Gordon Murray T.50: สุดยอด Hypercar แห่งปี 2025 ที่บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์
ในยุคที่เทคโนโลยยานยนต์ก้าวไปอย่างไม่หยุดยั้ง การได้สัมผัสกับสุดยอดแห่งนวัตกรรมและความหรูหรา ถือเป็นประสบการณ์ที่หาได้ยากยิ่ง และในปี 2025 นี้ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ได้นำพาปรากฏการณ์แห่งโลกยานยนต์มาสู่สายตาชาวไทย นั่นคือ Gordon Murray T.50 ไฮเปอร์คาร์ที่นิยามคำว่า “ที่สุด” แห่งวงการรถสมรรถนะสูง
Gordon Murray Automotive (GMA) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สมรรถนะสูง สัญชาติอังกฤษ ที่ก่อตั้งโดย Gordon Murray อัจฉริยะผู้อยู่เบื้องหลังรถแข่ง Formula 1 และ McLaren F1 อันเลื่องชื่อ ได้นำไฮเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุด T.50 มาจัดแสดงในงานนี้ เป็นการตอกย้ำวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ที่ไม่เหมือนใคร ด้วยการนำระบบพัดลมแบบแอคทีฟขั้นสูง (Advanced Active Fan System) ที่เคยสร้างชื่อให้กับ T.50 มาก่อนหน้านี้ มายกระดับให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
T.50: วิวัฒนาการจากสนามแข่ง สู่ถนนสาธารณะ
หัวใจสำคัญของการออกแบบ Gordon Murray T.50 คือการผสาน DNA ของรถแข่ง Formula 1 เข้ากับการใช้งานจริงบนท้องถนนได้อย่างลงตัว โครงสร้างโมโนค็อก (Monocoque Chassis) และตัวถังทั้งหมดผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบา เพื่อให้ได้อัตราส่วนน้ำหนักต่อแรงม้าที่เหนือกว่าใคร วิศวกรของ GMA ยืนยันว่า T.50 ถูกสร้างขึ้นโดยปราศจากการประนีประนอมใดๆ ในด้านวิศวกรรมยานยนต์ และมีสเปกที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน
สิ่งที่ทำให้ T.50 แตกต่างและโดดเด่น คือการจัดวางตำแหน่งเบาะคนขับไว้ตรงกลางห้องโดยสาร ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจโดยตรงจากรถแข่ง F1 และ McLaren F1 ในตำนาน ผสานกับการมีเบาะผู้โดยสารอีกสองที่นั่งขนาบซ้าย-ขวา ทำให้ T.50 มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร การผลิต T.50 เป็นรุ่นพิเศษ (Limited Edition) โดยมีสนนราคาเริ่มต้นที่ 2.6 ล้านปอนด์ และรุ่นพิเศษ T.50s Niki Lauda พุ่งสูงถึง 3.1 ล้านปอนด์ การผลิตได้เริ่มขึ้นตั้งแต่เดือนมกราคม 2566 และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะส่งมอบให้กับลูกค้าครบทุกคันที่สั่งจอง
ขุมพลัง V12 อันทรงพลัง: สมองกลจาก Cosworth
Gordon Murray T.50 เป็นไฮเปอร์คาร์ที่โดดเด่นด้วยน้ำหนักเพียง 900 กิโลกรัมเท่านั้น ขุมพลังของ T.50 คือเครื่องยนต์ V12 สูบ ที่ผ่านการพัฒนาและปรับแต่งโดยสำนัก Cosworth ผู้เชี่ยวชาญด้านเครื่องยนต์ระดับโลก ร่วมกับ Gordon Murray Automotive เอง การวิจัยและพัฒนาได้มุ่งเน้นไปที่การสร้างขุมกำลังที่มีแรงบิดมหาศาล โดยไม่พึ่งพาระบบอัดอากาศ (Naturally Aspirated)
เครื่องยนต์เบนซิน V12 ความจุ 3.9 ลิตร ขนาด 12 สูบนี้ เป็นหัวใจที่หายใจได้เอง (Naturally Aspirated) ที่ให้ประสิทธิภาพเหนือกว่าเครื่องยนต์ V12 ของ BMW ที่เคยประจำการใน McLaren F1 อย่างเห็นได้ชัด ตัวเลขสมรรถนะของเครื่องยนต์ V12 จาก Cosworth อยู่ที่ 541 กิโลวัตต์ หรือ 735 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 485 นิวตันเมตร แม้ตัวเลขแรงบิดอาจดูไม่สูงเมื่อเทียบกับรถยนต์รุ่นอื่น แต่เมื่อพิจารณาจากน้ำหนักของ T.50 ที่เพียง 900 กิโลกรัม ทำให้อัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนัก (Power-to-Weight Ratio) พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าประทับใจ
เครื่องยนต์ V12 แบบไร้เทอร์โบนี้ ถูกปรับแต่งให้สามารถหมุนรอบได้สูงถึง 12,100 รอบต่อนาที เทียบเท่ากับเครื่องยนต์ของรถมอเตอร์ไซค์ซูเปอร์ไบค์ในระดับ Moto GP การวางตำแหน่งเครื่องยนต์อยู่กลางลำตัวรถ (Mid-engine) พร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง (Rear-wheel Drive) เสริมด้วยชุดเกียร์ Xtrac แบบ paddle-shift 6 สปีด สร้างประสบการณ์การขับขี่ที่เฉียบคมและเร้าใจ
การป้อนอากาศเข้าสู่เครื่องยนต์ V12 นี้ มาจากช่องอากาศเหนี่ยวนำ RAM (RAM Air Intake) ประสิทธิภาพสูงที่ติดตั้งอยู่บนหลังคา ขณะที่ชุดท่อไอเสียได้รับการออกแบบมาเพื่อเน้นความเบาเป็นพิเศษ โดยผลิตจากแมกนีเซียมอัลลอย (Magnesium Alloy) ซึ่งช่วยลดน้ำหนักของระบบไอเสียลงไปได้ถึง 15 กิโลกรัม
วิศวกรรมแห่งเสียงและสมรรถนะ: จิตวิญญาณแห่ง McLaren F1
คำสั่งจาก Gordon Murray Automotive สู่ Cosworth นั้นชัดเจน: เครื่องยนต์ต้องมีน้ำหนักเบาที่สุด ตอบสนองได้รวดเร็วที่สุดในบรรดาเครื่องยนต์ที่มนุษย์เคยสร้างขึ้นสำหรับรถยนต์บนท้องถนน โดยมีเป้าหมายในการสร้างอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่เหนือกว่าคู่แข่งทุกราย ซึ่งเป็นการสืบทอดเจตนารมณ์เดียวกับ McLaren F1 นอกจากนี้ ยังให้ความสำคัญกับสุนทรียภาพของเสียงเครื่องยนต์ที่รอบสูง ซึ่งเครื่องยนต์ V12 ของ T.50 ได้รับการออกแบบให้มีเสียงที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ไพเราะ และน่าฟัง โดยปราศจากการตกแต่งหรืออุปกรณ์เสริมที่อาจส่งผลต่อความสะอาดตาของเครื่องยนต์
การรักษาความจุของเครื่องยนต์ V12 ให้อยู่ในระดับต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะระดับไฮเปอร์คาร์ คืออีกหนึ่งภารกิจสำคัญ Cosworth จึงได้เสนอความจุที่ 3.9 ลิตร ซึ่งสามารถให้ประสิทธิภาพที่ต้องการได้อย่างน่าทึ่ง
เครื่องยนต์ V12 ของ T.50 สามารถผลิตกำลังสูงสุดได้ตั้งแต่ 663 PS ไปจนถึง 735 PS ที่รอบเครื่องยนต์ 11,500 รอบต่อนาที ซึ่งเพียงพอต่อการขับขี่ในชีวิตประจำวัน แรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 467 นิวตันเมตร ที่ 9,000 รอบต่อนาที อย่างไรก็ตาม กุญแจสำคัญที่ทำให้ T.50 สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน คือการที่ 71% ของแรงบิดทั้งหมด จะพร้อมใช้งานตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำเพียง 2,500 รอบต่อนาที
เครื่องยนต์ T.50 มีความหนาแน่นของกำลัง (Power Density) สูงสุดในบรรดาเครื่องยนต์รถยนต์ที่ใช้ระบบดูดอากาศตามธรรมชาติ ด้วยตัวเลข 166 แรงม้าต่อลิตร สถิตินี้ผนวกกับน้ำหนักของตัวรถที่เบาหวิว ทำให้ T.50 ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของการพัฒนาระบบส่งกำลังแบบดูดอากาศธรรมชาติ (Naturally Aspirated Powertrain) ที่ไม่ต้องพึ่งพาเทอร์โบ
เพื่อบรรลุเป้าหมายน้ำหนักที่เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ บล็อกเครื่องยนต์จึงผลิตจากโลหะผสมอะลูมิเนียมความแข็งแรงสูง เพลาข้อเหวี่ยงทำจากเหล็ก มีน้ำหนักเพียง 13 กิโลกรัม ส่วนก้านสูบ วาล์ว และชุดคลัตช์ ทำจากไทเทเนียม การเลือกใช้วัสดุน้ำหนักเบาเหล่านี้ ส่งผลให้เครื่องยนต์ทั้งชุดมีน้ำหนักเพียง 178 กิโลกรัม ซึ่งถือเป็นสถิติเครื่องยนต์ V12 ที่เบาที่สุดในโลกสำหรับไฮเปอร์คาร์
อากาศพลศาสตร์ขั้นสูง: พัดลม 400 มม. ที่เปลี่ยนเกม
หนึ่งในนวัตกรรมที่สร้างความฮือฮาให้กับ Gordon Murray T.50 คือระบบอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ที่ล้ำสมัย โดยเฉพาะการใช้พัดลมขนาด 400 มิลลิเมตร ติดตั้งอยู่ด้านหลังรถ ซึ่งสามารถสร้างแรงกด (Downforce) ได้สูงสุดถึง 1,500 กิโลกรัม
ครีบกลาง (Central Fin) ที่มีความกว้าง 758 มิลลิเมตร ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความมั่นคงให้กับตัวรถ ควบคู่ไปกับการปรับปรุงดิฟฟิวเซอร์หลัง (Rear Diffuser) ให้มีขนาดใหญ่ขึ้น และปีกหลังแบบเดลต้า (Delta Wing) ใหม่ T.50 ใช้พัดลมระบบไฟฟ้า 48 โวลต์ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของดิฟฟิวเซอร์ ระบบนี้จะปรับการหมุนและความเร็วของพัดลมอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างแรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ในระดับที่แตกต่างกัน
ด้วยแรงกดอันมหาศาลจากชุดแอโรพาร์ทพร้อมระบบพัดลมนี้ T.50 สามารถสร้างแรงกดได้มากกว่าน้ำหนักของตัวมันเอง ในทางทฤษฎี ที่ความเร็ว 175 ไมล์ต่อชั่วโมง (ประมาณ 281 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) T.50 จะสามารถวิ่งกลับหัวในอุโมงค์ได้ โดยสามารถสร้างแรง G ได้ประมาณ 2.5 G ขณะวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด
Gordon Murray T.50: การลงทุนในตำนาน
Gordon Murray T.50 ที่จำหน่ายในประเทศอังกฤษ มีสนนราคาอยู่ที่ 2,360,000 ปอนด์ หรือประมาณ 103,632,000 บาท (ยังไม่รวมอัตราภาษีนำเข้า) ตัวเลขนี้สะท้อนถึงคุณค่าที่แท้จริงของสุดยอดวิศวกรรม นวัตกรรมที่ไม่เคยหยุดนิ่ง และความเป็นสุดยอดแห่งสมรรถนะที่ T.50 มอบให้
Gordon Murray T.50 ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่รวบรวมประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญ และความหลงใหลในยนตรกรรมระดับสูงสุดมาไว้ในคันเดียว หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบของรถยนต์สมรรถนะสูง นี่คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อคุณ
พบกับ Gordon Murray T.50 ได้แล้ววันนี้ที่ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 46 ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี หรือติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมจากผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อก้าวเข้าสู่ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับอย่างแท้จริง
![[ครบชุด] T2301070 อาหารม อน างเป นอะไรท าจดจำจร งๆเลย](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-1999.png)
![[ครบชุด] T2301079 ทำให สะใภ บแม สาม กก (น าร กมาก)](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-2000.png)