Hyundai Ioniq 5 N: การปฏิวัติรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่มอบประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ
ในโลกยานยนต์ที่หมุนไปอย่างไม่หยุดยั้ง รถยนต์ไฟฟ้า (EV) กำลังกลายเป็นกระแสหลักที่ขับเคลื่อนอนาคต แต่สำหรับนักขับผู้หลงใหลในสมรรถนะและความเร้าใจ การเปลี่ยนผ่านจากเครื่องยนต์สันดาปภายในมาสู่โลก EV อาจยังคงทิ้งคำถามและความกังวลไว้เสมอ วันนี้ ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าสิบปี ขอพาทุกท่านดำดิ่งสู่ประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใครกับ Hyundai Ioniq 5 N รถยนต์ไฟฟ้าที่ท้าทายทุกกรอบความคิด และพร้อมจะพิสูจน์ว่า EV สมรรถนะสูงสามารถมอบความสุขในการขับขี่ได้เทียบเท่า หรืออาจเหนือกว่ารถยนต์น้ำมันที่เราคุ้นเคย
Ioniq 5 N: นิยามใหม่ของ EV สมรรถนะสูง
ทันทีที่ได้เห็น Hyundai Ioniq 5 N รูปลักษณ์ภายนอกก็บ่งบอกถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่รถแฮตช์แบ็กไฟฟ้าทั่วไป แต่คือการผสมผสานระหว่าง DNA ของรถยนต์ขับสนุกในสนามแข่งเข้ากับดีไซน์อันล้ำสมัยของ Ioniq 5 ขุมพลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 650 แรงม้า พร้อมแรงบิดมหาศาล 740-770 นิวตันเมตร ทำให้มันกลายเป็น “นางร้าย” ที่น่าเกรงขามบนท้องถนน รถ EV สมรรถนะสูงส่วนใหญ่อาจประทับใจด้วยแรงม้าแรงบิดอันมหาศาล แต่หลายครั้งก็ยังขาด “จิตวิญญาณ” ที่นักขับเครื่องยนต์สันดาปต้องการ แต่ Ioniq 5 N ได้พยายามอย่างยิ่งยวดที่จะเติมเต็มช่องว่างนั้น โดยจำลองประสบการณ์ขับขี่ที่ใกล้เคียงรถยนต์สันดาปมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยกเว้นเพียงแต่แรงดึงอันไร้ขีดจำกัดของมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ที่เครื่องยนต์ 2.0 ลิตร
เบื้องหลังความแรง: วิศวกรรมเยอรมันที่มาเติมเต็มความเป็นเกาหลี
เบื้องหลังการพัฒนา Hyundai Ioniq 5 N คือทีมวิศวกรมากฝีมือจากเยอรมนี ซึ่งหลายคนมีประสบการณ์โชกโชนกับแบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงอย่าง BMW M สิ่งนี้เองที่ทำให้ Ioniq 5 N ไม่ใช่เพียงรถ EV ที่แรง แต่คือรถที่ถูกจูนมาให้ “รู้สึก” เหมือนรถสันดาปแรงๆ ในปัจจุบัน ตลาดรถ EV สมรรถนะสูงมีความหลากหลายอย่างมาก ตั้งแต่ Tesla Model 3 Performance, BMW i5 M60, Lotus Eletre ไปจนถึง Porsche Taycan และฝั่งจีนอย่าง BYD Seal ที่มอบกำลังกว่า 500 แรงม้าในราคาที่เข้าถึงง่ายกว่าเดิม MG ก็ไม่น้อยหน้าด้วย i-SMART ที่ให้กำลัง 600 แรงม้าในราคาเพียง 1.6 ล้านบาท นี่คือยุคใหม่ที่กำลังเครื่องครึ่งพันไม่ใช่เรื่องของคนรวย หรือนักแต่งรถมืออาชีพอีกต่อไป
Ioniq 5 N: ทลายทุกข้อจำกัดของ EV
ด้วยกำลัง 650 แรงม้า Ioniq 5 N มีราคา 3.7 ล้านบาท เทียบกับ Porsche 911 ที่ราคา 15 ล้านบาท บางรุ่นยังให้กำลังน้อยกว่าเสียอีก แต่ที่สำคัญ Ioniq 5 N ไม่ได้ให้เพียงแค่ตัวเลขแรงม้า แต่ยังมอบ “เกือกม้า” ที่ดีเยี่ยมด้วย นั่นคือการปรับแต่งช่วงล่างและระบบต่างๆ ให้สมบูรณ์แบบ การที่ทีมวิศวกรจากเยอรมนี ซึ่งมีประสบการณ์กับรถสมรรถนะสูงมาโดยตรง มาช่วยปั้น Ioniq 5 N นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริง การทดสอบอย่างเข้มข้นในสนาม Nürburgring และบนถนนน้ำแข็งที่ Arjeplog คือเครื่องยืนยันว่า Hyundai ต้องการสร้าง EV ที่ขับสนุกอย่างแท้จริง แม้จะไม่สามารถเบาคล่องตัวเท่า GR86 แต่ผู้ที่ได้ลองต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า รถน้ำหนักกว่าสองตันคันนี้ กลับให้การตอบสนองเหมือนรถน้ำหนักไม่ถึงสองตัน อัตราเร่ง 0-260 กม./ชม. ในเวลาอันสั้น คือสิ่งที่ตรงใจนักขับสายซิ่งทุกคน
จุดเด่นที่เหนือชั้นของ Hyundai Ioniq 5 N
สมรรถนะอันไร้เทียมทาน: กำลังสูงสุด 601 แรงม้า (สามารถบูสต์ได้ถึง 641 แรงม้า) และแรงบิดสูงสุด 740-770 นิวตันเมตร (บูสต์ได้ถึง 770 นิวตันเมตร)
อัตราเร่งสุดหวือหวา: 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 3.4-3.5 วินาที
ความเร็วสูงสุด: สูงสุดถึง 260 กม./ชม.
แบตเตอรี่ประสิทธิภาพสูง: ขนาด 84 kWh รองรับการชาร์จเร็ว 800V
ระบบช่วงล่างและเบรกสมรรถนะสูง: ระบบช่วงล่างแบบ N, ระบบเบรกสมรรถนะสูง, และระบบพวงมาลัย R-MDPS ที่ถูกปรับจูนมาเป็นพิเศษ
ดีไซน์สปอร์ตเต็มขั้น: ชุดแต่ง N เต็มรูปแบบ, ล้อ 21 นิ้ว, และภายในห้องโดยสารสไตล์รถแข่ง
เทคโนโลยีจำลองเสียงและเกียร์: ระบบ N e-shift และ N Active Sound+ ที่จำลองเสียงเครื่องยนต์สันดาปและฟิลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสมจริง
เหนือกว่า IONIQ 5 รุ่นปกติ และ IONIQ 5 N Line
IONIQ 5 (รุ่นมาตรฐาน): เน้นความสบายและการใช้งานทั่วไป
IONIQ 5 N Line: เป็นรุ่นตกแต่งสปอร์ต แต่สมรรถนะยังคงเหมือนรุ่นปกติ (228 แรงม้า)
IONIQ 5 N: คือรุ่นที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ในสนามแข่งอย่างแท้จริง ด้วยสมรรถนะระดับสูง
โครงสร้างที่แข็งแกร่ง: หัวใจของการควบคุม
Ioniq 5 N ไม่ได้มีดีแค่พละกำลัง แต่ยังใส่ใจในรายละเอียดด้านโครงสร้างเพื่อรองรับการขับขี่สุดขั้ว แอโรพาร์ทที่แตกต่าง ไม่ใช่แค่เพื่อความสวยงาม แต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อน ซับเฟรม จุดยึดช่วงล่าง จุดยึดมอเตอร์และแบตเตอรี่ ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อรองรับแรงกระทำที่รุนแรง การเพิ่มจุดเชื่อมบนตัวถังถึง 42 จุด และการใช้กาวอุตสาหกรรมในจุดเชื่อมต่อยาว 2.1 เมตร คือสิ่งที่ทำให้ตัวถังแข็งแกร่งขึ้นอย่างมาก ทนทานต่อแรงบิดขณะออกตัว เบรก และเข้าโค้งอย่างรุนแรง ถ้าเปรียบเทียบ Ioniq 5 กับ Ioniq 5 N ก็เหมือนกับการเปรียบเทียบ Lancer 1.8 CVT กับ Lancer Evolution 8MR นั่นแหละครับ ความแตกต่างมีนัยสำคัญ
การออกแบบที่สื่อถึงสมรรถนะ
รูปลักษณ์ภายนอกของ Ioniq 5 N มีความแตกต่างจากรุ่นมาตรฐานอย่างชัดเจน ด้วยความสูงที่ลดลง 20 มม. (1,585 มม.) ความกว้างที่เพิ่มขึ้น 50 มม. (1,940 มม.) และความยาวที่เพิ่มขึ้น 80 มม. (4,715 มม.) ระยะห่างล้อหน้า 1,628 มม. และหลัง 1,638 มม. ฐานล้อ 3,000 มม. และระยะห่างจากพื้นถึงใต้ท้องรถ 160 มม. ด้านหน้าโดดเด่นด้วยสปลิตเตอร์ แผงแอร์ และม่านอากาศใหม่ ด้านหลังเสริมด้วยสปอยเลอร์ ดิฟฟิวเซอร์ และไฟเบรกทรงสามเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ ล้ออัลลอยฟอร์จขนาด 21 นิ้ว หุ้มด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35ZR21 ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ความแรง
ภายในที่เน้นผู้ขับขี่: สัมผัสแห่งรถแข่ง
ห้องโดยสารของ Ioniq 5 N ถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่ง พวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่ม N และปุ่ม N Grin Boost มอบสัมผัสที่กระชับมือ คันเกียร์ดีไซน์ใหม่ที่อยู่ใต้ก้านไฟเลี้ยว คอนโซลกลางเน้นการแสดงผลข้อมูลที่จำเป็นในสนามแข่ง เบาะนั่งสปอร์ต N หุ้มด้วยหนังและ Alcantara ช่วยโอบกระชับลำตัว ปุ่มต่างๆ ถูกจัดวางให้ใช้งานง่าย ไม่ได้รวมทุกอย่างไว้ในหน้าจอสัมผัส มาตรวัดทรงกลมสามารถปรับแต่งการแสดงผลได้หลากหลาย คล้ายกับมาตรวัดของรถยนต์สันดาปภายในอย่างชัดเจน
การกระจายแรงบิด: ปลดปล่อยอิสระแห่งการควบคุม
หนึ่งในจุดเด่นที่สุดของ Ioniq 5 N คือระบบปรับการกระจายแรงบิดที่สามารถทำงานได้ทั้งโหมด AUTO และการตั้งค่าแบบ Manual ผู้ขับขี่สามารถถ่ายแรงบิดไปข้างหน้า 100% (ปิดมอเตอร์หลัง), ไปข้างหลัง 100% หรือกำหนดอัตราส่วนผกผันระหว่างหน้า-หลังได้อย่างอิสระ คิดดูสิครับ การซื้อรถคันเดียวแล้วสามารถฝึกการควบคุมอาการหน้าสะบัด, การดริฟต์ท้ายแบบรถขับหลัง, การโยนหลอกก่อนเข้าโค้งแบบ Rally, หรือแม้แต่การขับแบบกึ่งสมดุลที่ออกโค้งได้ไว สิ่งเหล่านี้ทั้งหมดสามารถทำได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส
เสียงเครื่องยนต์: เติมเต็มอารมณ์การขับขี่
เสียงคืออีกหนึ่งองค์ประกอบสำคัญที่ทำให้คนยังคงหลงรักรถเครื่องยนต์สันดาป Ioniq 5 N เข้าใจสิ่งนี้ จึงได้ใส่ระบบเสียงจำลองที่น่าทึ่งเข้ามาให้เลือกถึงสามแบบ: เสียงเลียนแบบเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 เทอร์โบของ Hyundai, เสียงรถไฟฟ้า, และเสียงโทนเครื่องบินเจ็ต แม้เสียงสังเคราะห์อาจดูไร้สาระในรถที่มีเครื่องยนต์ แต่สำหรับ EV ที่ปกติเงียบ การมีเสียงที่ปรุงแต่งมาอย่างดี ก็ยิ่งสร้างอารมณ์ร่วมในการขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
N Brand: จิตวิญญาณแห่งความแรง
N Brand คือสัญลักษณ์แห่งความแรงของ Hyundai เปรียบได้กับ BMW M หรือ Mercedes-AMG แผนก N รับผิดชอบในการปรับแต่งรถยนต์รุ่นมาตรฐานให้มีสมรรถนะสูงขึ้น และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ใกล้เคียงรถแข่งมากที่สุด รถ N คันแรกที่ขายในสหรัฐอเมริกาคือ Veloster N ตามมาด้วย Elantra N, Kona N, i20 N, และ i30 N สำหรับตลาดในยุโรป และล่าสุดคือ Ioniq 5 N และ Ioniq 6 N การสร้าง Ioniq 5 ให้มีเวอร์ชันที่คู่ควรกับตราสัญลักษณ์ N ถือเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ และ Hyundai ก็ทำได้สำเร็จ
N e-shift: การจำลองเกียร์ที่สมจริงที่สุดในโลก EV
Ioniq 5 N ไม่ใช่ EV ทั่วไป ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดถูกปรับแต่งและโปรแกรมมาเพื่อทำงานร่วมกับ N e-shift ซึ่งจำลองฟิลลิ่งการเปลี่ยนเกียร์ DCT ของรถแข่ง การปรับกราฟแรงบิดเฉพาะทาง สร้างความรู้สึกของการกระชากอย่างต่อเนื่องเหมือนเข็มวัดรอบกำลังจะแตะเรดไลน์ พร้อมแรงบิดที่เปลี่ยนไปตามความเร็ว การจำลองเสียงเครื่องยนต์ 2.0 เทอร์โบ ยิ่งทำให้รู้สึกเหมือนกำลังขับรถแข่งจริงๆ
แพลตฟอร์ม E-GMP: รากฐานแห่งนวัตกรรม
แพลตฟอร์ม Electric-Global Module Platform (E-GMP) ที่ Hyundai พัฒนาขึ้นเอง คือรากฐานสำคัญของ Ioniq 5 N ด้วยประสบการณ์จากการสร้างรถต้นแบบอย่าง RM20e, RN22e, และ N Vision 74 ทำให้ Hyundai มีความเชี่ยวชาญในการพัฒนาระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า Ioniq 5 N มาพร้อมแบตเตอรี่ 84 kWh มอเตอร์ไฟฟ้าหน้า 166 กิโลวัตต์ (222 แรงม้า) และมอเตอร์หลัง 282 กิโลวัตต์ (378 แรงม้า) เมื่อรวมกันจะมีกำลัง 448 กิโลวัตต์ (601 แรงม้า) แต่เมื่อเปิดโหมด N Boost จะพุ่งสูงถึง 478 กิโลวัตต์ (650 แรงม้า) มอบกำลังมากกว่ารถสปอร์ตราคา 3.7 ล้านบาททุกคัน
สมรรถนะที่เหนือความคาดหมาย
ด้วยแรงบิดเฉลี่ย 700 นิวตันเมตร Ioniq 5 N สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม. นี่ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่คือสัมผัสจริงที่ Hyundai N ต้องการมอบให้กับนักขับ การใส่ “จิตวิญญาณ” ของรถสันดาปเข้าไปใน Ioniq 5 N คือสิ่งที่ทำให้รถคันนี้โดดเด่น และทำให้รถ EV สมรรถนะสูงจากแบรนด์อื่นอย่าง Porsche Taycan Turbo, BMW i5 M60, หรือ Mercedes-AMG EQE53 4Matic+ ดูราวกับเป็นเพียง “จักรกลไฟฟ้า” ที่ขาดชีวิตชีวา
ระบบระบายความร้อน: หัวใจสำคัญของการรักษาประสิทธิภาพ
ระบบไฟ 800 โวลต์ และแบตเตอรี่ 84 kWh ทำให้ Ioniq 5 N สามารถชาร์จ DC จาก 10-80% ได้ใน 18 นาที ด้วยอัตราการชาร์จสูงสุด 238 kW อินเวอร์เตอร์สองสเตจช่วยดันกำลังมอเตอร์สูงสุดถึง 478 kW (650 แรงม้า) โหมด N Grin Boost ที่ใช้งานได้นาน 10 วินาที คือสิ่งสำคัญที่ต้องใช้ในที่โล่งเท่านั้น ระบบระบายความร้อนของแบตเตอรี่และมอเตอร์ได้รับการอัปเกรดอย่างมีนัยสำคัญ ด้วยหม้อน้ำแยกโดยตรง ระบบระบายความร้อนแบบใหม่นี้ ถูกออกแบบมาเพื่อให้ลูกค้าสามารถอัด Ioniq 5 N ได้เต็มที่ตลอดทั้งวัน โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความร้อนสะสม
การจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่: เพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
Hyundai ได้พัฒนาซอฟต์แวร์การจัดการอุณหภูมิแบตเตอรี่ล่วงหน้าถึงสองระดับใน Ioniq 5 N เพื่อให้ผู้ขับขี่เลือกใช้ตามสถานการณ์:
โหมด Daily/Performance: ปรับอุณหภูมิแบตเตอรี่ระหว่าง 30-40 องศาเซลเซียส เพื่อกำลังสูงสุดสำหรับการวิ่งระยะสั้น
โหมด Race: ตั้งค่าแบตเตอรี่ไว้ที่ 20-30 องศาเซลเซียส เพื่อรักษาพลังงานไฟฟ้าให้คงที่ขณะใช้ความเร็วสูงต่อเนื่องในสนามแข่ง
โครงสร้างที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น: เพื่อการขับขี่สุดขั้ว
โครงสร้างของ Ioniq 5 N ถูกปรับแต่งให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ด้วยจุดเชื่อมเพิ่มเติม 42 จุด และกาวพิเศษที่ช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งต้านทานแรงบิดตัว ระบบพวงมาลัยเพาเวอร์ที่ติดตั้งบนแร็ค พร้อมอัตราการบังคับเลี้ยวที่รวดเร็ว สอดรับกับการทำงานของแรงบิดที่เพิ่มขึ้น โหมด N Pedal ช่วยให้การเข้าโค้งโดยไม่ต้องเหยียบเบรกก่อนถึงหัวโค้งทำได้ดีเยี่ยม พร้อมระบบ regenerative braking ที่ทำงานอย่างเต็มกำลัง
ระบบจำลองเสียง: เปิดประสบการณ์ใหม่
เสียงจำลองสามแบบของ Ioniq 5 N ได้แก่ Engine Sound, Evolution, และ Supersonic มอบประสบการณ์ที่หลากหลาย Engine Sound ถือว่ายอดเยี่ยมที่สุด ใกล้เคียงรถสันดาปมากที่สุด Evolution จะออกแนวอวกาศ ส่วน Supersonic ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ Top Gun Maverick การจำลองเสียงเครื่องยนต์ในโหมด Engine Sound นั้นสมจริงมาก จนลืมไปว่ากำลังฟังเสียงสังเคราะห์
N Drift Optimiser: ปลดปล่อยสัญชาตญาณนักซิ่ง
แม้จะไม่ได้ทดสอบในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม แต่ N Drift Optimiser คือฟีเจอร์ที่น่าสนใจ ผู้ขับขี่สามารถตั้งค่าการกระจายแรงบิดระหว่างเพลาหน้า-หลังได้หลากหลาย ตั้งแต่ 100% ไปที่ล้อหลัง ไปจนถึง 100% ไปที่ล้อหน้า ระบบจะตัดการทำงานของระบบช่วยทรงตัวทั้งหมด และมอบอิสระในการดริฟต์อย่างเต็มที่ แต่แน่นอนว่าโหมดนี้ต้องการทักษะและพื้นที่ปิดที่ปลอดภัย
โหมดการขับขี่ในสนามแข่ง: Sprint และ Endurance
สำหรับนักแข่ง Ioniq 5 N มาพร้อมโหมด N Race ที่แบ่งเป็น Sprint สำหรับการจับเวลาต่อรอบ โดยเน้นการป้อนพลังงานไฟฟ้าให้มอเตอร์สูงสุด และ Endurance สำหรับการขับระยะยาว โดยบริหารจัดการพลังงานไฟฟ้าอย่างเหมาะสม ทั้งสองโหมดช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในสนามแข่งได้อย่างมาก
ระบบเบรกและช่วงล่าง: ความมั่นใจที่เหนือระดับ
ระบบเบรกประสิทธิภาพสูง ประกอบด้วยจานดิสก์หน้า 400 มม. คาลิเปอร์ 4 ลูกสูบ และจานดิสก์หลัง 360 มม. คาลิเปอร์ซิงเกิลพอต พร้อมระบบ regenerative braking ที่ทำงานผสานกับระบบเบรกไฮดรอลิกได้อย่างไร้รอยต่อ ช่วงล่างด้านหน้าแบบ MacPherson Strut และด้านหลังแบบ Multi-Link ถูกปรับจูนมาเป็นพิเศษ เพลาขับอิสระที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง World Rally Championship ของ Hyundai ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของโครงสร้าง
Ioniq 5 N: EV ที่มี “จิตวิญญาณ”
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังขาด “จิตวิญญาณ” ของรถสปอร์ต Hyundai Ioniq 5 N ก้าวเข้ามาเพื่อเติมเต็มช่องว่างนั้น มันคือการผสมผสานองค์ความรู้ทางเทคโนโลยี ประสบการณ์มอเตอร์สปอร์ตของแบรนด์ N เพื่อผลักดันขีดจำกัดของ EV ทำให้ Ioniq 5 N กลายเป็นรถที่เปลี่ยนเกมในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง การที่ Hyundai สามารถสร้างรถ EV ที่ขับขี่ได้เหมือนรถสันดาปภายใน คือความสำเร็จที่น่าทึ่ง และเป็นก้าวสำคัญสู่อนาคตของยานยนต์ไฟฟ้า
บทสรุป: ประตูสู่อนาคตแห่งการขับขี่
Hyundai Ioniq 5 N ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่คือวิวัฒนาการของยานยนต์สมรรถนะสูง มันคือบทพิสูจน์ว่า EV สามารถมอบความเร้าใจ ความสนุก และอารมณ์ในการขับขี่ได้เทียบเท่า หรืออาจเหนือกว่ารถยนต์เครื่องยนต์สันดาปที่เรารัก หากคุณกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่มอบประสบการณ์เหนือระดับ ท้าทายทุกข้อจำกัด และพร้อมจะเปลี่ยนมุมมองของคุณที่มีต่อ EV Hyundai Ioniq 5 N คือคำตอบที่คุณไม่ควรพลาด
สัมผัสประสบการณ์ขับขี่แห่งอนาคตได้แล้ววันนี้!

