Lamborghini Temerario: การปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์ด้วยขุมพลัง V8 ไฮบริดสุดล้ำ
ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์ที่การแข่งขันอันดุเดือดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง แบรนด์ที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและกำหนดทิศทางของนวัตกรรมอยู่เสมอคือ Lamborghini ในปี 2025 นี้ Lamborghini ได้เปิดตัว Lamborghini Temerario ไม่ใช่เพียงแค่การอัปเกรด แต่เป็นการสร้างนิยามใหม่ให้กับคำว่าซูเปอร์สปอร์ตคาร์ ด้วยการผสานเทคโนโลยีไฮบริดล้ำสมัยเข้ากับขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบที่ทรงพลังจนทะลุ 900 แรงม้า นี่คือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นของ Lamborghini ในการส่งมอบสุดยอดสมรรถนะ ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ และความยั่งยืนที่สอดคล้องกับอนาคต
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมขอยืนยันว่า Lamborghini Temerario คือปรากฏการณ์ที่จะสั่นสะเทือนวงการซูเปอร์คาร์ ด้วยการพัฒนาที่ก้าวล้ำกว่าทุกสิ่งที่เคยมีมา
กำเนิด “Fuoriclasse”: นิยามใหม่แห่งสมรรถนะและความสะดวกสบาย
Lamborghini Temerario ถือกำเนิดขึ้นภายใต้แนวคิด “Fuoriclasse” ซึ่งหมายถึง “เหนือชั้น” อย่างแท้จริง รถยนต์รุ่นนี้คือผลลัพธ์ของการทุ่มเทวิจัยและพัฒนามานานกว่า 5 ปี โดยทีมวิศวกรของ Lamborghini ที่ซานตากาต้า โบโลญเนเซ่ มุ่งมั่นที่จะสร้างสรรค์ระบบส่งกำลังไฮบริดที่ผสมผสานข้อดีของเครื่องยนต์สันดาปภายในและมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างสมบูรณ์แบบ
Temerario ไม่ใช่แค่รถยนต์รุ่นที่สองในตระกูลรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (HPEV) ของ Lamborghini ต่อจาก Revuelto ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง แต่ยังเป็นการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์ไฮบริดของแบรนด์ หลังจากที่ Urus SE ได้เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ การปรากฏตัวของ Lamborghini Temerario ณ มหกรรม Monterey Car Week 2024 ได้ประกาศก้องถึงมาตรฐานใหม่ของวงการซูเปอร์สปอร์ตคาร์
หัวใจ V8 ทวินเทอร์โบไฮบริด: พลังที่ไร้ขีดจำกัด
หัวใจหลักของ Lamborghini Temerario คือเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบที่ถูกออกแบบและพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด โดยมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าถึง 3 ตัว เพื่อสร้างพละกำลังรวมที่สูงถึง 920 CV หรือ 907 แรงม้า นี่คือการก้าวข้ามขีดจำกัดของเครื่องยนต์ V10 แบบเดิม สู่ยุคใหม่ที่ทรงพลังและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
สิ่งที่น่าทึ่งคือ เครื่องยนต์ V8 นี้เป็นเครื่องยนต์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นแรกและรุ่นเดียวในการผลิตที่สามารถทำความเร็วรอบสูงสุดได้ถึง 10,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นระดับที่ไม่เคยมีมาก่อนในเครื่องยนต์สันดาปภายในของรถยนต์ระดับนี้ การทำงานร่วมกันระหว่างเครื่องยนต์ V8 ที่รอบจัด และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว ทำให้ Temerario มีอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ในเวลาเพียง 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดที่มากกว่า 340 กิโลเมตร/ชั่วโมง
“Temerario คือรถยนต์สายพันธุ์ ‘Fuoriclasse’ อย่างแท้จริง มันคือรถยนต์ที่เหนือชั้นที่สุดในเซกเมนต์ และเต็มไปด้วยความพิเศษที่ผ่านการสร้างสรรค์ทั้งจากมุมมองเชิงเทคนิคและสไตล์อย่างลงตัว” สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Lamborghini กล่าว “การพัฒนา Lamborghini รุ่นใหม่ทุกครั้งจะต้องมีประสิทธิภาพเหนือกว่ารุ่นก่อน ขณะเดียวกันก็ต้องมีความยั่งยืนมากขึ้นตามจุดยืนด้านการปล่อยมลพิษของเรา สำหรับ Temerario เราได้บรรลุภารกิจสำคัญในกลยุทธ์การใช้พลังงานไฟฟ้าตามแผน Direzione Cor Tauri โดย Lamborghini คือแบรนด์รถยนต์ระดับหรูแบรนด์แรกที่นำเสนอกลุ่มผลิตภัณฑ์รถยนต์ไฮบริดทั้งหมดโดยสมบูรณ์”
นวัตกรรมทางวิศวกรรม: โครงสร้างน้ำหนักเบาและความสะดวกสบาย
นอกเหนือจากขุมพลังที่น่าทึ่ง Lamborghini Temerario ยังแสดงให้เห็นถึงความสำเร็จอีกขั้นในด้านการพัฒนาประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์ ผสานกับรายละเอียดและเส้นสายอันมีสไตล์ ซึ่งสะท้อนถึงความเป็นเลิศด้านการออกแบบของแบรนด์
โครงสร้างใหม่ทั้งหมดผลิตจากอะลูมิเนียมโดยการใช้โลหะผสมที่ล้ำสมัย ให้ความแข็งแรงสูงและน้ำหนักเบาเป็นพิเศษ ส่งผลให้สามารถรองรับแรงบิดสูงและเสริมพลศาสตร์การขับขี่ได้อย่างดีเยี่ยม โครงแชสซีที่กว้างขึ้น มอบความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสาร ไม่เพียงแต่เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่เปี่ยมด้วยสมรรถนะขั้นสูงสุดในสนามแข่ง แต่ยังมอบพื้นที่กว้างขวางทั้งสำหรับผู้โดยสารและช่องเก็บสัมภาระได้มากกว่ารถยนต์รุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์เดียวกัน
Temerario ยังนำเสนอประสบการณ์ที่ล้ำสมัยที่สุดด้วยการเปิดตัวระบบ Lamborghini Vision Unit (LAVU) ซึ่งช่วยให้ผู้โดยสารเข้าถึงฟังก์ชันและแอปพลิเคชันใหม่ ๆ ได้อย่างง่ายดาย และสามารถย้อนดูและแบ่งปันประสบการณ์การขับขี่ที่ผ่านมาได้
ระบบส่งกำลังใหม่: การผสานที่ลงตัวของ V8 และมอเตอร์ไฟฟ้า
หัวใจของ Lamborghini Temerario คือระบบส่งกำลังที่ได้รับการพัฒนาใหม่ทั้งหมด ผ่านการทำงานกว่า 5 ปี เพื่อสร้างสรรค์ระบบส่งกำลังที่ไม่เคยมีมาก่อน ประกอบด้วยเครื่องยนต์สันดาปภายในแบบเทอร์โบคู่ที่มีรอบการหมุนสูง และมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว
“เราต้องการพัฒนาเครื่องยนต์สปอร์ตคาร์สมรรถนะสูงที่ไร้คู่แข่ง โดยรวมสิ่งที่ดีที่สุดทั้งสองระบบเข้าด้วยกัน นั่นคือเครื่องยนต์สันดาปพร้อมเทอร์โบคู่ V8 และระบบพลังงานไฟฟ้า” รูเว็น โมห์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค Lamborghini กล่าว “การผสานมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัวเข้ากับเครื่องยนต์สันดาป ทำให้เรามั่นใจว่าจะสามารถสร้างอัตราการเร่งและระบบชาร์จพลังงานกลับได้อย่างฉับไว Temerario จึงเป็นการนิยามใหม่ให้กับสุดยอดรถยนต์ในเซกเมนต์นี้”
ระบบส่งกำลังรูปแบบใหม่นี้เป็นองค์ประกอบสำคัญของรถยนต์ HPEV รุ่นที่สองของ Lamborghini โดยมีเป้าหมายเพื่อบรรลุถึงกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดจำเพาะในระดับสูงสุด พร้อมกับการตอบสนองในแบบฉบับเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศรอบสูงแบบดั้งเดิม
ทีมวิศวกรได้คัดสรรเฉพาะองค์ประกอบประสิทธิภาพสูงสำหรับระบบขับเคลื่อนนี้ ได้แก่ เครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ที่มีกำลังจำเพาะ 200 แรงม้าต่อลิตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบระบายความร้อนด้วยน้ำมันที่ผสานการทำงานได้อย่างสมบูรณ์กับเครื่องยนต์ V8 พร้อมด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่เพลาหน้าเพื่อส่งกำลังขับเคลื่อน
เครื่องยนต์รุ่นใหม่นี้ หรือที่ใช้ชื่อภายในว่า “L411” กลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดในเซกเมนต์นี้ มอบกำลังสูงสุด 800 แรงม้า ที่ 9,000-9,750 รอบต่อนาที และแรงบิด 730 นิวตันเมตร ที่ 4,000-7,000 รอบต่อนาที
มอเตอร์ไฟฟ้าในตำแหน่ง P1 (ระหว่างเครื่องยนต์ V8 และกระปุกเกียร์) ช่วยรับประกันการตอบสนองที่ฉับไวตั้งแต่รอบเครื่องยนต์ต่ำ และดำเนินอย่างต่อเนื่องผ่านการเปลี่ยนเกียร์ ทำหน้าที่เป็น “ตัวทดแทนแรงบิด” และเพิ่มระดับการตอบสนองชั่วคราว เพื่อให้ความรู้สึกของการเพิ่มความเร็วรอบเครื่องยนต์อย่างต่อเนื่องไปจนถึงจุดสูงสุดที่ 10,000 รอบ
เพื่อรองรับการทำงานของเทอร์โบคู่ V8 ที่ความเร็วรอบสูงสุด 10,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงดันบูสต์สูงสุด 2.5 บาร์ (abs) Lamborghini ได้ออกแบบกล่องไส้กรองอากาศแบบตลับท่อ ให้มีขนาดกะทัดรัด ช่วยเพิ่มพื้นที่และเสริมประสิทธิภาพ
หัวใจสำคัญคือเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ที่มีมุม 180 องศา ช่วยควบคุมพฤติกรรมพลศาสตร์ของไหลที่เหมาะสมที่สุด และให้เสียงเครื่องยนต์ที่เร้าใจและเปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ ก้านสูบไทเทเนียมช่วยลดมวลการหมุนและน้ำหนัก ส่วนวัสดุหล่อเครื่องยนต์ประกอบด้วยอะลูมิเนียมอัลลอย A357 ผสมทองแดง ซึ่งเป็นวัสดุเดียวกับที่ใช้ในวงการมอเตอร์สปอร์ต
คันโยกวาล์ว (Finger Followers) เคลือบ DLC (Diamond Like Carbon) สามารถทนต่อความเร็วรอบได้สูงสุดถึง 11,000 รอบต่อนาที ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่เคยสงวนไว้สำหรับเครื่องยนต์รถแข่งเท่านั้น
ระบบปั๊มน้ำมันและปั๊มน้ำ ถูกจัดเรียงตามลำดับด้านขวาของเครื่องยนต์ ทำงานด้วยความเร็วปั๊มสูงสุดที่ 7,800 รอบต่อนาที ทีมวิศวกรได้รวมถังน้ำมันไว้ที่ด้านหนึ่งของเครื่องยนต์ซึ่งทำงานตามหลักการหล่อลื่นแบบ Dry sump ด้วยปั๊มขับเกียร์แบบ 5 ขั้นตอน
ผลลัพธ์ที่ได้คือชุดขับเคลื่อนที่มีลักษณะแบนราบและทอดตัวในระดับต่ำของตัวรถ ช่วยลดจุดศูนย์ถ่วงของ Temerario ให้ต่ำลง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมรถ การระบายความร้อนด้วยน้ำที่ออกแบบใหม่ช่วยให้มั่นใจได้ถึงระดับอุณหภูมิที่สมดุล และการระบายความร้อนภายในฝาสูบก็ได้รับการปรับปรุงคุณภาพอย่างมาก โดยใช้เทคโนโลยีการพิมพ์ 3 มิติในการทำแกนหล่อ
การฉีดน้ำมันเบนซินเข้าโดยตรงด้วยแรงดันสูงถึง 350 บาร์ ทำให้มั่นใจได้ถึงการเผาไหม้ที่สะอาดหมดจดและรวดเร็ว
เครื่องยนต์ที่มีรอบการหมุนราบรื่นและเป็นธรรมชาติ พร้อมการส่งกำลังเครื่องยนต์เทอร์โบร่วมกับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า มอบความโดดเด่นทั้งในด้านการทำงานและเสียงของเครื่องยนต์ Lamborghini ประสบความสำเร็จในการพัฒนาเครื่องยนต์เทอร์โบคู่ V8 แบบใหม่ที่ผสานขีดความสามารถในการสร้างรอบการหมุนเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศรุ่นก่อนอย่าง V10 เข้ากับการสร้างกำลังเครื่องและแรงบิดที่มหาศาลของเครื่องเทอร์โบสมัยใหม่ และเมื่อใช้ร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว จึงทำให้ได้กำลังไฟฟ้าของระบบส่งกำลังอันโดดเด่นที่ 920 CV / 676 กิโลวัตต์
ประสบการณ์เสียงที่เป็นเอกลักษณ์: ซิมโฟนีแห่งขุมพลัง
Lamborghini ได้ทุ่มเทและพยายามทางเทคนิคเป็นอย่างมาก เพื่อการพัฒนาประสบการณ์เสียงที่โดดเด่นอย่างมีเอกลักษณ์จากระบบขับเคลื่อนใหม่ใน Temerario
“เมื่อเครื่องเทอร์โบคู่ V8 เร่งความเร็ว เสียงก็จะยิ่งเพิ่มความกว้างและความถี่มากขึ้น และเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ก็จะสร้างแรงสั่นสะเทือนเล็ก ๆ ที่ช่วยขับเน้นพลังของการขับเคลื่อน” โมห์ กล่าว “Temerario จะมอบประสบการณ์ที่น่าเพลิดเพลินต่อทุกประสาทสัมผัส ในขณะที่ผู้ขับขี่จะถูกปลุกเร้าด้วยเสียงกระหึ่มอันทรงพลังในสไตล์ Lamborghini”
การสร้างสรรค์คุณภาพของเสียงสุดพิเศษนี้จำเป็นต้องอาศัยความซับซ้อนทางเทคนิคอย่างมหาศาล Lamborghini จึงได้ผสานวิธีการทางเทคนิคต่าง ๆ และเสริมคุณภาพด้วยเอฟเฟกต์เสียงความถี่สูงขั้นสุด
การเชื่อมต่อแบบพิเศษระหว่างแถวเครื่องยนต์จะช่วยเพิ่มเอฟเฟกต์เสียงของชุดส่งกำลังที่แปรผันตามความเร็ว ระบบเก็บเสียงและวาล์วไอเสียของเครื่องเทอร์โบคู่ V8 ยังทำงานในช่วงรอบต่ำ เพื่อปรับปรุงเรื่องเสียงรบกวนให้น้อยที่สุด เมื่อเปลี่ยนโหมดการขับขี่ จะสัมผัสได้ถึงการปรับจูนเสียงในรูปแบบที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน
ระบบไอเสียที่ทอดตัวจากท่อรวมไปยังท่อไอเสียจะช่วยขับเน้นเสียงของกระบวนการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ การกำหนดระดับความสูงและตำแหน่งของปลายท่อไอเสียอย่างพิถีพิถันยิ่งขับเน้นเสียงความถี่สูงอันเฉียบคมของเครื่องยนต์
นอกจากนี้ Lamborghini ยังออกแบบแท่นเครื่องยนต์และตัวถังในลักษณะที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถสัมผัสได้ถึงระบบขับเคลื่อนแบบเพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane เมื่อเครื่องยนต์ทำงานอย่างเต็มกำลัง การใช้เพลาข้อเหวี่ยงแบบ Flat-plane ยังทำให้เครื่องเทอร์โบคู่ V8 เกิดการสั่นสะเทือนเล็ก ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งจะช่วยเพิ่มความรื่นรมย์จากประสบการณ์แห่งความเร็วและกำลังรอบสูง
ระบบเสียง Symposer ที่ติดตั้งเพิ่มเติมจะปล่อยคลื่นเสียงเข้าสู่ภายในรถ เพื่อสร้างประสบการณ์เสียงอันดื่มด่ำในทุกโหมดการขับขี่ โดย Lamborghini ได้ออกแบบทัศนียภาพของเสียงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงในแต่ละโหมดการขับขี่ ทั้งโหมด Città, Strada, Sport และ Corsa
โหมด Città: ให้เสียงที่ฟังสบายระดับพรีเมียม ด้วยโทนเสียงพิเศษจากชุดขับเคลื่อนไฟฟ้า ซึ่งจะให้ประสบการณ์เสียงที่นุ่มนวล ลื่นไหล และน่าพึงพอใจในสภาพแวดล้อมแบบตัวเมือง Temerario จะไม่มีการปล่อยมลพิษและทำงานเงียบมากในโหมดนี้
โหมด Strada: เหมาะสำหรับการวิ่งบนถนนในชนบทและเส้นทางมอเตอร์เวย์ที่รวดเร็ว ผู้โดยสารจะได้เพลิดเพลินไปกับประสบการณ์การขับขี่ของเครื่องเทอร์โบคู่ V8 พร้อมการกระจายความถี่เสียงที่สม่ำเสมอ
โหมด Sport และ Corsa: Lamborghini ได้ขยายเสียงโอเวอร์โทนระดับ 2 และ 4 ของเครื่องยนต์ V8 ผสานกับเสียงประสานของช่องลม เพื่อมอบประสบการณ์เสียงที่ทรงพลังและดังเร้าใจ เมื่อความเร็วรอบสูงสุดแตะ 10,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์จะมอบกำลังอันน่าเหลือเชื่อถึง 920 CV พร้อมเสียงที่ดังกระหึ่มอย่างที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้ นี่จะเป็นเสียงเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ของ Lamborghini ในเจเนอเรชั่นต่อไป
พลังจากมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว: เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดสุดล้ำ
ระบบขับเคลื่อนของ Lamborghini Temerario ประกอบด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า 3 ตัว แต่ละตัวให้กำลัง 110 กิโลวัตต์ มอเตอร์ไฟฟ้าระบายความร้อนด้วยน้ำมันติดตั้งตามแนวแกน 2 ตัว ทำงานร่วมกับเพลาหน้าเพื่อการขับเคลื่อนสี่ล้อ
ความท้าทายหลักคือการออกแบบระบบส่งกำลังให้มีขนาดเล็กกะทัดรัดที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ทีมวิศวกรได้ผสานมอเตอร์ไฟฟ้าเข้ากับตัวเครื่องเทอร์โบคู่ V8 โดยตรง โดยไม่ต้องใช้คลัตช์ตัวกลาง วิธีการนี้ช่วยอุดช่องว่างด้านความหน่วงของเทอร์โบได้ ในทุกระดับความเร็วก็ยังสามารถสร้างแรงบิดได้ถึง 300 นิวตันเมตร
มอเตอร์ไฟฟ้าสองตัวนี้ยังทำหน้าที่เป็นมอเตอร์สตาร์ทและเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบสามเฟสอีกด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า 2 ตัวที่เพลาหน้านี้ยังช่วยเพิ่มกำลังเครื่องและสามารถเปลี่ยนรถยนต์ Temerario ให้เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์ระบบไฟฟ้าเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán
ระบบเกียร์ 8 สปีดของซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นที่สองในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (HPEV) นี้ถูกเปลี่ยนเป็นระบบเกียร์คลัตช์คู่ (DCT) 8 สปีดที่ติดตั้งอยู่ด้านหลังเครื่องยนต์ V8 ระบบส่งกำลังขนาดกะทัดรัดดีไซน์ใหม่นี้สามารถตอบโจทย์ชุดขับเคลื่อนกำลังสูงได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การออกแบบอันเป็นไอคอนิก: DNA แห่ง Lamborghini ที่สืบทอดและก้าวไปข้างหน้า
Temerario มอบรูปลักษณ์ที่ดุดัน สวยงามเหนือล้ำทุกความคาดหมาย และสื่อถึงแบบฉบับในสไตล์ Lamborghini อย่างแท้จริง ฝ่ายออกแบบ Lamborghini Centro Stile ได้พยายามสร้างสรรค์ซูเปอร์สปอร์ตคาร์รุ่นใหม่ที่ไม่มีใครลอกเลียนแบบได้ ถือเป็นการพัฒนา DNA การออกแบบแนวใหม่ให้กับแบรนด์
“Lamborghini Temerario คือความสำเร็จครั้งใหม่ในด้านภาษาการออกแบบของเรา ซึ่งเราเรียกว่า ‘essential and iconic’ (เนื้อแท้แห่งดีไซน์ระดับไอคอนิก) พร้อมเสริมความสวยงามของพื้นผิวเพื่อเพิ่มลุคแบบสปอร์ต” มิตจา โบร์เคิร์ต ผู้อำนวยการฝ่ายการออกแบบ Lamborghini กล่าว “เมื่อมองแวบแรก จะเห็นว่านี่คือซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่รังสรรค์มาอย่างพิถีพิถัน ทันสมัย และงดงามน่าหลงใหล ด้วยสัดส่วนที่กะทัดรัดและคล่องตัว ตกแต่งด้วยไฟหกเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ใหม่ การออกแบบห้องโดยสารภายในที่ให้ ‘ความรู้สึกเสมือนเป็นนักบิน’ พร้อมเส้นสายที่โฉบเฉี่ยว ซึ่งเน้นย้ำถึงระบบส่งกำลังไฮบริดรุ่นใหม่และพลศาสตร์การขับขี่ที่สนุกสนานอย่างเหนือระดับ”
ภาษาการออกแบบของ Lamborghini ถูกต่อยอดเพื่อสร้างสรรค์ดีไซน์ไฟหกเหลี่ยม Daytime Running Light (DRL) ระดับซิกเนเจอร์รูปแบบใหม่ ซึ่งโดดเด่นสะดุดตาแม้มองจากระยะไกล แนวคิดรูปหกเหลี่ยมยังถือเป็นธีมการออกแบบหลักของทั้งตัวรถ
ทีมออกแบบของ Temerario ได้ผสานองค์ประกอบจากอุตสาหกรรมการบินเข้ากับภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งภายในได้อย่างลงตัว โดดเด่นด้วยพื้นผิวที่ดูแข็งแรง และห้องโดยสารที่เพรียวลู่ไปทางท่อไอเสียหกเหลี่ยมด้านหลัง ดีไซน์ไฟหน้าที่เฉียบคมและหรูหราได้รับแรงบันดาลใจจากรถจักรยานยนต์สปอร์ต
ห้องโดยสาร “Feel like a pilot”: สัมผัสประสบการณ์นักบินที่เหนือกว่า
“ปรัชญา ‘รู้สึกเสมือนเป็นนักบิน’ ของ Lamborghini ได้กลับมามีชีวิตอีกครั้งด้วยรูปแบบใหม่ใน Temerario” โบร์เคิร์ต อธิบาย “ด้วยตำแหน่งเบาะนั่งต่ำ แดชบอร์ดดีไซน์เพรียวบางน้ำหนักเบา และองศาการเอียงพวงมาลัยที่สมบูรณ์แบบ ทำให้ผู้ขับเข้าถึงสไตล์การขับขี่ที่สนุกสนานในแบบฉบับ Lamborghini การผสานระหว่างหน้าจอดิจิทัลเข้ากับปุ่มกลไกแบบกด เช่น ปุ่มสตาร์ทที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ หรือพวงมาลัยที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถแข่ง ก่อให้เกิดประสบการณ์สุดพิเศษในแบบ ‘สไตล์นักบิน’”
เบาะนั่งนำเสนอออปชันให้เลือกหลายสีพร้อม 4 รูปแบบการเย็บ ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีเบาะนั่งของรถยนต์ Lamborghini รุ่นใดที่นำเสนอตัวเลือกได้หลากหลายเท่ากับเบาะนั่งคอมฟอร์ตที่พัฒนาขึ้นใหม่ในรุ่น Temerario ซึ่งสามารถปรับได้ถึง 18 ทิศทาง พร้อมระบบทำความร้อนและระบายอากาศที่ดีเยี่ยม
ห้องโดยสารภายในยังสะท้อนถึงการออกแบบภายนอกที่เหนือชั้นและมอบสมดุลระหว่างประสบการณ์ดิจิทัลและประสาทสัมผัสที่ลงตัว Lamborghini เลือกใช้วัสดุคุณภาพดีที่สุดทั้งคาร์บอน หนัง และไมโครไฟเบอร์แบบ Corsatex ในทุกองค์ประกอบการตกแต่งภายใน
พื้นที่กว้างขวางเพื่อชีวิตประจำวัน: ความอเนกประสงค์ที่เหนือกว่า
ห้องโดยสารของ Temerario ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด โดยใช้โครงแชสซีสเปซเฟรมรุ่นใหม่ ซึ่งทำให้ Temerario มีพื้นที่ภายในที่กว้างขึ้นกว่ารุ่นก่อนอย่างชัดเจน การวางตำแหน่งเบาะนั่งต่ำและถูกต้องตามหลักสรีรศาสตร์ ช่วยให้นักขับและผู้โดยสารรู้สึกเชื่อมโยงและเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับรถได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกับให้ความสะดวกสบายในระดับสูง
“การมอบความสะดวกสบายสูงสุดแก่ลูกค้าคือหนึ่งในวัตถุประสงค์หลักของเรา” มร.เปาโล แรคเชตติ ผู้อำนวยการกลุ่มผลิตภัณฑ์ Temerario กล่าว “Temerario เป็นซูเปอร์สปอร์ตคาร์อเนกประสงค์ที่พร้อมลุยทั้งในสนามแข่งและเป็นเพื่อนเดินทางที่สมบูรณ์แบบในวันหยุดยาว”
ระบบเสียงสุดพรีเมียมจาก Sonus Faber: สุนทรียภาพแห่งเสียง
ระบบเสียงของ Temerario ได้รับการสร้างสรรค์โดย Sonus Faber ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงชาวอิตาลีจากเมืองวิเซนซ่า ระบบเกรดพรีเมียมนี้จะมอบประสบการณ์แห่งเสียงที่ดื่มด่ำ โดยโดดเด่นด้วยเสียงที่เป็นธรรมชาติอันกระจ่างใสที่ได้รับการยกย่องของ Sonus Faber
การปรับแต่งและแพ็กเกจ Alleggerita: สร้างสรรค์ Lamborghini ในแบบของคุณ
Temerario เปิดตัวด้วย 2 โทนสีใหม่ ได้แก่ สีน้ำเงิน Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius พร้อมนำเสนอสีตัวถังมากกว่า 400 รายการ และลวดลายพิเศษ ผ่านโปรแกรม Ad Personam ของ Lamborghini
นอกจากนี้ยังนำเสนอชุดแต่งภายนอกและภายในด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ให้เลือกหลากหลายส่วน รวมถึงเป็นครั้งแรกที่ Lamborghini เปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่มาพร้อมกับแพ็คเกจ ‘Alleggerita’ (วัสดุน้ำหนักเบา) เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่เน้นประสบการณ์การขับขี่ในสนามแข่งมากขึ้น สามารถลดน้ำหนักรถลงได้อย่างมาก พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์
เทคโนโลยีอากาศพลศาสตร์ขั้นสุดยอด: สมดุลระหว่างความแรงและความเสถียร
Lamborghini สามารถบรรลุจุดสูงสุดแห่งประสิทธิภาพอากาศพลศาสตร์ใน Temerario ผ่านการออกแบบที่ประสบความสำเร็จใน 3 ด้าน ได้แก่ เสถียรภาพที่ระดับความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด
ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบเพื่อสร้างสมรรถนะตามหลักอากาศพลศาสตร์อันยอดเยี่ยม ตั้งแต่ด้านหน้าไปจนถึงด้านท้ายรถ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การออกแบบใต้ท้องรถที่มีระบบอัดเรียงอากาศ และดิฟฟิวเซอร์ที่มีพื้นที่ผิวเพิ่มขึ้นถึง 70% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán EVO
โครงสร้างสเปซเฟรม: ความแข็งแกร่ง น้ำหนักเบา และความปลอดภัย
โครงสร้างของ Temerario ใช้เทคโนโลยีสเปซเฟรมอะลูมิเนียมทั้งหมด เพื่อให้ทนทานต่อแรงเค้นที่สูงขึ้นจากหน่วยพลังงานไฮบริดรูปแบบใหม่ พร้อมทั้งมอบขีดจำกัดด้านน้ำหนักที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ จึงมั่นใจได้ถึงระดับความปลอดภัยที่ดีที่สุดสำหรับผู้โดยสาร และไดนามิกในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม
สุดยอดประสบการณ์การขับขี่: 13 โหมดสู่ทุกสภาวะ
Temerario นำเสนอประสบการณ์การขับขี่ 13 รูปแบบ ที่ทำให้ซูเปอร์สปอร์ตคาร์มีความอเนกประสงค์และความเร้าใจทั้งในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและบนสนามแข่ง สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ด้วยปุ่มสั่งงานบนพวงมาลัย ครอบคลุมตั้งแต่โหมด Città, Strada, Sport, Corsa, Corsa Plus ไปจนถึงโหมด Drift ที่สามารถปรับได้ 3 ระดับ
“Temerario มาพร้อมประสบการณ์การขับขี่รูปแบบ Innovative และ Puristic ด้วยระบบ e-4WD ที่รวมเข้ากับเวกเตอร์แรงบิด นับเป็นการผสมผสานที่ลงตัว” โมห์ กล่าว “เราได้รถยนต์ที่โฉบเฉี่ยวและเปี่ยมประสิทธิภาพในสนามแข่ง และได้ขีดความสามารถของระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่ดีเยี่ยม ทำให้ผู้ขับขี่มีประสบการณ์ร่วมกับรถยนต์ได้อย่างเต็มที่”
การเชื่อมต่อออนไลน์: ยุคใหม่แห่งการสื่อสารและการควบคุม
Temerario เป็นรถยนต์ที่ล้ำสมัยที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Lamborghini ในด้านมัลติมีเดีย นำเสนอระบบ Human Machine Interface (HMI) ซึ่งประกอบด้วยจอแสดงผล 3 จอ ได้แก่ แผงหน้าปัดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอกลางขนาด 8.4 นิ้ว และจอแสดงผลของผู้โดยสารขนาด 9.1 นิ้ว พร้อมกราฟิกรูปแบบใหม่ที่รวมถึงภาพ 3 มิติ ภาพเคลื่อนไหว วิดเจ็ต และการออกแบบสไตล์ใหม่
ระบบ Lamborghini Vision Unit (LAVU) เป็นตัวเลือกที่เปิดใช้งาน 3 บริการออนบอร์ดรูปแบบใหม่ผ่านทางกล้อง 3 ตัวและชุดควบคุมเฉพาะ ได้แก่ Lamborghini Telemetry 2.0, Memories Recorder และ Dashcam
ยางรถยนต์สเปกพิเศษจาก Bridgestone: พัฒนาเพื่อสมรรถนะสูงสุด
ในฐานะพันธมิตรยางแต่เพียงผู้เดียวของ Lamborghini Temerario Bridgestone ได้พัฒนากลุ่มผลิตภัณฑ์ยางใหม่ทั้งหมด เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของซูเปอร์คาร์ทั้งในและนอกสนามแข่ง โดยนำเสนอยาง Bridgestone Potenza Sport และ Potenza Race ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษ
Lamborghini Temerario ไม่ใช่เพียงแค่ซูเปอร์คาร์คันใหม่ แต่เป็นการประกาศศักดาของ Lamborghini ในการนำพาวงการซูเปอร์สปอร์ตคาร์ไปสู่อีกระดับ ด้วยการผสานเทคโนโลยีไฮบริดที่ล้ำสมัยเข้ากับขุมพลัง V8 ทวินเทอร์โบที่เหนือชั้น การออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์ และประสบการณ์การขับขี่ที่ดื่มด่ำที่สุด
สัมผัสประสบการณ์ Lamborghini Temerario ด้วยตัวคุณเอง
หากคุณคือผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสูงสุด นวัตกรรมที่ก้าวล้ำ และการออกแบบที่สะกดทุกสายตา Lamborghini Temerario คือคำตอบที่รอคอย พบกับนิยามใหม่ของซูเปอร์สปอร์ตคาร์ที่งานโชว์รูม Lamborghini ใกล้บ้านคุณ หรือติดต่อตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายเพื่อสัมผัสปรากฏการณ์แห่งสมรรถนะนี้ได้แล้ววันนี้.
![[ครบชุด] T2012037 นท ไม เม Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1471.png)
![[ครบชุด] T2012040 มท กเด อน เต อนก ไม Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-1472.png)