SCG 007: สุดยอดซูเปอร์คาร์ไฮเปอร์คาร์ระดับตำนาน สู่การเป็นรถยนต์ที่ขับขี่บนถนนสาธารณะได้อย่างแท้จริง
ในโลกแห่งยานยนต์สมรรถนะสูง ที่ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างรถแข่งในสนามและรถที่วิ่งบนถนนทั่วไปเริ่มเลือนลาง Scuderia Cameron Glickenhaus (SCG) บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติอเมริกันที่ก่อตั้งขึ้นในปี 2004 โดยนักสร้างภาพยนตร์ผู้หลงใหลในมอเตอร์สปอร์ต ได้นำเสนอผลงานชิ้นโบว์แดงที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง นั่นคือ SCG 007 รุ่นสำหรับใช้งานบนถนนสาธารณะ รถยนต์คันนี้ไม่ใช่เพียงการดัดแปลงรถแข่ง แต่คือการนิยามใหม่ของคำว่า “ไฮเปอร์คาร์” โดยนำเอา DNA แห่งสมรรถนะอันดุดันของรถแข่ง Le Mans มาผสมผสานเข้ากับความสะดวกสบายและการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน
SCG มีประวัติการเข้าร่วมการแข่งขันรถยนต์ทางไกลระดับโลก รวมถึงรายการ Le Mans อันทรงเกียรติ ระหว่างปี 2021 ถึง 2023 ด้วยรถแข่งไฮเปอร์คาร์ SCG 007 LMH การสั่งสมประสบการณ์และความรู้จากสนามแข่งอันโหดหินนี้เอง ที่หล่อหลอมให้เกิดวิสัยทัศน์ในการสร้างสรรค์ SCG 007 เวอร์ชั่นถนน ให้ผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะระดับสูงสุดได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ราวกับนักแข่งมืออาชีพในทุกการเดินทาง
หัวใจหลักของ SCG 007 สำหรับถนนสาธารณะคือเครื่องยนต์ V8 ขนาด 6.2 ลิตร เทอร์โบคู่ (Twin-Turbocharged) ที่ได้รับการปรับแต่งอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้สามารถรีดพละกำลังได้ถึง 1,000 แรงม้า ส่งแรงบิดมหาศาลถึง 999 นิวตัน-เมตร เข้าสู่ล้อหลังผ่านระบบส่งกำลังแบบเกียร์ธรรมดา 7 สปีด (7-Speed Manual Transmission) ที่มอบการควบคุมอันแม่นยำและตอบสนองทันใจ การผสมผสานระหว่างขุมพลังดิบและความปราณีตในการควบคุมนี้ เป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ SCG 007 โดดเด่นเหนือใคร
แม้จะถูกออกแบบมาให้ใช้งานบนถนนได้ แต่ SCG 007 ยังคงไว้ซึ่ง DNA ของรถแข่ง Le Mans อย่างสมบูรณ์แบบ น้ำหนักตัวรถที่ 1,549 กิโลกรัม ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ที่มีขุมพลังและเทคโนโลยีระดับนี้ การออกแบบที่เน้นความเบาและประสิทธิภาพสูงสุดนี้ ส่งผลโดยตรงต่ออัตราเร่งและการตอบสนองที่เฉียบคม
ช่วงล่างและแอโรไดนามิกส์: เทคโนโลยีสนามแข่งสู่ท้องถนน
ระบบช่วงล่างของ SCG 007 เป็นอีกหนึ่งจุดที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากสนามแข่งสู่ท้องถนน ด้านหน้ามาพร้อมกับระบบดับเบิลวิชโบน (Double Wishbone) อันล้ำสมัย ในขณะที่ด้านหลังใช้ระบบ Pushrod เพื่อให้การตอบสนองที่แม่นยำและควบคุมการเคลื่อนที่ของล้อได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้ รถยังติดตั้งบาร์กันโคลงที่สามารถปรับตั้งค่าได้ (Adjustable Anti-roll Bars) ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งให้เข้ากับสภาพสนามแข่งที่แตกต่าง หรือปรับตามความชอบส่วนบุคคลได้อย่างละเอียด
เพื่อความสะดวกสบายและความรวดเร็วในการเปลี่ยนล้อ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่ต้องการการเซอร์วิสอย่างเร่งด่วน SCG 007 มาพร้อมกับล้ออลูมิเนียมฟอร์จแบบเซ็นเตอร์-ล็อก (Center-Lock Forged Aluminum Wheels) ซึ่งเป็นมาตรฐานที่พบได้ในรถแข่งระดับสูง และเพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการบำรุงรักษา ระบบ Air Jack ก็ถูกติดตั้งมาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ช่วยให้การยกตัวรถทำได้ง่ายและรวดเร็ว
ในส่วนของแอโรไดนามิกส์ SCG 007 ได้รับการออกแบบมาอย่างพิถีพิถัน โดยยังคงรูปแบบและหลักการของรถแข่ง Le Mans ไว้เกือบทั้งหมด เพื่อสร้างแรงกด (Downforce) ที่จำเป็นต่อการยึดเกาะถนนในความเร็วสูง การอัปเดตบางส่วนเพื่อให้เข้ากับข้อกำหนดของรถยนต์ที่วิ่งบนถนนสาธารณะ แต่ยังคงไว้ซึ่งประสิทธิภาพสูงสุด
สิ่งที่ทำให้ SCG 007 แตกต่างจากรถแข่งทั่วไปอย่างชัดเจน คือการเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานประตูรถแบบไฮดรอลิก (Hydraulic Doors) ที่เปิด-ปิดได้อย่างนุ่มนวล ช่วยให้การเข้า-ออกห้องโดยสารเป็นไปอย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น และเพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ระบบปรับอากาศ (Air Conditioning System) ก็ได้รับการติดตั้งมาด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินกับสมรรถนะอันเหนือชั้นได้ภายใต้สภาพอากาศที่หลากหลาย
เปิดตัวอย่างสง่างาม และอนาคตที่น่าจับตา
SCG 007 เวอร์ชั่นถนน ได้รับการเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน Villa d’Este ณ ทะเลสาบโคโม ประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นเวทีที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับยานยนต์สุดหรูและเปี่ยมด้วยสมรรถนะ การส่งมอบรถคาดว่าจะเริ่มขึ้นภายในปีนี้ แม้ว่ารายละเอียดด้านราคาจะยังไม่ถูกเปิดเผย แต่ก็คาดการณ์ได้ว่า SCG 007 จะเป็นรถยนต์ที่มีราคาสูงระดับซูเปอร์คาร์อย่างแน่นอน
Scuderia Cameron Glickenhaus ได้กล่าวถึงวิสัยทัศน์ของ SCG 007 ไว้อย่างน่าสนใจว่า “นี่ไม่ใช่เพียงแค่การจำลองรถแข่งเพื่อนำมาวิ่งบนถนน แต่เป็นการคิดค้นใหม่ว่ารถไฮเปอร์คาร์ควรจะเป็นเช่นไร รถยนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อชัยชนะในสนามแข่ง มักจะไม่สามารถปรับเปลี่ยนมาสู่การใช้งานบนถนนได้อย่างลงตัว แต่ SCG 007 ที่มาพร้อมกับสมรรถนะแอโรไดนามิกส์อันยอดเยี่ยมและผ่านการทดสอบนับพันรอบในสนามแข่ง จะสามารถโลดแล่นผ่านการจราจรในเมืองอันหนาแน่น และทนทานต่อสภาพอากาศที่ร้อนระอุในฤดูร้อนได้อย่างไร้ที่ติ”
เปรียบเทียบกับสุดยอดการปรับแต่ง: MANSORY Stallone GTS (MY21)
เพื่อเสริมความเข้าใจในขอบเขตของ “ไฮเปอร์คาร์” ที่สามารถปรับแต่งและใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน เราลองมาพิจารณาผลงานจากสำนักแต่งระดับโลกอีกรายอย่าง MANSORY ที่ได้สร้างสรรค์ Ferrari 812 GTS ให้กลายเป็น MANSORY Stallone GTS (MY21) ซึ่งมีความโดดเด่นและมีเพียง 10 คันในโลก
MANSORY ซึ่งเป็นที่รู้จักในวงการยานยนต์ระดับโลก จากการยกระดับรถยนต์หรูให้มีความพิเศษและสมรรถนะที่เหนือกว่ามาตรฐาน ได้นำ Ferrari 812 GTS มาตีความใหม่ในสไตล์ “MANSORY Bespoke” ซึ่งหมายถึงการปรับแต่งตามความต้องการเฉพาะของลูกค้า
ก่อนหน้านี้ MANSORY เคยสร้างสรรค์ Ferrari Gran Turismo มาแล้วถึง 3 เจเนอเรชั่น โดยใช้พื้นฐานจาก 599 GTB, F12 และ 812 Superfast (ซึ่งรวมถึงเวอร์ชันเปิดประทุน) และสำหรับ MANSORY Stallone GTS (MY21) นี้ ก็ถือเป็นอีกขั้นของการพัฒนา
การออกแบบภายนอกและภายใน: ความหรูหราที่ผสานกับความดุดัน
MANSORY Stallone GTS (MY21) ยังคงเอกลักษณ์ของการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างรูปลักษณ์ภายนอก การตกแต่งภายใน และการอัพเกรดสมรรถนะ ตัวถังที่ใช้วัสดุคาร์บอนน้ำหนักเบา ทำให้รถดูดุดันและทรงพลังเป็นพิเศษ สีดำทั้งหมดที่ใช้เป็นธีมหลัก ช่วยเสริมความโดดเด่นและความเป็นเอกลักษณ์สมกับราคาที่สูง การออกแบบที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) เป็นหัวใจสำคัญ โดยใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ในชิ้นส่วนต่างๆ เช่น สเกิร์ตหน้า, สเกิร์ตข้าง, สเกิร์ตหลัง และดิฟฟิวเซอร์ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงฝีมืออันประณีตของ MANSORY ที่ผสมผสานความเป็นอิตาลีได้อย่างลงตัว
ภายในห้องโดยสาร MANSORY สร้างบรรยากาศที่สปอร์ตแต่แฝงไว้ด้วยความสะดวกสบาย พวงมาลัยทรงสปอร์ตที่ออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรุ่น Stallone GTS พร้อมแป้นเหยียบอะลูมิเนียม ช่วยให้การควบคุมรถสมบูรณ์แบบ การตกแต่งภายในแสดงถึงความหรูหราตามแบบฉบับ MANSORY ที่ส่วนใหญ่หุ้มด้วยหนังสีน้ำเงินตัดกับสีขาว พร้อมปักโลโก้โดยช่างฝีมือระดับปรมาจารย์ เสริมด้วยการตกแต่งด้วยคาร์บอนเพียงเล็กน้อย และแผงกาบประตูเรืองแสงเพื่อเพิ่มระดับความหรูหรา
สำหรับประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดประทุน หลังคาแข็งแบบพับเก็บได้ (Retractable Hardtop – RHT) สามารถทำงานได้ภายในเวลาเพียง 14 วินาที และสามารถทำได้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 45 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
ขุมพลังที่ได้รับการอัพเกรด: ประสิทธิภาพที่เหนือกว่า
MANSORY Stallone GTS (MY21) ไม่ได้มีเพียงการเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์เท่านั้น แต่ยังได้รับการอัพเกรดขุมพลังจากทีมงานคุณภาพภายใต้การดูแลของ Kourosh Mansory เอง มีการปรับจูนระบบอิเล็กทรอนิกส์และระบบไอเสียแบบสปอร์ตใหม่ทั้งหมด เครื่องยนต์ V12 ขนาด 6.5 ลิตร ได้รับการปรับแต่งจนสามารถผลิตพละกำลังได้ถึง 830 แรงม้า (หรือ 611 กิโลวัตต์) และมีแรงบิดสูงสุดที่ 740 นิวตันเมตร ซึ่งมอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
ระบบกันสะเทือนได้รับการปรับแต่งใหม่ ทำงานร่วมกับล้อ Ultra-Light Forged Wheels แบบชิ้นเดียวที่มีน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ชื่อรุ่น “YN.5” ขนาด 9.5 x 21 นิ้ว สำหรับล้อหน้า และ 12 x 22 นิ้ว สำหรับล้อหลัง พร้อมยางสมรรถนะสูง ขนาด 265/30 ZR21 (หน้า) และ 335/25 ZR22 (หลัง)
รายละเอียดการอัพเกรดโดยรวมของ Ferrari 812 GTS – MANSORY STALLONE GTS:
สีพิเศษ: Daytona-Grey เน้นสีน้ำเงิน
ชิ้นส่วนภายนอก: ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งหมด
การตกแต่งภายใน: เบาะหนังสีน้ำเงินตัดขาว
พละกำลัง: 830 แรงม้า
แรงบิด: 740 นิวตันเมตร
อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง: ภายใน 2.8 วินาที
การเปรียบเทียบและข้อคิดถึงอนาคตของไฮเปอร์คาร์
เมื่อเปรียบเทียบ SCG 007 กับ MANSORY Stallone GTS (MY21) เราจะเห็นถึงแนวคิดที่แตกต่างกันเล็กน้อย SCG 007 มาจากพื้นฐานของรถแข่ง Le Mans ที่ถูกปรับให้วิ่งบนถนนได้ โดยเน้นการรักษา DNA ของรถแข่งให้ได้มากที่สุด ในขณะที่ MANSORY Stallone GTS (MY21) คือการนำรถซูเปอร์คาร์ระดับสูงที่มีอยู่แล้วมา “ปรับแต่ง” ให้มีความพิเศษและสมรรถนะที่เหนือกว่าเดิม
ทั้งสองคันสะท้อนให้เห็นถึงเทรนด์ที่น่าสนใจในอุตสาหกรรมยานยนต์หรู นั่นคือการตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการรถยนต์ที่มีสมรรถนะสูงสุด สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน แต่ยังคงไว้ซึ่งความพิเศษ ความเป็นเอกลักษณ์ และความรู้สึกของการเป็นเจ้าของสิ่งที่เหนือกว่ารถยนต์ทั่วไป
การมาถึงของ SCG 007 สำหรับถนนสาธารณะ เป็นมากกว่าแค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการบ่งบอกถึงอนาคตของวงการไฮเปอร์คาร์ ที่ซึ่งเทคโนโลยีจากสนามแข่งจะถูกนำมาสู่ผู้บริโภคทั่วไปในรูปแบบที่สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ไม่ใช่เพียงเพื่อสนองความต้องการของเศรษฐีที่ต้องการของหายาก แต่เพื่อยกระดับประสบการณ์การขับขี่ของทุกคนที่ปรารถนาสัมผัสที่สุดแห่งวิศวกรรมยานยนต์
สำหรับผู้ที่กำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า หรือต้องการยกระดับการครอบครองยานยนต์ให้ถึงขีดสุด การศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์อย่าง SCG 007 และการปรับแต่งระดับสูงจากสำนักอย่าง MANSORY คือก้าวแรกที่สำคัญ สัมผัสความล้ำสมัยและสมรรถนะอันไร้ขีดจำกัด ที่จะพาคุณก้าวไปสู่อีกระดับของการเดินทาง.
![[ครบชุด] T0701169 หมามองเคร องบ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-412.png)
![[ครบชุด] T0701176 อย าใจด บคนโลภ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2026/01/image-413.png)