สุดยอดนักสะสมยานยนต์ระดับโลก: การลงทุนในความหลงใหลที่สร้างผลตอบแทนมหาศาล
ในโลกแห่งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยความเร็วและความหรูหรา มีนักสะสมจำนวนไม่น้อยที่เปลี่ยนความหลงใหลในรถยนต์ให้กลายเป็นแหล่งรายได้อันมหาศาล ไม่ใช่แค่การเป็นเจ้าของยานพาหนะสุดหรู แต่เป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ที่อาศัยความรู้ ความเข้าใจในตลาด และวิสัยทัศน์ในการมองเห็นคุณค่าที่ซ่อนเร้น บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจเรื่องราวของ 10 นักสะสมยานยนต์ระดับโลก ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างผลกำไรอย่างน่าทึ่งจากคอลเลกชันรถยนต์หายากและมีคุณค่าของพวกเขา
การสะสมรถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงงานอดิเรกสำหรับคนมีอันจะกินอีกต่อไป แต่ได้ก้าวข้ามมาสู่การเป็นสินทรัพย์ที่สามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุน (Return on Investment – ROI) ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์คลาสสิกและรถยนต์ซูเปอร์คาร์รุ่นพิเศษ ซึ่งมีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลาและปัจจัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นประวัติความเป็นมา ความหายาก การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ หรือแม้แต่การเป็นเจ้าของโดยบุคคลที่มีชื่อเสียง ความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับ การลงทุนรถยนต์คลาสสิก เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความมั่งคั่งจากความหลงใหลนี้
โรอัน แอทคินสัน (Rowan Atkinson): นักแสดงอารมณ์ดีกับ McLaren F1 มูลค่า 9.6 ล้านยูโร
นักแสดงตลกชาวอังกฤษผู้โด่งดัง โรอัน แอทคินสัน เป็นอีกหนึ่งผู้ที่พิสูจน์ให้เห็นว่าความหลงใหลในรถยนต์สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างไร คันที่สร้างชื่อเสียงให้เขามากที่สุดคือ McLaren F1 ซึ่งเขาซื้อมาในราคา 640,000 ปอนด์ และขายต่อในอีกหลายปีต่อมาด้วยราคาสูงถึง 8 ล้านปอนด์ แม้ว่ารถคันนี้จะเคยประสบอุบัติเหตุและต้องได้รับการซ่อมแซมครั้งใหญ่ด้วยค่าใช้จ่ายกว่าหนึ่งล้านปอนด์ โดย McLaren เองเป็นผู้รับผิดชอบ ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษและความยากของชิ้นส่วนอะไหล่สำหรับรถรุ่นนี้ แต่การซ่อมแซมที่ได้มาตรฐานระดับสูงนี้เองที่ทำให้รถยังคงสภาพสมบูรณ์และสามารถทำราคาสูงได้อีกครั้ง
แอทคินสันไม่ได้มองรถเป็นเพียงแค่ยานพาหนะ แต่เป็นเหมือนงานศิลปะและเป็น รถยนต์คลาสสิกเพื่อการลงทุน เขาเคยกล่าวว่า McLaren F1 มีการออกแบบที่ชาญฉลาด สามารถนั่งได้ถึงสามคนและมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทางพักผ่อน ซึ่งแตกต่างจากซูเปอร์คาร์สมัยใหม่ที่มักจะเน้นสมรรถนะแต่ขาดฟังก์ชันการใช้งาน เขาให้ความสำคัญกับรถที่เข้าใจผู้ใช้งาน และเลือกที่จะไม่ซื้อ Porsche เพราะไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเขา
นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage): นักแสดงผู้ทุ่มเทให้กับยานยนต์สุดหรู
นักแสดงชาวอเมริกัน นิโคลัส เคจ เป็นที่รู้จักในฐานะนักสะสมที่ใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของรถยนต์ ก่อนที่จะประสบปัญหาด้านภาษี เขาได้ครอบครองรถสปอร์ตหายากแทบทุกรุ่นที่เคยผลิตออกมา เขาสะสมรถยนต์ที่มีมูลค่าสูงอย่าง Bugatti Type 101C เพียง 6 คันทั่วโลก, Ferrari 599 GTB รุ่นพิเศษ, Lamborghini Miura SVJ ที่เคยเป็นของกษัตริย์อิหร่าน และ Porsche 911 2.7 RS รวมถึง Ferrari อีกหลายรุ่น
เคจมีรสนิยมที่สูงส่งและไม่เกรงกลัวต่อการใช้จ่ายเพื่อให้ได้รถที่ต้องการมาครอบครอง ซึ่งหลายคันก็มีมูลค่าประเมินสูงขึ้นอย่างมหาศาลเมื่อเวลาผ่านไป แม้ว่าบางครั้งการซื้อของเขาอาจดูเหมือนการใช้จ่ายเพื่อความบันเทิงมากกว่าการ ลงทุนซื้อรถโบราณ อย่างแท้จริง แต่ด้วยมูลค่าที่เพิ่มขึ้นของรถบางคัน ก็ทำให้การสะสมของเขากลายเป็นสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนได้เช่นกัน
นิค เมสัน (Nick Mason): มือกลอง Pink Floyd กับ Ferrari GTO มูลค่า 36 ล้านยูโร
นิค เมสัน มือกลองแห่งวง Pink Floyd เป็นหนึ่งในนักสะสมยานยนต์ที่มีวิสัยทัศน์เฉียบคมที่สุดในโลก เขาครอบครอง Ferrari 250 GTO ซึ่งเป็นหนึ่งในรถที่มีราคาสูงที่สุดในโลก (ผลิตเพียง 36 คันระหว่างปี 1962-1964) มาตั้งแต่ปี 1977 โดยจ่ายไปเพียง 35,000 ปอนด์ ซึ่งต่อมาในปี 2016 ราคาประเมินพุ่งสูงถึง 30 ล้านปอนด์ การลงทุนครั้งนั้นถือเป็นการ ลงทุนรถ Ferrari ที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดเท่าที่เคยมีมา
เมสันมีความผูกพันกับรถคันนี้มากเกินกว่าจะขาย และยังเป็นเจ้าของรถแข่งในตำนานอีกกว่า 40 คัน ซึ่งล้วนมีประวัติศาสตร์การแข่งขันที่น่าภาคภูมิใจ เขาเก็บรถทั้งหมดไว้ที่สนามบิน Royal Air Force ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในการเก็บรักษาและการนำเสนอคอลเลกชันของเขา การสะสมของเมสันไม่ได้จำกัดอยู่เพียงรถยนต์ซูเปอร์คาร์ แต่ยังรวมถึงรถคลาสสิกอย่าง Austin Seven 1930 ที่เคยคว้าชัยชนะในการแข่งขัน
เจย์ เลโน (Jay Leno): พิธีกรขวัญใจมหาชนกับคลังรถยนต์กว่า 130 คัน
เจย์ เลโน อดีตพิธีกรรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของอเมริกา เป็นที่รู้จักกันดีถึงความหลงใหลในรถยนต์อย่างไม่ธรรมดา เขามีรายการ “Jay Leno’s Garage” เป็นของตัวเอง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและทักษะในการดูแลรักษารถยนต์ของเขา เลโนสะสมรถยนต์กว่า 130 คัน และมอเตอร์ไซค์อีกประมาณ 100 คัน โดยมีโรงจอดรถขนาดใหญ่เปรียบเสมือนโรงเก็บเครื่องบินส่วนตัวที่เบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย
เขาจ้างทีมช่างเต็มเวลาเพื่อดูแลรักษารถทุกคันให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตลอดเวลา เลโนไม่เคยเบื่อหน่ายกับรถคันใดในคอลเลกชันของเขา และมี McLaren P1 เป็นรถคู่ใจ ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่มีสมรรถนะสูง เขาเห็นว่ารถเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และไม่สามารถหยุดขับรถคันนี้ได้
เจอร์รี่ ไซนเฟลด์ (Jerry Seinfeld): ราชา Porsche แห่งวงการตลก
นักแสดงตลกชื่อดัง เจอร์รี่ ไซนเฟลด์ เป็นแฟนตัวยงของ Porsche โดยเฉพาะ เขาครอบครองรถ Porsche มากถึง 47 คัน รวมถึง Porsche 911 คันแรกที่เขาซื้อ และ Carrera GT รวมถึง 550 Spyder ปี 1955 ซึ่งเขาประมูลมาพร้อมกับรถรุ่นอื่นๆ อีก 17 คัน นอกจากนี้เขายังมีรถ Volkswagen รุ่นยอดนิยมอย่าง Coccinelle และ Combi อีกด้วย
ไซนเฟลด์ใช้ความหลงใหลในรถยนต์ของเขามาสร้างสรรค์รายการ “Comedians in Cars Getting Coffee” ซึ่งเขาเชิญคนดังมานั่งพูดคุยและสัมภาษณ์บนรถยนต์คลาสสิกในคอลเลกชันของเขา การลงทุนใน รถ Porsche หายาก ถือเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดของเขา ซึ่งมูลค่าของรถ Porsche รุ่นพิเศษหลายคันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren): ดีไซเนอร์ผู้สร้างสรรค์คอลเลกชันรถยนต์ระดับศิลปะ
ราล์ฟ ลอเรน ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก เป็นเจ้าของคอลเลกชันรถสปอร์ตที่น่าทึ่ง โดยมีรถยนต์กว่า 70 คัน เขาเคยนำรถยนต์บางส่วนจากคอลเลกชันมาจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งแสดงให้เห็นว่ารถยนต์สำหรับเขาคือ งานศิลปะยานยนต์ ที่มีคุณค่าทางสุนทรียะและประวัติศาสตร์
คันที่เขาภาคภูมิใจที่สุดคือ Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 ซึ่งผลิตเพียง 34 คันเท่านั้น เขาให้ความสำคัญกับการออกแบบที่เน้นการใช้งานควบคู่ไปกับความสวยงาม ลอเรนเชื่อว่ารถยนต์คือการผสมผสานระหว่างศิลปะการออกแบบตัวถังและการพัฒนาเครื่องยนต์กลไก เขาขับรถทุกคันที่เขาเป็นเจ้าของ และหากเขาตัดสินใจขาย 250 TR คันนี้ในปัจจุบัน เขาก็จะสามารถทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ (Floyd Mayweather): “Money” กับ Bugatti Veyron สามคัน
นักมวยไร้พ่าย ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ เจ้าของฉายา “Money” เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าความมั่งคั่งสามารถนำไปสู่การสะสมยานยนต์สุดหรูได้อย่างไร คอลเลกชันของเขาที่ตั้งชื่อว่า “Big Boy Mansion” มีพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร ในลาสเวกัส ที่นี่คือบ้านของ Bugatti Veyron ถึงสามคัน ซึ่งแต่ละคันมีมูลค่า 2.3 ล้านยูโร และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 400 กม./ชม.
นอกจาก Bugatti แล้ว เขายังมีรถยุโรปหรูอีกจำนวนมาก เช่น Ferrari, Porsche, Lamborghini, McLaren รวมถึง Rolls-Royce Phantom เขามักโพสต์ภาพรถยนต์สุดหรูของเขาลงบนโซเชียลมีเดีย พร้อมแคปชั่นที่บ่งบอกถึงวิถีชีวิตอันหรูหรา การลงทุนใน ซูเปอร์คาร์ Bugatti ของเมย์เวทเธอร์ สะท้อนถึงความต้องการแสดงออกถึงความสำเร็จและสถานะทางสังคม
เจย์ เคย์ (Jay Kay): นักร้องนำ Jamiroquai กับ Ferrari 275 GTB/4
เจย์ เคย์ นักร้องนำวง Jamiroquai เป็นอีกคนที่มีความหลงใหลในรถยนต์คลาสสิกอย่างแท้จริง เขาครอบครอง Ferrari 275 GTB/4 ปี 1967 ที่มีมูลค่ากว่า 1.7 ล้านปอนด์ นอกจากนี้ เขายังมีรถยนต์ถึง 86 คัน มอเตอร์ไซค์ 19 คัน และรถแทร็กเตอร์อีกหนึ่งคัน
ความหลงใหลในรถยนต์ของเจย์ เคย์ ปรากฏอยู่ในผลงานเพลงของเขาหลายครั้ง เช่น ปกอัลบั้ม “Travelling Without Moving” ที่ล้อเลียนโลโก้ Ferrari หรือเพลง “Black Devil Car” ที่กล่าวถึง Ferrari Enzo สีดำคันโปรดของเขา เขายังให้คำแนะนำสำหรับนักสะสมมือใหม่ว่า “ถ้าคุณมีเงินประมาณ 10,000 – 15,000 ยูโร จงใช้มันไปกับอะไรบางอย่างที่จะเพิ่มมูลค่าในภายหลัง” ซึ่งเป็นหลักการสำคัญของการ ลงทุนในรถยนต์หายาก
คริส อีแวนส์ (Chris Evans): นักแสดงอังกฤษกับ Ferrari 250 GTO
คริส อีแวนส์ นักแสดงชื่อดังชาวอังกฤษ ผู้เคยดำเนินรายการ “Top Gear” เป็นอีกหนึ่งผู้ที่มีความหลงใหลในรถยนต์อย่างลึกซึ้ง เขาครอบครอง Ferrari 250 GTO ปี 1963 ที่ซื้อมาในปี 2012 ด้วยราคา 14 ล้านยูโร และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสามเท่า
อีแวนส์ชื่นชอบรถยนต์หรู และเคยประสบอุบัติเหตุกับ Ferrari 250 GT California Spyder ปี 1961 ซึ่งเป็นรถที่ซื้อมาในราคา 8.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ภายหลังพบว่าขาดมอเตอร์เดิมที่ติดรถมา จึงรีบขายต่ออย่างรวดเร็ว เขาเป็นแฟนตัวยงของ Ferrari และ Porsche และมักเลือกสะสมรถยนต์สีขาว ซึ่งรวมถึงรุ่นอย่าง 365 GTS/4 Daytona Spyder, 250 GT/L Lusso, Dino 246 และ 458 Speciale
ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille): ช่างทำนาฬิกาผู้หลงใหลใน Formula 1
ริชาร์ด มิลล์ ผู้ผลิตนาฬิกาหรูชื่อดัง ใช้เวลาว่างไปกับการขับรถในคอลเลกชันของเขาบนถนนเล็กๆ ในเบรอตาญ ฝรั่งเศส เขาสะสมรถหลากหลายประเภท รวมถึงรถอเมริกันที่ใช้ในการแข่งขัน Formula 1 เช่น Formula 1 BRM P160 ปี 1971
มิลล์เชื่อว่าการสะสมคือการเรียนรู้ ยิ่งเราค้นคว้ามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งเข้าใจและตัดสินใจเลือกสิ่งที่เราสะสมได้ดียิ่งขึ้น เขาให้ความสำคัญกับ รถแข่ง Formula 1 และรถยนต์ที่สร้างประวัติศาสตร์ ซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามประวัติศาสตร์และความสำคัญของการแข่งขัน
บทสรุป: ก้าวต่อไปในโลกแห่งการลงทุนยานยนต์
เรื่องราวของนักสะสมยานยนต์เหล่านี้แสดงให้เห็นว่า ความหลงใหลในรถยนต์สามารถหลอมรวมกับความเฉียบคมในการลงทุนได้อย่างลงตัว การเข้าใจในตลาด รถยนต์โบราณราคาสูง, การวิเคราะห์แนวโน้มราคา, และการเลือกยานพาหนะที่เหมาะสม ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้การสะสมกลายเป็นแหล่งรายได้ที่น่าดึงดูด
หากคุณเองก็มีความหลงใหลในยานยนต์ และกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนที่แตกต่าง การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับ การประเมินมูลค่ารถยนต์คลาสสิก, การเข้าถึง ตลาดรถหายาก, หรือแม้แต่การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้าน การซื้อขายรถยนต์หรู คือก้าวแรกที่สำคัญ การลงทุนในความหลงใหลของคุณ อาจเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดที่คุณเคยทำมาก็เป็นได้

