาใช้ เกียร์ธรรมดา 6 สปีดแบบ “Gated Manual” ซึ่งมีคันเกียร์แบบโปร่ง พร้อมด้วย ครีบหลังขนาดใหญ่ (55 นิ้ว หรือ 1,400 มิลลิเมตร) ที่ยื่นยาวจากด้านหลังที่นั่ง ไปจนถึงขอบหลังของดาดฟ้าด้านท้าย เพื่อเพิ่มแรงกดดาวน์ (Downforce) ให้กับตัวรถเมื่อใช้ความเร็วสูง เป็นคุณสมบัติที่ทำให้ F5-M แตกต่างจาก F5 Roadster รุ่นปกติอย่างชัดเจน
แม้ว่า Venom F5-M Roadster อาจจะไม่สามารถทำความเร็วในทางตรงได้เร็วเท่ากับรุ่นที่ใช้เกียร์อัตโนมัติแบบ Paddle Shift แต่สำหรับผู้ซื้อทั้ง 12 คันนี้ ความสำคัญอยู่ที่ ความรู้สึกในการขับขี่ มากกว่าแค่ตัวเลขความเร็วสูงสุด การได้สัมผัสถึงการเข้าเกียร์ด้วยตนเอง การควบคุมรอบเครื่องยนต์ และการเชื่อมโยงระหว่างผู้ขับขี่กับรถยนต์ คือสิ่งที่ทำให้รุ่น F5-M มีคุณค่าและน่าปรารถนา
ภายในห้องโดยสารของ F5-M ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา แต่มีการปรับเปลี่ยนเพื่อรองรับเกียร์ธรรมดา เช่น กล่องแป้นเหยียบใหม่ และ คันเกียร์ที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์/อะลูมิเนียม คอนโซลกลางได้รับการออกแบบใหม่ โดยช่องระบายอากาศทรงกลมที่เคยเรียงตัวในแนวตั้ง ถูกแทนที่ด้วย ช่องระบายอากาศคู่ที่จัดเรียงในแนวนอน พวงมาลัยแบบ Yoke-style ยังคงอยู่ แต่ไม่มีส่วนบนของพวงมาลัย เพื่อไม่ให้บดบังทัศนวิสัยของหน้าปัดดิจิทัลทรงสี่เหลี่ยม
ปรัชญาการออกแบบ: “เราเป็นที่สุด เราแท้จริง และเรายังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแบบอเมริกันอย่างชัดเจน”
Nathan Malinick ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบของ Hennessey ได้อธิบายถึงปรัชญาเบื้องหลังการออกแบบ Venom F5-M ว่า: “เราเป็นที่สุด เราแท้จริง และเรายังมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นแบบอเมริกันอย่างชัดเจน คุณสมบัติเหล่านี้สะท้อนออกมาในดีไซน์ของ F5-M…และสมรรถนะของมัน”
“นี่คือรถสำหรับผู้ที่กล้าและหลงใหลในการขับขี่ ที่ต้องการให้ไฮเปอร์คาร์ของพวกเขามาพร้อมกับพลังที่มหาศาล ดีไซน์ที่น่าทึ่ง และประสบการณ์หลังพวงมาลัยที่ไม่สามารถเปรียบเทียบกับสิ่งใดบนโลกได้”
ราคาและการผลิต: สมบัติล้ำค่าที่ถูกผลิตอย่างจำกัด
Hennessey Venom F5 Roadster รุ่นมาตรฐาน มีการผลิตจำกัดเพียง 30 คัน ทั่วโลก โดยมีสนนราคาเริ่มต้นที่ 3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 107 ล้านบาทไทย (ไม่รวมภาษีนำเข้า) ซึ่งแสดงให้เห็นถึงสถานะความเป็นยนตรกรรมสุดพิเศษและมีมูลค่าสูง
สำหรับ Hennessey Venom F5-M Roadster รุ่นพิเศษเกียร์ธรรมดา มีสนนราคาอยู่ที่ 2.65 ล้านเหรียญสหรัฐ และผลิตเพียง 12 คัน เท่านั้น ซึ่งทั้งหมดได้ถูกจับจองหมดไปแล้ว
สรุป: นิยามใหม่ของไฮเปอร์คาร์เปิดประทุน
Hennessey Venom F5 Roadster และ Venom F5-M Roadster ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่เป็นผลงานชิ้นเอกทางวิศวกรรม ที่สะท้อนถึงความหลงใหลในสมรรถนะ ความกล้าที่จะแตกต่าง และความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์ประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร การผสมผสานระหว่างขุมพลังอันมหาศาล การออกแบบที่ล้ำสมัย และเทคโนโลยีชั้นยอด ทำให้รถยนต์ทั้งสองรุ่นนี้เป็นที่ต้องการของนักสะสมและผู้ที่ต้องการสัมผัสสุดยอดแห่งยานยนต์
หากคุณกำลังมองหาไฮเปอร์คาร์ที่มอบทั้งความเร็ว ความเร้าใจ และเอกลักษณ์ที่หาได้ยาก Hennessey Venom F5 Roadster คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ สัมผัสประสบการณ์สุดยอดแห่งสมรรถนะและสไตล์ที่เหนือกว่าใคร หรือค้นหาโอกาสในการเป็นเจ้าของหนึ่งในยานยนต์ที่พิเศษที่สุดในโลกใบนี้