• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2012086 เพ อนช ได แล วล มต Ep.2

admin79 by admin79
December 22, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2012086 เพ อนช ได แล วล มต Ep.2

Lamborghini Aventador SVJ: สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและมิตรภาพที่ยิ่งใหญ่ของ “คุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์”

ในโลกที่ความเร็วและความหรูหรามาบรรจบกัน ซูเปอร์คาร์คือหนึ่งในสุดยอดปรารถนาของนักสะสมและผู้ชื่นชอบยานยนต์ระดับสูง แต่สำหรับ คุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์ ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Brother Global บริษัทชั้นนำด้านอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ ความหลงใหลในซูเปอร์คาร์ โดยเฉพาะแบรนด์กระทิงดุอย่าง Lamborghini นั้น มีเรื่องราวเบื้องหลังที่น่าสนใจและเต็มไปด้วยมิติมากกว่าที่คิด

จาก “Man Toy” สู่การแสวงหา “ประสบการณ์” อันล้ำค่า

หลายคนอาจเข้าใจผิดว่าผู้ที่ชื่นชอบซูเปอร์คาร์นั้นมักจะหลงใหลในความเร็วเพียงอย่างเดียว แต่สำหรับ คุณแบงค์ แนวคิดนี้แตกต่างออกไป “ความจริงหลายคนที่ชอบซูเปอร์คาร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ชอบความเร็ว แต่หลงใหลในประวัติศาสตร์ของรถและงานออกแบบ” สำหรับเขา ซูเปอร์คาร์ในวัยเยาว์เป็นมากกว่าของเล่นสำหรับผู้ชาย (Man Toy) แต่เป็นสิ่งที่จุดประกายความฝันและความกล้าที่จะก้าวข้ามขีดจำกัด

แม้จะมีความกลัวความสูงเป็นพื้นฐาน แต่ คุณแบงค์ กลับมีความหลงใหลในความเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ผ่านการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมหลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นโกคาร์ต เจ็ตสกี หรือวินเซิร์ฟ ซึ่งทั้งหมดล้วนสะท้อนถึงจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยและความท้าทาย การขับรถด้วยความเร็วเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวัน เพราะการขับช้าๆ ทำให้เขาเบื่อหน่าย ภาพความทรงจำสมัยมัธยมกับการแข่งรถเพื่อพิสูจน์สมรรถนะและความเร็ว ยังคงติดตา แม้การแข่งขันรูปแบบควอร์เตอร์ไมล์ (402 เมตร) จะเป็นที่นิยมในปัจจุบัน แต่ในสมัยนั้น การแข่งขันเหล่านี้ยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากครอบครัวเท่าที่ควร ด้วยความห่วงใยในความปลอดภัยที่เพื่อนๆ หลายคนเคยประสบอุบัติเหตุจากการขับขี่

เมื่อมองย้อนกลับไปประมาณ 20 ปีก่อน วงการซูเปอร์คาร์ระดับโลกมี “สามกษัตริย์” ที่เป็นที่ใฝ่ฝันของใครหลายคน ได้แก่ Ferrari, Porsche และ Lamborghini แต่ในปัจจุบัน วงการได้ขยายตัวเพิ่ม McLaren เข้ามาเป็น “สี่กษัตริย์” แล้ว ด้วยวัย 47 ปี คุณแบงค์ได้สัมผัสประสบการณ์การขับซูเปอร์คาร์จากทุกแบรนด์ชั้นนำ ต่างก็มีเสน่ห์และจุดเด่นที่แตกต่างกันไป แต่มีเพียง Lamborghini ที่ยังคงเป็นสิ่งที่เขา “เกือบจะได้ครอบครอง” หลายครั้ง

“ผมเกือบจะได้ซื้อ Lamborghini หลายครั้งเลยครับ ติดที่เคยมีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต” คุณแบงค์เล่า เขาเคยมีโอกาสได้ขับ Lamborghini สมัยที่ไปเรียนที่อังกฤษ และประทับใจในความ “ดิบ” ของมัน “ผมสังเกตมาตลอดว่า เวลาขับรถค่ายต่างๆ ทุกคนจะหันมองแต่ Lamborghini เสมอ ผมไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่คิดเอาเองว่านอกจากความสวยหรู อาจด้วยภาพลักษณ์ของคนที่ขับ Lamborghini ที่ดูเป็นหนุ่มฮิปๆ แนวแก๊งสเตอร์หน่อยๆ”

อย่างไรก็ตาม ด้วยวัยที่เพิ่มขึ้น และการใช้ชีวิตประจำวันที่เน้นความสะดวกสบาย การขับรถซูเปอร์คาร์กลับกลายเป็นเรื่องท้าทาย ปัญหาเล็กๆ น้อยๆ ที่ควรจะเป็นเรื่องรอง เช่น เสียงวิทยุที่ดังไม่ชัดเจนเพราะเสียงเครื่องยนต์กลบ หรือแม้แต่ปัญหาแอร์ไม่เย็น จนทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเขาต้องการโชว์ ความไม่คุ้นเคยกับสังคมซูเปอร์คาร์ ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ดื่ม ไม่เที่ยวกลางคืน ยิ่งทำให้เขาตัดสินใจหยุดขับซูเปอร์คาร์ไปหลายปี จนเกือบจะถาวร

การกลับมาของ “กระทิงดุ” และการค้นพบมิตรภาพอันล้ำค่า

จุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ คุณแบงค์ หวนคืนสู่วงการซูเปอร์คาร์อีกครั้ง และได้เป็นเจ้าของ Lamborghini คันแรกในชีวิตนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างเหนือความคาดหมาย “มีรุ่นน้องที่สนิทกันคนหนึ่งถามผมว่า ‘ไม่คิดจะมี Lamborghini บ้างหรือ’ แล้วก็คะยั้นคะยอให้ผมลองแวะไปดูรถที่โชว์รูม” แม้จะยืนกรานว่าชอบสีดำ แต่รุ่นน้องก็ยังคงโน้มน้าวให้ไปดู จนสุดท้ายก็ยอมตกลง

“ผมชวนน้องไหม (พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์) ภรรยาไปด้วย เผื่อจะได้ช่วยเบรก” คุณแบงค์เล่าถึงบรรยากาศการไปดูรถในครั้งนั้น “พอเห็น Lamborghini Aventador S ครั้งแรก ผมก็รู้สึกว่ามันสวยดีเหมือนกัน แต่ก็ยังคงเก็บอาการ” การพบปะกับรุ่นน้องที่คอยเชียร์ และโอกาสได้ลองนั่ง รวมถึงการเปิดประตูแบบปีกนกอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้เขารู้สึกถึงแรงดึงดูดบางอย่าง

“ผมยังลังเลว่าจะตัดสินใจซื้อดีไหม รุ่นน้องก็แนะนำให้ลองจองไว้ก่อน แล้วอีกไม่กี่วันผมก็บินไปอเมริกา พอกลับมามีเซลส์โทร.แจ้งว่ารถที่จองไว้มาแล้ว ถัดจากนั้น 3 วัน ผมก็เข้ามาที่โชว์รูมแล้วจัดการซื้อทันที เลือกใส่ออปชั่นทุกอย่างที่มี ราคาตอนนั้นประมาณ 40 กว่าล้านบาท”

ในช่วงแรก คุณแบงค์ ยังคงมีแนวคิดเดิมๆ คือต้องการให้รถถูกสไลด์ไปส่งที่บ้าน เพราะยังไม่ได้อินกับมันเท่าที่ควร “ผมเลือกแบบเดิมๆ จากโรงงาน ไม่มีออปชั่นชุดแต่งเลยสักชิ้น” แต่สิ่งที่พลิกความรู้สึกของเขาอย่างสิ้นเชิง คือการได้พบกับ คุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์ ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถ Lamborghini อย่างเป็นทางการ

“คุณนัทไม่แสดงตัวหรือวางท่าว่าเป็นเจ้าของเลย เดินเข้ามาคุยกับผมอย่างเป็นกันเอง เหมือนผมเป็นลูกค้าประจำ” คุณแบงค์ประทับใจในการที่ คุณนัท ให้ความเป็นกันเอง และยังกล้าขอแลกไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริหารระดับสูงมักจะไม่ทำ “ท่านให้ไลน์มาด้วยความเต็มใจ ทำให้ผมกับภรรยาประทับใจมาก”

จากนั้น คุณนัท ก็ได้เชิญ คุณแบงค์ เข้าสู่กลุ่มไลน์ของคนขับ Lamborghini ซึ่งในตอนแรก เขาไม่ได้ตื่นเต้นมากนัก แต่เมื่อทราบว่าเป็นกลุ่มย่อยและได้รับการเชื้อเชิญอย่างจริงใจ ความคิดต่อต้านก็ค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นการเปิดรับ “ผมค่อยๆ เปลี่ยนความคิดจากการต่อต้านมาสนุกกับการมีเพื่อนใหม่ ที่มักจะจัดทริปขับรถ Lamborghini ไปไหว้พระ ทำบุญ หรือเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม”

เมื่อได้ลองขับ Lamborghini Aventador S ด้วยตัวเองเป็นครั้งแรก คุณแบงค์ รู้สึกได้ถึงความเหนือกว่ารถคันอื่นๆ ที่เคยขับมา “มันเป็นซูเปอร์คาร์ลูกครึ่งระหว่างอิตาลีกับเยอรมัน มีความเนี้ยบในแบบเยอรมัน บวกกับกลิ่นอายความเป็นอิตาลี ทำให้รถมีความสมบูรณ์มากๆ สมรรถนะควบคุมดี ทำความเร็วได้ทันใจ จนผมรู้สึกว่าไม่ใช่แค่การขับรถ แต่เป็น Experience” เขาถึงกับยกให้มันเป็น “Hypercar” หรือ “หัวหน้าจ่าฝูงของรถซูเปอร์คาร์”

อีกเหตุผลสำคัญที่ทำให้ คุณแบงค์ หลงรัก Lamborghini คือแนวคิดของ คุณนัท “ตั้งแต่รู้จักกัน ท่านไม่เคยเสนอขายรถให้ผมเลย ทั้งที่ตอนผมมาโชว์รูมครั้งแรก รุ่นน้องผมกระซิบกับเซลส์ว่า ‘ดูแลคุณแบงค์ให้ดีนะ เขาซื้อรถทุกคันได้หมดเลย ขนาดโชว์รูมก็ซื้อได้'” คุณแบงค์เล่าด้วยรอยยิ้ม “ผมรู้เพราะคุณนัทเล่าให้ฟัง”

เมื่อถาม คุณนัท ถึงแนวคิดนี้ ท่านตอบอย่างเรียบง่ายว่า “ก็แค่ฟังเฉยๆ ไม่ได้คิดอะไร เพราะถ้าผมจะขายคงขายนานแล้ว แต่ถ้าคุณไม่ชอบ ผมก็ไม่อยากขาย หรือถ้าชอบ ก็ต้องขอถามเหตุผลก่อนอยู่ดีว่าจะซื้อเพราะอะไร” คำตอบนี้ทำให้ คุณแบงค์ เข้าใจได้ไม่ยากว่าทำไม Lamborghini จึงกลับมาผงาดในประเทศไทยอีกครั้ง

เมื่อความต้องการของครอบครัวนำพาไปสู่ Lamborghini Urus

หลังจากเข้าสู่วงการ Lamborghini อย่างเต็มตัว คุณแบงค์ เริ่มมองหารถครอบครัวในรูปแบบ SUV และมีความสนใจใน Lamborghini Urus “ผมอยากอุดหนุนคุณนัทครับ” เขาอธิบาย “พอเห็นว่าผมอยากได้ คุณนัทก็ชวนให้ร่วมทริปไปพัทยา เพื่อให้ผมได้ลองขับรุ่นนี้ดูก่อน ซึ่งก็ขับดีจริงๆ”

ในตอนแรก คุณแบงค์ตั้งใจจะซื้อรถสีดำ แต่ภรรยาเริ่มเบื่อสีดำ “ผมเห็นว่าที่โชว์รูมมีสีฟ้าคันใหม่จอดอยู่ จึงบอกคุณนัทว่า เมื่อกลับถึงกรุงเทพฯ ขอคันสีฟ้านะ แล้วผมจะขับกลับบ้านเลย เรื่องเงินค่อยจัดการตามหลัง” แต่เมื่อกลับถึงโชว์รูม พนักงานได้นำรถสีฟ้าไปล้าง คุณนัท จึงขอให้ คุณแบงค์ คุยกับภรรยาให้แน่ใจก่อน “ท่านบอกว่าไม่อยากทำแบบค่ายรถอื่น”

คุณแบงค์ ยอมรับว่าเขาเป็นคนมีรถหลายคัน เนื่องจากบางครั้งค่ายรถต่างๆ จะนำรถรุ่นใหม่มาจอดไว้ให้ลองขับ แม้จะปฏิเสธ ก็มักจะถูกนำรถมาให้ลองจนสุดท้ายต้องซื้อด้วยความเกรงใจ “ทำให้ผมมีรถเยอะ จนบางคันขับไปแค่ 55 ไมล์เอง คือขับวนอยู่แถวบ้านแล้วจอดทิ้งไว้”

เมื่อ คุณนัท ทราบเรื่องนี้ จึงทำให้การซื้อขายรถกับท่าน มีการสอบถามเหตุผลอย่างละเอียด “ไม่อย่างนั้น ท่านไม่ยอมขายให้” คุณแบงค์ เล่าถึงกฎเหล็กนี้

“รุ่งขึ้น ผมโทร.ไปบอกคุณนัทว่าขอซื้อสองคันเลย ทั้งสีดำกับสีฟ้า เพราะตัดสินใจไม่ได้” คุณแบงค์เล่าต่อด้วยเสียงหัวเราะ “ท่านตอบว่า ‘ขออนุญาตไม่ขายครับ เพราะคุณมี Porsche Panamera 2 คันอยู่แล้ว ไว้ถ้าคุณขาย Porsche Panamera แล้ว ผมจึงจะขาย Lamborghini Urus ให้’ แล้วยังบอกอีกว่า ‘เขารู้ว่าคุณซื้อไปจอด อยากให้ซื้อเพื่อใช้จริงมากกว่า'” จนถึงวันนี้ คุณแบงค์ ก็ยังไม่ได้ Lamborghini Urus คันนั้น

Lamborghini Aventador SVJ: จุดสูงสุดของสมรรถนะและมิตรภาพที่ไม่มีวันสิ้นสุด

และแล้วก็ถึงเวลาของการได้ครอบครองรถ Lamborghini คันที่ 2 ที่เป็นมากกว่ารถยนต์ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้น

“คุณนัทบอกว่ามีรถ Lamborghini Aventador SVJ เข้ามาเมืองไทยอีกหนึ่งคัน เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตแค่ 900 คันทั่วโลก” คุณแบงค์เล่าด้วยความตื่นเต้น “ผมสั่งซื้อสีแดงทันที แต่เงื่อนไขคือคุณนัทบอกว่าผมต้องขาย Lamborghini Aventador S ก่อน แล้วค่อยซื้อคันนี้”

สำหรับรถคันพิเศษนี้ คุณแบงค์ ระบุเพียงว่า “ออปชั่นพิเศษมีอะไรสั่งหมด ไม่เอาแค่อย่างเดียวคือวิทยุ” เขาเล่าถึงทางเลือกของตัวอักษร SVJ ที่ติดอยู่ด้านข้างรถ ซึ่งมีตั้งแต่สติ๊กเกอร์ราคา 70,000 บาท ไปจนถึงการเพ้นท์ตัวอักษร 6-7 แสนบาท และแบบคาร์บอนไฟเบอร์ราคา 1.7 ล้านบาท “คุณนัทแนะนำเป็นสติ๊กเกอร์ จะได้เซฟเงิน” แต่เมื่อปรึกษาภรรยา “เธอว่าถ้าติดแล้วไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นก็ไม่เอาดีกว่า” สุดท้าย คุณแบงค์ ก็เลือกแบบคาร์บอนไฟเบอร์ 1.7 ล้านบาท

“ส่วนเบลดและล้อแมกซ์ ผมเลือกแบบแพงสุด คือเป็นไลต์เวตทั้งหมด” คุณแบงค์กล่าวเสริม “สำหรับเบาะปกติรถรุ่นนี้จะต้องเป็นเบาะ Bucket Seat (เบาะรถแข่ง) แต่ผมขอเปลี่ยนเป็นเบาะไฟฟ้า จะได้ไม่ต้องปรับ ส่วนผ้าหุ้มเบาะ สายซูเปอร์คาร์จะต้องเป็น Alcantara หรือกำมะหยี่ แต่ผมขอเป็นหนัง เพราะชอบกินขนม เวลาเลอะเทอะจะได้ไม่ต้องกังวล เพราะผมคิดเสมอว่า ‘ของมีไว้ใช้ คนมีไว้รัก’ สุดท้ายก็ได้ทุกอย่างตามที่ตั้งใจ”

“อารมณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ เหมือนขับรถแข่ง เพราะเบาและดิบมากๆ ถือเป็นรถที่ขับสบาย เป็น Everyday Use มากกว่า Lamborghini Aventador S เสียอีก” คุณแบงค์อธิบายถึงประสบการณ์การขับขี่ “สมรรถนะการขับก็นุ่มนวล ระบบขับเคลื่อนทุกอย่างทำให้รู้สึกว่าเราเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ อย่างเวลาเลี้ยวด้วยความเร็วสูง ถือว่าคมมาก (ติดถนนมาก)”

“เวลาที่จะใช้โหมดขับขี่แบบเร็วอย่าง Sport หรือ Corsa ก็เหมือนกระทิงเปลี่ยว เวลารถติดปรับเป็นโหมดการขับขี่แบบ Strada ก็นุ่มนวลเหมือนนั่งในรถซีดาน แอร์เย็น เสียงก็ไม่ดัง คือตอบโจทย์ความต้องการในทุกไลฟ์สไตล์จริงๆ”

สิ่งที่น่าประหลาดใจคือ คุณแบงค์ไม่ได้ขาย Lamborghini Aventador S คันแรกของเขา “แม้รถสองรุ่นนี้จะเหมือนกันมาก ถ้าไม่ใช่คนเล่นรถจะแยกไม่ออก ต่างกันแค่ Lamborghini Aventador SVJ มีสปอยเลอร์หลังรถ จนมีบางคนคิดว่าผมเอารถไปติดสปอยเลอร์มาเพิ่ม” คุณแบงค์เล่าพร้อมเสียงหัวเราะ

“สำหรับเหตุผลที่ผมไม่ขาย Lamborghini Aventador S เพราะเป็นเหมือนตัวแทนมิตรภาพระหว่างผมกับคุณนัท” เขาเผยถึงความในใจ “ทำให้เรารู้จักกันและเป็นพี่น้องกัน ทำให้เกิดสิ่งดีงามในชีวิตผมเยอะมาก ผมได้รู้จักคุณนัทและคุณขวัญ (ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์) ภรรยา และลูกๆ น้องธีกับน้องแทน แล้วที่สำคัญคือวันนี้ผมมีน้องดาร์วิน ลูกที่ผมรอมานาน ผมก็ได้คำแนะนำจากคุณขวัญในการทำ IVF (In-vitro Fertilization) วันนี้ครอบครัวผมสมบูรณ์แล้ว”

“ผมถึงบอกว่ารถคันนี้ไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นความสวยงามของมิตรภาพระหว่างสองครอบครัว แม้จะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่สนิทกันยิ่งกว่า เรารู้จักกันมาแค่ 2 – 3 ปี แต่เหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต”

Lamborghini: มากกว่าซูเปอร์คาร์ คือ “Trophy of Success”

“แต่ถ้าในมุมมองที่มีต่อรถ สำหรับใครก็ตามที่ไม่ติดขัดเรื่องการเงิน ถ้าได้ลองขับรถ Lamborghini และเข้าใจมัน ผมรับรองว่าไม่มีทางไปขับรถค่ายอื่นแน่” คุณแบงค์กล่าวอย่างมั่นใจ

“สำหรับผมแล้ว Lamborghini ไม่ได้เป็นแค่ซูเปอร์คาร์ แต่เป็น Trophy of Success” เขาอธิบายต่อ “มีหลายคนบอกว่าทำไมคนขับรถซูเปอร์คาร์แล้วชอบถ่ายรูป ชอบโชว์รถ ผมเชื่อว่าเขาคงไม่ได้อวดรถ แต่น่าจะโชว์ความสำเร็จว่านี่คือหยาดเหงื่อแรงงานของเขา”

“เพราะผมเชื่อว่าทุกความสำเร็จมีป้ายบอกราคาเสมอ ถ้าวันนี้เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าเราจ่ายค่าความพยายามมากพอ Lamborghini จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จนั้นครับ”

หากคุณกำลังมองหารถซูเปอร์คาร์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จและรสนิยมอันเป็นเอกลักษณ์ หรือต้องการสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ การค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับ Lamborghini Aventador SVJ หรือรุ่นอื่นๆ รวมถึงการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์หรู จะเป็นก้าวแรกที่สำคัญสู่การเติมเต็มความฝันของคุณ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการซื้อขายรถซูเปอร์คาร์ และบริการหลังการขายที่น่าประทับใจ เพื่อค้นหารถคู่ใจที่ใช่สำหรับคุณได้แล้ววันนี้

Previous Post

[ครบชุด] T2012102 เขาเป นผ วหน ไม ใช แฟน Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2012104 เม ยเก าต วร าย เลวไม เล Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2012104 เม ยเก าต วร าย เลวไม เล Ep.2

[ครบชุด] T2012104 เม ยเก าต วร าย เลวไม เล Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.