Hyundai IONIQ 5 N: กำเนิดปีศาจไฟฟ้า 650 แรงม้า ที่ถอดวิญญาณรถซิ่งสันดาปมาใส่!
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังเข้ามาแทนที่รถยนต์สันดาปภายในอย่างเต็มรูปแบบ หลายคนอาจกังวลว่า “ความเร้าใจ” ของการขับขี่แบบเดิมๆ กำลังจะเลือนหายไป แต่สำหรับผม ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมเชื่อเสมอว่าเทคโนโลยีย่อมมีทางออกเสมอ และ Hyundai IONIQ 5 N คือคำตอบที่ผมกำลังมองหา
หากพูดถึง “Hyundai IONIQ 5 N” ภาพที่ปรากฏในหัวคือการผสมผสานที่น่าทึ่งระหว่างรูปลักษณ์ของรถแฮตช์แบ็กไฟฟ้าที่ดูโฉบเฉี่ยว เข้าคู่กับการปรุงแต่งสุดพิเศษที่พร้อมจะลงสนามแข่งอย่างเต็มตัว ด้วยพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่รีดได้สูงสุดถึง 650 แรงม้า และแรงบิดมหาศาลถึง 740-770 นิวตันเมตร นี่ไม่ใช่แค่รถ EV ทั่วไป แต่คือ “นางร้าย” ตัวจริงที่พร้อมจะท้าทายทุกสายตา
แม้ว่ารถ EV สมรรถนะสูงส่วนใหญ่จะสามารถมอบแรงม้าและแรงบิดที่น่าทึ่งได้ แต่หลายครั้งที่ฟิลลิ่งในการขับขี่ยังห่างไกลจากรถสันดาปที่คุ้นเคย ทว่า “Hyundai IONIQ 5 N” กลับพยายามอย่างยิ่งที่จะปลุกสัญชาตญาณของคนรักรถสันดาปขึ้นมา โดยใช้เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อจำลองประสบการณ์ที่ใกล้เคียงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยกเว้นเพียงแค่แรงดึงอันมหาศาลจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตรทั่วไปไม่มีวันทำได้ หรือต่อให้ทำได้ ก็คงต้องแลกมาด้วยราคาที่สูงลิบเกินเอื้อม
วิศวกรรมเยอรมัน ผสมผสานจิตวิญญาณ N Brand สู่รถ EV ที่เหนือกว่า
วิศวกรรมเยอรมัน ผสมผสานจิตวิญญาณ N Brand สู่รถ EV ที่เหนือกว่า
เบื้องหลังการพัฒนา “Hyundai IONIQ 5 N” คือทีมวิศวกรมากประสบการณ์ชาวเยอรมัน ที่เคยฝากผลงานไว้กับแบรนด์ชั้นนำอย่าง BMW M ทำให้รถคันนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รถ EV ที่แรง แต่คือรถที่ถูกจูนมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหมือนรถสันดาปสมรรถนะสูงอย่างแท้จริง
ในตลาดปัจจุบัน เราเห็นรถ EV พลังสูงกระจายอยู่ทุกเซกเมนต์ ตั้งแต่ Tesla Model 3 Performance, BMW i5 M60, Lotus Eletre ไปจนถึง Porsche Taycan ที่ต่างก็มีสมรรถนะที่น่าประทับใจ ฝั่งจีนเองก็ไม่น้อยหน้า ด้วย BYD Seal ที่อัดแน่นด้วยม้ากว่า 500 ตัวในราคาที่เข้าถึงง่าย หรือ MG iM6 ที่มาพร้อม 600 แรงม้าในราคาเพียง 1.6 ล้านบาท ซึ่งทำให้ผู้บริโภคมีงบเหลือไปอัพเกรดช่วงล่างและเบรกให้มั่นใจยิ่งขึ้น โลกใหม่นี้กำลังหมุนไปอย่างรวดเร็ว แรงม้าครึ่งพันไม่ได้จำกัดอยู่แค่คนรวย หรือผู้ที่ชื่นชอบการโมดิฟายอีกต่อไป
แต่สิ่งที่ทำให้ “Hyundai IONIQ 5 N” โดดเด่นและแตกต่าง คือการผสมผสาน DNA ของ N Brand แผนกสมรรถนะสูงของ Hyundai เข้ากับแพลตฟอร์ม EV ที่ล้ำสมัย ด้วยกำลังสูงสุด 650 แรงม้า ในราคาที่แข่งขันได้ (ประมาณ 3.7 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับ Porsche 911 ที่มีราคาสูงกว่าหลายเท่าและให้กำลังน้อยกว่า นี่ไม่ใช่รถที่เน้นแค่แรงม้า แต่คือรถที่ใส่ใจในรายละเอียดทุกอณู
ทีมวิศวกรที่เคยร่วมงานกับค่ายรถแรงๆ ได้ทุ่มเททั้งแรงกายแรงใจในการพัฒนารถคันนี้ พวกเขาพา “Hyundai IONIQ 5 N” ไปทดสอบสมรรถนะในสนามระดับโลกอย่าง Nürburgring และบนพื้นน้ำแข็งที่ Arjeplog เพื่อปรับจูนช่วงล่างให้ได้การตอบสนองที่สมบูรณ์แบบ แม้จะไม่สามารถให้ความรู้สึกคล่องแคล่วเหมือนรถน้ำหนักเบาอย่าง GR86 แต่ผู้ที่ได้สัมผัสต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า นี่คือรถน้ำหนักกว่าสองตันที่ให้การตอบสนองเหมือนรถน้ำหนักตันเจ็ด เร่งจาก 0-260 กม./ชม. ได้อย่างรวดเร็ว ตอบโจทย์ทุกความต้องการของคนที่หลงใหลในรถแรงอย่างแท้จริง
การออกแบบที่สะท้อนสมรรถนะ: จาก Aerodynamics สู่โครงสร้างที่แข็งแกร่ง
รูปลักษณ์ภายนอกของ “Hyundai IONIQ 5 N” สะท้อนถึงสมรรถนะที่ซ่อนอยู่ได้อย่างชัดเจน ชุดแอโรพาร์ทที่แตกต่างจาก IONIQ 5 รุ่นมาตรฐาน ไม่ใช่แค่การตกแต่งเพื่อความสวยงาม แต่ถูกออกแบบมาอย่างพิถีพิถันเพื่อการระบายความร้อนและเพิ่มประสิทธิภาพทางอากาศพลศาสตร์
ทีมวิศวกรด้านอากาศพลศาสตร์ได้ทำการปรับปรุงหลายต่อหลายครั้งเพื่อให้แต่ละส่วนมีผลต่อการระบายความร้อนของส่วนต่างๆ อย่างมีนัยสำคัญ ซับเฟรม จุดยึดช่วงล่าง แตกต่างจาก IONIQ 5 รุ่นปกติอย่างชัดเจน ยางรองมอเตอร์ ยางยึดแบตเตอรี่ จุดยึดต่างๆ ถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ (Heavy Duty) ไม่เพียงเท่านี้ จุดเชื่อมบนตัวถังยังถูกเพิ่มขึ้นอีก 42 จุด และมีการใช้กาวอุตสาหกรรมเพิ่มตลอดแนวความยาว 2.1 เมตร เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างโดยรวม ทั้งหมดนี้มีเป้าหมายเดียวคือเพื่อให้ตัวถังรถสามารถรับมือกับแรงมหาศาลขณะออกตัว เบรก หรือเข้าโค้งอย่างรุนแรงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เมื่อเปรียบเทียบ “Hyundai IONIQ 5 N” กับ IONIQ 5 รุ่นมาตรฐาน ก็เหมือนกับการเปรียบเทียบ Mitsubishi Lancer 1.8 CVT กับ Lancer Evolution 8MR ความแตกต่างนั้นชัดเจนและจับต้องได้
มิติตัวถังที่สปอร์ตยิ่งขึ้น:
ความสูง: 1,585 มม. (ต่ำกว่ารุ่นมาตรฐาน 20 มม.)
ความกว้าง: 1,940 มม. (กว้างกว่ารุ่นมาตรฐาน 50 มม.)
ความยาว: 4,715 มม. (ยาวกว่ารุ่นมาตรฐาน 80 มม.)
ระยะห่างล้อหน้า/หลัง: 1,628 มม. / 1,638 มม.
ระยะฐานล้อ: 3,000 มม.
ระยะห่างใต้ท้องรถ: 160 มม.
ด้านหน้าโดดเด่นด้วยสปลิตเตอร์ แผงแอร์ และม่านอากาศแบบใหม่ ในขณะที่ด้านหลังมาพร้อมสปอยเลอร์ที่เป็นเอกลักษณ์ ดิฟฟิวเซอร์เด่นชัด และไฟเบรกทรงสามเหลี่ยมที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด ล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 21 นิ้ว รัดด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35ZR21 ยิ่งตอกย้ำถึงสมรรถนะระดับสูง
ภายในห้องโดยสาร: ขุมพลังแห่ง N Brand
ก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ “Hyundai IONIQ 5 N” คุณจะสัมผัสได้ถึงบรรยากาศรถแข่งที่ถูกออกแบบมาอย่างเชี่ยวชาญโดยแผนก N พวงมาลัยหุ้มหนังให้สัมผัสการจับที่ยอดเยี่ยม พร้อมปุ่ม N ต่างๆ และปุ่ม N Grin Boost ที่พร้อมปลดปล่อยพลังเต็มที่ คันเกียร์แบบใหม่ถูกวางตำแหน่งไว้ใต้ก้านไฟเลี้ยว เพื่อความสะดวกในการใช้งาน คอนโซลกลางถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่ง โดยการแสดงผลบนมาตรวัดและจอภาพที่อิงกับมอเตอร์สปอร์ต
เบาะนั่งสปอร์ตของ N หุ้มด้วยหนังและ Alcantara ให้การรองรับที่ยอดเยี่ยม เบาะปรับมือตามสไตล์รถแข่ง ปุ่มต่างๆ ถูกออกแบบมาเพื่อความง่ายในการใช้งาน ไม่ได้ยัดทุกอย่างไว้ในจอสัมผัสเพียงอย่างเดียว มาตรวัดทรงกลมสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การแสดงผลที่เลียนแบบมาตรวัดของรถยนต์สันดาปภายใน ทั้งมาตรวัดรอบ ความเร็ว และตำแหน่งเกียร์ เป็นการจำลองที่สมจริงจนน่าทึ่ง
ระบบขับเคลื่อนแบบอัจฉริยะ: ปรับเปลี่ยนได้ดั่งใจ
สิ่งที่ทำให้ “Hyundai IONIQ 5 N” แตกต่างจากรถ EV ทั่วไปอย่างสิ้นเชิง คือระบบปรับการกระจายแรงบิดที่ทำงานได้ทั้งในโหมด AUTO และให้ผู้ขับขี่กำหนดเองได้อย่างอิสระ คุณสามารถถ่ายแรงบิดไปที่เพลาหน้า 100% (ปิดการทำงานมอเตอร์หลัง) หรือไปที่เพลาหลัง 100% ก็ได้ หรือจะกำหนดอัตราส่วนผกผันระหว่างหน้ากับหลังเองก็ยังได้
ลองจินตนาการดูสิครับ! คุณสามารถใช้รถคันเดียวนี้ฝึกฝนทักษะการขับขี่ที่หลากหลาย ฝึกควบคุมอาการหน้าสะบัดยามออกตัวของรถขับหน้า ฝึกดริฟต์ท้ายแบบรถขับหลัง ฝึกการโยนหลอกก่อนเข้าโค้ง (Scandinavian Flick) แบบรถแรลลี่บนพื้นลื่นๆ ในรถขับสี่ หรือจะตั้งค่าให้มีอาการขับแบบกึ่งสมดุล ถ่ายกำลังหน้า 40% หลัง 60% เพื่อออกโค้งได้ไวโดยไม่ต้องหักพวงมาลัยสวนไปมามากนัก ทั้งหมดนี้ทำได้เพียงปลายนิ้วสัมผัสหน้าจอ
เสียงเครื่องยนต์สังเคราะห์: ปลุกเร้าทุกสัมผัส
หนึ่งในสิ่งที่คนรักรถสันดาปยังคงยึดมั่นคือ “เสียงเครื่องยนต์” ที่เป็นเอกลักษณ์ และไม่ใช่ทุกคนที่จะชอบเสียงดังสนั่นเสมอไป แต่บางคนก็แค่ต้องการเสียงที่ปลุกเร้าอารมณ์ได้พอแล้ว รถอย่าง Porsche Taycan, Mercedes EQE53 และ BMW EV หลายรุ่น มีการปรุงแต่งเสียงสังเคราะห์มาให้เลือก ซึ่ง “Hyundai IONIQ 5 N” ก็เช่นกัน มาพร้อมตัวเลือกถึงสามเสียง ซึ่งแน่นอนว่าการตัดสินว่าเสียงไหนเพราะหรือไม่ ต้องไปฟังด้วยหูตัวเอง
คุณสามารถเลือกระหว่างเสียงเลียนแบบเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบของ Hyundai เอง เสียงรถไฟฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์ หรือแม้กระทั่งเสียงโทนเครื่องบินเจ็ต! แม้เสียงสังเคราะห์เหล่านี้อาจฟังดูไร้สาระในโลกของรถสันดาป แต่เมื่ออยู่บนรถ EV ที่ปกติเงียบสนิท การมีเสียงที่ปรุงแต่งมาอย่างดี กลับช่วยเติมเต็มอารมณ์ของการขับเคลื่อนให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น ไม่ใช่แค่เสียง “วิ้ดๆ” หรือเสียงปรุงแต่งที่ฟังดูเหมือนยานเอเลี่ยน
N Brand: สัญลักษณ์แห่งสมรรถนะที่พัฒนาไปอีกขั้น
แผนก N ของ Hyundai เปรียบได้กับ BMW M, Mercedes-AMG, Audi Sport, Nissan Nismo หรือ Toyota GR Sport ที่มีเป้าหมายเดียวกันคือการนำรถยนต์รุ่นมาตรฐานมาปรับแต่งเพื่อผลักดันสมรรถนะให้สูงกว่าเดิม ดึงเอาความสนุกและความเร้าใจออกมาให้มากที่สุด จนใกล้เคียงกับรถแข่งมอเตอร์สปอร์ต
รถ N คันแรกที่เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาคือ Veloster N ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างสูงจนได้รับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2020 ตามมาด้วย Elantra N และ Kona N สำหรับตลาดในยุโรป ก็มี i20 N และ i30 N ที่ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน และล่าสุดคือรถไฟฟ้าสมรรถนะสูงอย่าง “Hyundai IONIQ 5 N” และ Ioniq 6 N
ประวัติศาสตร์ของแบรนด์ N คือการสร้างสรรค์วิศวกรรมยานยนต์ที่มีศักยภาพเหนือกว่า แต่การนำ IONIQ 5 มาสร้างสรรค์ในเวอร์ชัน N ถือเป็นก้าวสำคัญที่ Hyundai ไม่เคยทำมาก่อน IONIQ 5 N คือรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงคันแรกของแบรนด์ ที่มาพร้อมแพลตฟอร์มและระบบขับเคลื่อนไฟฟ้าที่แตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างสิ้นเชิง
N e-shift และ N Active Sound+: การจำลองที่เหนือชั้น
การแปลง IONIQ 5 ให้กลายเป็นรถที่นักขับหลงรัก คือภารกิจที่ยิ่งใหญ่สำหรับรถ EV สัญชาติเกาหลีใต้ Hyundai สร้างรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความพิเศษ วิ่งได้เร็ว และเข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ใกล้เคียงกับรถแข่ง พร้อมกับซาวนด์แทร็กที่เหมือนรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปภายใน
“Hyundai IONIQ 5 N” มีลักษณะเฉพาะตัวคล้ายรถแฮตช์แบ็กที่สร้างมาเพื่อลงสนามแข่ง การจำลองการทำงานของเกียร์ DCT โดยใช้ซอฟต์แวร์ปรับแต่งการทำงานของมอเตอร์คู่ เพื่อจำลองอารมณ์ ความรู้สึกในการขับเคลื่อนแบบรอบต่อนาทีของรถสันดาปภายใน บวกกับไดนามิกที่เป็นเอกลักษณ์ เมื่อทั้งสามสิ่งนี้รวมกัน จะทำให้คุณรู้สึกตื่นเต้นกับการขับรถ EV อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ระบบเกียร์ของรถไฟฟ้าและการเซ็ตช่วงล่างที่เคยทำให้ความสนุกและการมีส่วนร่วมระหว่างรถกับคนขับหายไป กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้งใน IONIQ 5 N ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดถูกปรับแต่งและโปรแกรมการทำงานเพื่อร่วมกับ N e-shift ทำให้ผู้ขับรู้สึกเหมือนกำลังขับรถที่มีเครื่องยนต์พร้อมเกียร์คลัตช์คู่ วิศวกรของ Hyundai ปรับแต่งกราฟแรงบิดแบบเฉพาะทาง เพื่อสร้างความรู้สึกที่เลียนแบบการเปลี่ยนเกียร์ในรถแข่ง ส่งถ่ายสัมผัสแรงกระชากต่อเนื่องให้ใกล้เคียงกับการอัดเครื่องยนต์จนใกล้เรดไลน์ พร้อมแรงบิดที่ปรับเปลี่ยนตามความเร็ว
N Grin Boost: พลังระเบิด 650 แรงม้า
ปุ่ม N Grin Boost บนพวงมาลัย คือหัวใจสำคัญของการปลดปล่อยพลังสูงสุดของ “Hyundai IONIQ 5 N” ด้วยการกดปุ่มนี้ พลังจะเพิ่มขึ้นเป็น 650 แรงม้า (478 กิโลวัตต์) เป็นเวลา 10 วินาที เพื่อการเร่งความเร็วที่จัดจ้านอย่างแท้จริง
ด้วยกำลังสูงสุด 601 แรงม้า (448 กิโลวัตต์) ที่ปกติ และสามารถบูสต์ได้ถึง 650 แรงม้า (478 กิโลวัตต์) พร้อมแรงบิด 740-770 นิวตันเมตร ทำให้ IONIQ 5 N มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4 วินาที ซึ่งตัวเลขนี้เทียบเท่ากับสมรรถนะของ Ferrari 458! หรือแซงหน้า Honda Prelude รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในราคาใกล้เคียงกันไปอย่างขาดลอย ความเร็วสูงสุดที่ 260 กม./ชม. ยิ่งตอกย้ำว่านี่คือหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีความเร็วปลายจัดจ้านที่สุดในโลก
การจัดการความร้อน: หัวใจสำคัญของสมรรถนะต่อเนื่อง
หนึ่งในความท้าทายของรถ EV สมรรถนะสูง คือการจัดการกับความร้อนที่เกิดขึ้นระหว่างการขับขี่อย่างหนัก “Hyundai IONIQ 5 N” มาพร้อมระบบระบายความร้อนที่ได้รับการอัพเกรดเป็นพิเศษ
ระบบ 800V: รองรับการชาร์จเร็ว DC จาก 10-80% ในเวลาเพียง 18 นาที ด้วยอัตราการชาร์จสูงสุด 238kW
อินเวอร์เตอร์สองสเตจ: ช่วยดันมอเตอร์คู่ให้มีกำลังสูงสุด 478kW (650 แรงม้า)
หม้อน้ำแยก: ออกแบบมาเพื่อระบายความร้อนแบตเตอรี่และมอเตอร์โดยเฉพาะ
ช่องเหนี่ยวนำความร้อน: ถ่ายเทอุณหภูมิความร้อนออกจากเซลล์แบตเตอรี่และมอเตอร์ขับเคลื่อน
ระบบหล่อเย็นแบตเตอรี่: ออกแบบมาให้ทนทานต่อการเสื่อมสภาพจากความร้อนได้สูงกว่า EV ทั่วไป
จากการทดสอบในสนาม Nürburgring ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่และมอเตอร์ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถอัด “Hyundai IONIQ 5 N” ได้ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสม ด้วยประสิทธิภาพของหม้อน้ำและการระบายอากาศส่วนหน้าที่มากขึ้น
N Pedal และ N Drift Optimiser: สนามแข่งอยู่แค่ปลายนิ้ว
สำหรับคนที่ต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่ง “Hyundai IONIQ 5 N” มอบโหมดพิเศษที่น่าสนใจ
N Pedal: โหมดนี้ช่วยให้การเข้าโค้งทำได้โดยไม่ต้องเหยียบเบรกก่อนถึงหัวโค้ง ระบบ Regenerative Braking ทำงานอย่างเต็มกำลัง ช่วยหน่วงความเร็วและสะสมพลังงานกลับเข้าสู่แบตเตอรี่
N Drift Optimiser: โหมดนี้จะสั่งงานให้ส่งแรงบิดทั้งหมดไปยังเพลาล้อหลัง 100% พร้อมตัดการทำงานของมอเตอร์หน้า เพื่อให้คุณสามารถควบคุมการสไลด์ของท้ายรถได้อย่างอิสระ เหมาะสำหรับผู้ที่มีทักษะและต้องการปลดปล่อยสัญชาตญาณนักแข่งออกมา (แนะนำให้ใช้ในพื้นที่ปิดที่ปลอดภัยเท่านั้น)
N Race, Sprint, Endurance: โหมดสำหรับนักแข่งตัวจริง
“Hyundai IONIQ 5 N” มาพร้อมโหมด N Race ที่ออกแบบมาสำหรับการขับในสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยมีโหมดย่อยอีกสองโหมดคือ:
Sprint: รองรับการขับแบบจับเวลาต่อรอบ โดยป้อนพลังงานไฟฟ้าให้กับมอเตอร์ขับเคลื่อนมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
Endurance: เน้นการทำระยะทางยาวๆ โดยบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม เพื่อให้รถมีประสิทธิภาพสูงสุดตลอดการแข่งขัน
เบรกสมรรถนะสูง: หยุดทุกแรงบิดมหาศาล
สมรรถนะที่จัดจ้านของ “Hyundai IONIQ 5 N” ย่อมมาพร้อมกับระบบเบรกที่เชื่อถือได้ จานดิสก์หน้าขนาด 400 มม. คาลิปเปอร์ 4 ลูกสูบสีส้ม และจานดิสก์หลังขนาด 360 มม. คาลิปเปอร์ซิงเกิลพอตสีส้ม พร้อมการปรับปรุงระบบ Regenerative Braking ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
การสื่อสารกับรถ: ภาษาที่นักขับเข้าใจ
สิ่งที่ทำให้ “Hyundai IONIQ 5 N” พิเศษยิ่งขึ้น คือความพยายามในการสื่อสารกับผู้ขับขี่ในภาษาที่นักขับทุกคนเข้าใจ
ระบบจำลองเสียง: เสียง Engine Sound จำลองที่สมจริงราวกับรถสันดาป, เสียง Evolution ที่เหมือนมอเตอร์ไฟฟ้าหอน, และเสียง Supersonic ที่ได้แรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Top Gun Maverick
N e-shift: การจำลองกระปุกเกียร์แบบ 8 สปีด ด้วยการปรับจูนสัมผัสการส่งกำลังของระบบเกียร์ Single-Speed ให้เหมือนกับเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด การเปลี่ยนเกียร์แต่ละครั้งจะมาพร้อมกับแรงกระชากที่สมจริง แรงบิดจะถูกถ่ายทอดอย่างต่อเนื่อง เมื่อรอบเครื่องยนต์จำลองใกล้ถึงเรดไลน์ 8,000 รอบต่อนาที พร้อมเสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่จำลองมาจากรถแข่ง 2.0 เทอร์โบ
ความรู้สึกที่เหนือกว่า: เมื่อ EV มี “จิตวิญญาณ”
หลายคนอาจมองว่ารถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ขาด “จิตวิญญาณ” ของรถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาป แต่ “Hyundai IONIQ 5 N” ได้พิสูจน์แล้วว่า EV ก็สามารถมอบประสบการณ์ที่น่าประทับใจได้
การควบคุม: การบังคับเลี้ยวที่เฉียบคม น้ำหนักตัว 2.2 ตันถูกปกปิดได้อย่างแนบเนียน ด้วยจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำและการกระจายน้ำหนักที่สมดุล
ความรู้สึก: ฟิลลิ่งการขับขี่ที่สมจริง แรงบิดที่มาอย่างฉับพลันทันทีโดยไม่มีอาการรอรอบ
ความมั่นใจ: ระบบควบคุมเสถียรภาพทำงานได้อย่างยอดเยี่ยม ช่วยให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจ แม้ในความเร็วสูง
Hyundai IONIQ 5 N คือรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่เข้ามาเปลี่ยนเกมในตลาดอย่างแท้จริง มันคือการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีล้ำสมัย ประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตของ N Brand และความเข้าใจในสิ่งที่นักขับรถยนต์สันดาปต้องการ เป็นรถที่เข้ามาท้าทายทุกข้อจำกัด และเปิดประตูสู่ความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของรถยนต์สมรรถนะสูงพลังงานไฟฟ้าในอนาคต
หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มอบทั้งสมรรถนะที่เหนือชั้น อารมณ์ที่เร้าใจ และประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่เหมือนใคร “Hyundai IONIQ 5 N” คือคำตอบที่คุณไม่ควรมองข้าม
สัมผัสประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคตที่เติมเต็มทุกโสตสัมผัส วันนี้!

