นวัตกรรมยานยนต์พลิกโลก 2025: เจาะลึกดีลเด็ด Toyota Motor Expo และ 10 ที่สุดแห่งยนตรกรรมระดับโลก
ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาที่ไม่หยุดนิ่งในอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด ปี 2025 ถือเป็นอีกหนึ่งหมุดหมายสำคัญที่อุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลกยังคงเดินหน้าด้วยนวัตกรรมที่น่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ที่ตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวัน ไปจนถึงสุดยอดยานยนต์ที่ถูกรังสรรค์ขึ้นเพื่อสร้างนิยามใหม่ของความหรูหราและสมรรถนะ ซึ่งงาน Thailand International Motor Expo 2025 ที่กำลังจะมาถึงนี้ ได้กลายเป็นเวทีสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงทิศทางและอนาคตของยานยนต์ได้อย่างชัดเจน
สำหรับบทความนี้ ผมจะพาคุณเจาะลึกถึงไฮไลต์สำคัญจากแบรนด์ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ที่นำเสนอขุมพลังอันหลากหลายพร้อมข้อเสนอสุดเร้าใจในงาน Motor Expo 2025 รวมถึงการนำเสนอสุดยอด 10 ยนตรกรรมที่มีราคาแพงที่สุดในโลกประจำปี 2025 ที่ไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็นผลงานศิลปะและวิศวกรรมขั้นสูงสุด เราจะมาดูกันว่าโลกของยานยนต์ในปีนี้มีอะไรน่าสนใจ และเทรนด์ไหนที่กำลังขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
Toyota ขับเคลื่อนอนาคตแห่งการเดินทางใน Motor Expo 2025: “Move Your World” สู่ทุกไลฟ์สไตล์
งาน Thailand International Motor Expo ครั้งที่ 42 ในปี 2025 เป็นอีกครั้งที่ Toyota (โตโยตา) ยืนยันถึงความมุ่งมั่นและพันธสัญญาในการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย พร้อมกับการมีส่วนร่วมในการส่งเสริมเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย นโยบาย “Move Your World” ของ Toyota ไม่ได้เป็นเพียงแค่สโลแกน แต่คือวิสัยทัศน์ที่ต้องการส่งมอบยนตรกรรมที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการและทุกไลฟ์สไตล์การขับขี่ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ตั้งแต่รถกระบะคู่ใจ รถยนต์อีโคคาร์ รถยนต์ไฮบริด ไปจนถึงรถยนต์ไฟฟ้า BEV ภายใต้ข้อเสนอสุดพิเศษ “ดีลตอบจบ ครบทุกความต้องการ” และแคมเปญส่งท้ายปี “Toyota Arigato” ที่พร้อมมอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ที่ง่ายกว่าที่เคย
คุณโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้ย้ำถึงการลงทุนอย่างมหาศาลเพื่อแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนอันหลากหลาย ซึ่งสะท้อนถึงกลยุทธ์ Multi-Pathway ของ Toyota ในการมุ่งสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) และนี่คือไฮไลต์ยานยนต์ที่น่าจับตาจาก Toyota ในปี 2025:
พลิกโฉมวงการกระบะด้วย Hilux Travo: “แข็งแกร่ง คล่องตัว” สู่ยุคใหม่
การเปิดตัว Hilux Travo รุ่นใหม่ ทั้ง “Hilux Travo” และ “Travo-e BEV” ถือเป็นจุดเด่นสำคัญในงาน Motor Expo 2025 โดยเฉพาะอย่างยิ่งรุ่น Travo-e BEV ซึ่งเป็นรถกระบะไฟฟ้าแห่งอนาคต ยนตรกรรมเหล่านี้ได้รับการพัฒนาขึ้นเป็นพิเศษเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นตลาดรถกระบะที่ใหญ่และสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก นอกจากคุณภาพ, ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Toyota แล้ว Hilux Travo ยังมาพร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่เหนือชั้น ควบคู่กับความสะดวกสบายและความประหยัดน้ำมันที่เป็นเลิศ ต้องยกความดีความชอบให้กับระบบช่วงล่างใหม่ล่าสุดอย่าง “Dynamic Cloud Suspension” ที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการควบคุม, การทรงตัว และความนุ่มนวลในการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้นในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองหรือเส้นทางออฟโรดที่ท้าทาย
การออกแบบภายใต้แนวคิด “Cyber Sumo” สะท้อนถึงความ “แข็งแกร่ง (Tough)” และ “คล่องตัว (Agile)” ได้อย่างลงตัว ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างรากฐานประเพณีญี่ปุ่นและจิตวิญญาณแห่งความเป็นนักสู้ การออกแบบด้านหน้าแบบ Cyber Sumo ที่ดุดันแข็งแกร่ง พร้อมภายในแบบ “Robust Simplicity” ที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยฟังก์ชันการใช้งานจริง จอแสดงข้อมูลการขับขี่ดิจิทัลขนาด 12.3 นิ้ว และพวงมาลัยไฟฟ้าที่แม่นยำ ล้วนยกระดับประสบการณ์การขับขี่ให้ทันสมัยและสะดวกสบายยิ่งขึ้น ระบบ Multi-Terrain Select (MTS) ยังช่วยให้คุณพร้อมลุยในทุกสภาพพื้นผิว ไม่ว่าจะเป็นดิน, ทราย, โคลน, หิน หรือแม้แต่หิมะ
Hilux Travo Overland (ราคาเริ่มต้น 1,102,000 บาท): “Great Explorer” เพื่อนร่วมเดินทางที่พร้อมให้คุณออกไปค้นพบประสบการณ์ยิ่งใหญ่ สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมพร้อมลุยทุกเส้นทาง ด้วยข้อเสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 1.89% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
Hilux Travo Prerunner (ราคาเริ่มต้น 789,000 บาท) และ Hilux Travo 4TREX (ราคาเริ่มต้น 984,000 บาท): “Great Urbaner” ตอบโจทย์ทั้งการใช้งานส่วนบุคคลและไลฟ์สไตล์ในเมืองที่เน้นความคล่องตัว (Prerunner ขับเคลื่อน 2 ล้อ) และพร้อมพาคุณไปดื่มด่ำธรรมชาติกับรุ่น 4TREX ขับเคลื่อน 4 ล้อ มาพร้อมเครื่องยนต์ GD Super Power 2.8 ลิตร ที่ให้ทั้งพลังและความประหยัดที่ดีขึ้น ด้วยเทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะ I-Art และระบบ Stop & Start นอกจากนี้ยังครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบาย อาทิ เบรกมือไฟฟ้า EPB พร้อม Auto Brake Hold, เครื่องเสียงจอสัมผัส 12.3 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto แบบไร้สาย พร้อม Wireless Charger
ข้อเสนอสุดพิเศษ: ดอกเบี้ย 0.99% หรือ 1.65% พร้อมประกันภัยชั้น 1 สำหรับ Prerunner Smart Cab / ดอกเบี้ย 0.99% หรือ 1.75% พร้อมประกันภัยชั้น 1 สำหรับ Prerunner Double Cab / ดอกเบี้ย 1.79% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1 สำหรับ 4TREX Smart Cab
Hilux Travo Standard Cab 4TREX (ราคาเริ่มต้น 767,000 บาท): “Great Achiever” กระบะคู่ใจสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการความแกร่งพร้อมลุย บรรทุกเหนือชั้น และความคุ้มค่า มาพร้อมระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ Blind Spot Monitor, Rear Cross Traffic Alert, Rear View Camera และ Parking Sensor ด้วยข้อเสนออัตราดอกเบี้ย 1.69% หรือฟรีประกันภัยชั้น 1
Hilux Travo-e (ราคาเริ่มต้น 1,491,000 บาท): “Great Thinker” กระบะไฟฟ้าที่ขับเคลื่อนจากแนวคิด Multi-Pathway มั่นใจด้วยเทคโนโลยี “Diamond Guard” ที่ปกป้องแบตเตอรี่และชุดขับเคลื่อนไฟฟ้าด้วยแผ่นปิดเสริมความปลอดภัย พร้อมโครงสร้างดูดซับแรงกระแทก ให้คุณลุยได้อย่างมั่นใจ
ข้อเสนอพิเศษช่วงเปิดตัว (10 พ.ย.-10 ธ.ค. 2568 และรับรถภายใน 31 มี.ค. 2569): รับความคุ้ม 3 ต่อ! ฟรีคูปองชาร์จไฟ 10,000 บาทจาก EV Station PluZ, ฟรีบัตรกำนัลที่พัก The Standard Pattaya Na Jomtien 1 คืน, ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD และขยายระยะเวลารับประกันสูงสุด 5 ปี
นอกจากนี้ Toyota ยังคงนำเสนอรถกระบะยอดนิยมรุ่นอื่นๆ อย่าง Hilux Revo และ Hilux Champ ที่เพิ่งมีการแนะนำรุ่นฐานล้อสั้นพิเศษ เพื่อตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายยิ่งขึ้น
Fortuner Leader G Plus: ผู้นำตัวจริงในตลาด PPV
เจ้าตลาด PPV อย่าง Fortuner ก็ไม่พลาดที่จะนำเสนอ “Leader G Plus” รุ่นใหม่ ที่มาพร้อมมาตรฐานคุณภาพ, ความทนทาน และความน่าเชื่อถือ (QDR) รวมถึงสเปกที่ยอดเยี่ยม ทำให้ Leader G Plus เป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้นำรุ่นใหม่ที่มองหารถ PPV ที่เชื่อถือได้ในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
Yaris Series: ขับเคลื่อนเมืองอย่างมีสไตล์และประหยัด
ในช่วงปลายเดือนสิงหาคม 2568 Toyota ได้เปิดตัว New Yaris Ativ HEV Premium และ HEV GR Sport สำหรับลูกค้าที่มองหารถอีโคซีดานที่เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมืองและการใช้งานประจำวัน พร้อมความคล่องตัวและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม มาพร้อมเทคโนโลยีไฮบริด “Trusted HEV” ที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีความน่าเชื่อถือและประสิทธิภาพสูงในการใช้งานจริง รถยนต์อีโคคาร์ของ Toyota ยังคงครองส่วนแบ่งตลาดกว่า 50% ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงความนิยม
New Yaris Ativ HEV (ราคาเริ่มต้น 719,000 บาท): รถยนต์ซับคอมแพกต์ซีดานยอดนิยม ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ไฮบริด 1.5 ลิตร และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน ให้กำลังสูงสุด 111 แรงม้า พร้อมอัตราสิ้นเปลืองสูงสุด 29.4 กม./ลิตร (ในรุ่น HEV Premium) ครบครันด้วยหน้าจอ 10.1 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto แบบไร้สาย, Wireless Charger และความปลอดภัยเหนือระดับด้วย Toyota Safety Sense รวมถึงระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ ACC (Adaptive Cruise Control) แบบ All-Speed และระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในเลน LKC (Lane Keeping Control) สำหรับรุ่น HEV GR Sport สะท้อนความโดดเด่นสปอร์ตยิ่งขึ้น ด้วยดีไซน์กระจังหน้าใหม่, โลโก้ GR, ชุดแต่ง GR-S, ล้ออัลลอย 17 นิ้ว, หลังคาสีดำ และภายในเบาะหนังสังเคราะห์สีดำพร้อมโลโก้ GR ช่วงล่างและพวงมาลัยเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS ที่ปรับจูนพิเศษเพื่อการขับขี่ที่สนุกยิ่งขึ้น
ข้อเสนอ: ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,965 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD
Yaris Cross Nightshade (ราคา 919,000 บาท): ยนตรกรรมไฮบริดที่มียอดขายสูงสุดในประเทศไทย ยกระดับความโดดเด่นด้วยรุ่นพิเศษ Nightshade ที่มาพร้อมการตกแต่งรอบคันแบบ Dark Design เสริมความสปอร์ตอย่างลงตัว กระจังหน้า Metro Stylish, ล้ออัลลอยปัดเงาสีดำ 18 นิ้ว, กระจกมองข้างสีดำ และแพกเกจตกแต่งสีดำรอบคัน รวมถึง 2 สีภายนอกที่เป็นเอกลักษณ์ Cement Gray Metallic (ใหม่) และ Platinum White Pearl ที่มาพร้อมหลังคาทูโทนสีดำ ภายในสีดำเพิ่มความหรูหราและพรีเมียม
ข้อเสนอ: ดอกเบี้ยพิเศษ 1.55% หรือผ่อนเริ่มต้น 7,539 บาท/เดือน
Toyota bZ4X: ก้าวสำคัญสู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ
อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญคือ Toyota bZ4X รถยนต์ไฟฟ้า BEV อเนกประสงค์ D-Segment ที่ประกอบและนำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้มาตรฐานการผลิตที่เปี่ยมด้วยคุณภาพ ความพร้อมของชิ้นส่วนอะไหล่ และเครือข่ายงานบริการที่ไว้วางใจได้สูงสุด bZ4X เติมเต็มไลน์อัพของ Toyota ให้ครบถ้วนในตลาดรถยนต์ไฟฟ้า มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมระยะทางวิ่งที่ไกล และราคาที่น่าดึงดูด ด้วยดีไซน์ด้านหน้าแบบ Hammerhead และภายในที่กว้างขวางตามหลัก Open & Relax โครงสร้าง e-TNGA ที่ออกแบบมาเพื่อรถยนต์ไฟฟ้าโดยเฉพาะ ทำให้มีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ ทรงตัวดี และคล่องตัวทุกการเคลื่อนไหว ให้กำลังสูงสุด 343 แรงม้า (รุ่น AWD) พร้อม X-Mode ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการยึดเกาะบนเส้นทางท้าทาย รองรับหัวชาร์จ AC Type 2 กำลังสูงสุด 22 กิโลวัตต์ และระยะทางวิ่งสูงสุด 600 กม./การชาร์จเต็ม 100% (รุ่น FWD) มียอดจองสิทธิ์ล่วงหน้ากว่า 2,000 คันภายในเพียง 1 เดือนหลังเปิดตัว
New bZ4X (ราคาเริ่มต้น 1,529,000 บาท):
ข้อเสนอ: ฟรีประกันภัยชั้น 1 Toyota Care PHYD และพิเศษเฉพาะในงาน Motor Expo รับเพิ่มบัตรกำนัลส่วนลด 20,000 บาท
ยนตรกรรมหรูและสมรรถนะสูง: Alphard/Vellfire HEV และ GR86
สำหรับลูกค้าที่มองหาสุดยอดมินิแวนหรู Toyota ขอนำเสนอ “Alphard และ Vellfire HEV” ที่จัดแสดงพร้อมส่งมอบได้ทันที เพื่อความสะดวกสบายและความหรูหราเหนือระดับ
และเพื่อเอาใจผู้ที่หลงใหลในความเร็วและแฟนๆ GR วันนี้ “GR86” ได้กลับมาอีกครั้ง! พร้อมให้ทุกคนเป็นเจ้าของ เพื่อสัมผัส “Feel the Pulse of the Road” อย่างแท้จริง มาพร้อมเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร แบบ 4 สูบนอน 16 วาล์ว ให้กำลังสูงสุดถึง 237 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 250 นิวตันเมตร ดีไซน์ภายนอกโดดเด่นด้วยกระจังหน้า “G-Mesh” Matrix Grille เอกลักษณ์เฉพาะของ GR พร้อมไฟหน้าและไฟท้ายแบบ LED เสริมความสปอร์ตด้วยท่อไอเสียคู่ ภายในห้องโดยสารตกแต่งหรูด้วยเบาะคู่หน้าหุ้มหนังแท้ และ Ultrasuede พร้อมจอแสดงผล MID Boxer Design ขนาด 12.3 นิ้ว ที่ปรับโหมดการแสดงผลได้ตามสไตล์การขับขี่ (Normal, Sport, Track) และจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว รองรับ Apple Car Play และ Android Auto สมรรถนะที่ได้รับการปรับแต่งใหม่ ทั้งลิ้นผีเสื้อ, โช้คอัพหน้า-หลัง, ระบบเกียร์อัตโนมัติ และระบบพวงมาลัยไฟฟ้า ล้วนช่วยเพิ่มความสนุกและมั่นใจในการขับขี่ให้ดียิ่งกว่าเดิม
GR86 (ราคา 2,999,000 บาท):
สิทธิพิเศษ: GR Service Package 3 ปี 45,000 กม., Roadside Service Package ฟรี 5 ปี, และ GR Track Experience พร้อม GR Master Class จากนักแข่งทีม Toyota Gazoo Racing Thailand
นอกจากนี้ ยังมี GR Corolla รุ่นล่าสุด ล็อตสุดท้าย ให้ได้สัมผัสในงาน Motor Expo เฉพาะวันที่ GR Garage เข้าร่วมงาน (4, 7 และ 10 ธันวาคม 2568)
Toyota Motor Expo 2025 จึงเป็นโอกาสทองสำหรับผู้ที่มองหายนตรกรรมคุณภาพสูง ด้วยผลิตภัณฑ์ที่ครบครัน และข้อเสนอทางการเงินที่ทำให้การเป็นเจ้าของรถยนต์ Toyota เป็นเรื่องง่ายและคุ้มค่าที่สุด
เหนือกว่ายานพาหนะ: 10 ที่สุดแห่งยนตรกรรมราคาแพงที่สุดในโลกประจำปี 2025
ในขณะที่ Toyota กำลังขับเคลื่อนอนาคต์ของยานยนต์ที่เข้าถึงได้ อีกด้านหนึ่งของอุตสาหกรรม กลับมีโลกของยนตรกรรมที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อก้าวข้ามขีดจำกัดของคำว่า “รถยนต์” ไปสู่สถานะของผลงานศิลปะ วิศวกรรมอันวิจิตร และสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จสูงสุด ในปี 2025 นี้ ตลาดรถยนต์อัลตร้าลักชูรี่และไฮเปอร์คาร์ยังคงคึกคัก ด้วยการแข่งขันเพื่อสร้างสรรค์รถยนต์ที่พิเศษที่สุด หายากที่สุด และแพงที่สุดในโลก นี่คือ 10 อันดับสุดยอดยนตรกรรมที่สะท้อนถึงการออกแบบขั้นสูง เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และสมรรถนะที่ไร้ขีดจำกัด พร้อมมูลค่าที่ทำให้มันไม่ใช่แค่รถ แต่เป็นการลงทุนและมรดกที่ล้ำค่า
Rolls-Royce Boat Tail (ราคา 28 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 963,564,000 บาท)
Rolls-Royce ไม่เคยทำให้ผิดหวังในเรื่องความหรูหรา และ Boat Tail คือบทพิสูจน์ถึงจุดสูงสุดของปรัชญา “Bespoke” รถคันนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากเรือยอร์ช J Class ด้วยการออกแบบตัวถังแบบ Two-tone, กระจังหน้าขนาดใหญ่ และไฟหน้าที่เรียวเล็กอันเป็นเอกลักษณ์ ภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วยไม้ Caleidolegno สุดหรู และนาฬิกา Bovet 1822 ที่แผงหน้าปัด ด้านท้ายรถสามารถแปลงเป็นพื้นที่สังสรรค์พร้อมตู้แช่, ร่มกันแดด, โต๊ะไม้ และเก้าอี้บาร์ ซึ่งทั้งหมดนี้สะท้อนถึงความประณีตและการสร้างสรรค์ที่ไร้ขีดจำกัด ทำให้ Boat Tail ครองตำแหน่งรถที่แพงที่สุดในโลกปี 2025
Bugatti La Voiture Noire (ราคา 18.7 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 643,523,100 บาท)
“รถยนต์สีดำ” ในภาษาฝรั่งเศส นี่คือไฮเปอร์คาร์ One-off ที่ถูกผลิตขึ้นเพียงคันเดียวเพื่อคารวะรถคลาสสิกในตำนานอย่าง Bugatti Type S75C Atlantic ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตด้วยมือสะท้อนถึงงานฝีมืออันเป็นเลิศ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ W16 ขนาด 8.0 ลิตร พร้อมเทอร์โบ 4 ตัว ที่มอบกำลังมหาศาลถึง 1,500 แรงม้า เจ้าของรถคันนี้คือตำนานนักฟุตบอลอย่าง Cristiano Ronaldo ซึ่งยิ่งเพิ่มเรื่องราวและความพิเศษให้กับยนตรกรรมคันนี้
Rolls-Royce Sweptail (ราคา 12 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 412,956,000 บาท)
อีกหนึ่งผลงาน Bespoke จาก Rolls-Royce ที่สร้างสรรค์ขึ้นเพียงคันเดียว โดยใช้ Rolls-Royce Phantom Coupe เป็นพื้นฐาน ใช้เวลาสร้างถึง 4 ปี ตั้งแต่ปี 2013-2017 ผสมผสานแรงบันดาลใจจากการออกแบบตัวถังรถยนต์ในต้นศตวรรษที่ 20 เข้ากับความทันสมัยของเรือยอร์ช ภายในห้องโดยสารเรียบง่ายแต่หรูหรา ด้วยวัสดุชั้นดีอย่างหนัง Moccacain และ Dark Spice แผงไม้ Paldao พร้อมหลังคากระจกบานใหญ่ที่ให้แสงธรรมชาติส่องเข้ามาได้อย่างเต็มที่
Bugatti Centodieci (ราคา 9 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 309,700,000 บาท)
“110” ในภาษาอิตาลี คือชื่อของไฮเปอร์คาร์ที่ผลิตจำกัดเพียง 10 คัน เพื่อเป็นเกียรติแก่ Bugatti EB110 SS ซึ่งเป็นซูเปอร์คาร์ชื่อดังยุค 90 Centodieci ใช้พื้นฐานจาก Chiron แต่ได้รับการออกแบบใหม่ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมลดน้ำหนักลง 20 กก. แต่เพิ่มขุมพลัง W16 8.0 ลิตร Quad-turbo เป็น 1,600 แรงม้า ทำให้สามารถทำความเร็ว 0-100 กม./ชม. ได้ภายใน 2.4 วินาทีเท่านั้น
Maybach Exelero (ราคา 8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 275,300,000 บาท)
รถสปอร์ตสมรรถนะสูง One-off ที่เป็นความร่วมมือระหว่าง Stola และ Daimler/Chrysler เพื่อใช้ทดสอบยาง Carat Exelero รุ่นใหม่ของ Fulda การออกแบบได้รับแรงบันดาลใจจาก Maybach SW 38 ในปี 1938 โดดเด่นด้วยฝากระโปรงหน้าที่ยาวและกระจังหน้าโครเมียมขนาดใหญ่ สามารถทำความเร็วได้ถึง 350 กม./ชม. เพื่อทดสอบขีดจำกัดของยางได้อย่างแท้จริง
Bugatti Divo (ราคา 5.8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 199,500,000 บาท)
Divo คือรถสปอร์ตสำหรับสนามแข่งที่ผลิตจำกัด 40 คัน ตั้งชื่อตาม Albert Divo นักแข่งรถชาวฝรั่งเศสผู้ยิ่งใหญ่ แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก Bugatti Type 57SC Atlantic และรถคอนเซ็ปต์ Vision Gran Turismo มีการปรับเปลี่ยนหลายส่วนจาก Chiron ซึ่งเป็นพื้นฐาน ทั้งระบบระบายไอเสีย, สปอยเลอร์หลังขนาดใหญ่ และช่องดักอากาศ NACA ที่หลังคาเพื่อเพิ่มแรงกด ห้องโดยสารตกแต่งด้วย Alcantara และคาร์บอนไฟเบอร์ ขุมพลัง W16 8.0 ลิตร Quad-turbo 1,500 แรงม้า ยังคงประสิทธิภาพการเร่งความเร็ว 0-100 กม./ชม. ใน 2.4 วินาที แต่มีการตอบสนองที่ดีกว่าในช่วงปลาย
Pagani Huayra Imola (ราคา 5.4 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 185,830,000 บาท)
ซูเปอร์คาร์ที่ทรงพลังที่สุดสำหรับการขับขี่บนถนนสาธารณะในตระกูล Huayra ตั้งชื่อตามสนามแข่ง Imola ในอิตาลี ผลิตเพียง 6 คัน (ขายลูกค้า 5 คัน) เครื่องยนต์ V12 ของ Mercedes-AMG ได้รับการปรับแต่งจนมีกำลังสูงสุด 827 แรงม้า แรงบิด 1,100 นิวตัน-เมตร น้ำหนักรถลดลงเหลือ 1,246 กก. จากการใช้คาร์บอนไฟเบอร์และสีน้ำหนักเบา ภายนอกได้รับการปรับปรุงตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทั้ง Diffuser ด้านหลัง, ช่องดักอากาศบนหลังคาขนาดใหญ่, ครีบฉลาม และปีกหลังพร้อมไฟเบรก เพื่อประสิทธิภาพสูงสุดในสนามแข่ง
Koenigsegg CCXR Trevita (ราคา 4.8 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 165,180,000 บาท)
ความโดดเด่นของ CCXR Trevita อยู่ที่ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์ที่ผลิตด้วยวิธี Koenigsegg Proprietary Diamond Weave ซึ่งมีการเคลือบไฟเบอร์ด้วยเพชรที่พัฒนาโดย Koenigsegg เอง ด้วยความซับซ้อนในการผลิต ทำให้รถรุ่นนี้ถูกผลิตออกมาเพียง 2 คันเท่านั้น จึงกลายเป็นหนึ่งในรุ่นที่หายากที่สุดและแพงที่สุดในโลก และหนึ่งในเจ้าของที่เคยครอบครองคือยอดนักมวย Floyd Mayweather
Lamborghini Veneno (ราคา 4.5 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 154,858,000 บาท)
ซูเปอร์คาร์ผลิตจำกัดเพื่อฉลองครบรอบ 50 ปีของ Lamborghini โดยใช้ Aventador เป็นพื้นฐาน เครื่องยนต์ V12 6.5 ลิตร ถูกปรับให้มีกำลังสูงสุด 750 แรงม้า การออกแบบรถมีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากรถในสายการผลิตช่วงเวลานั้น ด้วยแนวทางที่ได้รับแรงบันดาลใจจากรถสปอร์ตต้นแบบและรถแข่ง ภายในห้องโดยสารคล้ายกับ Aventador แต่มีการใช้ Carbon Skin เสริมเข้าไป ผลิตออกมา 4 คันสำหรับรุ่นคูเป้ และ 9 คันสำหรับรุ่นเปิดประทุน
Bugatti Chiron Super Sport 300+ (ราคา 3.9 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 134,200,000 บาท)
Chiron Super Sport 300+ คืออีกหนึ่งรุ่นจาก Bugatti ที่ติดอันดับรถแพงที่สุดในโลก ผลิตจำกัดเพียง 30 คัน เพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จของรถต้นแบบ Chiron ที่สามารถทำความเร็วทะลุ 300 ไมล์/ชั่วโมง ตัวถังคาร์บอนไฟเบอร์มาพร้อมแถบคู่สีส้มบ่งบอกถึงความพิเศษ ดีไซน์ดุดันด้วยช่องดักอากาศขนาดใหญ่ที่กันชนหน้าและ Diffuser ขนาดใหญ่ที่กันชนหลัง รวมถึงปลายท่อไอเสียใหม่และถอดสปอยเลอร์หลังออก ขุมพลัง W16 8.0 ลิตร Quad-turbo 1,600 แรงม้า เช่นเดียวกับ Centodieci
สรุปและคำเชิญ
ปี 2025 เป็นปีที่โลกยานยนต์ก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด เราได้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ Toyota ในการนำเสนอนวัตกรรมที่เข้าถึงได้ ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย พร้อมผลักดันเทคโนโลยีเพื่อความยั่งยืนในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ไฟฟ้า, รถยนต์ไฮบริด ไปจนถึงรถกระบะยุคใหม่ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการใช้งานจริง ในขณะเดียวกัน เราก็ได้รับแรงบันดาลใจจากสุดยอดยนตรกรรมระดับโลกที่แสดงให้เห็นถึงขีดสุดของวิศวกรรม, การออกแบบ และความหรูหราที่ไร้ขีดจำกัด ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันว่ารถยนต์ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่เป็นทั้งผลงานศิลปะ การลงทุน และสัญลักษณ์แห่งความสำเร็จที่สะท้อนถึงวิวัฒนาการของมนุษย์ได้อย่างงดงาม
ไม่ว่าคุณจะกำลังมองหารถยนต์คู่ใจสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน, รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับครอบครัว, รถกระบะที่พร้อมลุยทุกเส้นทาง, หรือกำลังฝันถึงซูเปอร์คาร์ที่สร้างแรงบันดันใจ มอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 คือโอกาสที่คุณจะได้สัมผัสกับนวัตกรรมและข้อเสนอสุดพิเศษเหล่านี้อย่างใกล้ชิด ขอเชิญทุกท่านมาเยี่ยมชมบูธ Toyota เพื่อสัมผัสกับนวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคตและโปรโมชั่นสุดคุ้มค่า หรือสำรวจยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากแบรนด์ชั้นนำ เพื่อค้นพบรถยนต์ที่ใช่และตรงใจคุณที่สุด เพราะทุกการเดินทางเริ่มต้นที่นี่!

