Lamborghini Aventador SVJ: ประสบการณ์ที่เหนือกว่ารถยนต์ สัญลักษณ์แห่งความสำเร็จ และมิตรภาพอันทรงคุณค่า
ในวงการซูเปอร์คาร์ ชื่อของ Lamborghini เป็นเสมือนตำนานที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนทั่วโลก ความเร็ว ดีไซน์อันดุดัน และประวัติศาสตร์อันยาวนาน ล้วนเป็นส่วนประกอบที่หล่อหลอมให้กระทิงเปลี่ยวจากอิตาลีเป็นที่ใฝ่ฝันของนักสะสมและผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะที่เหนือขีดจำกัด สำหรับ “คุณแบงค์ – ภัคคณวัฒน์ เหมะธนานันท์” ผู้ก่อตั้งและซีอีโอของ Brother Global ธุรกิจอาหารเสริมเพื่อสุขภาพ การเดินทางสู่โลกของ Lamborghini ไม่ใช่เพียงแค่การครอบครองซูเปอร์คาร์ แต่คือการค้นพบประสบการณ์ชีวิตที่เติมเต็ม ทั้งในด้านสมรรถนะ ความสำเร็จ และสายสัมพันธ์อันล้ำค่า
จุดเริ่มต้น: แรงผลักดันที่มากกว่าความเร็ว
สำหรับหลายคนที่หลงใหลในซูเปอร์คาร์ สิ่งที่ดึงดูดใจอาจไม่ใช่แค่ความเร็ว แต่เป็นเรื่องราว เบื้องหลังงานออกแบบอันประณีต และประวัติศาสตร์อันยาวนานของแบรนด์ แต่สำหรับคุณแบงค์ การเริ่มต้นกับซูเปอร์คาร์นั้นมีที่มาที่ไปที่เรียบง่ายกว่านั้น เขายอมรับว่าในวัยเยาว์ ซูเปอร์คาร์เป็นเหมือน “ของเล่นของผู้ชาย” (Man Toy) ชิ้นหนึ่งที่น่าครอบครอง ความชื่นชอบในกีฬาเอ็กซ์ตรีม เช่น โกคาร์ต เจ็ตสกี วินเซิร์ฟ และโดยเฉพาะการขับรถด้วยความเร็ว เป็นสิ่งหล่อหลอมบุคลิกของเขา การขับรถช้าทำให้เขารู้สึกง่วงนอน จึงมีความจำเป็นต้องขับขี่ด้วยความเร็วสูงเสมอมา แม้ว่าครอบครัวจะมีความกังวลเรื่องความปลอดภัยจากการขับขี่ที่รวดเร็ว แต่ด้วยความชอบในกีฬาสิ่งเหล่านี้ก็ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเขา
เมื่อ 20 ปีก่อน วงการซูเปอร์คาร์ระดับโลกมี “สามราชา” (Three Kings) อันประกอบด้วย Ferrari, Porsche และ Lamborghini ซึ่งต่อมาได้เพิ่ม McLaren เข้ามาเป็น “สี่ราชา” (Four Kings) ด้วยประสบการณ์กว่า 47 ปีในวงการรถยนต์ คุณแบงค์ได้สัมผัสกับซูเปอร์คาร์จากทุกค่าย และมองเห็นข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป เว้นแต่ Lamborghini ที่เกือบจะได้ครอบครองหลายครั้ง แต่มีประสบการณ์ที่ไม่น่าประทับใจกับดีลเลอร์ในอดีต ทำให้เขาลังเลที่จะตัดสินใจ แต่การได้ทดลองขับในขณะที่ไปศึกษาต่อที่ประเทศอังกฤษ ทำให้เขารู้สึกถึง “ความดิบ” ของรถค่ายนี้ และสังเกตเห็นว่าไม่ว่าเขาจะขับรถค่ายใดก็ตาม ผู้คนมักจะหันมอง Lamborghini เสมอ คุณแบงค์สันนิษฐานว่า นอกเหนือจากความสวยหรู อาจเป็นเพราะภาพลักษณ์ของ “หนุ่มฮิป” หรือ “แนวแก๊งสเตอร์” ที่มักจะเชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ Lamborghini
ในช่วงเวลาหนึ่ง คุณแบงค์ได้หยุดขับซูเปอร์คาร์ไปหลายปี ด้วยอายุที่มากขึ้น และความรู้สึก “เบื่อ” หรือ “หมดแพสชั่น” ในการขับขี่ เนื่องจากในชีวิตประจำวัน การขับรถซีดานที่สะดวกสบายกว่านั้นตอบโจทย์ได้ดีกว่า ปัญหาของการขับซูเปอร์คาร์ในมุมมองของเขาคือสิ่งที่ควรจะดังอย่าง “ระบบเครื่องเสียง” กลับไม่ได้ยินเพราะเสียงเครื่องยนต์กลบหมด แต่สิ่งที่ “ไม่ควรดัง” เช่น เสียงล้อรถ กลับดังจนน่ารำคาญ บางครั้งแอร์ก็ไม่เย็นจนต้องเปิดกระจก ทำให้คนอื่นเข้าใจผิดว่าเขาต้องการโชว์ แต่แท้จริงแล้วคือแอร์เสีย! นอกจากนี้ เขายังไม่คุ้นเคยกับ “สังคมซูเปอร์คาร์” ที่มักจะเกี่ยวข้องกับการดื่มสังสรรค์และเที่ยวกลางคืน ซึ่งไม่ตรงกับไลฟ์สไตล์ของเขา ทำให้เขาคิดว่าคงจะเลิกขับซูเปอร์คาร์ไปตลอดกาล
การกลับคืนสู่วงการ: แรงบันดาลใจจากเพื่อนและบทพิสูจน์ของแบรนด์
เหตุการณ์ที่ทำให้คุณแบงค์กลับมาขับซูเปอร์คาร์อีกครั้ง และได้เป็นเจ้าของ Lamborghini คันแรกในชีวิตนั้นค่อนข้างเหนือความคาดหมาย เขาได้รับคำถามจากรุ่นน้องคนสนิทที่คะยั้นคะยอให้ลองแวะไปดูรถที่โชว์รูม Lamborghini บนถนนวิภาวดีรังสิต แม้เขาจะยืนกรานว่าชอบสีดำ และรถทุกคันที่เห็นมีสีดำ แต่รุ่นน้องก็ยังคงเชียร์ว่าสามารถ “แร็ปสี” ได้
ในที่สุด เขาตกลงรับนัด และชวน “น้องไหม – พลอยนภัส เชษฐกุลรัตน์” ภรรยาไปด้วย เพื่อให้ช่วยเบรกการตัดสินใจ เมื่อได้เห็น Lamborghini Aventador S เป็นครั้งแรก เขาก็รู้สึกว่า “สวยดีเหมือนกัน” แต่ยังคงเก็บอาการ รุ่นน้องได้จัดการให้ลองนั่งและเปิดประตูที่เป็นแบบปีกนก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจ พร้อมกับคำเชิญชวนให้จองไว้ก่อนหากยังไม่ตัดสินใจ
หลังจากนั้นไม่กี่วัน คุณแบงค์ได้เดินทางไปประเทศอเมริกา พอกลับมาก็ได้รับแจ้งจากเซลส์ว่ารถที่จองไว้มาถึงแล้ว เพียง 3 วันต่อมา เขาก็ได้เข้ามาที่โชว์รูมและตัดสินใจซื้อทันที พร้อมเลือกออปชั่นทุกอย่างที่มี ทำให้ราคารถสูงถึงประมาณ 40 ล้านบาท ในตอนแรกเขาคิดว่าจะให้รถสไลด์ไปส่งที่บ้าน เพราะยังไม่รู้สึกอินกับรถมากนัก และเลือกออปชั่นจากโรงงานแบบเดิมๆ โดยไม่มีชุดแต่งเพิ่มเติม
แต่สิ่งที่ทำให้ความคิดของคุณแบงค์พลิกผันคือ การได้พบกับ “คุณนัท – อภิชาติ ลีนุตพงษ์” ผู้นำเข้าและจำหน่ายรถ Lamborghini คุณนัทไม่ได้วางท่าเป็นเจ้าของ แต่เข้ามาพูดคุยกับเขาอย่างเป็นกันเอง ราวกับเป็นลูกค้าประจำ การทดสอบที่แสดงถึงความประทับใจของคุณแบงค์คือ การขอแลกไลน์ ซึ่งปกติผู้บริหารระดับสูงมักจะไม่ให้ แต่คุณนัทกลับให้ด้วยความเต็มใจ สิ่งนี้สร้างความประทับใจให้กับคุณแบงค์และภรรยาเป็นอย่างมาก
คุณนัทได้เชิญคุณแบงค์เข้ากลุ่มไลน์ของคนขับ Lamborghini ซึ่งในตอนแรกเขาก็ไม่ได้ตื่นเต้นนัก แต่เมื่อคุณนัทอธิบายว่าเป็นกลุ่มย่อยที่เน้นกิจกรรมเชิงบวก เช่น การขับรถไปไหว้พระ ทำบุญ และเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม คุณแบงค์จึงค่อยๆ เปิดใจ และเปลี่ยนจากความต่อต้านมาเป็นความสนุกกับการมีเพื่อนใหม่
เมื่อได้ทดลองขับ Lamborghini Aventador S ของตัวเองครั้งแรก คุณแบงค์รู้สึกได้ทันทีว่ารถคันนี้ดีกว่าทุกคันที่เคยขับมา มันคือ “ซูเปอร์คาร์ลูกครึ่ง” ที่ผสมผสานความเนี้ยบแบบเยอรมัน เข้ากับกลิ่นอายความเป็นอิตาลีได้อย่างลงตัว สมรรถนะการควบคุมดี ทำความเร็วได้ทันใจ จนเขารู้สึกว่านี่ไม่ใช่แค่การขับรถ แต่คือ “ประสบการณ์” (Experience) ที่เหนือระดับ เขาถึงกับยกให้รถคันนี้เป็น “Hypercar” หรือ “หัวหน้าจ่าฝูงของรถซูเปอร์คาร์”
อีกเหตุผลสำคัญที่คุณแบงค์หลงรัก Lamborghini คือ “คุณนัท” ตั้งแต่รู้จักกัน คุณนัทไม่เคยพยายามเสนอขายรถให้เขา แม้จะรู้ว่าคุณแบงค์มีความสามารถในการซื้อรถทุกคันในโชว์รูมได้ก็ตาม คุณนัทเคยเล่าว่า หากเขาจะขายรถ ก็คงขายไปนานแล้ว แต่ถ้าคุณแบงค์ไม่ชอบ เขาก็ไม่อยากขาย หรือหากชอบ ก็ต้องขอถามเหตุผลก่อนว่าซื้อเพราะอะไร ทัศนคติเช่นนี้ ทำให้คุณแบงค์ไม่แปลกใจเลยที่ Lamborghini จะกลับมาผงาดในตลาดประเทศไทยอีกครั้ง
Lamborghini Urus: ความฝันที่รอคอย และบทพิสูจน์ความตั้งใจ
หลังจากเข้าสู่วงการ Lamborghini เต็มตัว คุณแบงค์เริ่มมองหารถยนต์ครอบครัวประเภท SUV และมีความสนใจใน Lamborghini Urus ด้วยความตั้งใจที่จะ “อุดหนุนคุณนัท” คุณนัทเองก็ชวนให้เข้าร่วมทริปไปพัทยา เพื่อให้คุณแบงค์ได้ทดลองขับรุ่นนี้ก่อน ซึ่งก็ประทับใจในสมรรถนะการขับขี่เป็นอย่างมาก
ในตอนแรก คุณแบงค์ตั้งใจจะซื้อรถสีดำ แต่ภรรยาเริ่มเบื่อสีดำ เขาจึงเห็นรถสีฟ้าคันใหม่ที่จอดอยู่ในโชว์รูม และบอกกับคุณนัทว่าขอกลับกรุงเทพฯ แล้วจะขับรถคันสีฟ้ากลับบ้านเลย ส่วนเรื่องการชำระเงินค่อยจัดการภายหลัง แต่เมื่อกลับถึงโชว์รูม พนักงานได้นำรถคันสีฟ้าไปล้าง คุณนัทจึงแนะนำให้คุณแบงค์ปรึกษาภรรยาให้แน่ใจก่อน เพราะไม่อยากให้เกิดปัญหาเหมือนค่ายรถอื่น ที่มักจะนำรถมาจอดรอให้ลองขับโดยที่ลูกค้าไม่ได้ร้องขอ
คุณแบงค์ยอมรับว่าเขามีรถยนต์หลายคัน เพราะผู้ผลิตรถยนต์แทบทุกค่ายมักจะโทรศัพท์มาแจ้งว่ามีรถรุ่นใหม่เข้ามา และมักจะนำรถมาจอดรอให้ลองขับ แม้เขาจะปฏิเสธ แต่ก็ต้องรับซื้อไว้ด้วยความเกรงใจ จนทำให้มีรถหลายคันที่แทบไม่ได้ใช้งาน คุณนัททราบเรื่องนี้ จึงทำให้เวลาที่คุณแบงค์จะซื้อรถกับเขา เขาจะถูกสอบถามเหตุผลอย่างละเอียดก่อนที่จะยอมขายให้
วันรุ่งขึ้น คุณแบงค์โทรศัพท์ไปบอกคุณนัทว่าขอซื้อทั้งสองคันเลย ทั้งสีดำและสีฟ้า เพราะตัดสินใจไม่ได้ คุณนัทตอบกลับมาอย่างสุภาพว่า “ขออนุญาตไม่ขายครับ” เพราะคุณแบงค์มี Porsche Panamera สองคันอยู่แล้ว และแนะนำให้ขาย Porsche Panamera ก่อน จึงจะยอมขาย Lamborghini Urus ให้ นอกจากนี้ คุณนัทยังบอกอีกว่า เขารู้ว่าคุณแบงค์มักจะซื้อรถไปจอดมากกว่าใช้ และอยากให้ซื้อรถเพื่อใช้งานจริงมากกว่า
“จนบัดนี้ ผมจึงยังไม่ได้ Lamborghini Urus” คุณแบงค์หัวเราะกับเหตุการณ์นี้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงปรัชญาการขายที่เน้นความสัมพันธ์และความต้องการใช้งานจริงของผู้ซื้อ มากกว่ายอดขายเพียงอย่างเดียว
Lamborghini Aventador SVJ: สองครอบครัว สองความสำเร็จ และบทพิสูจน์แห่งมิตรภาพ
แล้วก็ถึงเวลาของการได้ครอบครอง Lamborghini คันที่สอง คุณแบงค์ได้รับแจ้งจากคุณนัทว่ามี Lamborghini Aventador SVJ เข้ามาในประเทศไทยอีกเพียงหนึ่งคัน เป็นรุ่นลิมิเต็ดเอดิชั่น ผลิตเพียง 900 คันทั่วโลก ในราคาประมาณ 60 ล้านบาท เขาตัดสินใจสั่งซื้อสีแดงทันที แต่มีเงื่อนไขว่าต้องขาย Lamborghini Aventador S คันเดิมออกไปก่อน จึงจะได้คันใหม่ ซึ่งคุณแบงค์ก็รับปาก แต่ขอเป็นหลังจากได้รถคันใหม่มาก่อน
สำหรับ Lamborghini Aventador SVJ คันนี้ คุณแบงค์สั่งออปชั่นพิเศษทุกอย่าง ยกเว้น “วิทยุ” (หัวเราะ) เขาเล่าถึงตัวเลือกของสัญลักษณ์ “SVJ” ด้านข้างรถ ซึ่งมีให้เลือกตั้งแต่สติ๊กเกอร์ราคา 70,000 บาท, เพ้นท์ตัวอักษรประมาณ 6-7 แสนบาท, ไปจนถึงแบบเคฟลาร์หรือคาร์บอนไฟเบอร์ ราคา 1.7 ล้านบาท คุณนัทแนะนำให้เลือกแบบสติ๊กเกอร์เพื่อประหยัดเงิน แต่เมื่อปรึกษาภรรยา เธอให้เหตุผลว่า “ถ้าติดแล้วไม่ได้ทำให้รถแรงขึ้นก็ไม่เอาดีกว่า” ท้ายที่สุด คุณนัทก็จัดการให้ กลายเป็นแบบเคฟลาร์มูลค่า 1.7 ล้านบาท
ส่วนใบมีดและล้อแมกซ์ คุณแบงค์เลือกแบบแพงสุด ซึ่งเป็น “ไลต์เวต” ทั้งหมด สำหรับเบาะปกติรถรุ่นนี้จะเป็นเบาะ Bucket Seat (เบาะรถแข่ง) แต่เขาขอเปลี่ยนเป็นเบาะไฟฟ้า เพื่อความสะดวกในการปรับ และผ้าหุ้มเบาะที่ปกติจะเป็น Alcantara หรือกำมะหยี่ เขากลับขอเป็นหนัง เพราะชอบทานขนม และกลัวจะเลอะเทอะ ทำให้เปื้อนเบาะได้ง่าย โดยเขาเชื่อว่า “ของมีไว้ใช้ คนมีไว้รัก” ท้ายที่สุด เขาก็ได้ทุกอย่างตามที่ตั้งใจไว้ (มีข่าวแว่วว่าเฉพาะชุดแต่งรถคันนี้ของคุณแบงค์ มีมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท)
“อารมณ์การขับ Lamborghini Aventador SVJ เหมือนขับรถแข่ง” คุณแบงค์กล่าว “มันเบาและดิบมากๆ” เขาถึงกับบอกว่ารถคันนี้ขับสบายและใช้งานในชีวิตประจำวันได้ดีกว่า Lamborghini Aventador S เสียอีก สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวล ระบบขับเคลื่อนทั้งหมดทำให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของตัวรถ โดยเฉพาะการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูงที่ “คมมาก” และ “ติดถนนมาก”
เมื่อเปลี่ยนโหมดเป็น Sport หรือ Corsa ก็จะให้ความรู้สึกเหมือน “กระทิงเปลี่ยว” แต่เมื่ออยู่ในโหมด Strada รถก็จะนุ่มนวลเหมือนนั่งในรถซีดาน แอร์เย็นสบาย และเสียงไม่ดัง ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างแท้จริง
สิ่งที่น่าประทับใจยิ่งกว่าสมรรถนะของรถ คือความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น คุณแบงค์ไม่ได้ขาย Lamborghini Aventador S แม้ว่ารถทั้งสองรุ่นจะมีความคล้ายคลึงกันมาก จนคนนอกวงการแทบแยกไม่ออก (ต่างกันเพียงแค่ SVJ มีสปอยเลอร์หลัง) เหตุผลที่เขาไม่ขายคันเดิม เป็นเพราะมันเปรียบเสมือน “ตัวแทนมิตรภาพ” ระหว่างเขากับคุณนัท การที่รู้จักกัน ทำให้เขากับครอบครัวของคุณนัทกลายเป็นเหมือน “พี่น้อง” มีความสัมพันธ์ที่ดี และสิ่งดีงามมากมายได้เกิดขึ้นในชีวิตของคุณแบงค์
“ผมได้รู้จักคุณนัทและคุณขวัญ (ม.ล. พลอยนภัส ลีนุตพงษ์) ภรรยาของท่าน และลูกๆ คือน้องธีกับน้องแทน” คุณแบงค์กล่าวด้วยความซาบซึ้ง “และที่สำคัญ วันนี้ผมมีน้องดาร์วิน ลูกที่ผมรอมานาน ซึ่งผมได้รับคำแนะนำจากคุณขวัญในการทำ IVF (In-vitro Fertilization) วันนี้ครอบครัวผมสมบูรณ์แล้ว”
คุณแบงค์ย้ำว่า “รถคันนี้ไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นความสวยงามของมิตรภาพระหว่างสองครอบครัว” แม้จะไม่ใช่ญาติพี่น้อง แต่ก็สนิทกันยิ่งกว่า และแม้จะรู้จักกันเพียง 2-3 ปี แต่รู้สึกเหมือนรู้จักกันมาทั้งชีวิต
ในมุมมองของคุณแบงค์ สำหรับผู้ที่ไม่ได้มีข้อจำกัดด้านการเงิน การได้ลองขับ Lamborghini และเข้าใจมัน จะทำให้ไม่คิดขับรถค่ายอื่นอีกเลย สำหรับเขา Lamborghini ไม่ได้เป็นเพียงซูเปอร์คาร์ แต่เป็น “Trophy of Success” หรือ “ถ้วยรางวัลแห่งความสำเร็จ” หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมผู้ขับซูเปอร์คาร์ถึงชอบถ่ายรูปหรือโชว์รถ แต่คุณแบงค์เชื่อว่าพวกเขาไม่ได้อวดรถ แต่เป็นการ “โชว์ความสำเร็จ” ที่เกิดจาก “หยาดเหงื่อแรงงาน” ของตนเอง
“เพราะผมเชื่อว่าทุกความสำเร็จมีป้ายบอกราคาเสมอ” คุณแบงค์กล่าวสรุป “ถ้าวันนี้เราประสบความสำเร็จ นั่นหมายความว่าเราจ่ายค่าความพยายามมากพอ Lamborghini จึงเป็นสัญลักษณ์แทนความสำเร็จนั้นครับ”
หากคุณกำลังมองหาซูเปอร์คาร์ที่สะท้อนถึงความสำเร็จและไลฟ์สไตล์ที่เหนือระดับ หรือกำลังมองหาประกันภัยที่คุ้มครองรถหรูของคุณอย่างเหมาะสม ไม่ว่าจะเป็น Lamborghini หรือรถซูเปอร์คาร์รุ่นอื่นๆ การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านประกันภัยรถยนต์หรู หรือการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับรถยนต์สมรรถนะสูง สามารถเริ่มต้นได้ที่เว็บไซต์ bolttech.co.th เพื่อค้นหาแผนประกันที่ตรงใจและคุ้มค่าที่สุดสำหรับรถยนต์อันทรงคุณค่าของคุณ.
![[ครบชุด] T2012087 สะใภ กะเทย คน Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1486.png)
![[ครบชุด] T2012099 กเม ยท งเพราะขายล กช บาท Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1487.png)