• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2012094 เม ยเก าต วร าย เลวไม เล Ep.2

admin79 by admin79
December 22, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2012094 เม ยเก าต วร าย เลวไม เล Ep.2

Lamborghini Aventador SVJ: มากกว่าแค่ซูเปอร์คาร์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและมิตรภาพอันล้ำค่า

ในโลกแห่งยานยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยสมรรถนะและความหรูหรา ชื่อของ Lamborghini ย่อมเป็นที่ประจักษ์ในฐานะสุดยอดซูเปอร์คาร์ที่สะทกดจิตผู้หลงใหลในความเร็วและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ทว่าสำหรับคุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอแห่ง Brother Global ธุรกิจอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ การเดินทางสู่โลกของกระทิงดุนั้นมีเรื่องราวที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าแค่สมรรถนะอันดุดัน ประสบการณ์กับ Lamborghini Aventador SVJ คันพิเศษนี้ ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความสำเร็จอันสูงส่ง แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพลังของมิตรภาพที่ก่อตัวขึ้นจากความหลงใหลในยานยนต์

จุดเริ่มต้น: ความรักใน “Man Toy” สู่การเดินทางที่พลิกผัน

เส้นทางสู่การเป็นเจ้าของซูเปอร์คาร์ของคุณแบงค์ ไม่ได้เริ่มต้นจากการศึกษาประวัติศาสตร์อันยาวนานของค่ายรถหรู แต่มาจากความรู้สึกพื้นฐานของการมองซูเปอร์คาร์เป็น “Man Toy” ชิ้นสำคัญที่เติมเต็มชีวิต “ผมไม่ได้อินกับรถขนาดที่ต้องศึกษาว่ารถค่ายนี้มีประวัติความเป็นมายาวนานแค่ไหน สมัยวัยรุ่นผมแค่รู้สึกว่าซูเปอร์คาร์เป็น Man Toy อย่างหนึ่ง” คุณแบงค์กล่าว

แม้จะมีความกลัวความสูง แต่คุณแบงค์กลับมีความรักในความเร็วที่สืบทอดมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยม การขับรถด้วยความเร็วเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาตื่นตัวและมีสมาธิ กีฬาเอ็กซ์ตรีมอย่างโกคาร์ต เจ็ตสกี วินเซิร์ฟ ล้วนเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตวัยรุ่นที่โหยหาความท้าทาย แม้ครอบครัวจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยจากการที่เพื่อนประสบอุบัติเหตุบ่อยครั้ง แต่แพสชั่นในการขับขี่ก็ไม่อาจห้ามได้

ย้อนกลับไปเมื่อ 20 ปีก่อน วงการซูเปอร์คาร์ถูกครอบครองโดย “Three Kings” อันได้แก่ Ferrari, Porsche และ Lamborghini ปัจจุบันได้ขยายเป็น “Four Kings” ด้วยการเพิ่ม McLaren เข้ามา ด้วยวัย 47 ปี คุณแบงค์ได้สัมผัสประสบการณ์กับซูเปอร์คาร์เกือบทุกค่าย และพบว่าแต่ละค่ายมีเสน่ห์ที่แตกต่างกันไป ยกเว้น Lamborghini ที่เขามีความรู้สึกไม่ค่อยประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต ทำให้เขาตัดสินใจที่จะไม่ครอบครองรถค่ายนี้ “ผมเกือบจะได้ซื้อหลายครั้ง ติดที่เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต จึงคิดว่าคงไม่เหมาะ”

แต่กระนั้น ความดิบของ Lamborghini ก็ยังคงอยู่ในความทรงจำจากการได้ลองขับขณะไปศึกษาที่ประเทศอังกฤษ คุณแบงค์สังเกตเห็นว่าไม่ว่าเขาจะขับรถค่ายไหน ภาพที่ทุกคนหันมองกลับเป็น Lamborghini เสมอ เขาตีความว่านอกเหนือจากความสวยหรู อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของคนขับ Lamborghini ที่ดูเป็นหนุ่มฮิป หรือมีกลิ่นอายของความเป็น “แก๊งสเตอร์” เล็กๆ

ช่วงเวลาหนึ่ง คุณแบงค์ได้หยุดขับซูเปอร์คาร์ไปหลายปี ด้วยวัยที่มากขึ้น และรู้สึกเบื่อหน่ายกับข้อจำกัดของการใช้งานในชีวิตประจำวัน เช่น เสียงวิทยุที่ถูกกลบด้วยเสียงเครื่องยนต์ หรือปัญหาแอร์ไม่เย็นที่ทำให้คนภายนอกเข้าใจผิดว่าเขาพยายามจะโชว์ “ปัญหาเวลาขับรถซูเปอร์คาร์ของผมคือสิ่งที่ควรจะดังอย่างวิทยุกลับไม่ดัง…แต่สิ่งที่ไม่ควรดัง…อย่างล้อรถกลับดัง” เขากล่าวพร้อมหัวเราะ

นอกจากนี้ การที่เขาไม่ได้มีส่วนร่วมในสังคมของคนรักซูเปอร์คาร์ที่มักจะเกี่ยวพันกับการดื่มสังสรรค์หรือเที่ยวกลางคืน ก็เป็นอีกปัจจัยที่ทำให้เขาถอยห่างออกไป จนคิดว่าคงจะเลิกขับซูเปอร์คาร์เป็นการถาวร

การหวนคืนสู่สมรภูมิ: Lamborghini Aventador S จุดเปลี่ยนแห่งมิตรภาพ

จุดเปลี่ยนที่ทำให้คุณแบงค์กลับมาสนใจ Lamborghini อีกครั้งนั้นค่อนข้างเหนือความคาดหมาย เกิดขึ้นจากคำชวนของรุ่นน้องคนสนิทที่คะยั้นคะยอให้ไปเยี่ยมชมโชว์รูม Lamborghini บนถนนวิภาวดีรังสิต แม้คุณแบงค์จะยืนกรานว่าชอบสีดำ แต่รุ่นน้องก็ยังยืนกรานว่าสีแดงที่โชว์รูมสวยมาก และสามารถแร็ปสีได้

การไปชมรถในครั้งนั้น คุณแบงค์ได้ชวนภรรยาไปด้วยเพื่อช่วย “เบรก” การตัดสินใจ แต่เมื่อได้เห็น Lamborghini Aventador S เป็นครั้งแรก ความรู้สึกประทับใจก็เริ่มก่อตัวขึ้น แม้จะยังคงเก็บอาการก็ตาม

รุ่นน้องได้จัดการให้คุณแบงค์ได้ลองนั่งและเปิดประตู ซึ่งเป็นแบบปีกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini พวกเขาเชียร์ให้ซื้อเพื่อจะได้ขับรถไปด้วยกัน และเสนอให้จองไว้ก่อน ระหว่างที่คุณแบงค์เดินทางไปอเมริกา เขาก็ได้รับการติดต่อจากเซลล์ว่ารถที่จองไว้มาถึงแล้ว และไม่กี่วันต่อมา คุณแบงค์ก็ตัดสินใจซื้อ Lamborghini Aventador S คันนั้น โดยเลือกออปชั่นทั้งหมดที่มี ซึ่งมีมูลค่าราว 40 กว่าล้านบาท

ในตอนแรก คุณแบงค์ตั้งใจจะให้รถถูกสไลด์ไปส่งที่บ้าน เพราะยังไม่รู้สึกอินมากนัก และเลือกออปชั่นจากโรงงานโดยไม่มีชุดแต่งเพิ่มเติม แต่สิ่งที่พลิกความรู้สึกเขาอย่างสิ้นเชิงคือการได้พบกับ คุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถ Lamborghini ในประเทศไทย คุณนัทไม่ได้แสดงท่าทีเป็นเจ้าของ แต่เข้ามาพูดคุยอย่างเป็นกันเองราวกับลูกค้าประจำ สร้างความประทับใจให้คุณแบงค์และภรรยาอย่างมาก ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อคุณแบงค์ขอแลกไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงมักไม่ทำกัน แต่คุณนัทก็ยินดีให้ด้วยความเต็มใจ

คุณนัทได้เชิญคุณแบงค์เข้ากลุ่มไลน์ของคนขับ Lamborghini ซึ่งในตอนแรก คุณแบงค์ก็ไม่ได้ตื่นเต้นนักจากประสบการณ์ในอดีต แต่เมื่อคุณนัทอธิบายว่าเป็นกลุ่มย่อยที่มีความตั้งใจจะสร้างสรรค์กิจกรรมร่วมกัน คุณแบงค์ก็เริ่มเปิดใจ การเข้าร่วมกลุ่มนี้ทำให้เขามีเพื่อนใหม่ที่มักจะจัดทริปขับรถ Lamborghini ไปทำบุญ ไหว้พระ และเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม

เมื่อได้ทดลองขับ Lamborghini Aventador S เป็นครั้งแรก คุณแบงค์สัมผัสได้ถึงความเหนือกว่ารถทุกคันที่เคยขับ เขาอธิบายว่ามันคือซูเปอร์คาร์ลูกครึ่งระหว่างอิตาลีและเยอรมัน ที่ผสมผสานความเนี้ยบแบบเยอรมันเข้ากับกลิ่นอายความเป็นอิตาลีได้อย่างลงตัว ทำให้รถมีความสมบูรณ์ สมรรถนะการควบคุมดี ทำความเร็วได้ทันใจ จนเขามองว่านี่ไม่ใช่แค่การขับรถ แต่คือ “Experience” ที่ยกระดับให้เป็น “Hypercar” หรือหัวหน้าจ่าฝูงของรถซูเปอร์คาร์

อีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้คุณแบงค์หลงรัก Lamborghini คือคุณนัท นับตั้งแต่รู้จักกัน คุณนัทไม่เคยพยายามเสนอขายรถให้เขาเลย แม้ในตอนแรกที่มาโชว์รูม รุ่นน้องของคุณแบงค์จะกระซิบกับเซลล์ว่า “คุณแบงค์ซื้อรถได้ทุกคัน แม้แต่โชว์รูมก็ยังซื้อได้” คุณแบงค์รู้เรื่องนี้เพราะคุณนัทเล่าให้ฟังเอง ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้คุณแบงค์ทึ่งในความจริงใจและวิสัยทัศน์ของคุณนัท

“ผมจึงถามคุณนัทกลับไปว่าคิดอย่างไร เขาบอกว่าก็แค่ฟังเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าเขาจะขายคงขายนานแล้ว แต่ถ้าผมไม่ชอบ เขาก็ไม่อยากขาย หรือถ้าชอบ ก็ต้องขอถามเหตุผลก่อนอยู่ดีว่าจะซื้อเพราะอะไร” คุณแบงค์กล่าว

เมื่อแพสชั่นเดินทางสู่ SUV: Lamborghini Urus และบทเรียนแห่งความจริงใจ

หลังจากเข้าสู่วงการ Lamborghini เต็มตัว คุณแบงค์ก็เริ่มมองหารถครอบครัวประเภท SUV และเกิดความสนใจใน Lamborghini Urus ด้วยความตั้งใจที่จะ “อุดหนุนคุณนัท” เมื่อคุณนัททราบความต้องการของคุณแบงค์ ก็ชวนให้ไปร่วมทริปที่พัทยาเพื่อทดลองขับรุ่นนี้ และคุณแบงค์ก็พบว่ามันขับดีจริงอย่างที่คาดหวัง

ในตอนแรก คุณแบงค์ตั้งใจจะซื้อรถสีดำ แต่ภรรยาเริ่มเบื่อสีดำ จึงทำให้เขาหันไปสนใจรถสีฟ้าคันใหม่ที่จอดอยู่ที่โชว์รูม และแจ้งความจำนงกับคุณนัทว่าจะขอซื้อคันสีฟ้าเมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ และจะขับกลับบ้านเลย โดยจะจัดการเรื่องการเงินทีหลัง แต่เมื่อกลับถึงโชว์รูม พนักงานได้นำรถคันสีฟ้าไปล้าง คุณนัทจึงแนะนำให้คุณแบงค์ปรึกษากับภรรยาให้แน่ใจก่อน เพราะไม่อยากให้เกิดสถานการณ์ที่ไม่พึงประสงค์เหมือนค่ายรถอื่นๆ

คุณแบงค์เล่าว่าเขาเคยมีรถหลายคันจากการที่ค่ายรถต่างๆ มักจะโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีรถรุ่นใหม่เข้ามา และแม้เขาจะปฏิเสธ รถคันนั้นก็จะถูกนำมาจอดไว้ให้ลองขับ ซึ่งบางครั้งเขาก็ต้องรับซื้อไว้ด้วยความเกรงใจ ทำให้มีรถจำนวนมากที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน

คุณนัททราบเรื่องนี้ จึงทำให้เวลาที่คุณแบงค์จะซื้อรถกับเขา จะถูกสอบถามเหตุผลอย่างละเอียดเสมอ เพื่อให้แน่ใจว่าคุณแบงค์จะซื้อรถไปใช้งานจริง ไม่ใช่แค่เก็บสะสมไว้เฉยๆ

ในวันรุ่งขึ้น คุณแบงค์ตัดสินใจโทรศัพท์ไปบอกคุณนัทว่าขอซื้อทั้งรถสีดำและสีฟ้า เพราะตัดสินใจไม่ได้ แต่คุณนัทกลับตอบปฏิเสธที่จะขาย “ขออนุญาตไม่ขายครับ เพราะผมมี Porsche Panamera 2 คันอยู่แล้ว ไว้ถ้าผมขาย Porsche Panamera แล้ว เขาจึงจะขาย Lamborghini Urus ให้” คุณนัทกล่าว พร้อมเสริมว่า “เขารู้ว่าผมซื้อไปจอด อยากให้ซื้อเพื่อใช้จริงมากกว่า”

เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึงความซื่อสัตย์และหลักการในการทำธุรกิจของคุณนัท ที่ยึดหลักการขายให้กับลูกค้าที่ต้องการใช้งานจริง มากกว่าการเน้นปริมาณการขายเพียงอย่างเดียว ทำให้จนถึงวันนี้ คุณแบงค์ก็ยังไม่ได้ Lamborghini Urus

Lamborghini Aventador SVJ: สุดยอดแห่งสมรรถนะ สัญลักษณ์แห่งมิตรภาพ

และแล้ว โอกาสในการได้ครอบครอง Lamborghini คันที่สองก็มาถึง เมื่อคุณนัทแจ้งว่ามี Lamborghini Aventador SVJ เข้ามาในประเทศไทยอีกหนึ่งคัน เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตเพียง 900 คันทั่วโลก คุณแบงค์สั่งซื้อสีแดงทันที โดยมีเงื่อนไขว่าต้องขาย Lamborghini Aventador S คันเก่าก่อนที่จะได้รถคันใหม่มา

“ผมบอกแค่ว่าออปชั่นพิเศษมีอะไรสั่งหมด ไม่เอาแค่อย่างเดียวคือวิทยุ” คุณแบงค์กล่าวพร้อมหัวเราะ

สำหรับออปชั่นตกแต่งพิเศษ คุณแบงค์เลือกติดตั้ง “เคฟลาร์ หรือคาร์บอนไฟเบอร์” ซึ่งมีราคาสูงถึง 1.7 ล้านบาท เพื่อความสวยงามและน้ำหนักที่เบา ส่วนใบพัดและล้อแม็กซ์ก็เลือกแบบที่แพงที่สุด เป็นวัสดุน้ำหนักเบา แม้โดยปกติรถรุ่นนี้จะต้องเป็นเบาะ Bucket Seat สไตล์รถแข่ง แต่คุณแบงค์ขอเปลี่ยนเป็นเบาะไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการปรับ แต่สำหรับผ้าหุ้มเบาะ จาก Alcantara ที่เป็นกำมะหยี่ เขากลับเลือกใช้หนัง เพราะมีนิสัยชอบกินขนม และกังวลเรื่องความเลอะเทอะ

“ผมคิดเสมอว่า ‘ของมีไว้ใช้ คนมีไว้รัก’ สุดท้ายก็ได้ทุกอย่างตามที่ตั้งใจ” คุณแบงค์กล่าวปิดท้าย (มีข่าวแว่วว่าเฉพาะชุดแต่งรถคันนี้ของคุณแบงค์ มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท)

ประสบการณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ นั้นเปรียบเสมือนการขับรถแข่งจริงๆ ด้วยน้ำหนักที่เบาและความดิบของตัวรถ ทำให้มันขับสบายกว่า Lamborghini Aventador S เสียอีก และเหมาะสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน (Everyday Use) อย่างไม่น่าเชื่อ สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวล ระบบขับเคลื่อนทำให้รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงทำได้อย่างเฉียบคมและติดถนนมาก

ในโหมด Sport หรือ Corsa เปรียบเสมือนกระทิงเปลี่ยวที่พร้อมจะพุ่งทะยาน แต่ในโหมด Strada ที่ใช้เมื่อรถติด ก็ให้ความรู้สึกนุ่มนวลราวกับนั่งอยู่ในรถซีดานทั่วไป แอร์เย็น และเสียงเครื่องยนต์ก็ไม่ดังจนเกินไป ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว

น่าประหลาดใจที่ คุณแบงค์ไม่ได้ขาย Lamborghini Aventador S คันเก่าออกไป แม้ว่า Lamborghini Aventador SVJ จะมีสปอยเลอร์หลังที่แตกต่างจากรถรุ่นเดิม ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเขาได้นำรถไปติดสปอยเลอร์เพิ่ม “สำหรับเหตุผลที่ผมไม่ขาย Lamborghini Aventador S เพราะเป็นเหมือนตัวแทนมิตรภาพระหว่างผมกับคุณนัท” คุณแบงค์อธิบาย

การได้รู้จักคุณนัท และคุณขวัญ (ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์) ภรรยาของคุณนัท รวมถึงลูกๆ ของพวกเขา “น้องธีกับน้องแทน” ได้นำพาสิ่งดีงามมากมายเข้ามาในชีวิตของคุณแบงค์ ที่สำคัญที่สุดคือ การได้รับคำแนะนำจากคุณขวัญในการทำ IVF (In-vitro Fertilization) จนทำให้เขามี “น้องดาร์วิน” ลูกชายที่รอคอยมานาน วันนี้ครอบครัวของคุณแบงค์สมบูรณ์พร้อม

“ผมถึงบอกว่ารถคันนี้ไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นความสวยงามของมิตรภาพระหว่างสองครอบครัว แม้จะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่สนิทกันยิ่งกว่า เรารู้จักกันมาแค่ 2 – 3 ปี แต่เหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต” คุณแบงค์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง

สำหรับใครก็ตามที่ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านการเงิน และได้มีโอกาสลองขับ Lamborghini และเข้าใจในตัวตนของมัน คุณแบงค์มั่นใจว่าพวกเขาจะไม่มีวันหันไปขับรถค่ายอื่นอีกเลย “สำหรับผมแล้ว Lamborghini ไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์คาร์ แต่เป็น Trophy of Success” เขาอธิบาย

คุณแบงค์เชื่อว่า การที่คนขับซูเปอร์คาร์ชอบถ่ายรูปหรือแสดงรถของตนเอง ไม่ใช่การอวด แต่อาจเป็นการแสดงความสำเร็จที่เป็นผลลัพธ์จากหยาดเหงื่อแรงงานและการทุ่มเท “เพราะผมเชื่อว่าทุกความสำเร็จมีป้ายบอกราคาเสมอ ถ้าวันนี้เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าเราจ่ายค่าความพยายามมากพอ Lamborghini จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จนั้นครับ”

หากคุณเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในเสน่ห์ของซูเปอร์คาร์ระดับโลก และกำลังมองหาประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าใคร พร้อมทั้งต้องการเสริมความมั่นใจให้กับชีวิตบนท้องถนน การเลือกสรรประกันรถยนต์ที่เหมาะสมสำหรับรถยนต์สุดหรูของคุณ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญที่จะช่วยคุ้มครองการลงทุนอันมีค่านี้ ด้วยความคุ้มครองที่ครอบคลุมที่สุด ประกันชั้น 1 คือคำตอบสำหรับซูเปอร์คาร์ของคุณ เพื่อให้คุณสามารถโลดแล่นไปบนทุกเส้นทางได้อย่างไร้กังวล.

Previous Post

[ครบชุด] T2012101 แม เมา Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2012088 ขอทานข เก ยจ Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2012088 ขอทานข เก ยจ Ep.2

[ครบชุด] T2012088 ขอทานข เก ยจ Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.