• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T0701233 คนรวยใจดำ Ep.2

admin79 by admin79
January 7, 2026
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T0701233 คนรวยใจดำ Ep.2

Bugatti Chiron Pur Sport: การประดิษฐ์เครื่องจักรที่เหนือกว่าทุกนิยามแห่งสมรรถนะและความพิเศษ

ในโลกที่การพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ก้าวล้ำไปอย่างไม่หยุดยั้ง วงการซูเปอร์คาร์และไฮเปอร์คาร์ยังคงเป็นเวทีที่เหล่าผู้ผลิตรถยนต์ระดับโลกต่างงัดกลยุทธ์และนวัตกรรมมาประชันกันอย่างดุเดือด เพื่อสร้างสรรค์สุดยอดผลงานที่ตอบสนองความต้องการของกลุ่มนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด Bugatti แบรนด์สัญชาติฝรั่งเศสที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานในการผลิตรถยนต์ที่หรูหราและทรงพลัง ได้ตอกย้ำความเป็นผู้นำอีกครั้งด้วยการเปิดตัว Bugatti Chiron Pur Sport รุ่นพิเศษที่ได้รับการปรับปรุงและพัฒนาอย่างพิถีك เพื่อก้าวข้ามทุกขีดจำกัดของไฮเปอร์คาร์ที่มีอยู่เดิม

หัวใจสำคัญ: การออกแบบเพื่อสุดยอดสมรรถนะการขับขี่

Bugatti Chiron Pur Sport ไม่ใช่เพียงการอัพเกรดจากรุ่น Chiron ปกติ แต่เป็นการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยมีเป้าหมายหลักอยู่ที่การเพิ่มประสิทธิภาพการขับขี่ให้ถึงขีดสุด วิศวกรของ Bugatti ได้ทุ่มเทเวลาและการค้นคว้าวิจัยอย่างเข้มข้น เพื่อให้มั่นใจว่าทุกรายละเอียด ตั้งแต่กลศาสตร์ไปจนถึงอากาศพลศาสตร์ ล้วนส่งเสริมซึ่งกันและกันในการมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นกว่าที่เคยเป็นมา จุดเด่นสำคัญที่ทำให้ Chiron Pur Sport แตกต่างคือการมุ่งเน้นไปที่การยึดเกาะถนนที่ดีขึ้น การตอบสนองที่เฉียบคม และความคล่องแคล่วว่องไวที่สัมผัสได้ในทุกการควบคุม

ขุมพลัง W16 อันเป็นเอกลักษณ์: การปรับแต่งเพื่อความเร้าใจ

ภายใต้ฝากระโปรงหน้าของ Bugatti Chiron Pur Sport ยังคงเป็นขุมพลัง Quad-turbo W16 ขนาด 8.0 ลิตร อันเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti ที่มอบพละกำลังมหาศาลถึง 1,500 แรงม้า ทว่าสำหรับรุ่น Pur Sport นี้ วิศวกรได้ทำการปรับแต่งเครื่องยนต์และระบบส่งกำลังให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ที่เน้นสมรรถนะมากขึ้น โดยมีการปรับตั้งรอบเครื่องยนต์ให้สามารถหมุนได้สูงขึ้นกว่า Chiron รุ่นปกติถึง 200 รอบต่อนาที สู่จุดเรดไลน์ที่ 6,900 รอบต่อนาที การปรับปรุงนี้ส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองของเครื่องยนต์ที่ไวขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าคือการปรับอัตราทดเกียร์ให้มีการทดที่จัดจ้านขึ้นถึง 15% ซึ่งหมายความว่าพละกำลังจะถูกส่งไปยังล้ออย่างฉับพลันมากขึ้นทันทีที่กดคันเร่ง การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มอัตราเร่งในแต่ละเกียร์ แต่ยังช่วยให้ค่าความยืดหยุ่น (Flexibility) ของเครื่องยนต์ดีขึ้นถึง 40% เมื่อเทียบกับ Chiron รุ่นมาตรฐาน การปรับแต่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของ Bugatti เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและแม่นยำยิ่งขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการขับขี่บนเส้นทางคดเคี้ยว หรือเมื่อต้องการเร่งแซงอย่างเฉียบพลัน

อากาศพลศาสตร์ที่พลิกโฉม: แรงกดที่เหนือกว่า ความเสถียรที่มั่นคง

การออกแบบภายนอกของ Bugatti Chiron Pur Sport ได้รับการปรับปรุงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเน้นการทำงานของอากาศพลศาสตร์เป็นหลักเพื่อให้เกิดแรงกด (Downforce) สูงสุด และลดแรงต้านอากาศ (Drag) ในขณะเดียวกัน กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีช่องรับอากาศขนาดใหญ่ เพื่อระบายความร้อนให้กับระบบเบรกและเครื่องยนต์อย่างมีประสิทธิภาพ กระจังหน้าอันเป็นเอกลักษณ์ได้รับการตกแต่งด้วยตัวเลข “16” สีฟ้าสดใส ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงขุมพลัง W16 อันทรงเกียรติ

ที่ด้านหลังรถ ไฮไลท์ที่โดดเด่นที่สุดคือสปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ที่ยาวถึง 1.9 เมตร ซึ่งได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างแรงกดมหาศาล ช่วยยึดเกาะตัวรถเข้ากับพื้นถนนให้แน่นขึ้นในยามที่ใช้ความเร็วสูง การทำงานร่วมกันของชิ้นส่วนแอโรไดนามิกเหล่านี้ ทำให้ Bugatti Chiron Pur Sport สามารถเข้าโค้งด้วยความเร็วที่สูงกว่ารถยนต์ทั่วไปได้อย่างมั่นใจ การใช้วัสดุน้ำหนักเบาและทนทานสูงอย่างไทเทเนียมที่ขึ้นรูปด้วยเทคโนโลยี 3 มิติสำหรับท่อไอเสีย สะท้อนให้เห็นถึงการผสมผสานระหว่างนวัตกรรมและสมรรถนะขั้นสูงสุด

ล้อและยาง: สองส่วนประกอบสำคัญที่ส่งผลต่อการยึดเกาะ

เพื่อเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ให้ถึงขีดสุด Bugatti Chiron Pur Sport มาพร้อมกับล้ออัลลอยน้ำหนักเบาดีไซน์ใหม่ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายความร้อนของเบรกและปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์ ล้อเหล่านี้ผลิตจากโลหะผสมคุณภาพสูง และที่สำคัญคือการหุ้มด้วยยางพิเศษที่พัฒนาขึ้นสำหรับ Bugatti โดยเฉพาะ โดย Michelin ภายใต้ชื่อ Bugatti Sport Cup 2 R ยางรุ่นนี้มีความพิเศษตรงที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อมอบการยึดเกาะสูงสุดบนพื้นผิวถนนแห้ง มีการปรับขนาดให้เหมาะสมกับตัวรถ โดยด้านหน้าใช้ขนาด 285/30 R20 และด้านหลังใช้ขนาด 355/25 R21 การผสมผสานระหว่างล้อน้ำหนักเบาและยางสมรรถนะสูงนี้ เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลโดยตรงต่อการตอบสนองของพวงมาลัยและการยึดเกาะที่เหนือกว่า

ระบบกันสะเทือนและเบรก: ความแม่นยำที่สัมผัสได้

Chiron Pur Sport ได้รับการติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงความแข็งของสปริงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเพิ่มความแข็งขึ้นถึง 65% ที่ด้านหน้า และ 33% ที่ด้านหลัง ควบคู่ไปกับโช้คอัพแบบแปรผันที่สามารถปรับการทำงานตามสไตล์การขับขี่ได้อย่างแม่นยำ การปรับปรุงระบบกันสะเทือนนี้ ช่วยลดการเอียงของตัวรถ (Body Roll) ในขณะเข้าโค้ง และเพิ่มความรู้สึกถึงการควบคุมที่เฉียบคม นอกจากนี้ Bugatti ยังได้พัฒนาระบบเบรกใหม่ โดยใช้ผ้าเบรกที่ทำจากไทเทเนียม ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าและทนทานต่อความร้อนได้ดียิ่งขึ้น การทำงานร่วมกับล้อน้ำหนักเบาลงถึง 16 กิโลกรัม และดิสก์เบรกที่มีน้ำหนักลดลง ส่งผลให้ Bugatti Chiron Pur Sport มีน้ำหนักโดยรวมลดลงจาก Chiron รุ่นปกติถึง 50 กิโลกรัม

ความพิเศษที่มาพร้อมกับจำนวนจำกัด

Bugatti Chiron Pur Sport ถูกผลิตขึ้นในจำนวนจำกัดเพียง 60 คันทั่วโลกเท่านั้น ทำให้รถรุ่นนี้มีความพิเศษและเป็นที่ต้องการของนักสะสมอย่างสูง ราคาเปิดตัวอยู่ที่ 3 ล้านยูโร (ประมาณ 106 ล้านบาท) ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม การผลิตเริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2020 ซึ่งยิ่งเพิ่มความพิเศษและคุณค่าให้กับ Bugatti Chiron Pur Sport ในฐานะสุดยอดไฮเปอร์คาร์ที่รวบรวมเอาสุดยอดเทคโนโลยี การออกแบบ และสมรรถนะไว้ในหนึ่งเดียว

Leapmotor B10: ทางเลือกใหม่ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า B-SUV

ในอีกมิติหนึ่งของวงการยานยนต์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว Leapmotor แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน ได้เปิดตัว Leapmotor B10 รุ่นใหม่ ซึ่งเป็นรถยนต์ไฟฟ้าพิกัด B-SUV ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่ทันสมัยและราคาที่เข้าถึงได้ง่าย

Leapmotor B10 ในประเทศไทย: ราคาและรุ่นย่อย

Leapmotor B10 ได้รับการนำเข้ามาจำหน่ายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ โดย PNA Group (พระนครยนตรการ) ซึ่งเป็นผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการในกลุ่ม Stellantis โดยรุ่นแรกที่เปิดตัวคือ Leapmotor C10 ซึ่งได้รับการยอมรับในด้านช่วงล่างที่พัฒนาโดยทีมวิศวกรจาก Maserati แต่สำหรับ Leapmotor B10 นี้ ถือเป็นรุ่นน้องเล็กที่เข้ามาเสริมทัพเพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในตลาด B-SUV ไฟฟ้าที่กำลังมีการแข่งขันสูงมาก

Leapmotor B10 เวอร์ชันไทย มีให้เลือก 3 รุ่นย่อย โดยเป็นการนำเข้าแบบ CBU จากประเทศจีน:

B10 Life: ราคา 688,000 บาท มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 56.2 kWh
B10 Style: ราคา 748,000 บาท มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 67.1 kWh
B10 Design: ราคา 788,000 บาท มาพร้อมแบตเตอรี่ขนาด 67.1 kWh

มิติตัวถังและการออกแบบ: สมดุลระหว่างขนาดและการใช้งาน

Leapmotor B10 มีมิติตัวถัง ยาว 4,515 มิลลิเมตร กว้าง 1,885 มิลลิเมตร สูง 1,655 มิลลิเมตร และระยะฐานล้อ 2,735 มิลลิเมตร เมื่อเทียบกับรุ่น C10 ที่มีขนาดใหญ่กว่า (4,739 x 1,900 x 1,680 มิลลิเมตร | ฐานล้อ 2,825 มิลลิเมตร) B10 จึงมีความคล่องตัวในการขับขี่และจอดในเมืองได้ดีกว่า เหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน

ขุมพลังและสมรรถนะ: ขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง

Leapmotor B10 มีทางเลือกของขุมพลัง 2 รูปแบบ โดยทุกรุ่นขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 1 ตัว ให้กำลังสูงสุด 218 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 240 นิวตันเมตร

รุ่น LIFE (56.2 kWh):
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) จาก CATL ความจุ 56.2 kWh
ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ระยะทางวิ่งสูงสุด 470 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

รุ่น STYLE / DESIGN (67.1 kWh):
แบตเตอรี่ Lithium-ion (LFP) จาก CATL ความจุ 67.1 kWh
ขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD)
ระยะทางวิ่งสูงสุด 516 กิโลเมตร (ตามมาตรฐาน NEDC)
อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 8 วินาที
ความเร็วสูงสุด 170 กม./ชม.

ช่วงล่างและการขับขี่: ความสบายและความมั่นคง

Leapmotor B10 มาพร้อมล้ออัลลอย Star Sports ขนาด 18 นิ้ว หุ้มด้วยยางขนาด 225/50 R18 ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระ MacPherson Strut และด้านหลังเป็นแบบอิสระ 4-Links ระบบช่วงล่างได้รับการปรับจูนเพื่อมอบความสมดุลระหว่างความนุ่มนวลและความมั่นคงในการขับขี่

การชาร์จไฟฟ้า: ความสะดวกสบายที่ครอบคลุม

การชาร์จ AC: รองรับสูงสุด 11 kW
การชาร์จ DC:
รุ่น Life (56.2 kWh): รองรับสูงสุด 140 kW
รุ่น Style/Design (67.1 kWh): รองรับสูงสุด 168 kW
การชาร์จ DC Fast Charging จาก 30-80% ใช้เวลาประมาณ 18-20 นาที
ระบบ V2L: รองรับการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้อุปกรณ์ภายนอกสูงสุด 3.3 kW

ภายในห้องโดยสาร: ความสะดวกสบายและเทคโนโลยีที่ครบครัน

ห้องโดยสารของ Leapmotor B10 ได้รับการออกแบบให้มีความทันสมัยและสะดวกสบาย พร้อมด้วยฟังก์ชันที่หลากหลาย

หลังคากระจก Panoramic Roof แบบ Fixed พร้อมม่านบังแดดไฟฟ้า
ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมระบบกรองฝุ่น PM 2.5
ระบบกุญแจ Bluetooth และ NFC Card
เบาะนั่งโครงสร้าง 7 ชั้น OEKO-TEX Certification
เบาะนั่งหุ้มด้วยผ้า (รุ่น Life) หรือ หนัง ECO Leather (รุ่น Design)
เบาะนั่งคู่หน้าปรับด้วยมือ (รุ่น Life) หรือ ปรับไฟฟ้า 6 ทิศทาง พร้อมระบบระบายอากาศและอุ่น (รุ่น Design)
พวงมาลัยสปอร์ตสีทูโทน พร้อมสวิตซ์ควบคุม
จอมาตรวัด Full Digital LCD ขนาด 8.8 นิ้ว
หน้าจอกลางระบบสัมผัส Touchscreen ขนาด 14.6 นิ้ว ความละเอียด 2.5K
รองรับ Apple CarPlay / Android Auto แบบไร้สาย (เริ่มใช้งานได้ ธันวาคม 2025)
ระบบแผนที่นำทาง Here Map
ลำโพง 6 ตำแหน่ง (รุ่น Life) หรือ 12 ตำแหน่ง (รุ่น Design)
ที่ชาร์จโทรศัพท์ไร้สาย Wireless Charger 15W
ช่องชาร์จ USB Type C 60W

รุ่นย่อยที่แตกต่าง: ตอบสนองความต้องการที่หลากหลาย

รุ่น Style (67.1 kWh): เพิ่มเติมจากรุ่น Life ด้วยแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ขึ้น (67.1 kWh) ระยะทางวิ่ง 516 กม. (NEDC) และรองรับการชาร์จ DC สูงสุด 168 kW รวมถึงกระจกมองข้างพร้อมระบบไล่ฝ้า

รุ่น Design (67.1 kWh): เพิ่มเติมจากรุ่น Style ด้วยกระจกหน้าต่างด้านหลังแบบ Privacy Glass, กระจกมองข้างพับไฟฟ้าพร้อมระบบพับอัตโนมัติ, ไฟสร้างบรรยากาศ Ambient Light 64 สี, ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ, ฝาท้ายไฟฟ้า, เบาะนั่งหุ้มหนัง ECO Leather, เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้าพร้อมระบบระบายอากาศและอุ่น, ที่วางแขนเบาะหลังพร้อมที่วางแก้ว และลำโพง 12 ตำแหน่ง

ระบบความปลอดภัย: มั่นใจทุกการเดินทาง

Leapmotor B10 มาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ครอบคลุมและทันสมัย:

ระบบเบรก ABS / EBD / BA
ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว VDC, ระบบป้องกันการลื่นไถล TRC
ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน HDC, ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HHC
ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งผิดพลาด BOS, ระบบสัญญาณเตือนหยุดรถฉุกเฉิน ESS
ระบบเบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อมฟังก์ชั่น AVH
ระบบ ADAS ที่ครอบคลุม: ACC, LCC, LKA, ELKA, LDW, FCW, RCW, DOW, BSD, AEB, HOD, RCTA, RCTB, ISA, DDAW, ADDW
ถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง
กล้องรอบคัน 360 องศา
เซนเซอร์กะระยะช่วยจอดด้านหลัง

Bugatti Chiron Pur Sport และ Leapmotor B10 แม้จะมาจากคนละกลุ่มตลาดและมีเป้าหมายที่แตกต่างกัน แต่ทั้งสองรุ่นล้วนแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนายานยนต์ให้ก้าวไปข้างหน้า Bugatti ยังคงเป็นสัญลักษณ์ของความหรูหรา ประสิทธิภาพขั้นสูงสุด และความพิเศษที่มาพร้อมกับจำนวนจำกัด ในขณะที่ Leapmotor B10 นำเสนอทางเลือกที่น่าสนใจในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าที่กำลังเติบโต โดยเน้นที่ความคุ้มค่า เทคโนโลยี และการใช้งานที่หลากหลาย

หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสุดยอดสมรรถนะและความหรูหราเหนือกาลเวลา หรือกำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว การศึกษาข้อมูลและสัมผัสประสบการณ์จริงของยานยนต์เหล่านี้ คือก้าวต่อไปที่คุณไม่ควรพลาด.

Previous Post

[ครบชุด] T0701236 แอบก นแฟนเพ อน Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T0701227 ผัวขี้ข้า 15081

Next Post
[ครบชุด] T0701227 ผัวขี้ข้า 15081

[ครบชุด] T0701227 ผัวขี้ข้า 15081

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.