Ferrari 12Cilindri: การเฉลิมฉลองมรดก V12 สู่ยุคใหม่ ชนะรางวัล Car Design Award 2025
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์ที่มีประสบการณ์กว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการของซูเปอร์คาร์มากมาย แต่ Ferrari 12Cilindri คือปรากฏการณ์ที่พิเศษอย่างแท้จริง ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่เป็นการประกาศถึงการสืบทอดตำนานขุมพลัง V12 อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari สู่ทศวรรษหน้า พร้อมด้วยการยอมรับในระดับสูงสุดด้วยรางวัล Car Design Award 2025 ในสาขา Production Cars ซึ่งเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงการออกแบบที่ผสมผสานความคลาสสิกเข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคตได้อย่างไร้ที่ติ
Ferrari 12Cilindri: มากกว่ารถยนต์ คือมรดกที่ได้รับการยกย่อง
การคว้ารางวัล Car Design Award 2025 ของ Ferrari 12Cilindri ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ รางวัลนี้ ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในระดับสากลว่าเป็นหนึ่งในเวทีอันทรงเกียรติที่สุดสำหรับวงการออกแบบยานยนต์ ได้มอบให้กับ 12Cilindri ในฐานะ “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์” คำกล่าวนี้สะท้อนแก่นแท้ของ 12Cilindri ได้อย่างชัดเจน มันคือการนำเอา DNA แห่งความยิ่งใหญ่ของ Ferrari V12 ในยุคบุกเบิก มาผสานเข้ากับเทคโนโลยีและแนวคิดการออกแบบที่ล้ำสมัย เพื่อสร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับยุคปัจจุบัน
การที่ Ferrari ได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้ถึง 5 ครั้งนับตั้งแต่ปี 1984 (Testarossa ในปี 1985, Roma ในปี 2020, 296 GTB ในปี 2022, Purosangue ในปี 2023 และล่าสุดคือ 12Cilindri ในปี 2025) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นอันไม่เสื่อมคลายของ Ferrari ในการเป็นผู้นำด้านการออกแบบยานยนต์ระดับโลก พิธีมอบรางวัลซึ่งจัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ในเมืองมิลาน ระหว่างงาน Milan Design Week เป็นเวทีที่ Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari ได้ขึ้นรับรางวัลในนามของทีมงานผู้สร้างสรรค์ผลงานชิ้นเอกนี้
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยสื่อมวลชนยานยนต์ชั้นนำระดับโลก ได้ให้เหตุผลในการยกย่อง 12Cilindri ว่า “ดีไซน์ของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่ โดยการพัฒนาด้านแอโรไดนามิกในปัจจุบันจะไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ได้ผลักดันให้โครงการนี้ผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่น ได้แก่ความสปอร์ตและความหรูหรา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย”
การออกแบบ Ferrari 12Cilindri: บทกวีแห่งเส้นสายและความสง่างาม
Ferrari 12Cilindri คือนิยามใหม่ของ Gran Turismo ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุคทองของ Ferrari ในทศวรรษ 1950s และ 60s มันสืบทอดเจตนารมณ์ของรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางหน้า ขับเคลื่อนล้อหลัง สองที่นั่ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 มาสู่ปัจจุบันได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านดีไซน์ ความอเนกประสงค์ และสมรรถนะ
รูปลักษณ์ภายนอกของ 12Cilindri คือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไม เส้นสายตัวถังที่ดูเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยพละกำลังอันมหาศาล เทคโนโลยีแอโรไดนามิกแบบแอคทีฟที่ผสานเข้ากับตัวรถอย่างแนบเนียน กระโปรงหน้าที่เปิดย้อนทาง เผยให้เห็นความงามของขุมพลัง V12 ที่ซ่อนอยู่ และท่อไอเสียคู่แบบ Twin Pair อันเป็นเอกลักษณ์ของ Ferrari ล้วนสะท้อนถึงการยกระดับมรดกอันทรงคุณค่าของ Ferrari ให้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมในทุกมิติ
การออกแบบภายนอก อาจทำให้บางท่านนึกถึง Ferrari F80 ที่มีความเพรียวบาง หรือ Ferrari 365 GTB/4 Daytona ที่โดดเด่นด้วยรูปทรงดุดัน แต่ 12Cilindri มีภาษาการออกแบบที่แตกต่างออกไป ด้านหน้ามุมตรง มีการออกแบบที่คล้ายกับ Daytona ในขณะที่เส้นสายด้านข้างแถวประตูมีความโค้งมน อันเป็นเสน่ห์ที่แตกต่างจากรุ่นก่อนหน้าที่เน้นความสปอร์ตดุดันมากกว่า 12Cilindri ผสมผสานกลิ่นอายของ F80 ที่ให้ความรู้สึกกระชับ หรูหรา และโค้งมน พร้อมกล้ามเนื้อตามสไตล์ Ferrari ยุค 50s-60s ไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมที่ด้านล่างมีไฟ DRL คาดด้านหน้าด้วยแถบสีดำพร้อมวางโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กตรงกลาง สร้างความรู้สึกแบบเรโทรได้อย่างชัดเจน
กระจังหน้าแบบตะแกรงสีดำพร้อมเซ็นเซอร์ตรงกลาง ทำหน้าที่ระบายความร้อนให้กับเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่ใต้ฝากระโปรงหน้า ฝากระโปรงหน้าที่ยาว มีช่องระบายอากาศสองช่อง ชวนให้นึกถึง Ferrari 812 Superfast ที่ใช้เครื่องยนต์ V12 NA ซึ่งอาจเป็น V12 รุ่นสุดท้ายของม้าลำพอง
บริเวณด้านข้าง โป่งล้อหน้าถูกออกแบบให้ดูมีกล้ามเนื้ออย่างชัดเจน ซึ่งอันที่จริงแล้วเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบฝากระโปรงหน้าที่เมื่อปิดลงจะสร้างเอฟเฟกต์ดังกล่าว คล้ายกับ Ferrari ในอดีต มีช่องระบายลมใต้โป่งล้อเพื่อจัดระเบียบการไหลเวียนอากาศให้ไหลผ่านออกด้านข้างตัวรถ รายละเอียดการออกแบบในส่วนนี้แตกต่างจาก 812 Superfast อย่างชัดเจน ซึ่งเน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างสุดขีด
ล้อของ 12Cilindri มาพร้อมล้อและยางหน้าขนาด 275/35 R21 J10.0 และหลัง 315/35 R21 J11.5 แม้จะดูเหมือนยางบางแต่เมื่อได้สัมผัสการขับขี่ จะพบว่าความนุ่มนวลเกินคาด ระบบเบรกด้านหน้าขนาด 398x223x38 มม. และหลัง 360x233x32 มม. มาพร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ ระบบเบรกแบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับ ABS Evo เพื่อความแม่นยำสูงสุด และระบบ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ที่ควบคุมมุมล้อหน้าหลังเพื่อการเข้าโค้งที่เฉียบคม ควบคู่ไปกับระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) และเซ็นเซอร์ 6D ที่วิเคราะห์แรงยึดเกาะแบบ Real-time ทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกสภาวะ
ท้ายรถของ 12Cilindri ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอายแบบเรโทรได้อย่างลงตัว มีความแบนราบคล้าย SF90 แต่ไฟท้ายกลับมีความคล้ายคลึงกับ Roma ดิฟฟิวเซอร์ด้านล่างขนาดใหญ่ช่วยในการรีดอากาศ ถือเป็นการออกแบบท้ายรถที่สวยงามและร่วมสมัย บริเวณฝากระโปรงท้ายมีแถบสีดำเช่นเดียวกับด้านหน้า และมีการออกแบบให้มีลักษณะคล้าย Ducktail เล็กๆ ที่ท้ายรถ
ไฮไลท์สำคัญคือ ปีกซ้ายและขวาบริเวณท้ายรถ มีสปอยเลอร์แบบ Active ซ่อนอยู่ ซึ่งจะทำงานเมื่อความเร็วเกิน 60 กม./ชม. เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศ ช่วยให้รถมีความนิ่งขึ้นขณะขับขี่ พื้นที่เก็บสัมภาระเพียงพอสำหรับกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ และกระเป๋าเป้ขนาดเล็กอีก 1 ใบ
ภายใน Ferrari 12Cilindri: ศูนย์กลางแห่งการขับขี่ที่หรูหราและเป็นส่วนตัว
ภายในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri คือการสะท้อนถึงความหรูหราและคุณภาพตามแบบฉบับซูเปอร์คาร์ GT เรือธงของ Ferrari โดดเด่นด้วยการออกแบบสไตล์ Dual Cockpit ที่มอบความรู้สึกปลอดภัย เป็นส่วนตัว และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่สมบูรณ์แบบ วัสดุที่ใช้ ได้แก่ หนังคุณภาพสูง, หนังกลับ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ สร้างบรรยากาศแห่งความหรูหราที่เหนือระดับ
คอนโซลกลางโดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผล 3 ชุด: หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่ขนาด 15.6 นิ้ว, หน้าจอกลางขนาด 10.25 นิ้ว ที่รองรับ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมแสดงผลข้อมูลสมรรถนะของรถ และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้าขนาด 8.8 นิ้ว ที่สามารถแสดงความเร็วและรอบเครื่องยนต์ได้เช่นเดียวกับฝั่งผู้ขับขี่ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “Co-Driver” การตกแต่งด้วยแผ่นป้ายรุ่น 12Cilindri และระบบเครื่องเสียง 15 ลำโพงจาก Burmester Audio System ช่วยเพิ่มอรรถรสและความเพลิดเพลินตลอดการเดินทาง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อม Paddle Shift คือศูนย์กลางการควบคุมทุกอย่างสำหรับผู้ขับขี่ มีปุ่มสตาร์ท, ปุ่มปรับโหมดการขับขี่, ไฟเลี้ยว และปุ่มควบคุมอื่นๆ ที่จำเป็น ผู้ขับขี่สามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้อย่างครบถ้วนจากพวงมาลัย ซึ่งเป็นดีไซน์ที่พบได้ในรถรุ่นเรือธงอื่นๆ ของ Ferrari เช่น SF90
บริเวณเกียร์มีที่วางแก้วน้ำ 1 จุด และยังมีช่องเก็บขวดน้ำที่ประตูทั้งสองข้าง ดีไซน์เกียร์อัตโนมัติ DCT F1 แบบ 8 จังหวะ ถูกออกแบบให้มีลักษณะคล้ายคันเกียร์แบบแมนนวลแบบเรโทรของ Ferrari ในอดีต การกดก้านเล็กๆ ขึ้นลงเพื่อเข้าเกียร์ สร้างความรู้สึกคลาสสิก ถัดลงมาเป็นที่วางกุญแจ และปุ่มเปิด-ปิดกระจก (สำหรับรุ่น Spider จะมีปุ่มเปิด-ปิดหลังคาเพิ่มเข้ามา)
เบาะนั่งทรงสปอร์ต สไตล์รถแข่ง GT บนโครงสร้างคาร์บอนไฟเบอร์ หุ้มด้วยหนัง หรือ Alcantara ตามออปชั่นที่เลือก ที่วางแขนตรงกลางอาจดูเล็กไปบ้าง แต่ภายในสามารถเก็บสัมภาระได้ บริเวณเท้าฝั่งผู้โดยสารมีแป้นพักเท้าเพื่อความสะดวกสบาย
เครื่องยนต์ Ferrari 12Cilindri: พลัง V12 อันไร้ขีดจำกัด
หัวใจของ Ferrari 12Cilindri คือเครื่องยนต์ V12 ความจุ 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) วางหน้าค่อนกลาง ที่ได้รับการปรับปรุงมาจากเครื่องยนต์ V12 ใน 812 Superfast โดยมีการใช้วัสดุไทเทเนียมสำหรับชิ้นส่วนข้อเหวี่ยง เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพการหมุนได้สูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับเหล็กหล่อ
นอกจากนี้ยังมีการใช้อะลูมิเนียมอัลลอยในการผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยง พร้อมถ่ายทอดเทคโนโลยีจาก Formula 1 อาทิ การเคลือบผิวด้วยกรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating เพื่อลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกล
เครื่องยนต์ V12 NA นี้ ให้กำลังสูงสุด 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะ ลูกใหม่ที่ฉลาดและเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.9 วินาที (Coupe), 2.95 วินาที (Spider)
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 7.9 วินาที (Coupe), 8.2 วินาที (Spider)
ความเร็วสูงสุด: 340 กม./ชม.
น้ำหนักตัวถัง: 1,560 กก. (Coupe), 1,620 กก. (Spider)
อัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลัง: 48.4:51.6
มิติของ Ferrari 12Cilindri: สมดุลแห่งสมรรถนะและความสะดวกสบาย
แชสซีส์และตัวถังของ 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีความแข็งแรงกว่า 812 Superfast ถึง 15% พร้อมระบบซับเสียงที่ดีขึ้น โดยที่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น และยังเป็นรถยนต์ Production Car คันแรกของ Ferrari ที่ใช้ Alloy รีไซเคิล 100% เป็นชิ้นส่วน Subframe เกียร์
ความยาว: 4,733 มม.
ความกว้าง: 2,176 มม.
ความสูง: 1,292 มม.
ระยะฐานล้อ: 2,700 มม.
การปรับปรุงตัวถังให้เบาและแข็งแรงขึ้น ทำให้ Ferrari สามารถปรับแต่งช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลมากขึ้น การปรับฐานล้อให้สั้นลงช่วยเพิ่มความกระฉับกระเฉง และความสูงและความกว้างที่มากขึ้นทำให้การขับขี่ใช้งานได้ง่ายขึ้น แม้ความยาวของตัวรถอาจต้องใช้เวลาในการกะระยะเล็กน้อย
สัมผัส Ferrari 12Cilindri Spider: ประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย
ในการทดลองขับครั้งนี้ เราได้สัมผัสกับ Ferrari 12Cilindri Spider ซึ่งมีความแตกต่างจากรุ่นหลังคาแข็งเล็กน้อย ตัวหลังคาเป็นแบบแข็งเปิด-ปิดอัตโนมัติภายใน 14 วินาที สามารถทำงานได้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ดีไซน์ด้านหลังเป็นแบบลาดลงแต่เว้าตรงกลาง พร้อมกระจกกั้นที่ทำงานร่วมกับการเปิด-ปิดหลังคา
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้น 60 กก. ในรุ่น Spider (รวม 1,620 กก.) มีผลต่อสมรรถนะเพียงเล็กน้อย โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. เพิ่มขึ้นเพียง 0.05 วินาที การทดสอบในครั้งนี้เราได้สัมผัสกับรุ่นที่เพิ่มออปชั่นคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน เบาะ และล้อ ซึ่งไม่ได้ส่งผลต่อสมรรถนะหลัก แต่ช่วยเสริมความสวยงาม
เราได้ทดลองขับที่สนามปทุมธานี สปีดเวย์ ในโหมด Sport ซึ่งเป็นสนามที่จำลองสภาพการขับขี่แบบสตรีทเซอร์กิตได้อย่างดีเยี่ยม การขับขี่ 3 รอบ โดยรอบแรกเป็นผู้เชี่ยวชาญขับให้ฟัง แสดงให้เห็นถึงสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของรถ สามารถเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ แม้จะใช้ไลน์ทดสอบที่โหดร้าย เสียงเครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว
เมื่อได้ลองขับเอง ตำแหน่งผู้ขับขี่ถูกออกแบบมาให้สบายอย่างน่าประหลาดใจ พร้อมทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม แม้รถจะมีความยาว แต่การมองเห็นฝากระโปรงหน้าช่วยให้กะระยะได้ไม่ยาก
การเร่งเครื่องยนต์บนทางตรง มอบความเร้าใจด้วยเสียง V12 NA อันไพเราะ ระบบเบรกทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยเทคโนโลยีจาก SF90 ช่วยให้รถชะลอความเร็วได้อย่างนุ่มนวล ไม่กระชาก พร้อมระบบ Engine Brake ที่ช่วยเสริมการเบรกให้มั่นใจยิ่งขึ้น การดาวน์เกียร์อย่างรวดเร็วของเกียร์ DCT 8 จังหวะ สร้างเสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจในทุกการเปลี่ยนเกียร์
สิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุดคือช่วงล่าง การเข้าโค้งลึกๆ ที่ท้ายรถเริ่มสะบัดเล็กน้อย รถกลับนุ่มหนึบ เกาะถนนราวกับถูกดูดติดพื้น ด้วยความเฟิร์มที่ผสมผสานกับความนุ่มนวล ทำให้ Ferrari 12Cilindri เป็น Supercar ที่สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง ระบบเลี้ยว 4 ล้อ และฐานล้อที่สั้นลงกว่า 812 Superfast ทำให้รถมีความคล่องตัวสูง การออกแบบตัวถังที่แข็งแรงและใต้ท้องรถที่สูงขึ้น ช่วยให้ Ferrari สามารถปรับตั้งช่วงล่างได้อย่างลงตัวกว่ารุ่นก่อนๆ
Ferrari 12Cilindri คือสุดยอดซูเปอร์คาร์สไตล์ GT ที่ผสมผสานมรดกแห่งตำนาน V12 เข้ากับเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้อย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการออกแบบที่ได้รับรางวัลระดับโลก สมรรถนะที่เหนือชั้น และประสบการณ์การขับขี่ที่มอบทั้งความเร้าใจและความสบายได้อย่างลงตัว
หากคุณกำลังมองหาสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่ผสมผสานประวัติศาสตร์อันยาวนาน เข้ากับนวัตกรรมแห่งอนาคตอย่างลงตัว Ferrari 12Cilindri คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์อันยิ่งใหญ่ของ Ferrari ได้แล้ววันนี้
![[ครบชุด] T1901267 ในย คของคอนเทนท อย าพ งด วนต ดส นคน](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-1493.png)
![[ครบชุด] T1901267 ในย คของคอนเทนท อย าพ งด วนต ดส นคน](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-1494.png)