เหล่านักสะสมรถยนต์ระดับโลก: เมื่อความหลงใหลกลายเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่า
ในโลกที่การลงทุนและความมั่งคั่งมักถูกมองผ่านเลนส์ของตลาดหุ้น อสังหาริมทรัพย์ หรือคริปโตเคอร์เรนซี มีอีกหนึ่งอาณาจักรที่ซ่อนเร้นพลังทำกำไรมหาศาล นั่นคือโลกแห่งการสะสมรถยนต์สุดคลาสสิกและหายาก การครอบครองยานยนต์ที่เปี่ยมไปด้วยประวัติศาสตร์ เทคโนโลยี และการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์ ไม่ใช่เพียงแค่ความสุขทางใจ แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่สามารถเติบโตเป็นทวีคูณ ส่งผลให้ “นักสะสมรถยนต์” หลายคนกลายเป็นมหาเศรษฐีในอีกรูปแบบหนึ่ง วันนี้ เราจะพาเจาะลึกเส้นทางของบุคคลผู้มีชื่อเสียงระดับโลกที่เปลี่ยนความคลั่งไคล้ในยนตรกรรมให้กลายเป็นแหล่งรายได้อันมหาศาล ไม่ใช่เพียงแค่การรักษามูลค่า แต่เป็นการสร้างผลกำไรแบบ “พลิกชีวิต”
จากการสังเกตการณ์ในตลาดรถยนต์คลาสสิกและซูเปอร์คาร์ตลอดทศวรรษที่ผ่านมา พบว่า การลงทุนในรถยนต์คลาสสิก ไม่ใช่เรื่องของความฝันอีกต่อไป แต่เป็นกลยุทธ์ทางการเงินที่ชาญฉลาดสำหรับผู้ที่เข้าใจถึงศักยภาพของตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง รถยนต์สะสมมูลค่าสูง ที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างน่าทึ่ง หากมองในมุมของ นักสะสมรถยนต์มืออาชีพ พวกเขาไม่ได้มองเพียงแค่ความสวยงาม แต่คำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ตั้งแต่ประวัติการผลิต จำนวนที่จำกัด ประวัติการแข่งขัน หรือแม้กระทั่งการเป็นเจ้าของโดยบุคคลที่มีชื่อเสียง ซึ่งล้วนส่งผลต่อ มูลค่ารถยนต์คลาสสิก ในตลาด
เมื่อความหลงใหลกลายเป็นทรัพย์สิน: เจาะลึก 10 สุดยอดนักสะสมรถยนต์ระดับโลก
บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักกับ 10 บุคคลผู้ทรงอิทธิพลในวงการที่สามารถเปลี่ยนความรักในรถยนต์ให้กลายเป็นธุรกิจที่ทำกำไรได้อย่างไม่น่าเชื่อ จากนักแสดงตลกระดับโลกไปจนถึงนักมวยผู้ยิ่งใหญ่ พวกเขามีวิธีการมองและเข้าถึงตลาด รถยนต์หรูมือสอง และ รถยนต์หายาก อย่างไร จนสามารถสร้างผลตอบแทนที่เรียกได้ว่า “บ้าคลั่ง”
โรวัน แอทคินสัน (Rowan Atkinson) – ‘มิสเตอร์บีน’ กับ McLaren F1 มูลค่ามหาศาล
แม้จะเป็นที่รู้จักในบทบาทนักแสดงตลกผู้สร้างเสียงหัวเราะ แต่เบื้องหลัง ร.อ. แอทคินสัน คือนักสะสมรถยนต์ตัวยงผู้มีสายตาเฉียบคมในการเลือกรถ โดยเฉพาะรถสปอร์ตและรถหายาก คันที่สร้างชื่อเสียงให้กับเขามากที่สุดคือ McLaren F1 หนึ่งในสุดยอดซูเปอร์คาร์แห่งยุคที่ผลิตเพียง 107 คันทั่วโลก เขาซื้อคันที่ 64 มาในราคาประมาณ 640,000 ปอนด์ และด้วยการดูแลรักษาอย่างดี รวมถึงการซ่อมแซมโดยผู้เชี่ยวชาญหลังเกิดอุบัติเหตุครั้งใหญ่ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงถึง 1 ล้านปอนด์ (ซึ่งบริษัทประกันทั่วไปไม่สามารถครอบคลุมได้) ทำให้รถคันนี้ยังคงสภาพสมบูรณ์เสมือนใหม่ จนสามารถขายต่อได้ในราคาถึง 8 ล้านปอนด์! นี่คือตัวอย่างอันชัดเจนของ การลงทุนในรถสปอร์ต ที่ให้ผลตอบแทนอย่างงดงาม
แอทคินสัน มองว่ารถยนต์ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่คือการลงทุนที่มีศักยภาพ เขาถึงกับเคยกล่าวไว้ว่า McLaren F1 คันนี้เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อผู้ใช้งานอย่างแท้จริง ทั้งขนาดที่กะทัดรัด ความสะดวกสบายในการเดินทาง และพื้นที่สำหรับสัมภาระ ทำให้เขามีความผูกพันกับรถคันนี้อย่างลึกซึ้ง นอกเหนือจาก McLaren F1 แล้ว เขายังครอบครองรถคลาสสิกอื่นๆ อีกมากมาย เช่น Aston Martin DB2, BMW 328 ปี 1939, Mercedes SLS AMG และ Lancia Delta Integrale ซึ่งล้วนเป็นรถที่มี มูลค่าการสะสม สูง
นิโคลัส เคจ (Nicolas Cage) – ความฟุ่มเฟือยที่อาจเกินขอบเขต?
เมื่อพูดถึงนักแสดงผู้ใช้เงินอย่างฟุ่มเฟือย นิโคลัส เคจ มักจะถูกกล่าวถึงเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้จ่ายไปกับรถยนต์หรูและหายาก ก่อนที่จะมีปัญหาเรื่องภาษีในปี 2010 เคจได้ทุ่มเงินซื้อรถสปอร์ตเกือบทุกรุ่นที่ผลิตออกมา เขาเป็นเจ้าของ Bugatti Type 101C ซึ่งผลิตเพียง 6 คันทั่วโลก, Ferrari 599 GTB พร้อมชุดแต่ง HGTE, Lamborghini Miura SVJ (ซึ่งเคยเป็นของกษัตริย์อิหร่านและมีมูลค่าเพิ่มขึ้นสิบเท่าจากราคาซื้อ), Porsche 911 2.7 RS และ Ferrari อีกหลายรุ่น
แม้ว่าการซื้อรถจำนวนมากอาจดูเหมือนเป็นความฟุ่มเฟือย แต่บางครั้งการครอบครอง รถยนต์วินเทจหายาก เหล่านี้ ก็สามารถเป็น การลงทุนระยะยาว ได้เช่นกัน โดยเฉพาะรถที่มีประวัติความเป็นมา หรือเป็นรุ่นพิเศษที่ผลิตจำนวนจำกัด อย่างไรก็ตาม หากมองในแง่ของการทำกำไรแบบ “บ้าคลั่ง” อาจต้องพิจารณาถึงสภาพคล่องในการขายและการบริหารจัดการต้นทุนที่สูงตามมา
นิค เมสัน (Nick Mason) – มือกลอง Pink Floyd กับ Ferrari GTO มูลค่า 36 ล้านยูโร
นิค เมสัน มือกลองระดับตำนานของวง Pink Floyd ไม่เพียงแต่โด่งดังในวงการดนตรี แต่ยังเป็นที่ยอมรับในฐานะนักสะสมรถยนต์ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เขาคือเจ้าของ Ferrari 250 GTO ปี 1962-1964 ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ที่มี ราคาสูงที่สุดในโลก ณ ปัจจุบัน เมสันซื้อรถคันนี้ในปี 1977 ด้วยราคาเพียง 35,000 ปอนด์ และเมื่อในปี 2016 ราคามันพุ่งสูงไปถึง 30 ล้านปอนด์! นี่คือผลกำไรที่แสดงถึงวิสัยทัศน์ในการมองเห็นคุณค่าของ รถคลาสสิกที่หายาก ตั้งแต่เนิ่นๆ
ความรักและความผูกพันของเมสันกับ Ferrari GTO คันนี้ทำให้เขาเลือกที่จะเก็บรักษาไว้ แทนที่จะขายเพื่อทำกำไรสูงสุด เขาเป็นเจ้าของรถในตำนานกว่า 40 คัน ที่เคยผ่านสนามแข่งมาแล้วมากมาย จอดเก็บไว้ที่สนามบิน Royal Air Force ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมที่ไม่ธรรมดา นอกจากนี้ เขายังมีรถคลาสสิกหายากอื่นๆ เช่น Alfa Romeo 8C, Bugatti 35B, Maserati 250F Birdcage, Ferrari 512S และรถยอดนิยมอย่าง Trabant 601 เมสันเป็นตัวอย่างที่ดีของนักสะสมที่ผสมผสานความหลงใหลเข้ากับการลงทุนได้อย่างลงตัว
เจย์ เลโน (Jay Leno) – พิธีกรผู้หลงใหลใน ‘Jay Leno’s Garage’
ตำนานแห่งวงการโทรทัศน์อเมริกัน เจย์ เลโน เป็นที่รู้จักกันดีในเรื่องความหลงใหลในรถยนต์อย่างแท้จริง จนมีรายการโทรทัศน์เป็นของตัวเองคือ “Jay Leno’s Garage” ซึ่งเขาใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการทดสอบรถยนต์ที่เขาครอบครอง เลโนเป็นเจ้าของรถยนต์เกือบ 130 คัน และมอเตอร์ไซค์อีกประมาณ 100 คัน โดยเริ่มสะสมมาตั้งแต่ปี 1980 รถทั้งหมดจอดอยู่ในโรงจอดเครื่องบินส่วนตัวที่เบอร์แบงก์ รัฐแคลิฟอร์เนีย พร้อมทีมช่าง 4 คนที่ดูแลรักษาอย่างใกล้ชิด
รถคันโปรดของเขาคือ McLaren P1 ซูเปอร์คาร์ไฮบริด 903 แรงม้า ซึ่งเขาเปรียบเทียบว่าเป็น “การผสมผสานอันลงตัวของวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี” เลโนไม่ได้มองรถยนต์เป็นเพียงของสะสม แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เขาพร้อมจะนำมาใช้งานเสมอ การมีรถในครอบครองจำนวนมาก ไม่ได้หมายความว่าเขาจะขาดทุนเสมอไป แต่หากมองในมุม ซื้อรถยนต์คลาสสิกเพื่อการลงทุน การมีรถที่ได้รับความนิยมและมีประวัติศาสตร์ยาวนาน จะช่วยเพิ่มโอกาสในการ ทำกำไรจากการขายรถโบราณ ได้
เจอร์รี่ ไซนเฟลด์ (Jerry Seinfeld) – ราชาแห่ง Porsche
นักแสดงตลกและพิธีกรอเมริกัน เจอร์รี่ ไซนเฟลด์ มีความหลงใหลในรถยนต์ Porsche เป็นพิเศษ โดยเขามีรถยนต์รุ่นนี้มากถึง 47 คัน! คันแรกที่เขาครอบครองคือ Porsche 911 และรุ่นที่น่าสนใจอื่นๆ เช่น Carrera GT และ Porsche 550 Spyder ซึ่งเขาประมูลมาพร้อมกับรถรุ่นอื่นๆ อีก 17 คัน รวมถึงรถ Volkswagen รุ่นคลาสสิกอย่าง Coccinelle และ Combi ในปี 2015 มูลค่ารวมกว่า 22.2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเฉพาะ 550 Spyder คันเดียวมีมูลค่าถึง 5.3 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
รายการ “Comedians in Cars Getting Coffee” ของเขา ยังเป็นการนำเสนอรถยนต์สะสมอันหรูหราของเขาให้สาธารณชนได้รับชมไปพร้อมๆ กับการสัมภาษณ์แขกรับเชิญ การที่เขามีรถ Porsche จำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นใน แบรนด์รถยนต์คลาสสิก ที่มีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น และ ราคา Porsche คลาสสิก ที่มักจะมีการปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ราล์ฟ ลอเรน (Ralph Lauren) – ดีไซเนอร์ผู้มองรถยนต์เป็นงานศิลปะ
ดีไซเนอร์ชื่อดังระดับโลก ราล์ฟ ลอเรน เป็นเจ้าของคอลเลกชันรถสปอร์ตที่ติดอันดับต้นๆ ของโลก โดยเขามีรถยนต์กว่า 70 คัน และเคยนำรถบางส่วน (ประมาณ 17 คัน) ไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ ซึ่งสะท้อนถึงคุณค่าทางศิลปะและความงดงามของยานยนต์เหล่านี้ คันที่เขาภาคภูมิใจเป็นพิเศษคือ Ferrari 250 Testa Rossa ปี 1958 ซึ่งผลิตเพียง 34 คันเท่านั้น
ลอเรน มองรถยนต์เหมือนเป็นงานศิลปะร่วมสมัย ทั้งในด้านการออกแบบตัวถังและวิศวกรรมเครื่องยนต์ เขาให้ความสำคัญกับการใช้งานจริง และกล่าวว่าเขาขับรถทุกคันที่ครอบครอง หากเขาตัดสินใจขาย Ferrari 250 Testa Rossa คันนี้ เขาสามารถทำกำไรได้ถึง 15 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึง มูลค่ารถยนต์หายาก ในตลาด คอลเลกชันรถหรู ของเขา ยังรวมถึง McLaren F1 LM, Ferrari 250 LM, Ferrari 250 GT Berlinetta SWB และ Porsche 550 Spyder
ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ (Floyd Mayweather) – ‘Money’ กับ Bugatti Veyron สามคัน
นักมวยชื่อก้องโลกผู้มีฉายาว่า “Money” ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ ไม่ได้จำกัดการสะสมอยู่แค่รถยนต์วินเทจ แต่ยังให้ความสนใจกับซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ๆ โรงจอดรถ “Big Boy Mansion” ของเขาที่ลาสเวกัส ซึ่งมีพื้นที่กว่า 20,000 ตารางเมตร เป็นที่อยู่ของ Bugatti Veyron ถึงสามคัน (มูลค่าคันละ 2.3 ล้านยูโร) ซึ่งสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 400 กม./ชม.
นอกจากนี้ เขายังมีรถยุโรปสีขาวอีกประมาณสิบคัน ทั้ง Ferrari, Porsche, Lamborghini, McLaren รวมถึง Rolls-Royce Phantom เมย์เวทเธอร์ มักจะโพสต์ภาพรถยนต์สุดหรูของเขาลงบนโซเชียลมีเดีย ซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับแฟนคลับ การมีรถซูเปอร์คาร์จำนวนมากและเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมสูงเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการ ลงทุนในรถซูเปอร์คาร์ ที่ยังคงมีมูลค่าสูงในตลาด รถยนต์ระดับไฮเอนด์
เจย์ เคย์ (Jay Kay) – นักร้องนำ Jamiroquai กับ Ferrari ในตำนาน
นักร้องนำวง Jamiroquai เจย์ เคย์ มีความหลงใหลในรถยนต์วินเทจอย่างแรงกล้า โดยเฉพาะรถยนต์ Ferrari เขามี Ferrari 275 GTB/4 ปี 1967 ที่มีมูลค่ากว่า 1.7 ล้านปอนด์ เคย์มีรถยนต์ถึง 86 คัน มอเตอร์ไซค์ 19 คัน และรถแทร็กเตอร์อีก 1 คัน ความหลงใหลนี้ยังถูกนำไปใช้ในการโปรโมทผลงานเพลงของเขา เช่น ปกอัลบั้ม “Travelling Without Moving” ที่ล้อเลียนโลโก้ Ferrari หรือเพลง “Black Devil Car” ที่พูดถึง Ferrari Enzo สีดำคันโปรด
เขายังให้คำแนะนำสำหรับผู้ที่สนใจรถยนต์ว่า “ถ้าคุณมีเงินตั้งแต่ 10,000 – 15,000 ยูโร จงใช้มันไปกับอะไรบางอย่างที่จะเพิ่มมูลค่าในภายหลัง” ซึ่งสะท้อนแนวคิดการลงทุนใน รถยนต์คลาสสิกราคาเข้าถึงได้ ที่มีศักยภาพในการเติบโต คอลเลกชันของเขายังรวมถึง Maserati A6G Zagato, Aston Martin DB6 Mark 1 Volante และ Rolls-Royce Phantom
คริส อีแวนส์ (Chris Evans) – ดาราฮอลลีวูดกับ Ferrari 250 GTO
นักแสดงชาวอังกฤษ คริส อีแวนส์ เป็นที่รู้จักจากบทบาทในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร่ และยังเป็นพิธีกรรายการ “Top Gear” ในช่วงหนึ่ง เขากล่าวว่าตนเอง “เสพติดรถยนต์” อย่างมาก และมีรายการรถยนต์ในคลังยาวเหยียด รวมถึง Ferrari 250 GTO ปี 1963 ซึ่งเขาซื้อมาในปี 2012 ด้วยราคา 14 ล้านยูโร และปัจจุบันมีมูลค่าเพิ่มขึ้นเป็นสามเท่า
อีแวนส์มีความชื่นชอบรถยนต์สปอร์ตแบรนด์ดังอย่าง Ferrari และ Porsche โดยมักจะเลือกรถสีขาว คอลเลกชันของเขายังรวมถึง Ferrari 250 GT California Spyder ปี 1961 (ที่เคยเกิดอุบัติเหตุ), 365 GTS/4 Daytona Spyder, 250 GT/L Lusso, Dino 246, TR61 และรุ่นร่วมสมัยอย่าง 458 Speciale การซื้อขายรถยนต์ของเขาบางครั้งก็มีความผันผวน เช่น การซื้อ Ferrari 250 GT California Spyder ด้วยราคาสูงแล้วรีบขายต่อหลังเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญในตลาด รถยนต์มือสองมูลค่าสูง
ริชาร์ด มิลล์ (Richard Mille) – ช่างทำนาฬิกาผู้หลงใหล F1
ริชาร์ด มิลล์ ช่างทำนาฬิกาชื่อดังระดับโลก ผู้เป็นที่รู้จักจากนาฬิกาที่มีราคาสูงและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ก็เป็นอีกหนึ่งนักสะสมรถยนต์ตัวยงเช่นกัน ความสุขในวันหยุดของเขาคือการเลือกรถในโรงรถออกมาขับเล่นบนถนนเล็กๆ ในเบรอตาญ โดยมักเลือก Lancia Stratos ปี 1975 หรือ Porsche 910
มิลล์สะสมรถยนต์ที่หลากหลาย รวมถึงรถอเมริกันที่ใช้แข่ง Formula 1 เขาเชื่อว่า “ยิ่งเรารุดหน้าไปเท่าไหร่ เราก็ยิ่งรู้ข้อมูลประวัติศาสตร์ที่เรายังไม่รู้มากมายและมันก็ทำให้คุณตัดสินใจเลือกอะไรได้ดีขึ้น” สะท้อนถึงแนวคิดในการศึกษาข้อมูลเชิงลึกก่อนการตัดสินใจลงทุนใน รถยนต์แข่งโบราณ คอลเลกชันของเขายังรวมถึง Ferrari 250 PF, Lotus 33, McLaren M2B และ Porsche 917 ซึ่งเป็นรถที่มีประวัติศาสตร์ในสนามแข่งอย่างยาวนาน
สรุป: เมื่อความหลงใหลคือขุมทรัพย์
กรณีศึกษาของนักสะสมรถยนต์เหล่านี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของ ตลาดรถยนต์คลาสสิก ไม่ใช่เพียงแค่การครอบครองวัตถุที่สวยงาม แต่คือการลงทุนที่สามารถสร้างผลตอบแทนได้อย่างมหาศาล หากคุณมีความเข้าใจในตลาด การวิเคราะห์ มูลค่ารถยนต์ตามรุ่น และมีวิสัยทัศน์ในการมองเห็นศักยภาพของ รถยนต์หายาก การเข้าสู่โลกของการสะสมรถยนต์อาจเป็นเส้นทางสู่ความมั่งคั่งที่คุณคาดไม่ถึง
หากคุณกำลังมองหาโอกาสในการลงทุนที่แตกต่าง หรือต้องการเติมเต็มความฝันในการครอบครองยานยนต์ในตำนาน ถึงเวลาแล้วที่คุณจะเริ่มต้นศึกษาและวางแผนอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความหลงใหลในรถยนต์ของคุณกลายเป็นทรัพย์สินอันล้ำค่าที่สร้างผลตอบแทนได้อย่างยั่งยืน.

