Dodge Viper ออกรุ่นพิเศษ 4 รุ่นก่อนปิดตำนานครบรอบ 25 ปี
26 มิถุนายน 2016 เวลา 20:23 น. | หมวดหมู่ New Cars : Worldwide, NEWS | โดย AE110 | อ่านไปแล้ว: 1711
หลังจากที่สร้างตำนานมาเป็นเวลา 25 ปีในที่สุด Dodge Viper ก็มาถึงฉากสุดท้ายเนื่องจากจะไม่มี
รุ่นถัดไปออกมาสานต่อ และในโอกาสนี้ FCA จึงส่ง Viper รุ่นพิเศษออกมามากถึง 4 รุ่นซึ่งทั้งหมด
ล้วนตกแต่งออกมาในรูปแบบเดียวกันกับ Viper รุ่นพิเศษ 4 รุ่นที่เคยเผยโฉมมาก่อนหน้านี้ ทุกคัน
มีพื้นฐานมาจากรุ่นย่อย 2017 Viper ACR

ทุกคันมาพร้อมกับเครื่องยนต์ V10 8.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 654 แรงม้า (PS) ที่ 6,200 รอบ/ นาทีและ
แรงบิดสูงสุด 82.95 กก-ม. (813 นิวตันเมตร) ที่ 5,000 รอบ/ นาที ทำงานร่วมกับเกียร์ธรรมดา 6 จังหวะ
ส่งกำลังผ่านล้อหลัง ทุกรุ่นยกเว้น Snakeskin Edition จะมาพร้อมกับชุดแต่งแบบ Extreme Aero
Package, เบรกคาร์บอนเซรามิก, ป้ายชื่อรุ่นพิเศษ, และระบุชื่อลูกค้าที่แผงประตูคนขับ ทั้ง 4 รุ่นมา
พร้อมกับผ้าคุลมรถสีเดียวกับตัวถังส่วนรายละเอียดปลีกย่อยมีดังต่อไปนี้
Viper Snakeskin Edition GTC


คันนี้ตกแต่งไม่เหมือนชาวบ้านเท่าใดเพราะมากับชุดแต่งแบบ Advanced Aero Package และสติกเกอร์
คาดกลางสีดำสไตล์ SRT ภายในเป็นแบบ GT สีดำ ส่วนสีเขียวที่เห็นนี้เป็นแบบเดียวกับ Snakeskin รุ่น
แรกที่ออกจำหน่ายในปี 2010 แต่รุ่นพี่นั้นผลิตขึ้นมา 31 คันในขณะที่รุ่นน้องเหลือแค่ 25 คัน
Viper Voodoo II ACR


คันนี้มาในสีดำ Graphite Metallic พร้อมสติกเกอร์ตกแต่งด้านข้างเล็กน้อย ภายในตกแต่งด้วยด้ายเงิน
ผลิตขึ้นมาจำนวนจำกัด 31 คันเท่ากับ Voodoo ACR รุ่นแรกที่เผยโฉมในปี 2010
Viper GTS-R Commemorative Edition ACR


คันนี้มากับสีขาว Pearl White ตัดกับ Blue Pearl แบบเดียวกับ 1998 Viper GTS-R GTS Championship
Edition อันเป็นรุ่นพิเศษที่ส่งออกมาเฉลิมฉลองชัยชนะใน 1997 FIA GT2 โดยที่ภายนอกเสริมด้วยชุดแต่ง
คาร์บอนไฟเบอร์พร้อมลายธงชาติ USA บริเวณเสา B-Pillar ภายในตกแต่งด้วยด้ายแดงพร้อมเข็มขัดนิรภัย
ขอบแดง ส่วนที่คอลโซลนั้นจะมีตรา GTS-R ประทับอยู่ GTS-R รุ่นนี้ผลิตแค่ 100 คันเท่ากับรุ่นพิเศษปี 1998
Viper 1:28 ACR


รุ่นนี้ทำขึ้นมาเพื่อรำลึก 2016 Viper ACR สามารถทุบสถิติเวลาต่อรอบที่ Leguna Seca Raceway ด้วยเวลา
1:28.65 นาทีในเดือนตุลาคม 2015 และคันนี้มาพ่นสีดำตัดด้วยกราฟฟิกสีแดง ภายในมีป้ายระบุชื่อรุ่นพิเศษ
พร้อมใช้ด้ายแดงตกแต่งภายในทั่วไป รุ่นนี้จำนวนจำกัด 28 คันสำหรับแรงบัลดาลใจของคันนี้มาจาก 2010
Viper 1:33 ACR ผลิตจำนวนจำกัดแค่ 33 คันหลังทำเวลาที่สนามเดียวกันในปี 2009 ด้วยเวลา 1:33:195 นาที
นอกจากนี้ Dodge ยังมีทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชอบตกแต่งเองอีกด้วย ด้วยข้อเสนอ 1 of 1 ในการตกแต่ง
Viper ของตัวเองตามใจชอบด้วยสีตัวถังมากถึง 16,000 สี, สติกเกอร์อีก 24,000 แบบ, ล้อ 16 ลาย, สีที่
ใช้ตกแต่งภายใน 16 เฉดสี, ชุดแต่ง 7 แบบ, ระบบเบรก 3 ตัวเลือก, และช่วงล่างอีก 4 รูปแบบซึ่งมีโอกาส
เพียง 1 ใน 50 สิบล้านเท่านั้นที่จะเจอรถแฝดที่มีทุกอย่างเหมือนกันเพราะตัวเลือกเหล่านี้ นับว่าตอบโจทย์
ทั้งคนชอบรุ่นพิเศษสำเร็จรูปและตกแต่งเองตามใจนึกจริงๆ
.
ที่มา : autoblog, motortrend
CHEVROLET CORVETTE ZR1 สุดยอดรถสปอร์ทสายพันธุ์อเมริกัน เร็วกว่า 346 กม./ชม.
1 Nov 2024

ปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนของการชุมนุมรถสปอร์ท 3 ชาติพันธุ์ ด้วยโมเดลใหม่ล่าสุดของรถ CHEVROLET CORVETTE (เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์) ซึ่งถือกันว่าเป็นรถสปอร์ทคู่บ้านคู่เมืองของคนอเมริกัน
CHEVROLET CORVETTE เป็นรถสปอร์ท 2 ประตู 2 ที่นั่ง ที่มีตัวถังให้เลือก 2 แบบ คือ ตัวถังคูเปหลังคาแข็ง กับตัวถังเปิดประทุน ตัวถังแบบหลังนี้บางรุ่นก็เป็นตัวถังเปิดประทุนที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า CONVERTIBLE (คอนเวอร์ทิเบิล) แต่บางรุ่นก็เป็นตัวถังเปิดประทุนอย่างที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า ROADSTER (โรดสเตอร์)
CHEVROLET CORVETTE รุ่นแรก ซึ่งมีทั้งตัวถังคูเป ตัวถังเปิดประทุน CONVERTIBLE และผิดแปลกไปจากรถรุ่นต่อๆ มา ตรงที่ตัวถังทำจากวัสดุสังเคราะห์ซึ่งรู้จักกันในชื่อ FIBERGLASS (ไฟเบอร์กลาสส์) เริ่มการจำหน่ายในสหรัฐอเมริกาในฐานะรถรุ่นปี 1953 และจากนั้นจนวันนี้ซึ่งยาวนานกว่า 7 ทศวรรษ รถสปอร์ทอนุกรมนี้เปลี่ยนรุ่นไปแล้วรวม 7 ครั้ง ในปี 1963, 1968, 1984, 1997, 2005, 2014 และ 2020 และมียอดผลิตมากกว่า 1.8 ล้านคัน

รถรุ่นปัจจุบัน (รุ่นที่ 8) ซึ่งก็มีทั้งตัวถังคูเป ตัวถังเปิดประทุน และใช้โรงงานที่เมือง BOWLING GREEN (โบว์ลิง กรีน) ในรัฐ KENTUCKY (เคนทัคคี) เป็นที่ผลิต เปิดตัวเมื่อเดือนกรกฎาคม 2019 และเริ่มการจำหน่ายไม่นานหลังจากนั้นในฐานะรถรุ่นปี 2020 เมื่อเริ่มการจำหน่ายมีรถโมเดลเดียว คือ CHEVROLET CORVETTE STINGRAY ซึ่งทั้งรถคูเป และรถเปิดประทุน มีขนาดตัวถังยาว 4.630 ม. กว้าง 1.933 ม. และสูง 1.234 ม. ติดตั้งระบบขับล้อหลัง ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง OHV วี 8 สูบ 6,162 ซีซี 366 กิโลวัตต์/490 แรงม้า ทำงานร่วมกันกับระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ใน 2.9 วินาที
ในระยะต่อมาจึงเพิ่มรถให้เลือกอีก 2 โมเดล คือ CHEVROLET CORVETTE Z06 (เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์ เซด 06) กับ CHEVROLET CORVETTE E-RAY (เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์ อี-เรย์)
โมเดลแรกติดตั้งเครื่องยนต์เบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 32 วาล์ว 5.5 ลิตร 500 กิโลวัตต์/670 แรงม้า ส่งกำลังสู่ล้อคู่หลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. โดยใช้เวลาเพียง 2.6 วินาที ส่วนโมเดลหลังซึ่งเปิดตัวเมื่อเดือนมกราคม 2023 และมีกำหนดเริ่มจำหน่ายก่อนหมดปีในฐานะรถรุ่นปี 2024 เป็นรถขับเคลื่อนทุกล้อด้วยระบบไฮบริดชนิดไม่ต้องเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จไฟ เป็นระบบซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง วี 8 สูบ 32 วาล์ว 6,162 ซีซี 369 กิโลวัตต์/495 แรงม้า และระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ ขับล้อคู่หลัง และใช้มอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 120 กิโลวัตต์/160 แรงม้า ขับล้อคู่หน้า ได้กำลังรวมสูงสุด 489 กิโลวัตต์/655 แรงม้า สามารถทำอัตราเร่ง 0-96 กม./ชม. ในเวลาแค่ 2.5 วินาที
ส่วน CHEVROLET CORVETTE ZR1 (เชฟโรเลต์ คอร์เวทท์ เซดอาร์ 1) ที่นำมาปิด “ระเบียงรถใหม่” ในเดือนนี้ เป็นรถโมเดลล่าสุด เพิ่งเปิดตัวเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2024 และมีกำหนดเริ่มจำหน่ายก่อนสิ้นปีในฐานะรถรุ่นปี 2025

ความพิเศษแบบสุดๆ ของรถโมเดลนี้ คือ เครื่องยนต์ที่ซ่อนตัวอยู่ภายใต้ฝากระโปรงหน้า เป็นเครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดเชื้อเพลิงโดยตรง DOHC วี 8 สูบ 32 วาล์ว ความจุ 5.5 ลิตร ที่ผู้ผลิตกล่าวอ้างว่า เป็นเครื่องยนต์ วี 8 สูบ ผลิตในสหรัฐอเมริกา โดยบริษัทรถยนต์ที่ทรงพลังที่สุด ซึ่งก็น่าเชื่อว่าเป็นความจริง เพราะเครื่องยนต์บลอคที่ว่านี้ ให้กำลังสูงสุดที่สูงถึง 794 กิโลวัตต์/1,064 แรงม้า ที่ 7,000 รตน. และให้แรงบิดสูงสุดที่สูงถึง 1,123 นิวทันเมตร/114.6 กก.ม. ที่ 6,000 รตน.
นับเป็นรถสปอร์ทสายพันธุ์อเมริกันที่ทั้งแรง และเร็วจนขนลุกเมื่อเห็นตัวเลข ผู้ผลิตคาดหมายว่า RACETRACK TOP SPEED (เรศทแรค ทอพ สปีด) หรือความเร็วสูงสุดเมื่อทดสอบในสนามแข่งรถ จะสูงกว่า 215 ไมล์/กม. หรือ 346 กม./ชม. และการทำระยะทางควอร์เตอร์ไมล์ หรือประมาณ 400 ม. จะใช้เวลาไม่ถึง 10 วินาที
นอกจากเครื่องยนต์ และความเร็วที่ว่านี้แล้ว ยังมีจุดอื่นๆ อีกหลายจุด ที่ทำให้รถใหม่โมเดลนี้แตกต่างไปจากรถอนุกรมเดียวกันโมเดลอื่นๆ ตัวอย่างเช่น กระจกบานหลังที่แยกเป็น 2 ส่วนอย่างที่เห็นในภาพ และการใช้ CARBON FIBER ROOF หรือหลังคาทำจากคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งช่วยลดน้ำหนักรถ และทำให้จุดศูนย์กลางความถ่วงอยู่ต่ำลง
เป็นรถที่เชื่อว่า คงไม่มีใครนำเข้ามาวิ่งตามท้องถนนในประเทศไทย
CHEVROLET CORVETTE ZR1
รถสปอร์ทคูเป 2 ประตู 2 ที่นั่ง/รถสปอร์ทเปิดประทุน 2 ประตู 2 ที่นั่ง
วางเครื่องกลางลำค่อนไปทางหลัง (REAR MID-ENGINE) ขับเคลื่อนล้อหลัง
เครื่องยนต์ทวินเทอร์โบเบนซินฉีดตรง วี 8 สูบ 5.5 ลิตร 794 กิโลวัตต์/1,064 แรงม้า
ระบบเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่ 8 จังหวะ
ความเร็วสูงสุด สูงกว่า 346 กม./ชม. (คาดหมาย)

![[ครบชุด] T0812118 เลวได Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-578.png)
![[ครบชุด] T0812122 ไม ใครอยากม อด ตท าร งเก ยจ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/12/image-579.png)