Ferrari 12Cilindri: นิยามใหม่แห่งความหรูหรา สง่างาม พร้อมรางวัลการันตีดีไซน์ระดับโลก
ในโลกยานยนต์ที่ความเร็วและสมรรถนะคือหัวใจหลัก แบรนด์ Ferrari ได้พิสูจน์ตัวเองมาอย่างยาวนานในฐานะผู้สร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ที่เปี่ยมไปด้วยจิตวิญญาณอันไร้ที่สิ้นสุด และในปี 2025 นี้ พวกเขาได้เปิดตัวผลงานชิ้นโบว์แดงที่สะกดทุกสายตา นั่นคือ Ferrari 12Cilindri ซึ่งไม่เพียงแต่จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่ยังได้รับการยกย่องในด้านการออกแบบอันโดดเด่น ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Car Design Award 2025 มาครอง
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้สัมผัสกับนวัตกรรมและความเปลี่ยนแปลงมากมายที่เกิดขึ้นในอุตสาหกรรม แต่ Ferrari 12Cilindri นี้ ถือเป็นปรากฏการณ์ที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง มันไม่ใช่เพียงแค่การยกระดับมาตรฐานซูเปอร์คาร์ให้สูงขึ้น แต่เป็นการผสานอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว จนได้รับคำชมจากคณะกรรมการของ Car Design Award ว่าเป็น “สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์”
Car Design Award 2025: การยอมรับในความงามอันเหนือกาลเวลา
การได้รับรางวัล Car Design Award 2025 ในหมวด Production Cars ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำเร็จในการออกแบบของ Ferrari 12Cilindri รางวัลนี้เป็นหนึ่งในเวทีที่สำคัญที่สุดในระดับโลกที่มอบให้กับโครงการออกแบบยานยนต์ที่สร้างสรรค์และมีอิทธิพลต่ออุตสาหกรรม การที่ Ferrari 12Cilindri ได้รับเกียรตินี้ ไม่ใช่ครั้งแรกสำหรับแบรนด์สัญลักษณ์ม้าลำพองนี้ นับตั้งแต่ปี 1984 ซึ่งเป็นปีที่ก่อตั้งรางวัลนี้ขึ้น Ferrari ได้มีรถรุ่นอื่นๆ ที่เคยได้รับรางวัลอันทรงเกียรตินี้มาแล้วถึง 4 รุ่น ได้แก่ Testarossa (1985), Roma (2020), 296 GTB (2022) และ Purosangue (2023) การคว้ารางวัลนี้อีกครั้ง สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Ferrari ในการรักษามาตรฐานการออกแบบระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
พิธีมอบรางวัลอันทรงเกียรตินี้จัดขึ้น ณ พิพิธภัณฑ์ ADI Design Museum ในเมืองมิลาน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน Milan Design Week อันยิ่งใหญ่ โดยมีคุณ Flavio Manzoni หัวหน้าฝ่ายออกแบบของ Ferrari เป็นผู้ขึ้นรับรางวัลในนามของทีมงาน นี่คืออีกหนึ่งข้อพิสูจน์ว่าทีมออกแบบของ Ferrari ไม่ได้ทำงานเพื่อสร้างรถที่สวยงามเพียงอย่างเดียว แต่ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์และจิตวิญญาณของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ
คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ซึ่งประกอบด้วยสื่อมวลชนยานยนต์ชั้นนำจากทั่วโลก ได้ให้เหตุผลในการเลือก Ferrari 12Cilindri ไว้ว่า “ดีไซน์ของ 12Cilindri ถ่ายทอดจิตวิญญาณของ Ferrari V12 ยุค 50 และ 60 ได้เป็นอย่างดี ผ่านการทบทวนและปรับปรุงใหม่ โดยการพัฒนาด้านแอโรไดนามิกในปัจจุบันจะไม่ได้อ้างอิงจากแค่ความรู้และประสบการณ์ที่สั่งสมอย่างที่ผ่านมาแล้ว แต่จะใช้หลักวิทยาศาสตร์เป็นหลัก สายใยอันแน่นแฟ้นระหว่างรากฐานดั้งเดิมและอนาคตของแบรนด์ได้ผลักดันให้โครงการนี้ผสานสองจิตวิญญาณที่โดดเด่น ได้แก่ความสปอร์ตและความหรูหรา เพื่อสร้างเอกลักษณ์ที่เหนือความคาดหมาย”
เส้นสายแห่งประวัติศาสตร์: แรงบันดาลใจจากยุคทองของ Ferrari Gran Turismo
Ferrari 12Cilindri ได้รับแรงบันดาลใจอย่างชัดเจนจากรถ Gran Turismo ในยุคทศวรรษที่ 1950s และ 1960s ซึ่งเป็นยุคทองของรถสปอร์ตขับเคลื่อนล้อหลัง เครื่องยนต์วางหน้าแบบ 2 ที่นั่ง อันเป็นหัวใจสำคัญของ Ferrari V12 ผสมผสานกับนวัตกรรมทางวิศวกรรมสมัยใหม่ เพื่อส่งมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เคยมีมาก่อน
เมื่อมองจากภายนอก เส้นสายของ Ferrari 12Cilindri นั้นสะท้อนถึงความสปอร์ต ความหรูหรา และความละเมียดละไมได้อย่างลงตัว ตัวถังที่เรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยความทรงพลังนี้ ได้รับการเสริมด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยหลายประการ เช่น
แอโรไดนามิกแบบแอคทีฟ: การออกแบบที่ผสานหลักอากาศพลศาสตร์เข้ากับตัวรถได้อย่างแนบเนียน ไม่เพียงแต่เพิ่มประสิทธิภาพในการรีดอากาศ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสวยงามของเส้นสาย
ฝากระโปรงหน้าแบบย้อนทาง: การเปิดฝากระโปรงหน้าในทิศทางที่แตกต่างออกไป เผยให้เห็นถึงความงามของขุมพลัง V12 ที่อยู่ภายใต้
ท่อไอเสียแบบ Twin Pair: สัญลักษณ์อันโดดเด่นของ Ferrari V12 ที่ยังคงถูกนำมาใช้เพื่อตอกย้ำเอกลักษณ์
การออกแบบของ 12Cilindri นี้ ไม่ได้เพียงแค่ดึงเอาภาพลักษณ์ของ Ferrari ในอดีตมาใช้ แต่เป็นการตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยที่เทคโนโลยีและความปลอดภัยมีความสำคัญมากขึ้น อาจมีบางคนที่มองเห็นความคล้ายคลึงกับ Ferrari F80 หรือ 365 GTB/4 Daytona ในบางมุม แต่ 12Cilindri มีความเป็นตัวเองที่ชัดเจน มันมีความกระชับ เรียบหรู และโค้งมนในแบบฉบับของ Ferrari ยุค 50s-60s ไม่ได้เน้นความดุดันจนเกินไป
ด้านหน้าของ 12Cilindri โดดเด่นด้วยไฟหน้าทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มีแถบไฟ Daytime Running Lights (DRL) อยู่ด้านล่าง การคาดแถบสีดำพร้อมวางโลโก้ Ferrari ขนาดเล็กไว้ตรงกลาง ทำให้เกิดความรู้สึกแบบ Retro สูงส่ง กระจังหน้าเป็นแบบตะแกรงสีดำพร้อมเซ็นเซอร์ที่ช่วยในการทำงานของระบบต่างๆ ซึ่งออกแบบมาเพื่อการระบายความร้อนอันทรงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ V12 ขนาดใหญ่
ฝากระโปรงหน้ามีความยาวและมีช่องระบายอากาศสองช่อง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถที่วางเครื่องยนต์ V12 NA ไว้ด้านหน้า ซึ่งอาจเป็นเครื่องยนต์ V12 รุ่นสุดท้ายของ Ferrari ทำให้ยิ่งเพิ่มคุณค่าทางประวัติศาสตร์และความพิเศษให้กับรถคันนี้
เมื่อมองจากด้านข้าง จะเห็นมัดกล้ามเนื้ออันชัดเจนบริเวณโป่งล้อหน้า ซึ่งจริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบฝากระโปรงหน้า ที่เมื่อปิดลงจะสร้างมิติที่ดูทรงพลังคล้ายกับ Ferrari ในอดีต บริเวณใต้โป่งล้อหลังด้านหน้า มีช่องระบายลมเพื่อช่วยจัดระเบียบการไหลเวียนของอากาศในซุ้มล้อให้ไหลผ่านออกทางด้านข้างตัวรถ รายละเอียดเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความพิถีรพิถันในการออกแบบที่แตกต่างจาก Ferrari 812 Superfast ที่เน้นความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวอย่างสุดขีด
ชุดล้อและยางที่ติดตั้งมาเป็นขนาด 275/35 R21 ที่ล้อหน้า และ 315/35 R21 ที่ล้อหลัง พร้อมระบบเบรกสมรรถนะสูงที่ยกมาจากรุ่นท็อปอย่าง SF90 และ 296 ระบบเบรกแบบ Brake-by-wire ทำงานร่วมกับระบบ ABS Evo และ Virtual Short Wheelbase 3.0 (PCV) ช่วยให้การควบคุมรถแม่นยำและเฉียบคมในทุกสถานการณ์ อีกทั้งระบบรักษาการทรงตัว Slide Slip Control 8.0 (SSC 8.0) ที่ทำงานร่วมกับเซ็นเซอร์ 6D ช่วยให้ผู้ขับขี่มั่นใจได้ในทุกสภาวะการขับขี่
ท้ายรถของ Ferrari 12Cilindri ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับกลิ่นอาย Retro ได้อย่างลงตัว มีความแบนราบคล้าย SF90 แต่ไฟท้ายกลับให้ความรู้สึกเหมือน Roma พร้อมดิฟฟิวเซอร์ขนาดใหญ่ที่ช่วยรีดอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบส่วนนี้ถือว่าสวยงามและลงตัวมาก
ส่วนบริเวณฝากระโปรงท้ายเป็นแถบสีดำ เช่นเดียวกับด้านหน้า ซึ่งมีสปอยเลอร์แบบ Active ซ่อนอยู่ สามารถทำงานได้ในช่วงความเร็ว 60 กม./ชม. ขึ้นไป เพื่อเพิ่มแรงกดอากาศให้รถมีความนิ่งมากขึ้น พื้นที่เก็บสัมภาระด้านในเพียงพอสำหรับการเดินทางระยะสั้น
ภายใน: สัมผัสแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีขั้นสูง
เมื่อก้าวเข้าสู่ภายในห้องโดยสารของ Ferrari 12Cilindri คุณจะพบกับบรรยากาศแห่งความหรูหราพรีเมี่ยมที่ตามแบบฉบับรถสปอร์ต GT เรือธงของ Ferrari การออกแบบสไตล์ Dual Cockpit มอบความรู้สึกปลอดภัยและเป็นส่วนตัวให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร วัสดุที่เลือกใช้ประกอบด้วยหนังคุณภาพสูง หนังกลับ Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ สะท้อนถึงความใส่ใจในทุกรายละเอียด
คอนโซลกลางโดดเด่นด้วยหน้าจอแสดงผลดิจิทัลถึง 3 ชุด:
หน้าจอมาตรวัดผู้ขับขี่: ขนาด 15.6 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ครบถ้วน
หน้าจอกลาง: ขนาด 10.25 นิ้ว สามารถเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto แสดงผลข้อมูลต่างๆ รวมถึงสมรรถนะของรถ
หน้าจอสำหรับผู้โดยสารด้านหน้า: ขนาด 8.8 นิ้ว แสดงข้อมูลความเร็วและรอบเครื่องยนต์ ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น Co-Driver
ใต้หน้าจอเหล่านี้ ยังมีการประทับตราสัญลักษณ์ 12Cilindri อันเป็นเอกลักษณ์ และระบบเครื่องเสียง Burmester Audio System 15 ลำโพง มอบประสบการณ์เสียงอันสมจริง
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นพร้อม Paddle Shift ไม่ได้เป็นเพียงแค่อุปกรณ์ควบคุม แต่เป็นศูนย์กลางของการควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างสำหรับผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นปุ่มสตาร์ท, ปุ่มปรับโหมดการขับขี่, ไฟเลี้ยว และปุ่มควบคุมอื่นๆ ทั้งหมดสามารถจัดการได้บนพวงมาลัย ซึ่งเป็นดีไซน์ที่พบได้ในรถรุ่นเรือธงหลายๆ รุ่นของ Ferrari
บริเวณคอนโซลเกียร์มีการออกแบบที่น่าสนใจ โดยมีที่วางแก้วน้ำ 1 จุด และช่องเก็บของที่ประตูทั้งสองฝั่ง สามารถวางขวดน้ำได้ การออกแบบหัวเกียร์นั้นได้รับแรงบันดาลใจจากเกียร์แมนวลแบบ Retro ของ Ferrari ในอดีต ซึ่งเป็นการโยกคันโยกขนาดเล็กขึ้นลงเพื่อเข้าเกียร์ ถัดลงมาเป็นพื้นที่สำหรับวางกุญแจ และปุ่มควบคุมกระจกไฟฟ้า ซึ่งในรุ่น Spider จะมีปุ่มเปิด-ปิดหลังคาเพิ่มเข้ามาด้วย
เบาะนั่งเป็นทรงสปอร์ตที่ให้ความรู้สึกเหมือนรถแข่งสไตล์ GT โดยมีพื้นฐานเป็นคาร์บอนไฟเบอร์ แต่ใช้วัสดุหุ้มเป็นหนังหรือ Alcantara แล้วแต่การเลือกออปชั่น ที่พักแขนตรงกลางอาจมีขนาดเล็กไปบ้าง แต่สามารถเปิดเพื่อเก็บของได้ และมีแป้นรองเท้าสำหรับผู้โดยสารฝั่งขวา
ขุมพลัง V12 อันทรงพลัง: มรดกที่ส่งต่อจากสนามแข่ง
หัวใจของ Ferrari 12Cilindri คือเครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร (6,496 ซีซี) อันทรงพลัง ซึ่งได้รับการพัฒนาต่อยอดมาจากเครื่องยนต์ V12 ในรุ่น 812 Superfast โดยมีการใช้วัสดุไทเทเนียมสำหรับชิ้นส่วนข้อเหวี่ยง เพื่อลดน้ำหนักและเพิ่มประสิทธิภาพสูงสุดถึง 40% เมื่อเทียบกับเหล็กหล่อ การผลิตหัวลูกสูบและเพลาข้อเหวี่ยงใช้อะลูมิเนียมอัลลอยด์ และยังได้นำเทคโนโลยีจากสนามแข่ง Formula 1 มาใช้ เช่น การปรับผิวด้วยกรรมวิธี Diamond-Like-Carbon Coating เพื่อลดแรงเสียดทานภายในและเพิ่มประสิทธิภาพเชิงกล
เครื่องยนต์ V12 NA นี้ ให้กำลังสูงสุดถึง 830 แรงม้า ที่ 9,250 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 678 นิวตันเมตร ที่ 7,250 รอบ/นาที ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ Dual Clutch DCT F1 แบบ 8 จังหวะใหม่ล่าสุด ที่ทำงานได้รวดเร็วและฉลาดขึ้น ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) พร้อมระบบเลี้ยว 4 ล้อ
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.: 2.9 วินาที (Coupe) / 2.95 วินาที (Spider)
อัตราเร่ง 0-200 กม./ชม.: 7.9 วินาที (Coupe) / 8.2 วินาที (Spider)
ความเร็วสูงสุด: 340 กม./ชม.
น้ำหนักตัวถัง: 1,560 กก. (Coupe) / 1,620 กก. (Spider)
อัตราส่วนน้ำหนักหน้า:หลัง: 48.4:51.6
โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งและเบา: ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ
แชสซีส์และโครงสร้างตัวถังของ Ferrari 12Cilindri ได้รับการพัฒนาใหม่ให้มีความแข็งแรงขึ้น 15% และมีคุณสมบัติการซับเสียงที่ดีขึ้นกว่า 812 Superfast โดยที่น้ำหนักไม่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นรถ Production Car คันแรกของ Ferrari ที่ใช้อัลลอยด์รีไซเคิล 100% ในการผลิตชิ้นส่วน Subframe เกียร์
มิติตัวถังของ Ferrari 12Cilindri มีดังนี้:
ความยาว: 4,733 มม.
ความกว้าง: 2,176 มม.
ความสูง: 1,292 มม.
ระยะฐานล้อ: 2,700 มม.
การที่ตัวถังมีน้ำหนักเบาและแข็งแรงขึ้น ทำให้ Ferrari สามารถปรับแต่งช่วงล่างให้มีความนุ่มนวลขึ้น ในขณะเดียวกัน การปรับฐานล้อให้สั้นลงช่วยเพิ่มความคล่องตัว และมิติตัวถังที่กว้างขึ้นทำให้รถขับใช้งานได้ง่ายขึ้น แม้ว่าความยาวของตัวรถอาจต้องใช้เวลาปรับตัวในการกะระยะ
Ferrari 12Cilindri Spider: ประสบการณ์ขับขี่อันเร้าใจบนถนนจริง
สำหรับการทดลองขับ ผมได้สัมผัสกับ Ferrari 12Cilindri Spider รุ่นหลังคาเปิดประทุน ซึ่งมีรายละเอียดที่แตกต่างเล็กน้อยจากรุ่นหลังคาแข็ง ตัวหลังคาเป็นแบบ Hardtop เปิด-ปิดได้ภายใน 14 วินาที และสามารถทำงานได้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วไม่เกิน 45 กม./ชม. ดีไซน์ด้านหลังเป็นแบบลาดลงแต่เว้าตรงกลาง พร้อมกระจกกั้นที่เปิด-ปิดอัตโนมัติ
น้ำหนักที่เพิ่มขึ้นของรุ่น Spider (1,620 กก.) ส่งผลต่อสมรรถนะเพียงเล็กน้อย โดยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 2.95 วินาที ซึ่งน้อยกว่ารุ่น Coupe เพียง 0.05 วินาทีเท่านั้น
ผมได้ทดสอบรถคันนี้ที่สนาม ปทุมธานี สปีดเวย์ ซึ่งมีลักษณะคล้ายสนามแข่งแบบ Street Circuit การทดลองขับในโหมด Sport ให้ประสบการณ์ที่น่าทึ่งอย่างแท้จริง
ในช่วงแรก เจ้าหน้าที่ได้ขับรถให้ผมลองนั่ง เพื่อให้สัมผัสถึงสมรรถนะและไลน์การขับขี่ แม้จะขับขี่อย่างดุดัน แต่รถก็ยังคงควบคุมได้ทุกโค้ง เสียงเครื่องยนต์และเกียร์ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเกินคาด
เมื่อถึงตาผมเป็นคนขับ ความรู้สึกแตกต่างอย่างสิ้นเชิง ตำแหน่งการขับขี่ถูกเซ็ตมาอย่างสบาย พร้อมทัศนวิสัยที่ยอดเยี่ยม แม้ว่าตัวรถจะยาว แต่การมองเห็นฝากระโปรงหน้าช่วยให้กะระยะได้ไม่ยากนัก
เมื่อผมเหยียบคันเร่ง รถพุ่งทะยานออกไปอย่างรวดเร็ว พร้อมเสียงกู่ก้องของเครื่องยนต์ V12 NA อันเป็นเอกลักษณ์ ความไหลลื่นของเกียร์ DCT 8 จังหวะ ทำให้การเปลี่ยนเกียร์นั้นเนียนนุ่มน่าประทับใจ แต่สิ่งที่เร้าใจกว่าการเร่งความเร็ว คือการเบรกอย่างรุนแรง ระบบเบรกที่ยกมาจาก SF90 ทำงานร่วมกับระบบต่างๆ ช่วยให้รถชะลอความเร็วลงได้อย่างนุ่มนวล ไม่กระชาก และมีการทำงานของ Engine Brake เข้ามาเสริมอย่างลงตัว
การเข้าโค้งของ Ferrari 12Cilindri Spider คือสิ่งที่น่าประหลาดใจที่สุด หลายคนอาจคาดว่ารถที่มีการออกแบบเช่นนี้จะต้องขับขี่ลำบากและแข็งกระด้าง แต่ความจริงกลับตรงกันข้าม ช่วงล่างมีความเฟิร์มแต่ยังคงความนุ่มหนึบได้อย่างน่าทึ่ง มันให้ความรู้สึกเหมือนขับรถที่ใช้ยางหนาๆ แม้ว่าจะเป็นยางที่มีแก้มเตี้ยก็ตาม การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง รถจะจิกเกาะพื้นถนนได้อย่างมั่นคง เมื่อท้ายรถเริ่มสะบัด ระบบต่างๆ ก็สามารถดึงกลับเข้าสู่ไลน์ได้อย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกสนุกและมั่นใจในการควบคุม
ด้วยฐานล้อที่สั้นลงกว่า 812 Superfast และระบบเลี้ยว 4 ล้อ ทำให้ 12Cilindri มีความคล่องตัวมากขึ้น โครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงขึ้น และระยะใต้ท้องรถที่สูงขึ้นเล็กน้อย ทำให้ Ferrari สามารถเซ็ตรถคันนี้ออกมาได้อย่างลงตัวกว่ารุ่นก่อนๆ Ferrari 12Cilindri คือ Supercar สไตล์ GT ที่ถูกเซ็ตช่วงล่างมาได้อย่างยอดเยี่ยม สามารถใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างแท้จริง (หากคุณไม่กังวลกับอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน)
Ferrari 12Cilindri คือนิยามใหม่ของซูเปอร์คาร์ ที่ผสมผสานมรดกทางประวัติศาสตร์ สมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด และดีไซน์อันสง่างามได้อย่างสมบูรณ์แบบ เป็นรถที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าจดจำ และสมควรได้รับการยกย่องในทุกมิติ
หากคุณกำลังมองหาที่สุดแห่งสมรรถนะ ความหรูหรา และดีไซน์ที่โดดเด่น Ferrari 12Cilindri คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบ อย่าพลาดโอกาสสัมผัสประสบการณ์นี้ด้วยตัวคุณเอง แล้วคุณจะเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้ถึงได้รับรางวัลอันทรงเกียรติมากมาย.
![[ครบชุด] T1901264 ทำท กอย างเพ อต วเองย นได แต นม นค อหล งของคนท ณเคยโกงและหลอก](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-1477.png)
![[ครบชุด] T1901264 ทำท กอย างเพ อต วเองย นได แต นม นค อหล งของคนท ณเคยโกงและหลอก](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-1478.png)