• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2012020 แม เมา Ep.2

admin79 by admin79
December 20, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2012020 แม เมา Ep.2

Lamborghini Huracán Sterrato: ปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์ด้วยสุดยอดนวัตกรรมขับเคลื่อนทุกสภาพพื้นผิว

ในโลกของซูเปอร์คาร์ที่เต็มไปด้วยความเร็ว แรง และความหรูหราสุดขั้ว ชื่อของ Lamborghini คือสัญลักษณ์ที่ไม่มีวันสั่นคลอน แต่ในปี 2025 นี้ ยนตรกรรมจากแดนอิตาลีได้ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมๆ ด้วยการเปิดตัว Lamborghini Huracán Sterrato ซึ่งไม่ใช่แค่ซูเปอร์คาร์ แต่คือปรากฏการณ์ใหม่ที่ผสานจิตวิญญาณแห่งนักผจญภัยเข้ากับสมรรถนะอันดุดันอย่างสมบูรณ์แบบ ผมในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ขอชี้ชัดว่า Sterrato คือการนิยามใหม่ของคำว่า “ซูเปอร์คาร์” อย่างแท้จริง

Huracán Sterrato: มากกว่าซูเปอร์คาร์ คือเพื่อนร่วมทางผู้กล้าแกร่ง

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นวิวัฒนาการของรถยนต์สมรรถนะสูงมากมาย แต่ Lamborghini Huracán Sterrato คือรถยนต์ที่สร้างความประหลาดใจและท้าทายทุกกรอบความคิดเดิมๆ ที่สุดรุ่นหนึ่ง การเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย ไม่ใช่เพียงการจัดแสดง แต่คือการประกาศศักดาว่า Lamborghini พร้อมแล้วที่จะพาคุณออกไปสู่โลกกว้างที่ไร้ขีดจำกัด

Sterrato ไม่ใช่แค่ Huracán ที่ถูกยกสูงขึ้น แต่มันคือการออกแบบใหม่ทั้งหมดเพื่อตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพพื้นผิวอย่างแท้จริง จากประสบการณ์ที่ผมได้สัมผัส การผสมผสานระหว่างวิศวกรรมอันล้ำสมัยและปรัชญาการออกแบบที่เน้น “การขับขี่เพื่อความสนุก” (Fun to Drive) ทำให้ Sterrato กลายเป็นซูเปอร์คาร์สายลุยที่ไม่เหมือนใครในตลาดโลก

ดีไซน์ที่สะท้อนจิตวิญญาณนักผจญภัย: ความดุดันที่มาพร้อมการใช้งานจริง

การออกแบบภายนอกของ Lamborghini Huracán Sterrato คือจุดเด่นที่สะดุดตาที่สุด ด้วยการเพิ่มระยะสูงใต้ท้องรถถึง 44 มม. เมื่อเทียบกับ Huracán EVO มาตรฐาน ซึ่งไม่ใช่เพียงการยกสูง แต่เป็นการปรับแต่งช่วงล่างใหม่ทั้งหมดเพื่อรองรับการกระแทกและแรงเหวี่ยงที่มากขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับพื้นผิวขรุขระ หรือแม้กระทั่งการขับลุยในสนามแข่งดิน

นอกจากนี้ การขยายความกว้างของช่วงล้อหน้า 30 มม. และล้อหลัง 34 มม. ยังช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการทรงตัวอย่างเห็นได้ชัดในทุกการเคลื่อนไหว พร้อมด้วยการติดตั้งแผ่นอลูมิเนียมเสริมความแข็งแกร่งใต้ท้องรถส่วนหน้า แผ่นธรณีประตูที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ ดิฟฟิวเซอร์ท้ายที่ดุดัน และซุ้มล้อที่บึกบึน ล้วนบ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะสร้างรถยนต์ที่พร้อมลุยทุกสถานการณ์

หนึ่งในรายละเอียดที่ผมประทับใจมากคือการติดตั้งท่อลมดักอากาศ (Air Intake) แบบคลาสสิกบนฝากระโปรงหลัง ซึ่งไม่เพียงแค่เพิ่มความดุดันแบบรถสปอร์ตเรโทร แต่ยังมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อสมรรถนะของเครื่องยนต์ V10 อันทรงพลัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องขับขี่ในสภาพแวดล้อมที่มีฝุ่นมาก เพื่อให้เครื่องยนต์ได้รับอากาศบริสุทธิ์อย่างเต็มที่

มิติขนาดตัวถังของ Sterrato ถูกปรับให้เหมาะสมกับการขับขี่แบบออฟโรดเล็กน้อย โดยมีความยาว 4,525 มม., กว้าง 1,956 มม. (ไม่รวมกระจกมองข้าง) และสูง 1,248 มม. พร้อมระยะฐานล้อ 2,629 มม. ซึ่งยังคงความปราดเปรียวคล่องตัวตามแบบฉบับ Lamborghini ไว้อย่างครบถ้วน

ภายในห้องโดยสาร: การผสมผสานเทคโนโลยีล้ำสมัยและสัมผัสแห่งนักบิน

เมื่อก้าวเข้ามาในห้องโดยสารของ Lamborghini Huracán Sterrato คุณจะสัมผัสได้ถึงปรัชญา ‘Feel like a pilot’ ที่ Lamborghini นำมาปรับใช้ได้อย่างลงตัว การตกแต่งภายในยังคงความหรูหราตามสไตล์ซูเปอร์คาร์ แต่ได้รับการเสริมด้วยรายละเอียดที่บ่งบอกถึงความพร้อมในการผจญภัย เบาะรุ่นพิเศษในโทนสี Alcantara Verde Sterrato ให้ความรู้สึกโอบกระชับและสปอร์ต พร้อมมอบประสบการณ์การควบคุมที่สมบูรณ์แบบ

จอสัมผัสตรงกลางคอนโซลมาพร้อมอินเทอร์เฟซกราฟิกแบบใหม่ที่ได้รับการปรับปรุงให้ใช้งานง่ายยิ่งขึ้น และที่สำคัญ Sterrato คือซูเปอร์คาร์รุ่นแรกที่มาพร้อมฟีเจอร์พิเศษสำหรับการขับขี่ออฟโรดอย่างแท้จริง นั่นคือมาตรวัดความลาดเอียงแบบดิจิทัล (Digital Inclinometer) ที่แสดงข้อมูลทั้งมุมเอียง การยกตัวของรถ เข็มทิศ ตัวระบุพิกัดทางภูมิศาสตร์ และมุมบังคับเลี้ยว ครบครันทุกการใช้งานในสนามออฟโรด

ระบบ Lamborghini Connect ทำงานร่วมกับ Amazon Alexa ช่วยให้การควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถ เช่น ระบบปรับอากาศ แสงสว่าง ระบบนำทาง การโทรศัพท์ และความบันเทิง เป็นไปอย่างง่ายดายด้วยคำสั่งเสียง และความสะดวกสบายที่เพิ่มขึ้นคือการควบคุมรถจากระยะไกลผ่านแอป Lamborghini UNICA ที่ให้คุณสามารถตรวจสอบความเร็วรถ ส่งพิกัดจุดหมายไปยังระบบนำทาง หรือแม้กระทั่งตรวจสอบสถานะรถได้ทุกที่ทุกเวลา

สำหรับนักขับที่ชื่นชอบการวิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่ แอป UNICA ยังสามารถเชื่อมต่อกับ Apple Watch เพื่อซิงค์ข้อมูลอัตราการเต้นของหัวใจ และที่น่าตื่นเต้นคือฟังก์ชัน Lamborghini Drive Recorder ที่ให้คุณบันทึกทุกช่วงเวลาแห่งความเร้าใจในรูปแบบวิดีโอ ผสานรวมกับระบบ Board Diaries หรือสมุดบันทึกดิจิทัล ช่วยสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่น่าจดจำยิ่งขึ้น

ขุมพลัง V10 และระบบขับเคลื่อน All-wheel Drive: พลังที่พร้อมตอบสนองทุกสภาวะ

หัวใจหลักของ Lamborghini Huracán Sterrato คือเครื่องยนต์ V10 ขนาด 5.2 ลิตร อันเลื่องชื่อ ที่สามารถรีดพละกำลังสูงสุดได้ถึง 610 แรงม้า (PS) พร้อมแรงบิด 560 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์คลัตช์คู่ 7 สปีด และระบบขับเคลื่อน All-wheel Drive ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าอันชาญฉลาด พร้อมเฟืองท้ายแบบ Limited Slip Differential

ด้วยขุมพลังระดับนี้ Sterrato สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้อาจจะดูไม่สูงเท่าซูเปอร์คาร์ในสนามแข่ง แต่สิ่งที่ Sterrato มอบให้คือสมรรถนะที่เชื่อถือได้และสนุกสนานอย่างยิ่งยวด ทั้งบนถนนลาดยางที่คุ้นเคย หรือแม้กระทั่งบนทางลูกรังที่ท้าทาย

จุดเด่นที่ขาดไม่ได้คือระบบ LDVI (Lamborghini Integrated Vehicle Dynamics) ที่ได้รับการอัปเดตให้มีความสามารถสูงสุด และเป็นครั้งแรกในตระกูล Huracán ที่มาพร้อมโหมด RALLY ซึ่งออกแบบมาเพื่อการขับขี่บนพื้นผิวที่มีแรงยึดเกาะต่ำโดยเฉพาะ การผสมผสานระหว่างโหมด STRADA, SPORT และ RALLY ทำให้ Sterrato สามารถปรับการตอบสนองของเครื่องยนต์ ช่วงล่าง และระบบขับเคลื่อนได้อย่างเหมาะสมกับทุกสภาวะ

ระบบเบรกและช่วงล่าง: ความมั่นใจในทุกจังหวะการหยุดและเข้าโค้ง

ระบบเบรกของ Lamborghini Huracán Sterrato คือการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพและความทนทาน ประกอบด้วยคาลิเปอร์อลูมิเนียมแบบฟิกซ์ 6 ลูกสูบในล้อหน้า และ 4 ลูกสูบในล้อหลัง จานเบรกเซรามิกคาร์บอน (Carbon Ceramic Brakes) พร้อมการระบายความร้อนและเจาะรูแบบ Cross-drilled ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 380 มม. หนา 38 มม. สำหรับล้อหน้า และ 356 มม. หนา 32 มม. สำหรับล้อหลัง มอบประสิทธิภาพการหยุดรถที่แม่นยำและสม่ำเสมอแม้ในการใช้งานหนัก

ล้อและยาง: หัวใจสำคัญของสมรรถนะบนทุกพื้นผิว

หนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้ Sterrato แตกต่างอย่างแท้จริงคือชุดล้อและยางที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ร่วมกับยาง Bridgestone Dueler AT002 ซึ่งเป็นยาง All-Terrain ที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อ Huracán Sterrato โดยเฉพาะ การผสมผสานนี้มอบความคล่องตัว การยึดเกาะ และความสามารถในการวิ่งได้บนทุกสภาพพื้นผิวได้อย่างสมบูรณ์แบบ

ยางหน้ามีขนาด 235/40 R19 และยางหลัง 285/40 R19 มาพร้อมเทคโนโลยี Run-flat ที่ช่วยให้นักขับสามารถขับต่อไปได้อย่างปลอดภัยแม้ว่ายางจะรั่วหรือสูญเสียแรงดันลม ยาง Bridgestone Dueler AT002 นี้ได้รับการออกแบบลายดอกยางใหม่และใช้วัสดุผสมผสานอันล้ำสมัย เพื่อให้แรงยึดเกาะที่ยอดเยี่ยมทั้งบนทางกรวด ทางลูกรัง และถนนลาดยาง พร้อมการควบคุมที่เฉียบคมและประสิทธิภาพที่เหนือกว่าเมื่อต้องขับด้วยความเร็วสูง

Lamborghini Ad Personam: สร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ให้เป็นหนึ่งเดียวกับคุณ

สำหรับนักขับที่ต้องการความพิเศษและแตกต่าง Lamborghini Huracán Sterrato พร้อมมอบทางเลือกที่ไร้ขีดจำกัดผ่านโปรแกรม Lamborghini Ad Personam คุณสามารถเลือกโทนสีภายนอกได้มากถึง 350 เฉดสี และเลือกสีของวัสดุตกแต่งภายใน ทั้งหนังและ Alcantara ได้กว่า 60 โทนสี การสร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ในฝันให้สะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างแท้จริง

อนาคตของซูเปอร์คาร์: เทคโนโลยีไฮบริดและความยั่งยืน

การเปิดตัว Lamborghini Temerario ที่มาพร้อมขุมพลัง Plug-in Hybrid ในประเทศไทย ถือเป็นการก้าวสำคัญของ Lamborghini สู่ยุคใหม่แห่งยานยนต์สมรรถนะสูงที่ผสานความแรงเข้ากับความยั่งยืน Temerario ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนผ่าน แต่คือการสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับซูเปอร์คาร์ไฮบริด

ภายใต้ดีไซน์ที่ยังคงความดุดันตามแบบฉบับกระทิงดุ Temerario มาพร้อมขุมพลังใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ V8 ขนาด 4.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลัง 800 แรงม้า ที่สามารถลากรอบได้สูงสุดถึง 10,000 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Axial Flux จำนวน 3 ตัว โดยติดตั้ง 2 ตัวบนเพลาหน้า และอีก 1 ตัวในชุดเกียร์คลัตช์คู่ 8 สปีด มอบพละกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า

ระบบส่งกำลังแบบ All-wheel Drive พร้อมเกียร์อัตโนมัติ AMT Dual Clutch 8 จังหวะ ทำให้ Temerario สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.7 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 343 กม./ชม. นี่คือตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับซูเปอร์คาร์ไฮบริด

นวัตกรรมระบบไฮบริดเพื่อสมรรถนะและความยั่งยืน

มอเตอร์ไฟฟ้าที่ติดตั้งบนเพลาหน้าของ Temerario ไม่เพียงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับเคลื่อน แต่ยังทำให้รถสามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ Lamborghini ในการพัฒนายานยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น

โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ตอบสนองทุกความต้องการ

Temerario นำเสนอโหมดการขับขี่ที่หลากหลายถึง 13 รูปแบบ ควบคุมผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ของ Lamborghini ซึ่งประกอบด้วย 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città, Strada, Sport, Corsa และ Corsa Plus แต่ละโหมดจะปรับการทำงานของระบบส่งกำลัง ช่วงล่าง แอโรไดนามิกส์ และระบบไฮบริดให้เหมาะสมกับสภาวะการขับขี่ที่แตกต่างกัน

นอกจากนี้ ยังมีโหมดการจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด ได้แก่ Recharge, Hybrid และ Performance เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือโหมด Drift Mode ใหม่ล่าสุด ที่ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบ Oversteer เป็นไปอย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ทั้งเร้าใจและควบคุมได้ดั่งใจ

ดีไซน์ที่สะท้อนอากาศพลศาสตร์และแรงบันดาลใจจากนักบิน

การออกแบบของ Lamborghini Temerario ได้รับการคำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์อย่างเข้มงวด เพื่อให้ได้มาซึ่งประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งเสถียรภาพที่ความเร็วสูง การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด ทุกองค์ประกอบได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถัน ตั้งแต่ไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยม แผงปรับทางลม ช่องรับลม ไปจนถึงอุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ ซึ่งช่วยเพิ่มแรงกดท้ายรถได้ถึง 103%

ภายในห้องโดยสารยังคงยึดมั่นในปรัชญา ‘Feel like a pilot’ โดยใช้วัสดุระดับพรีเมียมอย่างคาร์บอนไฟเบอร์ หนัง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica Corsatex Suede การตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์น้ำหนักเบาเป็นออปชันเสริม ช่วยเพิ่มความสปอร์ตและความหรูหรา

เทคโนโลยีจอแสดงผลล้ำสมัยและการเชื่อมต่อ

แผงคอนโซลของ Temerario มาพร้อมหน้าจอแสดงผลถึง 3 จอ ได้แก่ หน้าจอแดชบอร์ดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, หน้าจอแสดงผลส่วนกลางแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้วบนคอนโซลกลาง และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารทรงอัลตร้าไวด์ขนาด 9.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ ผู้ขับสามารถเข้าถึงกล้องติดรถ ธีมอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวก

Lamborghini Vision Unit (LAVU): บันทึกทุกช่วงเวลาแห่งความเร้าใจ

Temerario มาพร้อมฟังก์ชัน Lamborghini Vision Unit (LAVU) สำหรับบันทึกวิดีโอด้วยชุดกล้อง Hi-def 3 ตัว ที่มีมุมมอง 3 รูปแบบ คือ มุมมองด้านหน้า มุมมองในห้องโดยสารจากฝั่งผู้โดยสาร และมุมมองจากด้านหลังเหนือไหล่ของผู้ขับ ซึ่งช่วยให้นักขับสามารถบันทึกประสบการณ์การขับขี่ในทุกมิติ

ราคาและการปรับแต่ง: สัมผัสซูเปอร์คาร์ที่เป็นคุณ

Lamborghini Temerario เปิดราคาจำหน่ายในประเทศไทยเริ่มต้นที่ 23.76 ล้านบาท โดยมีสีพิเศษใหม่ให้เลือก ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius เช่นเดียวกับ Sterrato, Temerario ก็พร้อมมอบอิสระในการปรับแต่งผ่านโปรแกรม Ad Personam ที่นำเสนอสีตัวถังกว่า 400 เฉดสี รวมถึงลวดลายพิเศษ และยังมีล้อแมกใหม่ 3 ดีไซน์ และออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน เพื่อให้คุณได้สร้างสรรค์ซูเปอร์คาร์ที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของคุณได้อย่างสมบูรณ์แบบ

อนาคตของ Lamborghini ในประเทศไทย

จากประสบการณ์ของผม การที่ Lamborghini นำทั้ง Huracán Sterrato และ Temerario มาสู่ตลาดประเทศไทย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของตลาดบ้านเรา และความเข้าใจในความต้องการของนักขับชาวไทยที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะมองหาซูเปอร์คาร์ที่พร้อมลุยทุกอุปสรรคอย่าง Sterrato หรือซูเปอร์คาร์ไฮบริดที่ผสานสมรรถนะและความยั่งยืนอย่าง Temerario Lamborghini พร้อมตอบสนองทุกความปรารถนาของคุณ

หากคุณคือหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในความแรง ความเร็ว และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Lamborghini อย่ารอช้า! สัมผัสประสบการณ์การขับขี่เหนือระดับกับ Lamborghini Huracán Sterrato หรือ Lamborghini Temerario ได้แล้ววันนี้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ แล้วคุณจะพบว่า “ซูเปอร์คาร์” มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่าที่คุณเคยจินตนาการ!

Previous Post

[ครบชุด] T2012017 ไข มและความทรงจำ Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2012022 แม เมา Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2012022 แม เมา Ep.2

[ครบชุด] T2012022 แม เมา Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.