ยลโฉมยนตรกรรมแห่งอนาคต: 15 สุดยอดแบรนด์รถหรูในไทย สู่ปี 2025 ยกระดับประสบการณ์เหนือระดับ
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์หรูหรามากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่พลิกโฉมหน้าของตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง และเมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2025 นี้ แรงขับเคลื่อนหลักที่กำหนดทิศทางของยนตรกรรมหรูไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ความแรงและดีไซน์อันโดดเด่นอีกต่อไป หากแต่เป็นการหลอมรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยเข้ากับปรัชญาความยั่งยืน ความเป็นส่วนตัว และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือความคาดหมาย ประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางสำคัญสำหรับเศรษฐีและผู้มีรสนิยมที่แสวงหาวิถีชีวิตอันหรูหรา ยานยนต์ระดับไฮเอนด์จึงไม่ใช่แค่พาหนะ แต่เป็นสัญลักษณ์สะท้อนตัวตนและวิสัยทัศน์ของผู้ครอบครอง บทความนี้ ผมจะพาทุกท่านเจาะลึกถึงภาพรวมตลาด รถหรูในไทย ปี 2025 พร้อมเปิดมุมมองใหม่เกี่ยวกับ 15 แบรนด์ชั้นนำที่กำลังสร้างนิยามใหม่ของคำว่า “หรูหรา” ในยุคสมัยแห่งนวัตกรรมนี้
วิวัฒนาการของตลาดรถหรูในประเทศไทย ปี 2025: ยุคแห่งความยั่งยืนและเทคโนโลยีดิจิทัล
ตลาด รถหรูในประเทศไทย ในปี 2025 สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้บริโภคที่มองหามากกว่าแค่ชื่อเสียงของแบรนด์ แต่ให้ความสำคัญกับนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ และการเชื่อมต่อดิจิทัลอย่างไร้รอยต่อ รถยนต์ไฟฟ้าหรู (Luxury EV) และ รถยนต์ไฮบริดหรู (Luxury Hybrid) ได้กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเติบโต โดยผู้ผลิตชั้นนำต่างทุ่มเทพัฒนาแพลตฟอร์มไฟฟ้าเต็มรูปแบบที่ให้ทั้งสมรรถนะอันทรงพลังและความเงียบสงบในการขับขี่ นอกจากนี้ เทคโนโลยีรถยนต์หรู ยังครอบคลุมไปถึงระบบช่วยเหลือการขับขี่อัตโนมัติขั้นสูง (ADAS Level 3+) ระบบ infotainment ที่เรียนรู้พฤติกรรมผู้ใช้ และการปรับแต่งภายในห้องโดยสารที่เหนือกว่าจินตนาการ การบริการหลังการขายแบบเฉพาะบุคคล (Personalized After-Sales Service) และประสบการณ์การเป็นเจ้าของที่ไร้รอยต่อก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสนใจอย่างยิ่ง เศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวและกำลังซื้อของผู้บริโภคระดับสูงยังคงเป็นแรงหนุนให้ตลาด ตลาดรถหรูประเทศไทย เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยเฉพาะในกลุ่ม รถ SUV หรู ที่ตอบโจทย์การใช้งานหลากหลายรูปแบบในชีวิตประจำวัน
เจาะลึกการนำเข้าและข้อควรรู้สำหรับรถหรูในไทย: ความซับซ้อนที่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญ
การครอบครอง รถหรูราคาแพงสุดในไทย โดยเฉพาะรุ่นที่ไม่ได้จำหน่ายผ่านตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศ อาจหมายถึงการนำเข้ารถยนต์ ซึ่งยังคงเป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและมีค่าใช้จ่ายสูงในปี 2025 นี้ แม้รัฐบาลจะพยายามส่งเสริม รถยนต์ไฟฟ้าหรู โดยอาจมีมาตรการลดหย่อนภาษีบางประเภท แต่โครงสร้างภาษีสำหรับการนำเข้ารถยนต์ทั่วไปยังคงสูงเพื่อปกป้องอุตสาหกรรมภายในประเทศ โดยหลักๆ ประกอบด้วย:
ภาษีนำเข้า: อัตราจะแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับแหล่งกำเนิด ปริมาณกระบอกสูบ และมูลค่ารถยนต์ ซึ่งอาจสูงถึง 80% หรือมากกว่า
ภาษีสรรพสามิต: คำนวณตามประเภทของรถยนต์ ขนาดเครื่องยนต์ และอัตราการปล่อยมลพิษ ซึ่งรถยนต์สมรรถนะสูงหรือรถสปอร์ตมักมีอัตราที่สูงกว่า
ภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT): อัตรา 7% จากมูลค่ารวมของรถยนต์หลังรวมภาษีนำเข้าและภาษีสรรพสามิต
ค่าธรรมเนียมอื่นๆ: อาทิ ค่าจดทะเบียน ค่าภาษีถนน และค่าธรรมเนียมการดำเนินการทางศุลกากร
จากประสบการณ์ ผมเน้นย้ำเสมอว่า การปรึกษา ผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์นำเข้า หรือ นายหน้าศุลกากร ที่มีประสบการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจว่าทุกขั้นตอนเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย และสามารถประเมินค่าใช้จ่ายทั้งหมดได้อย่างแม่นยำเพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาด การเลือกซื้อจาก ดีลเลอร์รถหรู อย่างเป็นทางการในไทยจึงเป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมมากกว่า ด้วยความสะดวกสบาย การรับประกันจากผู้ผลิต และบริการหลังการขายที่ครบวงจร ซึ่งช่วยลดความยุ่งยากในการจัดการเอกสารและภาษีที่ซับซ้อนเหล่านี้ได้เป็นอย่างดี
15 แบรนด์รถหรูยอดนิยมและน่าจับตาในประเทศไทย ปี 2025: นิยามแห่งความเหนือระดับ
จากการเฝ้าติดตาม ตลาดรถหรูประเทศไทย มาอย่างยาวนาน ผมได้คัดสรร 15 แบรนด์ที่โดดเด่นและสร้างปรากฏการณ์ในตลาด รถหรูในไทย สำหรับปี 2025 โดยไม่ได้เรียงตามลำดับใดเป็นพิเศษ:
เมอร์เซเดส-เบนซ์ (Mercedes-Benz): สุดยอดยนตรกรรมเยอรมันที่ยังคงครองใจผู้บริหารและเศรษฐีไทย ด้วย S-Class V223 ที่เป็นดั่งเรือธงแห่งความหรูหราและเทคโนโลยีล้ำสมัย รวมถึงการรุกตลาด รถยนต์ไฟฟ้าหรู อย่างเต็มตัวด้วย EQE และ EQS ที่มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เงียบสงบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาพร้อมกับ นวัตกรรมยานยนต์หรู อย่าง MBUX Hyperscreen และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะขั้นสูง
บีเอ็มดับเบิลยู (BMW): คู่แข่งตลอดกาลของ Mercedes-Benz ที่เน้นย้ำถึง “ความสุนทรีย์แห่งการขับขี่” (Sheer Driving Pleasure) ด้วย 7 Series G70 โฉมใหม่ที่มาพร้อมดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์และขุมพลัง Plug-in Hybrid รวมถึง BMW i7 ที่เป็น รถยนต์ไฟฟ้าหรู ตัวท็อปที่มอบทั้งความหรูหราและประสิทธิภาพแบบไร้มลพิษ BMW ยังคงโดดเด่นในด้านความสปอร์ตและความก้าวล้ำทางเทคโนโลยี
อาวดี้ (Audi): แบรนด์จากเยอรมนีที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว ทันสมัย และเทคโนโลยี “Vorsprung durch Technik” (ความก้าวหน้าด้วยเทคโนโลยี) Audi A8 ยังคงเป็นซีดานหรูที่สง่างาม ขณะที่ Audi e-tron GT ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับ รถสปอร์ตหรู พลังงานไฟฟ้า ด้วยสมรรถนะที่เร้าใจและงานออกแบบที่น่าทึ่ง ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาความแตกต่างอย่างมีสไตล์
เลกซัส (Lexus): ความหรูหราสไตล์ญี่ปุ่นที่ผสมผสานความประณีตเข้ากับความน่าเชื่อถือ Lexus LS คือตัวแทนของความโอ่อ่า สง่างาม และความสะดวกสบายในการเดินทาง มาพร้อมห้องโดยสารที่ตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูงและการประกอบที่พิถีพิถัน ให้การขับขี่ที่นุ่มนวลและเงียบสงบ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราแบบเรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพ
ปอร์เช่ (Porsche): สัญลักษณ์แห่งสมรรถนะและความหลงใหล Porsche Panamera ยังคงเป็น รถซีดานสมรรถนะสูง ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อันน่าตื่นเต้น ผสานความหรูหราเข้ากับความเป็นสปอร์ตได้อย่างลงตัว และที่สำคัญคือ Porsche Taycan ซึ่งเป็น รถยนต์ไฟฟ้าหรู ที่ปฏิวัติวงการ ด้วยอัตราเร่งที่เร้าใจและการควบคุมที่เป็นเลิศ ได้พิสูจน์แล้วว่ารถสปอร์ตไฟฟ้าก็สามารถมอบอารมณ์ดิบๆ ได้ไม่แพ้เครื่องยนต์สันดาป
โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce): สุดยอดแห่งความหรูหราที่ไร้เทียมทาน Rolls-Royce Ghost ยังคงเป็นงานศิลปะเคลื่อนที่ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยมืออย่างประณีต มอบประสบการณ์การโดยสารที่เหนือระดับ และในปี 2025 นี้ Rolls-Royce Spectre ซึ่งเป็น รถยนต์ไฟฟ้าหรู คันแรกของแบรนด์ ได้เข้ามาเสริมทัพความหรูหราแบบยั่งยืน พร้อมรักษาเอกลักษณ์ความเงียบสงบและการลอยตัวบนท้องถนนไว้อย่างครบถ้วน
เบนท์ลีย์ (Bentley): นิยามของความหรูหราแบบอังกฤษที่ผสานความสปอร์ตและความสง่างามได้อย่างลงตัว Bentley Continental GT ยังคงเป็น รถสปอร์ตทรง GT ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันเป็นอมตะและห้องโดยสารที่ประณีตด้วยงานฝีมือ ขณะที่ Bentayga EWB (Extended Wheelbase) คือสุดยอด รถ SUV หรู ที่มอบพื้นที่และความสะดวกสบายสูงสุด ให้ความรู้สึกพิเศษดุจห้องรับรองเคลื่อนที่
จากัวร์ (Jaguar): รถหรูผู้ดีอังกฤษ ที่มาพร้อมกลิ่นอายความคลาสสิกและความทันสมัย Jaguar XJ (แม้จะไม่มีการผลิตรุ่นใหม่ แต่รุ่นปัจจุบันยังคงเป็นที่ต้องการ) และการรุกตลาดด้วย รถยนต์ไฟฟ้าหรู อย่าง Jaguar I-PACE ที่มอบดีไซน์อันโฉบเฉี่ยวและสมรรถนะการขับขี่ที่น่าประทับใจ ยังคงเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความหรูหราสไตล์อังกฤษอันเป็นเอกลักษณ์
มาเซราติ (Maserati): ลักชัวรีซีดาน สไตล์อิตาเลียนที่เปี่ยมด้วยพรสวรรค์ด้านดีไซน์และเสียงคำรามของเครื่องยนต์อันเป็นเอกลักษณ์ Maserati Quattroporte ยังคงสะท้อนงานฝีมืออันประณีตและการเลือกใช้วัสดุระดับพรีเมียม ขณะที่ GranTurismo Folgore ซึ่งเป็น รถยนต์ไฟฟ้าหรู เต็มรูปแบบ ได้นำพากลิ่นอายความสปอร์ตอิตาเลียนไปสู่อนาคตที่ไร้มลพิษ
แอสตัน มาร์ติน (Aston Martin): ไอคอนแห่ง รถสปอร์ตหรู จากอังกฤษ ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันงดงามและสมรรถนะระดับโลก Aston Martin DB12 คือผลงานล่าสุดที่ผสมผสานความสง่างามเหนือกาลเวลาเข้ากับเทคโนโลยีสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและห้องโดยสารที่ประณีตด้วยหนังแท้เย็บมือ ตอบโจทย์ผู้ที่มองหาความพิเศษและเป็นเอกลักษณ์
เทสลา (Tesla): แบรนด์ที่ปฏิวัติวงการ รถยนต์ไฟฟ้าหรู อย่างแท้จริง ด้วย Model S และ Model X ที่ยังคงเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี ประสิทธิภาพ และระบบ Autopilot เทสลาไม่ได้มอบแค่ความหรูหราแบบดั้งเดิม แต่เป็นความหรูหราของเทคโนโลยีล้ำสมัย การเชื่อมต่อที่ไร้รอยต่อ และสมรรถนะที่ทำให้รถยนต์สันดาปต้องเหลียวมอง
แลนด์โรเวอร์ / เรนจ์โรเวอร์ (Land Rover / Range Rover): สุดยอด รถ SUV หรู ที่ผสมผสานความสามารถในการลุยเข้ากับความหรูหราและสะดวกสบายได้อย่างไม่มีใครเทียบ Range Rover โฉมล่าสุดยังคงเป็นตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการความอเนกประสงค์ การเดินทางที่สะดวกสบาย และสถานะทางสังคมที่เหนือกว่า โดยมีรุ่น Plug-in Hybrid ที่ตอบโจทย์ความยั่งยืนด้วย
เฟอร์รารี่ (Ferrari): สัญลักษณ์แห่ง ซุปเปอร์คาร์ จากอิตาลี ที่ยังคงเป็นความฝันของผู้หลงใหลความเร็วและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ รุ่นอย่าง Ferrari Roma และ Ferrari 296 GTB (Plug-in Hybrid) ยังคงเป็นที่ต้องการอย่างสูง และการเปิดตัว Ferrari Purosangue ซึ่งเป็น SUV หรู คันแรกของค่าย ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในวงการ รถหรูราคาแพงสุดในไทย
ลัมโบร์กินี (Lamborghini): อีกหนึ่งแบรนด์ ซุปเปอร์คาร์ ในตำนานจากอิตาลี ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อันดุดันและสมรรถนะที่บ้าคลั่ง Lamborghini Revuelto (Plug-in Hybrid) คือเรือธงรุ่นล่าสุดที่นำพาแบรนด์ไปสู่อนาคตแห่งพลังงานไฟฟ้า ขณะที่ Lamborghini Urus ยังคงเป็น Super SUV ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ด้วยการผสานความแรงเข้ากับความใช้งานได้จริง
วอลโว่ (Volvo): แม้จะถูกจัดอยู่ในกลุ่ม Premium Luxury แต่ Volvo ได้ยกระดับตัวเองขึ้นมาเป็นตัวเลือกที่น่าจับตาในตลาด รถหรูในไทย โดยเฉพาะในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้าหรู ด้วยปรัชญาความปลอดภัย ความเรียบง่ายแบบสแกนดิเนเวีย และการรุกตลาด EV อย่างจริงจังด้วยรุ่น EX30 และ EX90 ที่มอบทั้งความหรูหรา ความยั่งยืน และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่เหนือชั้น
ประกันภัยสำหรับรถหรูและซูเปอร์คาร์: การลงทุนที่ชาญฉลาด
นอกเหนือจากการเลือกซื้อและดูแลรักษา รถหรูราคาแพงสุดในไทย แล้ว การมี ประกันภัยรถหรู ที่เหมาะสมถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดที่สุด ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเห็นมาตลอดว่าเจ้าของ ซุปเปอร์คาร์ หรือ รถหรูนำเข้า มักประสบปัญหาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงที่สูงลิบลิ่ว เนื่องจากอะไหล่หายากและมีราคาแพง อีกทั้ง เทคโนโลยีรถยนต์หรู ที่ซับซ้อนขึ้นในปี 2025 ยิ่งทำให้ค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมเพิ่มขึ้นอย่างมาก
โดยทั่วไป ประกันรถยนต์ชั้น 1 ยังคงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับ รถหรู และ ซุปเปอร์คาร์ เพราะให้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากที่สุด ทั้งความเสียหายต่อตัวรถยนต์ผู้เอาประกันภัย ความเสียหายต่อบุคคลภายนอก และความเสียหายจากเหตุการณ์ที่ไม่ใช่รถชน เช่น ไฟไหม้ น้ำท่วม หรือรถหาย อย่างไรก็ตาม สำหรับ รถหรู ที่มีมูลค่าสูงเป็นพิเศษ ควรพิจารณา ประกันภัยรถซุปเปอร์คาร์ หรือ ประกันรถหรูแบบพิเศษ ที่สามารถปรับแต่งความคุ้มครองได้ตามความต้องการ เช่น การทำประกันแบบทุนประกันตามมูลค่าที่ตกลง (Agreed Value) การคุ้มครองอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ การคุ้มครองการใช้รถในสนามแข่ง (Track Day Cover) หรือบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเฉพาะทาง
บริษัทประกันภัยในปี 2025 มีเกณฑ์การพิจารณา เบี้ยประกันรถซุปเปอร์คาร์ ที่เข้มงวดกว่ารถยนต์ทั่วไป โดยพิจารณาจาก:
มูลค่ารถยนต์: ยิ่งราคาสูง เบี้ยประกันก็ยิ่งสูง
ประเภทและสมรรถนะ: รถสปอร์ตหรือรถที่มีกำลังเครื่องยนต์สูงย่อมมีความเสี่ยงมากกว่า
ความหายากของอะไหล่: รถยนต์นำเข้าพิเศษที่มีอะไหล่หายากจะมีเบี้ยประกันสูงกว่า
ประวัติการขับขี่: ผู้ขับขี่ที่มีประวัติดีจะได้ส่วนลดเบี้ยประกัน
วัตถุประสงค์การใช้งาน: การใช้เพื่อการแข่งขันหรือการพาณิชย์อาจไม่ได้รับความคุ้มครองหรือมีเบี้ยประกันสูงกว่ามาก
ผมแนะนำให้ปรึกษาตัวแทนประกันภัยที่มีความเชี่ยวชาญด้าน ประกันภัยรถหรู โดยเฉพาะ เพื่อให้ได้ข้อเสนอที่คุ้มค่าและตอบโจทย์ความต้องการเฉพาะของท่านมากที่สุด การลงทุนใน ประกันภัยรถหรู ที่เหมาะสมคือการปกป้องสินทรัพย์อันทรงคุณค่าและสร้างความอุ่นใจในการขับขี่ ประสบการณ์ขับขี่รถหรู ของท่าน
อนาคตของยานยนต์หรูในไทย: นวัตกรรมและประสบการณ์
มองไปข้างหน้า อนาคตของ ยานยนต์หรู ในประเทศไทยไม่ได้หยุดอยู่แค่การเป็นเจ้าของพาหนะ แต่เป็นการเข้าถึง “ระบบนิเวศ” แห่งความหรูหราครบวงจร การลงทุนในรถหรู กำลังเปลี่ยนไปสู่การลงทุนใน ประสบการณ์ขับขี่รถหรู ที่ไร้ขีดจำกัด ไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติที่ช่วยลดภาระในสถานการณ์การจราจรติดขัด การปรับแต่งรถยนต์แบบ Hyper-Personalization ที่ไม่เพียงเลือกวัสดุ แต่ยังรวมถึงกลิ่น แสง และเสียงภายในห้องโดยสารตามอารมณ์ของผู้ขับขี่ ไปจนถึงบริการ concierge ส่วนตัวที่ผสานเข้ากับระบบในรถยนต์ได้อย่างแนบเนียน
นวัตกรรมยานยนต์หรู จะยังคงก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว ด้วยวัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมแต่ยังคงความหรูหรา เช่น หนังวีแกนคุณภาพสูง และการออกแบบภายในที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ตามการใช้งาน นอกจากนี้ โมเดลการเป็นเจ้าของแบบใหม่ เช่น บริการเช่า รถหรู ระยะยาว หรือ Subscription Models ก็อาจจะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการความยืดหยุ่นสูงสุด ท้ายที่สุดแล้ว เอกสิทธิ์รถหรู ในปี 2025 คือการเข้าถึงโลกแห่งความพิเศษที่รวมเอาเทคโนโลยี ศิลปะ และการบริการระดับโลกไว้ในหนึ่งเดียว
เชิญสัมผัสโลกแห่งยนตรกรรมหรูหราเหนือระดับ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อมั่นว่าปี 2025 คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นที่สุดสำหรับวงการ รถหรูในประเทศไทย ซึ่งเต็มไปด้วยโอกาสและความท้าทาย หากท่านเป็นผู้หนึ่งที่กำลังมองหานิยามใหม่ของความหรูหรา และพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่โลกแห่งยนตรกรรมแห่งอนาคต อย่าลังเลที่จะศึกษาข้อมูลเพิ่มเติม ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ หรือเยี่ยมชมโชว์รูมของ ดีลเลอร์รถหรู ที่ท่านสนใจ การตัดสินใจเลือก รถหรู ที่ใช่ ไม่ได้เป็นเพียงการซื้อรถ แต่คือการเลือกวิถีชีวิตและประสบการณ์ที่สะท้อนตัวตนของท่านได้อย่างแท้จริง เรายินดีให้คำปรึกษาและนำพาท่านไปสู่ประสบการณ์เหนือระดับที่ท่านคู่ควร

