• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T1212144 (ตอนจบ) พาแม วยไปทำงาน ความกต ญญ ของเธอกำล งจะเปล ยนแปลงช ตของเธอ

admin79 by admin79
December 12, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T1212144 (ตอนจบ) พาแม วยไปทำงาน ความกต ญญ ของเธอกำล งจะเปล ยนแปลงช ตของเธอ

จากตำนาน V10 สู่ยุค PHEV: เจาะลึก Lamborghini Huracan STJ ปิดฉากความยิ่งใหญ่ และ Temerario ผู้บุกเบิกอนาคตซูเปอร์คาร์ 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของอุตสาหกรรมซูเปอร์คาร์มาอย่างต่อเนื่อง และในปี 2025 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ Lamborghini แบรนด์กระทิงดุจาก Sant’Agata Bolognese ได้ตอกย้ำจุดยืนแห่งนวัตกรรมและการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ด้วยการส่งท้ายตำนานเครื่องยนต์ V10 อันเป็นเอกลักษณ์ และเปิดฉากยุคใหม่ด้วยขุมพลัง PHEV ที่ทรงพลังและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมยิ่งขึ้น บทความนี้จะพาคุณไปเจาะลึกถึงสองโมเดลสำคัญที่สะท้อนการเปลี่ยนผ่านครั้งประวัติศาสตร์นี้: Lamborghini Huracan STJ รุ่นพิเศษสุดหายาก และ Lamborghini Temerario ซูเปอร์คาร์แห่งอนาคตที่พร้อมจะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ

Lamborghini Huracan STJ: บทเพลงอำลา V10 อันเร้าใจ ที่มีเพียง 10 คันทั่วโลก

การมาถึงของ Lamborghini Huracan STJ (Super Trofeo Jota) ไม่ใช่เพียงแค่การเปิดตัวซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ แต่เป็นการเฉลิมฉลองและบทเพลงอำลาเครื่องยนต์ V10 naturally aspirated อันเป็นหัวใจสำคัญของ Huracan มานานกว่าทศวรรษ ในช่วงเวลาที่โลกยานยนต์กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการใช้พลังงานไฟฟ้า STJ ยืนหยัดอย่างสง่างามในฐานะสัญลักษณ์สุดท้ายของความบริสุทธิ์แห่งการขับขี่ที่เครื่องยนต์สันดาปภายในเท่านั้นจะมอบให้ได้ และด้วยจำนวนการผลิตที่จำกัดเพียง 10 คันทั่วโลก STJ จึงเป็นของสะสมล้ำค่าสำหรับนักสะสมรถยนต์และผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะขั้นสุดยอดอย่างแท้จริง

ชื่อ “Jota” นั้นมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์อย่างยิ่งต่อ Lamborghini ย้อนกลับไปในยุค 70s Miura Jota คือรถทดสอบเพียงคันเดียวที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อมาตรฐาน FIA Appendix J ซึ่งเป็นรถแข่งที่ใช้ในสนามเป็นหลัก การนำชื่อนี้กลับมาใช้กับ STJ จึงไม่ใช่แค่การตั้งชื่อ แต่เป็นการประกาศเจตนารมณ์ว่า Huracan STJ คือที่สุดของความดุดันและสมรรถนะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่งอย่างแท้จริง พัฒนาต่อยอดมาจากรุ่น STO (Super Trofeo Omologata) ซึ่งเป็นรถที่ได้รับการรับรองจากสนามแข่งมาแล้ว STJ จึงได้รับการปรับแต่งในทุกมิติเพื่อยกระดับขีดจำกัดของ Huracan ไปอีกขั้น

วิศวกรรมขั้นสูงสุด: ปรับจูนเพื่อประสิทธิภาพเหนือระดับ

หัวใจสำคัญที่ทำให้ STJ แตกต่างจาก STO คือการปรับแต่งทางวิศวกรรมที่เน้นความแม่นยำและการตอบสนองขั้นสูงสุด ภายใต้ฝากระโปรงยังคงเป็นเครื่องยนต์ V10 NA ขนาด 5.2 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุด 640 แรงม้า ส่งกำลังขับเคลื่อนล้อหลังอย่างดุดัน แต่ความพิเศษอยู่ที่การผสานรวมแพ็คเกจแอโรไดนามิกส์และระบบช่วงล่างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ทั้งหมด

แอโรไดนามิกส์ที่เฉียบคม: STJ มาพร้อมกับชุดคาร์นาร์ด (canards) หรือครีบเรียงอากาศบริเวณกันชนหน้า ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ที่ดุดัน แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มแรงกดด้านหน้า (downforce) ช่วยให้รถยึดเกาะถนนได้ดีขึ้นเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูง ที่ด้านท้าย ปีกหลังขนาดใหญ่สองชั้นที่ได้รับการปรับองศาให้ชันขึ้นอีก 3 องศา ส่งผลให้แรงกดด้านท้ายเพิ่มขึ้นถึง 10% การปรับแต่งเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพียงตัวเลข แต่เป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้รถสามารถเข้าโค้งและรักษาเสถียรภาพได้อย่างยอดเยี่ยมในสนามแข่ง
ช่วงล่างที่ปรับได้ด้วยมือ: นี่คือจุดที่ STJ แตกต่างอย่างมีนัยสำคัญจาก STO วิศวกรของ Lamborghini ได้ถอดระบบปรับแดมป์ปิ้งแบบ Active ด้วยไฟฟ้าออก แล้วแทนที่ด้วยโช้กอัพแบบปรับด้วยมือ 4 ค่า (Fast/Slow Compression และ Fast/Slow Rebound) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการตอบสนองของช่วงล่างได้อย่างละเอียดตามสภาพสนามหรือความต้องการเฉพาะบุคคล การทำงานร่วมกับสปริงที่อ่อนลงเล็กน้อย ช่วยให้การซับแรงกระแทกดีขึ้น ไม่เพียงเพิ่มความสบายในการขับขี่ (เล็กน้อยสำหรับซูเปอร์คาร์) แต่ยังส่งผลให้การควบคุมรถมีความแม่นยำและตอบสนองได้ตามสั่ง (predictable handling) มากยิ่งขึ้น การเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนปรัชญาของ Jota ที่มุ่งเน้นการควบคุมแบบ “ดิบ” และตรงไปตรงมา
น้ำหนักเบาและล้อประสิทธิภาพสูง: ยังคงรักษาปรัชญาการลดน้ำหนักแบบ STO ด้วยการใช้วัสดุน้ำหนักเบา และมาพร้อมล้ออัลลอยด์ฟอร์จขนาด 20 นิ้ว พร้อมระบบเซนเตอร์ล็อค (center lock) ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของรถแข่ง มั่นใจได้ถึงความแข็งแรงและประสิทธิภาพสูงสุด

ผลลัพธ์ของการปรับแต่งเหล่านี้คือ STJ สามารถทำเวลาในสนามทดสอบ Nardo ของ Lamborghini ในอิตาลีได้เร็วกว่า STO ถึง 1 วินาที ซึ่งเป็นการตอกย้ำว่านี่คือ Huracan V10 ที่เร็วที่สุดและมีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่เคยมีมา

ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และมูลค่าการสะสม

เพื่อสะท้อนถึงความพิเศษ STJ ได้รับการออกแบบสีตัวถังให้เลือก 2 แบบ โดยแบบแรกที่โดดเด่นคือตัวถังสีน้ำเงินตัดกับหลังคาสีดำ พร้อมการตกแต่งด้วยสีแดงและสีขาวที่เพิ่มความสปอร์ต ส่วนอีกแบบมาในตัวถังสีเทาพร้อมหลังคาสีดำและการตกแต่งสีแดง-ขาวเช่นกัน แต่ละคันจะมาพร้อมป้ายระบุหมายเลขการผลิต 1-10 ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความหายากและสถานะของนักสะสม และแน่นอนว่าผู้ซื้อสามารถเลือกป้ายทะเบียนแบบกำหนดเองได้ตามข้อกำหนด การเป็นเจ้าของ Huracan STJ จึงไม่เป็นเพียงการได้ครอบครองซูเปอร์คาร์ แต่คือการได้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ Lamborghini ที่กำลังปิดฉากลงอย่างสง่างาม

Lamborghini Temerario: ซูเปอร์คาร์แห่งอนาคต 2025 กับขุมพลัง PHEV 920 แรงม้า

ขณะที่ Huracan STJ เป็นการอำลาอดีต Lamborghini Temerario คือการต้อนรับอนาคตอย่างเต็มตัว ซูเปอร์สปอร์ตคาร์ขุมพลังปลั๊ก-อิน ไฮบริดรุ่นล่าสุดนี้ ไม่เพียงแต่มาแทนที่ Huracan V10 แต่ยังเป็นการประกาศศักราชใหม่ของ Lamborghini ในยุคของการขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ซึ่งสอดคล้องกับทิศทางของตลาดรถยนต์โลกในปี 2025 ที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ ความยั่งยืน และเทคโนโลยีขั้นสูง

Temerario เปิดตัวในตลาดเมืองไทยด้วยราคาเริ่มต้นที่ 23.76 ล้านบาท โดย เรนาสโซ มอเตอร์ ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการสะท้อนความมุ่งมั่นของ Lamborghini ในการนำเสนอสุดยอดนวัตกรรมสู่ผู้บริโภคชาวไทยอย่างต่อเนื่อง

ขุมพลังไฮบริด V8 ทวินเทอร์โบ: การผสานที่ลงตัวระหว่างพละกำลังและความก้าวหน้า

หัวใจสำคัญของ Temerario คือขุมพลังไฮบริดเจเนอเรชั่นใหม่ที่ประกอบด้วยเครื่องยนต์ V8 ทวินเทอร์โบขนาด 4.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 800 แรงม้า ซึ่งสามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงถึง 10,000 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดมหาศาล 730 นิวตันเมตร ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าแบบ Axial flux 3 ตัว โดย 2 ตัวติดตั้งที่เพลาหน้า และอีก 1 ตัวติดตั้งในชุดเกียร์ดับเบิลคลัตช์ 8 สปีด การทำงานร่วมกันนี้ปลดปล่อยพละกำลังรวมสูงสุดถึง 920 แรงม้า ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจสำหรับซูเปอร์คาร์ในยุคนี้ ส่งกำลังด้วยชุดเกียร์อัตโนมัติ AMT Dual Clutch 8 จังหวะแบบ AWD ทำให้อัตราเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ทำได้ภายในเวลาเพียง 2.7 วินาที และความเร็วสูงสุดถึง 343 กม./ชม.

นอกจากพละกำลังอันมหาศาลแล้ว ระบบ PHEV ยังมาพร้อมชุดแบตเตอรี่ Lithium-ion ขนาด 3.8 kWh ที่รองรับการชาร์จไฟแบบ AC สูงสุด 7 kW ทำให้ Temerario สามารถขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% ได้ในระยะทางที่เหมาะสม ซึ่งมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO₂ ได้สูงสุดถึง 50% เมื่อเทียบกับรุ่น Huracán เป็นการตอกย้ำถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมโดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพ

การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์: ทุกเส้นสายเพื่อสมรรถนะ

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมขอยกย่อง Temerario ในด้านการออกแบบที่พิถีพิถันทุกรายละเอียด โดยมุ่งเน้น 3 เป้าหมายหลัก ได้แก่ เสถียรภาพที่ความเร็วสูง, การระบายความร้อนที่ดีขึ้น และประสิทธิภาพการเบรกขั้นสูงสุด การออกแบบนี้เป็นผลมาจากการวิจัยและพัฒนาอย่างเข้มข้นในอุโมงค์ลม ทำให้ทุกองค์ประกอบมีบทบาทสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศ

ดวงไฟ DRL ทรงหกเหลี่ยมและแผงปรับทางลม: ไม่เพียงแต่เป็นเอกลักษณ์ด้านดีไซน์ แต่ยังทำหน้าที่เป็นแผงปรับทางลมและช่องรับลมที่ช่วยจัดการการไหลเวียนของอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
อุปกรณ์สร้างการหมุนเวียนของลมใต้ท้องรถ (Underbody Aerodynamics): เทคโนโลยีนี้มีบทบาทสำคัญในการสร้างแรงกดด้านท้ายเพิ่มขึ้นถึง 103% ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่ง ช่วยให้รถมีเสถียรภาพสูงสุดขณะทำความเร็วสูง
Alleggerita Pack และช่องกลางหลังคา: การใช้วัสดุน้ำหนักเบา และการออกแบบช่องกลางหลังคาที่เชื่อมต่อกับสปอยเลอร์หลังอย่างกลมกลืน ช่วยเสริมประสิทธิภาพการไหลของอากาศได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขอบฝากระโปรงเครื่องยนต์ด้านข้าง: ดีไซน์โค้งมน ไม่เพียงเพื่อความสวยงาม แต่ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการไหลเวียนของอากาศบริเวณท้ายรถ

ช่วงล่างและระบบเบรก: ความปลอดภัยและแม่นยำขั้นสุด

Temerario มาพร้อมล้อแบบ Full Aluminium ขนาด 20 นิ้วที่คู่หน้า รัดด้วยยาง Bridgestone Potenza Sport ขนาด 255/35 ZR20 ส่วนด้านหลังเป็นล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว รัดด้วยยาง Bridgestone Potenza Sport ขนาด 325/30 ZR21 ระบบเบรกเป็นแบบคาร์บอนเซรามิก CCB Plus พร้อมคาลิเปอร์แบบ Fixed Monoblock Aluminum ด้านหน้า 10 พ็อต และด้านหลัง 4 พ็อต ซึ่งให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่เหนือชั้นและทนทานต่อการใช้งานหนักในสนามแข่ง

ห้องโดยสาร: “Feel like a pilot” กับเทคโนโลยีแห่งอนาคต

แนวคิดการออกแบบภายในของ Temerario สะท้อนความรู้สึก “เสมือนเป็นนักบิน” ด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานระหว่างความหรูหราและฟังก์ชันการใช้งานระดับสนามแข่ง วัสดุที่หลากหลายทั้งคาร์บอนไฟเบอร์, หนัง และไมโครไฟเบอร์ Dinamica Corsatex Suede ทั่วทั้งห้องโดยสารมอบสัมผัสที่พิเศษ

แผงแดชบอร์ด 3 จอ: นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยด้วยแดชบอร์ดดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว, จอแสดงผลส่วนกลางแบบแนวตั้งขนาด 8.4 นิ้วที่ฝังอยู่บนคอนโซลกลาง และหน้าจอสำหรับผู้โดยสารทรงอัลตร้าไวด์ขนาด 9.1 นิ้ว ที่แสดงข้อมูลรถแบบเรียลไทม์ ผู้ขับสามารถเข้าถึงกล้องติดรถ, ธีมอินเทอร์เฟซที่เปลี่ยนตามโหมดการขับขี่ และฟังก์ชันขั้นสูงอย่าง Telemetry 2.0 ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว
พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน: ติดตั้งปุ่มควบคุมโหมดการขับขี่, ฟังก์ชันยกตัวรถ, ปุ่ม “Race Start”, ไฟเลี้ยว และ Launch Control เพื่อให้ผู้ขับมีสมาธิกับการขับขี่สูงสุด
Lamborghini Vision Unit (LAVU): ระบบบันทึกวิดีโอด้วยชุดกล้อง Hi-def 3 ตัว ที่ให้มุมมองถึง 3 รูปแบบ (ด้านหน้า, ในห้องโดยสารจากฝั่งผู้โดยสาร, และด้านหลังเหนือไหล่ของผู้ขับ) เพื่อบันทึกทุกช่วงเวลาแห่งความเร้าใจ

โหมดการขับขี่ที่หลากหลาย: ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน

Temerario มาพร้อมโหมดการขับขี่มากถึง 13 รูปแบบ ผ่านระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent Management) ของ Lamborghini โดยแบ่งเป็น 5 โหมดหลัก ได้แก่ Città (ในเมือง), Strada (ถนน), Sport, Corsa (สนามแข่ง), และ Corsa Plus (สนามแข่งขั้นสุด) ซึ่งแต่ละโหมดจะปรับการส่งกำลัง, ระบบช่วงล่าง, แอโรไดนามิกส์, และประสิทธิภาพของระบบไฮบริดให้เหมาะสมกับทุกสภาพการขับขี่

นอกจากนี้ยังมีโหมดจัดการพลังงานไฮบริดอีก 3 โหมด (Recharge, Hybrid, Performance) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและการชาร์จไฟจากแรงเบรก และที่น่าตื่นเต้นที่สุดคือโหมดใหม่ล่าสุดอย่าง Drift Mode ที่สามารถควบคุมและปรับแรงบิดได้ 3 ระดับ ช่วยให้การควบคุมการหักเลี้ยวแบบโอเวอร์สเตียร์เป็นไปได้อย่างแม่นยำ มอบประสบการณ์ที่ทั้งเร้าใจและควบคุมได้อย่างมั่นใจ

การปรับแต่งเฉพาะตัว: Ad Personam

Temerario มีให้เลือก 2 สีพิเศษใหม่ ได้แก่ สีฟ้า Blu Marinus และสีเขียว Verde Mercurius แต่เหนือสิ่งอื่นใด Lamborghini ยังคงมอบอิสระให้ลูกค้าปรับแต่งรถเพื่อสะท้อนตัวตนได้อย่างไม่รู้จบผ่านโปรแกรม Ad Personam ที่นำเสนอสีตัวถังกว่า 400 เฉด รวมถึงลวดลายพิเศษ, ล้อแม็กดีไซน์ใหม่ 3 แบบ และออปชันคาร์บอนไฟเบอร์สำหรับตกแต่งทั้งภายในและภายนอกหลากหลายชิ้นส่วน ไม่ว่าจะต้องการสื่อถึงความสปอร์ต, ความหรูหรา หรือทั้งสองอย่างในแบบเฉพาะตัว ทุกการคัสตอมคือภาพสะท้อนบุคลิกและไลฟ์สไตล์ของเจ้าของอย่างแท้จริง

อนาคตของ Lamborghini: นวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยความหลงใหล

การมาถึงของ Lamborghini Huracan STJ และ Temerario ในปี 2025 เป็นหลักฐานที่ชัดเจนว่า Lamborghini ไม่ได้เพียงแค่ปรับตัวตามยุคสมัย แต่ยังคงเป็นผู้นำในการสร้างสรรค์นวัตกรรมและขีดจำกัดใหม่ๆ ของยานยนต์สมรรถนะสูง STJ เป็นการรำลึกถึงยุคทองของเครื่องยนต์สันดาปธรรมชาติที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจ ในขณะที่ Temerario คือการก้าวสู่ยุคใหม่ที่พลังงานไฟฟ้าและไฮบริดเข้ามามีบทบาทสำคัญ โดยไม่ทิ้งจิตวิญญาณแห่ง “กระทิงดุ” ที่มอบความตื่นเต้นและพละกำลังที่ไม่มีใครเทียบได้

ในฐานะนักวิเคราะห์ตลาด ผมมองว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดของ Lamborghini ในการรักษาฐานลูกค้าเดิมที่ชื่นชอบความดุดันและสมรรถนะ พร้อมกับขยายฐานลูกค้าใหม่ที่ใส่ใจในเรื่องเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ด้วยกลยุทธ์ที่เน้นความพิเศษเฉพาะตัว (Limited Production) สำหรับรุ่นสุดท้ายของ V10 และการนำเสนอเทคโนโลยี PHEV ที่ล้ำสมัยในรุ่น Temerario ทำให้ Lamborghini ยังคงรักษาสถานะผู้นำในตลาดซูเปอร์คาร์ได้อย่างแข็งแกร่ง และด้วยเทคโนโลยีไฮบริดที่สามารถลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้มากถึง 50% ทำให้ Temerario ไม่เพียงแต่เป็นรถที่ทรงพลัง แต่ยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่สำคัญมากขึ้นสำหรับผู้ซื้อซูเปอร์คาร์ในปัจจุบัน

บทสรุป

ปี 2025 คือหมุดหมายสำคัญในประวัติศาสตร์ Lamborghini ที่เต็มไปด้วยความท้าทายและโอกาส STJ คือบทสรุปอันงดงามของตำนาน V10 ที่จะถูกจดจำไปตลอดกาล ส่วน Temerario คือการเปิดหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ที่พิสูจน์ให้เห็นว่า Lamborghini พร้อมแล้วที่จะขับเคลื่อนสู่อนาคตด้วยความเร็ว พลัง และความรับผิดชอบอย่างแท้จริง ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่หลงใหลในเสียงคำรามสุดท้ายของ V10 หรือผู้ที่กำลังมองหาซูเปอร์คาร์แห่งอนาคตที่ผสานเทคโนโลยีและสมรรถนะเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว Lamborghini มีคำตอบให้คุณเสมอ

ค้นพบอนาคตของซูเปอร์คาร์วันนี้! สัมผัสประสบการณ์เหนือระดับกับ Lamborghini Temerario และร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยานยนต์ที่ไม่หยุดนิ่ง เยี่ยมชมโชว์รูมของเรา หรือติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อรับประสบการณ์แห่งความตื่นเต้นที่ไร้ขีดจำกัด

Previous Post

[ครบชุด] T1212141 หล งจากท อก บแม เส ชายเผยธาต แท นเก ดไรข นก นแน นเก ดไรข นก นแน

Next Post

T1112140 เธอเป นล กท เก บมาเล ยง เธอไม แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

Next Post
T1112140 เธอเป นล กท เก บมาเล ยง เธอไม แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

T1112140 เธอเป นล กท เก บมาเล ยง เธอไม แม แท ๆของเธอเป นมหาเศรษฐ จนกระท งว นน มาถ part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.