Lamborghini: ยานยนต์แห่งความฝันและความสำเร็จในตลาด Supercar ระดับพรีเมียมของไทย
ในวงการยานยนต์หรูระดับโลก ชื่อของ Lamborghini คือสัญลักษณ์ที่บ่งบอกถึงความแรง ความสง่างาม และความพิเศษที่ไม่เหมือนใคร กว่าหกทศวรรษนับตั้งแต่กำเนิด Lamborghini Supercar แรกของโลกอย่าง 350 GT แบรนด์สัญชาติอิตาลีนี้ได้ทิ้งร่องรอยอันน่าจดจำไว้บนเส้นทางแห่งความเร็วและสุนทรียภาพ การเดินทางของ Lamborghini เข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อ 14 ปีที่แล้วผ่านบริษัท นิช คาร์ จำกัด ในฐานะตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการ ได้เปิดประตูสู่โลกของ Supercar ราคาแพง ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพียงความฝันอันไกลเกินเอื้อมสำหรับนักสะสมยานยนต์ชาวไทย
ด้วยดีไซน์ที่ดุดัน ปราดเปรียวราวกับกระทิงป่า ผสานกับสีสันที่เร่าร้อน คือเอกลักษณ์อันโดดเด่นของ Lamborghini ที่สะกดทุกสายตา สร้างความภาคภูมิใจสูงสุดให้กับผู้ที่ได้ครอบครอง แม้จำนวนของ Supercar Lamborghini ที่พบเห็นได้บนท้องถนนในประเทศไทยอาจไม่มากนัก แต่กลุ่มผู้หลงใหลในสมรรถนะและความหรูหราเหล่านี้ ก็พร้อมที่จะทุ่มเทงบประมาณมหาศาล สูงถึงกว่า 20 ล้านบาท เพื่อให้ได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่อันไร้ขีดจำกัด
Lamborghini ราคาไทย ที่สูงลิ่ว เทียบเท่ารถยนต์นั่งส่วนบุคคลระดับพรีเมียมในตลาดทั่วไปได้ถึง 30 คัน! คำถามที่เกิดขึ้นโดยธรรมชาติคือ เหตุใดเหล่าเศรษฐีและนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ จึงไม่ลังเลที่จะควักเงินจำนวนมหาศาลเพื่อครอบครองสุดยอดยานยนต์เหล่านี้? การได้เป็นเจ้าของ Lamborghini ในไทย ไม่ใช่เพียงการแสวงหาความสุขทางใจจากการได้สัมผัสความเลิศหรูเท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นใดอีกบ้าง? เรามีโอกาสได้พูดคุยกับคุณวิทวัส ชินบารมี ผู้บริหารรุ่นใหม่ และทายาทของตระกูลผู้ทรงอิทธิพลในวงการยานยนต์ไทย ในฐานะ Director ของบริษัท นิช คาร์ จำกัด เพื่อเจาะลึกถึงเรื่องราวเบื้องหลังความสำเร็จของ Lamborghini Thailand และกลยุทธ์การทำตลาด Supercar หายาก ในประเทศไทย
ตำนานแห่งกระทิงดุ: จากโชว์รูมแรก สู่ศูนย์กลางความหรูหรา
การเดินทางของ Lamborghini ในประเทศไทยเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการที่โชว์รูมแห่งแรกภายใต้ชื่อ บริษัท เบนซ์ นครินทร์ ออโต้ กรุ๊ป ซึ่งเป็นโชว์รูมรถยนต์แห่งแรกในประเทศไทยที่มาพร้อมระบบปรับอากาศเย็นฉ่ำ ตอบรับภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่เน้นความพิเศษและไม่เหมือนใคร ด้วยกลยุทธ์การนำเข้าเฉพาะ Niche Car หรือรถยนต์เฉพาะกลุ่ม ซึ่ง Lamborghini คือเรือธงลำสำคัญที่นำพาความสำเร็จมาสู่บริษัทมาจนถึงปัจจุบัน บริษัทได้ยอดขาย Lamborghini รุ่นใหม่ ไปแล้วกว่า 40 คันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา แม้ปริมาณอาจดูน้อย แต่โปรดระลึกว่า ราคาต่อคันของ Lamborghini สวยๆ เหล่านี้ เพียงพอที่จะซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแบรนด์ญี่ปุ่นระดับท็อปได้ถึง 30 กว่าคัน!
เพื่อยกระดับประสบการณ์และตำแหน่งทางการตลาดให้สอดคล้องกับภาพลักษณ์ของแบรนด์ระดับโลก โชว์รูมแห่งเดิมบนถนนพระราม 4 ได้ถูกปิดตัวลง เพื่อย้ายศูนย์กลางความหรูหราแห่งยานยนต์กลุ่มนี้ มาตั้งตระหง่าน ณ ศูนย์การค้าสุดเอ็กซ์คลูซีฟอย่างสยามพารากอน การปรากฏตัวของ Lamborghini showroom Siam Paragon ไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันกับแบรนด์รถหรูอื่น ๆ อีกมากมายที่ตั้งอยู่ในบริเวณใกล้เคียง แต่ยังเป็นการประกาศศักดาของแบรนด์ให้เป็นที่ประจักษ์
โชว์รูม “Niche Car Boutique Gallery” ณ สยามพารากอน ถูกออกแบบมาให้มีความโดดเด่นเหนือคู่แข่ง ด้วยพื้นที่ขนาดใหญ่ที่สามารถมองเห็นได้ชัดเจนจากรถไฟฟ้า BTS โดยมีกระจกโอบล้อมถึง 3 ด้าน ต่างจากคู่แข่งจากอิตาลีอย่าง Ferrari ที่มีกระจกเพียงด้านเดียว ทำให้ Lamborghini ฉายแสงความโดดเด่นได้อย่างเต็มที่ การลงทุนมหาศาลกว่า 50 ล้านบาท เฉพาะในส่วนของการตกแต่งและค่าเช่าพื้นที่กว่า 300 ตารางเมตร (ไม่รวมมูลค่าของตัวรถ) สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการสร้างสรรค์ประสบการณ์ที่เหนือระดับให้กับลูกค้า โดยนอกจาก Lamborghini ที่เป็นหัวใจหลักแล้ว ยังมีรถนำเข้าแบรนด์อื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ LOTUS จากอังกฤษ, HUMMER จากเยอรมนี, Aston Martin และ Lorinser เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่หลากหลาย
แม้ Lamborghini จะเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบ รถสปอร์ตหรู แต่การเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกเกิดขึ้นอย่างน่าประทับใจ ด้วยการจัดกิจกรรมทดสอบขับขี่ภายใต้ชื่อ “BULL’s RIDING, The Ultimate Test Drive” โดยนำ Lamborghini สวยสุด จำนวน 2 คันมาให้สื่อมวลชนได้สัมผัส การเคลื่อนไหวครั้งนี้ถือเป็นการรุกตลาดอย่างเข้มข้นของ Lamborghini ในประเทศไทย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บริษัท นิช คาร์ จำกัด มักดำเนินกลยุทธ์ทางการตลาดแบบ Low Profile มาโดยตลอด
การสื่อสารที่เหนือระดับ: เข้าใจลูกค้า คือหัวใจสำคัญของตลาด Supercar
“การทำการตลาดรถหรูนั้นไม่ยาก หากเราเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่าลูกค้าของเราคือใคร และพวกเขาต้องการอะไร” คุณวิทวัส ชินบารมี กล่าว “เรารู้ดีว่าลูกค้ากลุ่มนี้มีกำลังซื้อ แต่คำถามสำคัญคือ เราจะทำอย่างไรให้พวกเขายอมจ่ายเงินที่พวกเขามีให้กับสินค้าและบริการของเรา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับสินค้ากลุ่ม Niche ที่มีความต้องการเฉพาะตัวอยู่แล้ว และการที่เราเป็น Exclusive Dealer ทำให้ลูกค้าเลือกที่จะเดินเข้ามาหาเราเอง”
นอกเหนือจากคุณภาพของสินค้าและชื่อเสียงอันแข็งแกร่งของแบรนด์แล้ว คุณวิทวัสยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบริหารความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM) ซึ่งเป็นหลักการพื้นฐานที่จำเป็นอย่างยิ่งในการขายสินค้า ไม่ว่าจะเป็นระดับใดก็ตาม “การขายของแพงต้องอาศัยความใส่ใจ ความประณีต และความพิถีพิถันในทุกรายละเอียด การสื่อสารกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดคือสิ่งที่ต้องทำ”
เพื่อสร้างความผูกพันที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น บริษัทได้ริเริ่มจัดตั้ง “Lamborghini Family” กลุ่มลูกค้าที่มารวมตัวกันทำกิจกรรมสังสรรค์ และพบปะพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การขับขี่อย่างไม่เป็นทางการ แม้จะเป็นการรวมตัวอย่างอิสระ แต่ทุกคนที่เข้าร่วมล้วนมีความหลงใหลใน Lamborghini เหมือนกัน กิจกรรมสังสรรค์มักจัดขึ้นตามร้านอาหารอิตาเลียนชั้นเลิศ เช่น ร้านสกูซซี่ของคุณญาณี จงวิสุทธิ์ หรือจัดทริปขับรถท่องเที่ยวตามต่างจังหวัด เช่น พัทยา, โคราช, หัวหิน การเลือกสถานที่ที่เดินทางไม่ไกลมากนักนั้น เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่มีครอบครัว จึงนิยมการเดินทางแบบเช้าไป-เย็นกลับ โดยเฉลี่ยแล้วจะมีกิจกรรมสำหรับกลุ่ม Lamborghini Family จัดขึ้นอย่างน้อยเดือนละหนึ่งครั้ง
กลุ่มลูกค้าของ Lamborghini สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ กลุ่มที่ต้องการความเป็นส่วนตัว ไม่ต้องการการดูแลที่มากเกินไป สามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตนเอง และอีกกลุ่มหนึ่งคือลูกค้าที่ต้องการให้เราดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ บริษัทจะศึกษาลักษณะนิสัยและความต้องการของลูกค้าแต่ละรายอย่างละเอียด เพื่อให้บริการที่ตรงจุดที่สุด ลูกค้ากลุ่มนี้ส่วนใหญ่จะเข้ามาหาเราด้วยตนเอง หรือได้รับการแนะนำจากคนรู้จักในแวดวง Supercar collector
บริการหลังการขาย: ความใส่ใจที่เหนือระดับของ “Supercar Lamborghini”
การดูแลหลังการขาย หรือ After Sale Service คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ลูกค้าตัดสินใจเลือก Lamborghini มือสอง หรือ Lamborghini รุ่นล่าสุด และกลับมาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งห้องบริการซ่อมบำรุงรถยนต์ ยังถูกปรับปรุงให้มีเครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำ เพื่อดูแลทั้งตัวรถและสร้างความรู้สึกสบายใจให้กับลูกค้า “ในเมื่อเราขายรถราคาแพง และลูกค้าก็ยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อรถของเรา เราจึงต้องดูแลพวกเขาในทุกๆ ขั้นตอน” คุณวิทวัสกล่าวเสริม “เมื่อรถมีปัญหา เราก็พร้อมดูแลแก้ไขในห้องแอร์ที่ลงทุนไปกว่า 10 ล้านบาท นอกจากนี้ ผู้บริหารและทีมช่างเทคนิคยังต้องเข้ารับการฝึกอบรมจากโรงงานที่ประเทศอิตาลี เพื่อเรียนรู้ทุกอณูของ Lamborghini อย่างแท้จริง”
กลุ่มเป้าหมายหลักของ Lamborghini ส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนหนุ่มสาวอายุ 28 ปีขึ้นไป ที่แน่นอนว่าต้องมีฐานะทางการเงินที่มั่นคง โดยมีกำลังซื้ออย่างน้อย 3 เท่าของราคารถ จึงจะสามารถตัดสินใจซื้อ Lamborghini ได้ อย่างไรก็ตาม คุณวิทวัสย้ำว่า การครอบครอง Lamborghini สปอร์ตคาร์ ไม่จำเป็นต้องเป็นมหาเศรษฐีที่ร่ำรวยล้นฟ้าเสมอไป เพราะ Supercar Lamborghini นั้นมีคุณค่าทางจิตใจสูง เป็นความชื่นชอบในดีไซน์ ความหรูหรา และสมรรถนะความเร็ว “หากใจรักและมีกำลังทรัพย์ ก็สามารถเป็นเจ้าของได้”
แต่ในความเป็นจริง ลูกค้าส่วนใหญ่ของ Lamborghini มีฐานะทางการเงินที่มั่นคงเป็นทุนเดิม ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร หรือราคาน้ำมันจะปรับตัวสูงขึ้นเท่าใด ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของพวกเขาเลย กลุ่มผู้ชื่นชอบ รถยนต์ Supercar เหล่านี้ มักมีความภักดีต่อแบรนด์สูง “ลูกค้าไม่ได้มองว่า Lamborghini เป็นเพียงยานพาหนะที่ต้องจ่ายค่าน้ำมันเพื่อเดินทางไปทำงาน แต่พวกเขามองว่า Lamborghini คือของเล่นชิ้นพิเศษ หรือเป็นของสะสม บางคนมีรถในครอบครองมากถึง 3-4 คัน”
เมื่อราคาไม่ใช่ข้อจำกัด: ตลาด Supercar ในไทยเติบโตอย่างแข็งแกร่ง
เมื่อประมาณ 10 กว่าปีที่แล้ว ราคา Lamborghini มือสองในตลาดอยู่ที่ประมาณ 10 ล้านบาท แต่ในปัจจุบัน สนนราคาของรุ่น Gallardo ซึ่งเป็นรุ่นเล็กสุดของ Lamborghini อยู่ที่ 23.8 ล้านบาท เมื่อเทียบกับคู่แข่งโดยตรงอย่าง Ferrari ในรุ่นเดียวกันที่มีราคาประมาณ 21 ล้านบาท ส่วนรุ่น Museum Murcielago มีราคาสูงถึง 33.8 ล้านบาท และรุ่นใหม่ล่าสุด Grado Spider ที่เพิ่งเปิดตัวไป ก็ยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของ Lamborghini ในฐานะ Supercar ที่แพงที่สุดในไทย
คุณวิทวัสยืนยันว่า Lamborghini คือ Supercar ที่แพงที่สุดในประเทศไทย และมีภาพลักษณ์ที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ด้วย Brand Awareness ที่เป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสม Supercar enthusiast ทั่วโลก “พวกเขาจะเริ่มต้นจากการสนใจรถยนต์ระดับ Porsche, Ferrari ก่อน และจะมาจบที่ Lamborghini” คุณวิทวัสกล่าวเสริมถึงบุคลิกของแบรนด์ว่ามีความดุดัน แข็งแกร่ง และสง่างามกว่าแบรนด์อื่น ๆ
“ในช่วงแรก คุณพ่อของผมนำเข้ารถมาเพราะความรักและความหลงใหลในรถยนต์เป็นหลัก แต่เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม เราก็ต้องทำการตลาดอย่างจริงจัง” คุณวิทวัสอธิบายถึงการเติบโตของยอดขาย “ตลอด 14 ปีที่ผ่านมา เราขาย Lamborghini ได้ทั้งหมด 40 คัน แต่ในช่วง 2 ปีหลัง (พ.ศ. 2547-2548) เราทำยอดขายรวมกันได้ถึง 30 คัน โดยเฉพาะปี พ.ศ. 2548 เราขายได้ถึง 18 คัน จากการเปิดตัว 2 รุ่นใหม่ และสำหรับปี พ.ศ. 2549 นี้ เราคาดการณ์ว่าจะมียอดขายประมาณ 21-22 คัน”
แม้ว่า Lamborghini ราคา จะสูงมาก จนรถ 1 คันสามารถเทียบเท่ากับการซื้อรถยนต์นั่งส่วนบุคคลแบรนด์ญี่ปุ่นราคันละ 1 ล้านบาท ได้ถึง 20-30 คัน แต่ลูกค้าก็มีทั้งกลุ่มที่ชำระเงินสดและกลุ่มที่เลือกผ่อนชำระ โดยอัตราการซื้อขายอยู่ที่ 50:50 สะท้อนให้เห็นถึงสภาพคล่องทางการเงินของกลุ่มลูกค้า
คุณวิทวัส ชินบารมี มองว่า ตลาด รถยนต์หรูของเล่นคนรวย กำลังเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยสะท้อนให้เห็นจากแผนธุรกิจของนิชคาร์สำหรับปี พ.ศ. 2549 ที่จะนำเข้ารถยนต์แบรนด์ใหม่อีก 1 แบรนด์ และมีแผนจะนำเข้าเพิ่มอีกปีละ 1 แบรนด์ ในปี พ.ศ. 2550 และ 2551 นี่คือสัญญาณที่ชัดเจนว่า กำลังซื้อของกลุ่มคนที่มีสถานภาพทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งนั้น มีอย่างไม่ขาดสาย ในขณะที่ตลาดรถยนต์โดยรวม คุณวิทวัสคาดการณ์ว่า ตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลที่ทำยอดขายได้ดีในปี พ.ศ. 2548 อาจมีการชะลอตัวลงบ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาถึงความผันผวนของราคาน้ำมัน แต่ตลาดรถหรูระดับบนกลับไม่ได้รับผลกระทบในลักษณะเดียวกัน
ต้นกำเนิดแห่งตำนาน: เรื่องราวของ Ferruccio Lamborghini
สัญลักษณ์กระทิงดุของ Lamborghini นั้น สื่อถึงพลัง ความดุดัน และความฮึกเหิม รถสัญชาติอิตาลีคันนี้จัดเป็น Pure Sport Car แบบ Middle Engine ขับเคลื่อน 4 ล้อ ให้กำลังสูงถึง 500 และ 600 แรงม้า มีหลากหลายรุ่นนับตั้งแต่เริ่มทำการตลาดเมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว เอกลักษณ์ที่ทำให้ Lamborghini เป็นที่จดจำ คือประตูปีกนก (Scissor Doors) รูปทรงที่มีเหลี่ยมมุมคมชัด บ่งบอกถึงความโฉบเฉี่ยว และสีสันอันร้อนแรง โดยเฉพาะสีเหลืองและสีส้มสดที่กลายเป็นสีประจำแบรนด์
เรื่องราวของ Lamborghini เริ่มต้นขึ้นในเมือง Renazzo ใกล้เมือง Bologna ประเทศอิตาลี โดย Ferruccio Lamborghini เกิดในปี 1916 บิดาของเขาเป็นชาวนา แต่ Ferruccio กลับมีความสนใจอย่างแรงกล้าในด้านเทคโนโลยีและเครื่องยนต์กลไก เขาจบการศึกษาด้านเทคนิคที่ Bologna เขาเริ่มต้นจากการซื้อรถเก่าจากกองทัพมาดัดแปลงเป็นรถแทร็กเตอร์ ซึ่งได้รับความสนใจอย่างกว้างขวาง และนำไปสู่การผลิต Lamborghini Tractor ในปี 1959 ทำให้เขามีความมั่งคั่ง จากนั้นจึงขยายไลน์ธุรกิจไปยังการผลิตเครื่องทำความร้อนและเครื่องปรับอากาศ ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่การผลิตเฮลิคอปเตอร์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เขาหลงใหลมาโดยตลอด แต่โครงการนี้ต้องยุติลงเนื่องจากไม่ได้รับใบอนุญาตจากรัฐบาล
การถูกปฏิเสธใบอนุญาตผลิตเฮลิคอปเตอร์นี้เอง ที่กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญให้เขาหันมาผลิตรถยนต์ ซึ่งว่ากันว่า แรงจูงใจสำคัญคือต้องการท้าทาย Enzo Ferrari ผู้ก่อตั้ง Ferrari ที่เคยกล่าวดูถูกเขาว่า “คุณรู้วิธีขับรถแทร็กเตอร์ แต่คุณจะไม่มีวันขับ Ferrari เป็น!” Ferruccio Lamborghini เปิดโรงงานผลิตรถยนต์ในปี 1963 และเข้าสู่ตลาดในปี 1964 นอกจากนี้ เขายังได้ขยายธุรกิจสู่อุตสาหกรรมไวน์ภายใต้ชื่อ “Sangue di Miura” (Blood of the Bull) Ferruccio Lamborghini เสียชีวิตในปี 1993 ด้วยวัย 76 ปี ทิ้งไว้ซึ่งมรดกทางยานยนต์ที่โลกต้องจารึก
คุณกำลังมองหาประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือระดับ หรือกำลังมองหา Lamborghini ในฝันของคุณอยู่ใช่หรือไม่?
ขอเชิญสัมผัสความแรง ความหรูหรา และสมรรถนะอันไร้ที่สิ้นสุดของ Lamborghini ได้ที่โชว์รูม Niche Car Boutique Gallery ณ สยามพารากอน หรือติดต่อเราเพื่อรับคำปรึกษาอย่างมืออาชีพในการเป็นเจ้าของ Supercar Lamborghini ในฝันของคุณ แล้วคุณจะพบว่า การเป็นเจ้าของตำนานแห่งกระทิงดุ ไม่ใช่เรื่องไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป!

