Pagani Huayra R EVO: 900 แรงม้า สู่มิติใหม่แห่งไฮเปอร์คาร์ในสนามแข่ง 2025 พร้อมจัดอันดับ 10 รถแพงที่สุดในโลกที่ควรรู้
ในโลกยานยนต์ปี 2025 ที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงและนวัตกรรมอันไร้ขีดจำกัด การแสวงหาสมรรถนะขั้นสูงสุดและความพิเศษเฉพาะตัวยังคงเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงระดับไฮเปอร์คาร์ ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะ แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่หลอมรวมความเร็ว ความหรูหรา และความหายากเข้าไว้ด้วยกัน ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของรถยนต์เหล่านี้ และในปีนี้ เราจะพาคุณเจาะลึกไปกับหนึ่งในดาวเด่นที่ร้อนแรงที่สุด นั่นคือ Pagani Huayra R EVO พร้อมสำรวจตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่และจัดอันดับรถที่แพงที่สุดในโลกประจำปี 2025
Pagani Huayra R EVO: ปฏิวัติขีดจำกัดในสนามแข่งในปี 2025
Pagani Automobili แบรนด์รถยนต์สัญชาติอิตาลีที่ไม่เคยหยุดนิ่งในการสร้างสรรค์ “ศิลปะแห่งยานยนต์” ได้เปิดตัว Huayra R EVO ในฐานะทายาทสายตรงของ Huayra R ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ไว้ในปี 2021 แต่ในเวอร์ชัน “EVO” นี้ คือการยกระดับสู่จุดสูงสุดของคำว่า “ไฮเปอร์คาร์สนามแข่ง” ด้วยการผสานความงามอันไร้ที่ติเข้ากับพละกำลังและเทคโนโลยีที่เหนือจินตนาการ นี่คือบทสรุปที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญเห็นว่าทำให้ Huayra R EVO กลายเป็นมาตรฐานใหม่ของรถแข่งสมรรถนะสูงในปี 2025
Huayra R EVO ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออวดโฉมบนท้องถนน แต่เพื่อพิชิตความเร็วและเวลาในทุกโค้งของสนามแข่ง ด้วยแรงบันดาลใจจากรถแข่ง IndyCar และการออกแบบในสไตล์ Codalunga (หางยาว) ซึ่งสะท้อนถึงรถแข่งในยุคทอง ผู้ออกแบบได้ขยายความยาวส่วนท้ายของตัวรถออกไปถึง 190 มิลลิเมตร พร้อมกับสปิตเตอร์หน้าที่มีความยาวเพิ่มขึ้น 4 นิ้ว และฝากระโปรงหน้าที่ยาวขึ้นกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงาม แต่เป็นหัวใจสำคัญของระบบแอโรไดนามิกส์ที่ซับซ้อน
สปิตเตอร์หน้าที่ขยายใหญ่ขึ้น ทำงานร่วมกับคาร์นาดสองชั้นที่ติดตั้งอยู่บริเวณด้านหน้า ช่วยเพิ่มแรงกดด้านหน้าให้ตัวรถยึดเกาะถนนได้ดีเยี่ยมในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ขณะที่ด้านท้าย การติดตั้งปีกหลังใหม่ที่มาพร้อมครีบกลาง ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) ได้อย่างน่าทึ่งถึง 45% และยังเสริมประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์โดยรวมเพิ่มขึ้นอีก 21% เมื่อเทียบกับ Huayra R รุ่นก่อนหน้า ที่น่าสนใจเป็นพิเศษคือหลังคาที่สามารถถอดแยกออกได้เป็น 2 ชิ้น ซึ่งไม่เพียงแต่ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบเปิดโล่งอันน่าตื่นเต้น แต่ยังช่วยเพิ่มแรงกดโดยรวมอีก 5% ในโหมดเปิดหลังคา นี่คือการผสมผสานที่ชาญฉลาดระหว่างสุนทรียภาพและฟังก์ชันการทำงานที่เน้นประสิทธิภาพสูงสุดในสนาม
หัวใจอันคำราม: เครื่องยนต์ V12 N/A ที่ทรงพลังที่สุดของ Pagani
ในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามามีบทบาทอย่างแพร่หลาย Pagani Huayra R EVO ยังคงยืนหยัดด้วยหัวใจที่แท้จริงของยานยนต์สมรรถนะสูง: เครื่องยนต์ V12 N/A (ไม่มีระบบอัดอากาศ) ขนาด 6.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจากเครื่องยนต์ Pagani V12-R ของ Huayra R เครื่องยนต์ “Pagani V12-R Evo” นี้ คือจุดสูงสุดของความบริสุทธิ์และพละกำลัง สามารถผลิตแรงม้าได้มหาศาลถึง 900 แรงม้า ที่ 8,750 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 770 นิวตันเมตร ในช่วง 5,800-8,200 รอบ/นาที และสามารถลากรอบเครื่องยนต์ได้สูงสุดถึง 9,200 รอบ/นาที ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าทึ่งสำหรับเครื่องยนต์ไร้ระบบอัดอากาศ
การอัปเกรดไม่ได้จำกัดแค่ตัวเลขแรงม้า แต่ยังรวมถึงรายละเอียดปลีกย่อยทางวิศวกรรมที่สำคัญ เช่น ท่อร่วมไอดีที่ได้รับการปรับปรุงใหม่ การออกแบบทรัมเป็ตและเพลาลูกเบี้ยวใหม่เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการดูดอากาศ รวมถึงการปรับเซ็ตระบบไอเสียใหม่ทั้งหมด ซึ่งไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานของเครื่องยนต์ แต่ยังให้เสียงคำรามอันดุดันและเร้าใจ ที่จะทำให้ผู้ขับขี่และผู้ชมขนลุกซู่ทุกครั้งที่เสียงเครื่องยนต์แผดคำรามไปทั่วสนาม ส่งกำลังผ่านชุดเกียร์ซีเควนเซียล 6 สปีดที่พัฒนาโดย HWA ซึ่งถูกออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อการส่งผ่านกำลังที่รวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ Huayra R EVO สามารถทะยานความเร็วไปได้กว่า 320 กม./ชม. อย่างไม่ยากเย็น
ช่วงล่างและระบบเบรกที่ตอบสนองเฉียบคม
เพื่อรองรับพละกำลังมหาศาลและแรงกดมหาศาลที่เกิดขึ้นในสนาม Pagani ได้ติดตั้งระบบช่วงล่างแบบปีกนกคู่อะลูมิเนียมอัลลอยด์ที่แข็งแกร่งและน้ำหนักเบา พร้อมสปริงคอยล์โอเวอร์และโช้คอัพที่ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสามารถทำงานร่วมกับระบบแอโรไดนามิกส์แบบแอคทีฟของตัวรถได้อย่างไร้รอยต่อ สิ่งนี้ทำให้ Huayra R EVO มีการควบคุมที่แม่นยำและเสถียรภาพในระดับสูงสุดในทุกสถานการณ์ ไม่ว่าจะอยู่ในโค้งแคบหรือทางตรงด้วยความเร็วสูง
ชุดล้อ Aeroblade ดีไซน์เฉพาะตัวถูกรัดด้วยยาง Pirelli P Zero Slick รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ออกแบบมาเพื่อการยึดเกาะสูงสุดในสนามแข่ง โดยมีขนาด 280/680 R19 สำหรับล้อหน้า และ 345/725 R20 สำหรับล้อหลัง ระบบเบรก Brembo คาร์บอนเซรามิก (CCM-R) พร้อมระบบระบายอากาศในตัวแบบใหม่ล่าสุด ให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยมและสม่ำเสมอภายใต้สภาวะการใช้งานหนักในสนามแข่ง ลดอาการเฟดของเบรกได้อย่างมีนัยสำคัญ
ห้องโดยสารที่เน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง
ภายในห้องโดยสารของ Huayra R EVO ถูกออกแบบมาในแนวคิดของรถแข่งอย่างแท้จริง แต่ยังคงแฝงไว้ซึ่งความหรูหราตามแบบฉบับ Pagani เบาะนั่งทำจากวัสดุกันไฟ ใช้โฟม Ener-Core EC 50 ที่สามารถปรับแต่งเข้ารูปกับสรีระของแต่ละบุคคลได้อย่างสมบูรณ์แบบ ให้ความกระชับและรองรับทุกการเคลื่อนไหวของผู้ขับขี่ พร้อมเข็มขัดนิรภัย 6 จุดเพื่อความปลอดภัยสูงสุด นี่คือ cockpit ที่สร้างมาเพื่อเชื่อมโยงผู้ขับขี่เข้ากับเครื่องจักรได้อย่างไร้รอยต่อ ทำให้ทุกการควบคุมเป็นไปอย่างเป็นธรรมชาติและแม่นยำ
ประสบการณ์ Arte in Pista: ความพิเศษเหนือกว่าการครอบครอง
แม้ว่า Pagani จะยังไม่ได้เปิดเผยราคาจำหน่ายอย่างเป็นทางการสำหรับ Huayra R EVO แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ ผู้ที่ได้ครอบครองสุดยอดไฮเปอร์คาร์คันนี้ จะได้รับโอกาสอันเป็นเอกสิทธิ์ในการเข้าร่วมโปรแกรม “Arte in Pista” ซึ่งเป็นการแข่งขันและอีเวนต์สุดพิเศษที่สงวนไว้สำหรับเจ้าของ Pagani Track Hypercar เท่านั้น นี่ไม่ใช่แค่การซื้อรถ แต่เป็นการเข้าร่วมคอมมูนิตี้ระดับโลกที่หลงใหลในความเร็วและศิลปะแห่งยานยนต์ ซึ่งสะท้อนถึงปรัชญาของ Pagani ที่มักจะให้ความสำคัญกับประสบการณ์และมรดกที่ส่งมอบให้กับลูกค้า
Pagani Huayra R EVO จึงไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของวิศวกรรมอันล้ำหน้า ศิลปะการออกแบบที่ประณีต และความปรารถนาที่ไม่สิ้นสุดในการก้าวข้ามขีดจำกัด นี่คือการลงทุนในประสบการณ์และความภาคภูมิใจที่จะคงอยู่ตลอดไปในวงการ ไฮเปอร์คาร์ที่ดีที่สุด ในตลาด รถยนต์ระดับพรีเมียม ที่มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นจะเข้าถึงได้
โลกแห่งยนตรกรรมสุดหรู: อะไรคือนิยามของมูลค่ามหาศาลในปี 2025?
จากสุดยอดเครื่องจักรในสนามแข่งอย่าง Pagani Huayra R EVO เราจะพาคุณเข้าสู่โลกที่กว้างขึ้นของรถยนต์ที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่สมรรถนะ แต่ยังรวมถึงความหรูหรา ความหายาก และสถานะทางสังคมที่มาพร้อมกับป้ายราคาที่สูงลิ่ว ในปี 2025 ตลาดรถยนต์ระดับอัลตร้าลักชัวรี่และรถยนต์สั่งผลิตพิเศษยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่แค่ยานพาหนะ แต่คือการแสดงออกถึงรสนิยม ความสำเร็จ และบางครั้งก็เป็นสินทรัพย์ในการลงทุน เราจะมาดูกันว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้รถยนต์เหล่านี้มีราคามหาศาล และรุ่นไหนบ้างที่ได้รับการจัดอันดับให้เป็น 10 รถแพงที่สุดในโลกประจำปี 2025 ที่นักสะสมและผู้ที่หลงใหลในยนตรกรรมต้องจับตามอง
ปัจจัยหลักที่ผลักดันให้ราคาของรถยนต์เหล่านี้พุ่งสูงขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ ได้แก่:
ความหายากและการผลิตจำกัด (Rarity and Limited Production): หลายรุ่นผลิตออกมาเพียงไม่กี่คัน หรือแม้แต่คันเดียวในโลก
งานฝีมือและการปรับแต่งเฉพาะบุคคล (Craftsmanship and Bespoke Customization): รถยนต์เหล่านี้มักถูกสร้างขึ้นด้วยมืออย่างประณีต และสามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของลูกค้าอย่างไม่มีขีดจำกัด
มรดกและชื่อเสียงของแบรนด์ (Brand Heritage and Prestige): แบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งย่อมสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผลิตภัณฑ์
นวัตกรรมและเทคโนโลยีขั้นสูง (Innovation and Advanced Technology): การนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ ทั้งในด้านสมรรถนะ ความปลอดภัย และความบันเทิง
ศักยภาพในการลงทุน (Investment Potential): รถยนต์บางรุ่นกลายเป็นของสะสมที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
10 รถแพงที่สุดในโลกประจำปี 2025: ยอดมงกุฎแห่งยานยนต์
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์ ผมได้รวบรวมสุดยอดรถยนต์ที่ไม่ได้เป็นเพียงแค่พาหนะ แต่คือสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จและศิลปะยานยนต์ที่หาใดเทียบได้ นี่คือการจัดอันดับที่สะท้อนถึงทิศทางของ ตลาดรถหรูปี 2025 และการแข่งขันที่ดุเดือดในหมู่ผู้ผลิตเพื่อสร้างสรรค์สิ่งที่ “เหนือกว่า”
Rolls-Royce Boat Tail
ราคา: 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 963,564,000 บาท)
Rolls-Royce Boat Tail ยังคงรักษาตำแหน่ง รถแพงที่สุดในโลก ไว้ได้อย่างมั่นคงในปี 2025 ด้วยการเป็นรถยนต์สั่งผลิตพิเศษ “Coachbuild” ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอร์ช J Class สุดหรู การออกแบบภายนอกด้วยสีทูโทน กระจังหน้าขนาดใหญ่ และไฟหน้าที่เรียวยาว เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของแบรนด์ที่ไม่เคยทำให้ผิดหวัง จุดเด่นอยู่ที่ส่วนท้ายของรถที่สามารถดัดแปลงเป็นพื้นที่สำหรับสังสรรค์กลางแจ้งได้อย่างหรูหรา พร้อมตู้แช่แชมเปญ ร่มกันแดด โต๊ะไม้ และเก้าอี้บาร์ ห้องโดยสารภายในตกแต่งด้วยไม้ Caleidolegno ขัดเงา ผสานกับนาฬิกา Bovet 1822 บนแผงหน้าปัด ยิ่งเพิ่มมูลค่าและเอกลักษณ์ที่ไม่มีใครเหมือน นี่คือสุดยอดแห่งงานฝีมือและความหรูหราที่แท้จริง
Bugatti La Voiture Noire
ราคา: 18.7 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 643,523,100 บาท)
“รถยนต์สีดำ” ในภาษาฝรั่งเศสคันนี้ คือไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตเพียงคันเดียวในโลก โดย Bugatti ได้รับแรงบันดาลใจจากรถคลาสสิกในตำนานอย่าง Type 57 SC Atlantic ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ผลิตด้วยมือทั้งคัน สะท้อนถึงงานฝีมืออันประณีต ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว ให้กำลังมหาศาลถึง 1,500 แรงม้า เจ้าของรถยนต์คันนี้คือตำนานนักฟุตบอล Cristiano Ronaldo ซึ่งตอกย้ำถึงความพิเศษและความเป็นเอกลักษณ์ของ Bugatti La Voiture Noire ในฐานะ รถยนต์ระดับสะสม
Rolls-Royce Sweptail
ราคา: 12 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 412,956,000 บาท)
Sweptail คือยานยนต์หรูสองประตูที่ผลิตพิเศษเพียงคันเดียว โดยใช้พื้นฐานจาก Rolls-Royce Phantom Coupe กระบวนการสร้างใช้เวลากว่า 4 ปี (2013-2017) แรงบันดาลใจในการออกแบบผสมผสานความคลาสสิกของรถยนต์ต้นศตวรรษที่ 20 ที่ลูกค้าชื่นชอบเข้ากับความทันสมัยของเรือยอร์ช ห้องโดยสารภายในตกแต่งอย่างเรียบง่ายแต่หรูหราด้วยวัสดุระดับพรีเมียม เช่น หนัง Moccacain และ Dark Spice แผงไม้ Paldao พร้อมหลังคากระจกขนาดใหญ่ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาอย่างเต็มที่ Sweptail ไม่ใช่แค่รถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สะท้อนถึงรสนิยมของผู้เป็นเจ้าของ
Bugatti Centodieci
ราคา: 9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 309,700,000 บาท)
Centodieci ซึ่งหมายถึง “110” ในภาษาอิตาลี ถูกผลิตขึ้นเพียง 10 คัน เพื่อเป็นการรำลึกถึง Bugatti EB110 SS ซูเปอร์คาร์ในตำนานยุค 90 โดยใช้พื้นฐานจาก Bugatti Chiron แต่ได้รับการออกแบบใหม่ให้มีความทันสมัยมากขึ้น น้ำหนักลดลง 20 กิโลกรัมเมื่อเทียบกับ Chiron แต่ขุมกำลังเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว กลับเพิ่มขึ้นเป็น 1,600 แรงม้า ทำให้สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.4 วินาที นี่คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างมรดกยานยนต์และ นวัตกรรมไฮเปอร์คาร์ ที่ล้ำสมัย
Maybach Exelero
ราคา: 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 275,300,000 บาท)
รถสปอร์ตสมรรถนะสูงที่ผลิตพิเศษเพียงคันเดียวคันนี้ เกิดจากความร่วมมือระหว่าง Stola และ Daimler/Chrysler เพื่อใช้สำหรับทดสอบยาง Carat Exelero ของ Fulda (บริษัทลูกของ Goodyear) การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจาก Maybach SW 38 ในปี 1938 โดยมีพื้นฐานจาก Maybach 57 มาพร้อมฝากระโปรงหน้าที่ยาว กระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ และสมรรถนะที่สามารถทำความเร็วได้สูงถึง 350 กม./ชม. เพื่อผลักดันขีดจำกัดของยาง นี่คือการแสดงออกถึงความกล้าหาญทางวิศวกรรมที่หาได้ยาก
Bugatti Divo
ราคา: 5.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 199,500,000 บาท)
Divo คือรถสปอร์ตสำหรับสนามแข่งที่ผลิตจำกัดเพียง 40 คัน (2019-2021) ตั้งชื่อตาม Albert Divo นักแข่งรถชาวฝรั่งเศส แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Bugatti Type 57SC Atlantic และรถคอนเซ็ปต์ Vision Gran Turismo Divo ได้รับการปรับเปลี่ยนหลายส่วนจาก Chiron ซึ่งเป็นพื้นฐาน ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายไอเสียพร้อม 4 ปลายท่อ สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ 1.8 เมตร และช่องดักอากาศ NACA ที่หลังคา ช่วยเพิ่มแรงกดให้ตัวรถ ห้องโดยสารใช้ Alcantara หุ้มเบาะและแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ เครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว กำลังสูงสุด 1,500 แรงม้า แม้จะมีความเร็ว 0-100 กม./ชม. เท่ากับ Chiron แต่ Divo ให้การตอบสนองในช่วงปลายที่ดีกว่า และมีประสิทธิภาพในสนามแข่งที่เหนือกว่า
Pagani Huayra Imola
ราคา: 5.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 185,830,000 บาท)
Huayra Imola ได้รับการตั้งชื่อตามสนามแข่งรถ Imola อันโด่งดังในอิตาลี เป็นรุ่นที่ทรงพลังที่สุดของ Huayra สำหรับการขับขี่บนถนนสาธารณะ (ต่างจาก Huayra R EVO ที่เป็นรถสนามแข่งโดยเฉพาะ) เครื่องยนต์ V12 ของ Mercedes-AMG ได้รับการปรับแต่งจนมีกำลังสูงสุด 827 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 1,100 นิวตัน-เมตร น้ำหนักรถลดลงเหลือเพียง 1,246 กิโลกรัม ด้วยการใช้คาร์บอนไฟเบอร์และสีน้ำหนักเบา ภายนอกได้รับการเปลี่ยนแปลงจาก Huayra มาตรฐาน ด้วย Diffuser ด้านหลัง ช่องดักอากาศขนาดใหญ่บนหลังคา ครีบฉลาม สเกิร์ตข้างขนาดใหญ่ และปีกหลังพร้อมไฟเบรก Huayra Imola ผลิตออกมาเพียง 6 คัน (5 คันสำหรับลูกค้า และ 1 คันต้นแบบ) ทำให้เป็นอีกหนึ่ง รถยนต์หายาก ของ Pagani
Koenigsegg CCXR Trevita
ราคา: 4.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 165,180,000 บาท)
Koenigsegg CCXR Trevita โดดเด่นด้วยตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตด้วยวิธี Koenigsegg Proprietary Diamond Weave ซึ่งมีการเคลือบไฟเบอร์ด้วยเพชรที่พัฒนาขึ้นเองโดย Koenigsegg ความซับซ้อนในการผลิตวัสดุที่เป็นเอกลักษณ์นี้ทำให้มีการผลิตรถออกมาเพียง 2 คันเท่านั้น จึงกลายเป็นรุ่นที่หายากที่สุดของ Koenigsegg และติดอันดับ สุดยอดรถยนต์สะสม อดีตเจ้าของคนหนึ่งคือ Floyd Mayweather นักมวยชื่อดัง ก่อนจะขายไปในปี 2017
Lamborghini Veneno
ราคา: 4.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 154,858,000 บาท)
Veneno เป็นซูเปอร์คาร์ที่ผลิตจำกัดในโอกาสฉลอง 50 ปีของ Lamborghini โดยใช้ Aventador เป็นพื้นฐาน เครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร ได้รับการปรับจูนให้มีกำลังสูงสุด 750 แรงม้า การออกแบบรถมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากรถในสายการผลิตในช่วงเวลานั้นของ Lamborghini โดยนำแนวทางมาจากรถสปอร์ตต้นแบบและรถแข่ง ห้องโดยสารคล้ายกับ Aventador แต่มีการใช้ Carbon Skin เพิ่มเติม Veneno ผลิตในรูปแบบคูเป้ 4 คัน และเปิดประทุน 9 คัน ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษเฉพาะตัวของ รถยนต์ลิมิเต็ดอิดิชั่น
Bugatti Chiron Super Sport 300+
ราคา: 3.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 134,200,000 บาท)
Chiron Super Sport 300+ เป็นอีกหนึ่งรุ่นจาก Bugatti ที่ติดอันดับ รถแพงที่สุดในโลก ผลิตจำกัดเพียง 30 คัน หลังจากรถต้นแบบ Chiron ที่ได้รับการปรับแต่งเป็นพิเศษสามารถทำความเร็วทะลุ 300 ไมล์/ชั่วโมง ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์มีแถบคู่สีส้มพร้อมดีไซน์ดุดัน ด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่กันชนหน้าและ Diffuser ขนาดใหญ่ที่กันชนหลัง รวมถึงปลายท่อไอเสียใหม่และถอดสปอยเลอร์หลังออกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพด้านแอโรไดนามิกส์ที่ความเร็วสูง ขุมกำลังเป็นเครื่องยนต์ W16 8.0 ลิตร เทอร์โบ 4 ตัว มีกำลังสูงสุด 1,600 แรงม้า ซึ่งเป็นขีดสุดของวิศวกรรมยานยนต์เพื่อความเร็ว
ไม่ว่าจะเป็น Pagani Huayra R EVO ที่เป็นสุดยอดเครื่องจักรในสนามแข่ง หรือเหล่ารถยนต์ระดับโลกที่มีมูลค่ามหาศาลที่ได้กล่าวมาข้างต้น รถยนต์เหล่านี้เป็นมากกว่าพาหนะ พวกมันคือสัญลักษณ์แห่งนวัตกรรม วิศวกรรม และความปรารถนาอันไร้ขีดจำกัดของมนุษย์ในโลกยานยนต์ยุค 2025 แม้ว่ารถเหล่านี้อาจเป็นความฝันที่อยู่ไกลเกินเอื้อมสำหรับคนส่วนใหญ่ แต่ความหลงใหลในยนตรกรรมนั้นเป็นสิ่งที่เข้าถึงได้สำหรับทุกคนในหลากหลายรูปแบบ
หากท่านเองก็เป็นหนึ่งในผู้ที่หลงใหลในโลกของรถยนต์และกำลังมองหายานพาหนะคู่ใจ ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไม่จำเป็นต้องหรูหราอลังการ แต่เน้นคุณภาพ ราคาเข้าถึงได้ และความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นรถมือหนึ่งหรือ รถมือสองคุณภาพดีเยี่ยม ที่ Roddonjai.com เราคัดสรรรถยนต์หลากหลายรุ่นจากผู้ขายที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ทุกท่านได้ค้นพบรถที่ใช่ ในราคาที่โดนใจ มาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเลือกซื้อรถที่ง่ายและมั่นใจได้ ที่ Roddonjai.com วันนี้!

