Hyundai IONIQ 5 N 2025: ปลดล็อกนิยามใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงสไตล์รถแข่ง พร้อมขับเคลื่อนอนาคตแห่งความเร้าใจในไทย
ในโลกยานยนต์ไฟฟ้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ปี 2025 ถือเป็นหมุดหมายสำคัญที่ผู้บริโภคต่างคาดหวังถึงนวัตกรรมและประสิทธิภาพที่เหนือระดับ หนึ่งในความเคลื่อนไหวที่สร้างแรงสั่นสะเทือนในวงการมากที่สุดคงหนีไม่พ้นการมาถึงของ Hyundai IONIQ 5 N 2025 (ฮุนได ไอออนิก 5 เอ็น 2025) รถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่ได้เป็นเพียงพาหนะ แต่คือวิศวกรรมชิ้นเอกที่หลอมรวมจิตวิญญาณแห่งสนามแข่งเข้ากับขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ได้นำรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นตัวแรงรหัส N คันนี้เข้ามาทำตลาด พร้อมประกาศราคาจำหน่ายที่ 3.79 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของแบรนด์ในการนำเสนอสุดยอดยานยนต์ไฟฟ้าที่ตอบโจทย์ผู้ที่หลงใหลความเร็วและเทคโนโลยีขั้นสูง ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง หรือรถสปอร์ตไฟฟ้าที่ให้ประสบการณ์ขับขี่ไม่เหมือนใคร ไม่ควรพลาดที่จะทำความรู้จักกับ IONIQ 5 N คันนี้อย่างละเอียด
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่คลุกคลีกับรถยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมกล้าพูดได้เลยว่า Hyundai IONIQ 5 N ไม่ใช่แค่รถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่คือผลลัพธ์ของการตีความ “รถยนต์สมรรถนะสูง” ในยุค EV ที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น ด้วยการผสานระหว่างเทคโนโลยีไฟฟ้าอันทรงพลังและปรัชญา “Never Just Drive” ของแบรนด์ N ที่มุ่งเน้นการส่งมอบความสนุกสนานในการขับขี่สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นบนถนนสาธารณะหรือในสนามแข่ง IONIQ 5 N ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับรถ EV ในทุกมิติ ไม่ว่าจะเป็นด้านพละกำลัง การควบคุม ระบบเบรก ไปจนถึงเสียงสังเคราะห์ที่จำลองประสบการณ์จากเครื่องยนต์สันดาปได้อย่างน่าทึ่ง บทความนี้จะเจาะลึกทุกรายละเอียดของ Hyundai IONIQ 5 N ที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมรถคันนี้ถึงเป็นตัวเปลี่ยนเกม (Game Changer) ในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงของปี 2025
หัวใจแห่งสมรรถนะ: N Performance และปรัชญา “Never Just Drive”
ก่อนที่เราจะดำดิ่งลงไปในรายละเอียดทางเทคนิค สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจปรัชญาที่อยู่เบื้องหลังการสร้างสรรค์ Hyundai IONIQ 5 N แบรนด์ N ของฮุนไดถือกำเนิดขึ้นจากสนามแข่ง โดยมีเป้าหมายที่จะนำเอา DNA ของมอเตอร์สปอร์ตและความตื่นเต้นเร้าใจมาสู่รถยนต์ที่ใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ปรัชญา “Never Just Drive” ไม่ใช่แค่สโลแกน แต่คือพันธสัญญาที่ฮุนไดมอบให้กับผู้ขับขี่ทุกคน ว่ารถยนต์ N จะมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าการเดินทางจากจุด A ไปจุด B
ใน IONIQ 5 N ปรัชญานี้ถูกตีความใหม่ให้เข้ากับยุคสมัยของรถยนต์ไฟฟ้า แบรนด์ N ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ความเร็วสูงสุดหรืออัตราเร่งที่รุนแรงเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับ “ความรู้สึก” ในการขับขี่ การตอบสนองที่ฉับไว ความแม่นยำในการควบคุม และความสามารถในการดึงศักยภาพของรถออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่ IONIQ 5 N จึงไม่ได้เป็นเพียงรถ EV ที่แรงที่สุดของฮุนได แต่เป็นรถที่ออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่แบบ “Engaging” ที่ผู้ขับขี่จะรู้สึกเป็นหนึ่งเดียวกับรถยนต์ ราวกับกำลังบังคับรถแข่งในสนามจริงๆ ด้วยการผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการปรับแต่งที่ละเอียดอ่อน ฮุนไดได้พิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ไฟฟ้าก็สามารถมอบความเร้าใจและความดิบ (Raw Feel) แบบที่รถเครื่องยนต์สันดาปเคยทำได้ดีเยี่ยมมาแล้ว
การออกแบบที่หลอมรวมความสปอร์ตและประสิทธิภาพขั้นสูงสุด
การปรากฏตัวของ Hyundai IONIQ 5 N นั้นสะกดทุกสายตาตั้งแต่แรกเห็น ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่ถูกพัฒนามาจาก IONIQ 5 รุ่นมาตรฐาน แต่เสริมความดุดันและกลิ่นอายของรถแข่งในสนามได้อย่างลงตัว นี่ไม่ใช่เพียงแค่การเปลี่ยนชุดแต่ง แต่เป็นการออกแบบที่คำนึงถึงหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) และการระบายความร้อนเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด
เริ่มจากด้านหน้า กันชนหน้าได้รับการออกแบบใหม่ให้มีสปลิตเตอร์ขนาดใหญ่ที่ช่วยเพิ่มแรงกด (Downforce) พร้อมช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟที่สามารถเปิด-ปิดได้เพื่อควบคุมการไหลเวียนของอากาศและระบายความร้อนให้กับแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อน เส้นสายสีแดง Performance Red อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ N ถูกประดับประดารอบคัน ไล่ตั้งแต่สปอยเลอร์หน้า สเกิร์ตข้าง ไปจนถึงดิฟฟิวเซอร์หลังสีดำขนาดใหญ่ ซึ่งไม่เพียงแต่เพิ่มความสวยงามสปอร์ต แต่ยังมีบทบาทสำคัญในการจัดการอากาศพลศาสตร์ที่ด้านท้ายรถ เพื่อเพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูงและการเข้าโค้ง
ในส่วนของล้ออัลลอยด์ IONIQ 5 N มาพร้อมล้ออลูมิเนียมฟอร์จขนาด 21 นิ้ว น้ำหนักเบาและแข็งแกร่ง ซึ่งถูกรัดด้วยยาง Pirelli P Zero ขนาด 275/35 ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับรถสมรรถนะสูง ชุดเบรกที่ซ่อนอยู่ภายใต้ล้อนั้นคือความภาคภูมิใจของฮุนได ด้วยคาลิปเปอร์เบรกหน้าแบบ 4 พอร์ต ทำงานร่วมกับจานเบรกขนาด 400 มม. (15.7 นิ้ว) และคาลิปเปอร์เบรกหลังแบบ 1 พอร์ต พร้อมจานเบรกขนาด 360 มม. (14.1 นิ้ว) ฮุนไดกล่าวว่านี่คือระบบเบรกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่เคยผลิตมา โดยออกแบบมาเพื่อรองรับพละกำลังมหาศาลและการหยุดรถอย่างมั่นใจ ไม่ใช่แค่เบรกที่ใหญ่ขึ้น แต่เป็นการปรับแต่งวัสดุและการระบายความร้อนที่เหนือชั้น ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่ต้องจัดการกับพลังงานจลน์จำนวนมหาศาลในการชะลอความเร็ว
มิติตัวถังของ IONIQ 5 N ยังได้รับการปรับปรุงให้ใหญ่และกว้างกว่ารุ่นมาตรฐาน โดยกว้างขึ้นถึง 440 มม. ยาวขึ้น 80 มม. แต่ความสูงลดลง 20 มม. การปรับเปลี่ยนมิติเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำลง และฐานล้อที่กว้างขึ้น ซึ่งช่วยเพิ่มเสถียรภาพในการเข้าโค้งและการยึดเกาะถนน ทำให้รถคันนี้พร้อมรับมือกับทุกสภาพเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นถนนคดเคี้ยวบนภูเขา หรือแทร็คการแข่งขัน
แชสซีส์และระบบช่วงล่าง: ความแม่นยำระดับรถแข่ง
หัวใจสำคัญที่ทำให้ Hyundai IONIQ 5 N แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปคือการปรับปรุงโครงสร้างตัวถังและช่วงล่างอย่างละเอียดละออ ซึ่งสะท้อนถึงความเชี่ยวชาญในการสร้างรถแข่งของแบรนด์ N วิศวกรของฮุนไดได้เพิ่มจุดยึด (Welding Points) อีก 42 จุด และเสริมแนวกาวซิลิโคน (Structural Adhesive) เพิ่มอีก 2.1 เมตร ทั่วทั้งโครงสร้าง การเสริมความแข็งแกร่งเหล่านี้ส่งผลให้โครงสร้างตัวถังมีความบิดตัวน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด (Torsional Rigidity) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยเพิ่มความแม่นยำในการควบคุมรถ การตอบสนองของพวงมาลัยที่ฉับไว และเสถียรภาพในการเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง
นอกจากนี้ คอพวงมาลัยยังได้รับการเสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ เพื่อให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงการเชื่อมต่อกับถนนที่ตรงไปตรงมาและแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบพวงมาลัยไฟฟ้าได้รับการปรับจูนใหม่ เพื่อให้มีน้ำหนักและความรู้สึกตอบสนองที่เหมาะสมกับการขับขี่แบบสปอร์ต ซึ่งแตกต่างจาก EV ทั่วไปที่มักเน้นความนุ่มนวลเป็นหลัก
แต่ที่โดดเด่นและเป็นนวัตกรรมที่แท้จริงคือการพัฒนาระบบ N Pedal ซึ่งเป็นฟังก์ชันซอฟต์แวร์ที่คล้ายคลึงกับระบบ i-Pedal ในรถยนต์ไฟฟ้าของฮุนได แต่ N Pedal ถูกปรับแต่งมาเพื่อการขับขี่สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ ระบบนี้จะจัดการการถ่ายเทน้ำหนักของตัวรถโดยการแปรผันแรงเบรกตามอัตราเร่ง เพื่อสร้างการถ่ายเทน้ำหนักที่เหมาะสม ช่วยเพิ่มความสามารถในการเข้าโค้งของรถได้อย่างน่าอัศจรรย์ ผู้ขับขี่จะสามารถเข้าโค้งด้วยความมั่นใจและออกจากโค้งได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการถ่ายเทน้ำหนักที่สมดุลราวกับนักแข่งมืออาชีพ
ระบบการกระจายแรงบิด (Torque Distribution System) ทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังสามารถปรับได้เต็มถึง 11 ระดับ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการตอบสนองของรถให้เข้ากับสไตล์การขับขี่และสภาพสนามได้อย่างละเอียด นอกจากนี้ IONIQ 5 N ยังมาพร้อมกับระบบ N Launch Control ที่มีการตั้งค่าระดับการยึดเกาะได้ถึง 3 ระดับ ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยลดอาการล้อฟรีให้น้อยที่สุด
สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบหวือหวา ระบบ N Drift Optimizer ทำหน้าที่ผสานการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้ากับล้อหลังในระหว่างการดริฟท์ เพื่อให้การควบคุมเป็นไปอย่างง่ายดายและแม่นยำยิ่งขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ระบบ Torque Kick Drift ยังเป็นระบบช่วยเหลือที่จำลองความรู้สึกเหมือนกับการใช้คลัตช์ในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปล้วนๆ ที่ขับเคลื่อนล้อหลัง ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติใหม่ของประสบการณ์การดริฟท์ในรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปลดปล่อยความสนุกสนานได้อย่างเต็มที่
ขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต: แรงม้า 650 และแบตเตอรี่ 84 kWh
Hyundai IONIQ 5 N ได้รับการติดตั้งมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ประสิทธิภาพสูง ซึ่งเป็นหัวใจหลักของพละกำลังอันน่าทึ่ง มอเตอร์ไฟฟ้าที่คู่ล้อหน้าให้กำลัง 222 แรงม้า และมอเตอร์ที่คู่ล้อหลังให้กำลัง 378 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน จะให้กำลังรวมสูงสุดถึง 600 แรงม้า (448 kW) แต่ความพิเศษไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ด้วยโหมด N Grin Boost ซึ่งเป็นฟังก์ชันที่สามารถกดปุ่มบนพวงมาลัยเพื่อเค้นสมรรถนะสูงสุดชั่วคราว ทำให้พละกำลังพุ่งทะยานไปถึง 650 แรงม้า (หรือ 641 แรงม้า ตามข้อมูลการเปิดตัวในไทย) พร้อมแรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร ตัวเลขเหล่านี้ส่งผลให้อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 260 กม./ชม. ซึ่งเป็นตัวเลขที่สามารถท้าชนกับซูเปอร์คาร์หลายรุ่นได้สบายๆ
แบตเตอรี่ของ IONIQ 5 N มีขนาดความจุ 84 kWh ซึ่งเป็นกำลังที่เพียงพอสำหรับการขับขี่สมรรถนะสูงและการใช้งานในชีวิตประจำวัน สิ่งที่ทำให้แบตเตอรี่ชุดนี้โดดเด่นคือการรองรับสถาปัตยกรรม 800V ซึ่งช่วยให้สามารถชาร์จไฟแบบ DC Fast Charge ได้ด้วยกำลังไฟสูงสุดถึง 350kW ทำให้การชาร์จจาก 10% ไปยัง 80% ใช้เวลาเพียง 18 นาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นหนึ่งในรถยนต์ไฟฟ้าที่มีอัตราการชาร์จเร็วที่สุดในตลาดปี 2025 และยังมาพร้อมกับระบบปรับสภาพแบตเตอรี่ (Battery Pre-conditioning) ซึ่งจะช่วยเตรียมอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้เหมาะสมกับการขับขี่แต่ละโหมด ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ปกติ หรือการขับขี่ในสนามแข่งที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้แบตเตอรี่ทำงานได้อย่างเต็มศักยภาพอยู่เสมอ
ประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าความเร็ว: นวัตกรรมจำลองความรู้สึก
ฮุนไดเข้าใจดีว่าสำหรับผู้ที่รักการขับขี่ ความเร็วเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ IONIQ 5 N จึงถูกออกแบบมาเพื่อมอบประสบการณ์ที่ดื่มด่ำและเร้าอารมณ์ในทุกมิติ ทั้งเสียงสัมผัสและพฤติกรรมการตอบสนองของรถ
ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่โดยเฉพาะ ด้วยพวงมาลัย N ดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมปุ่ม N Grin Boost สำหรับเรียกพละกำลังสูงสุดทันที เบาะที่นั่งบัคเก็ตซีทของ N ที่โอบกระชับร่างกาย ช่วยพยุงผู้ขับขี่ในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง แป้น Paddle Shifter โลหะหลังพวงมาลัย และแป้นคันเร่งดีไซน์ใหม่ ล้วนเป็นองค์ประกอบที่เสริมสร้างความรู้สึกสปอร์ตและพร้อมสำหรับการแข่งขัน
นวัตกรรมที่น่าสนใจที่สุดคือระบบ N e-shift ซึ่งเป็นการจำลองความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์แบบคลัตช์คู่ 8 สปีด (8-speed DCT) ที่พบในรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป (ICE) ของแบรนด์ N ระบบนี้จะสร้างอาการ “กระตุก” (Jerk) เล็กน้อยระหว่างการเปลี่ยนเกียร์เสมือนจริง ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับรู้ถึงการเปลี่ยนเกียร์และรู้สึกเหมือนกำลังควบคุมรถยนต์เครื่องยนต์สันดาปจริงๆ ซึ่งเป็นการเพิ่มมิติของความสนุกสนานและท้าทายในการขับขี่ที่รถยนต์ไฟฟ้าส่วนใหญ่มักขาดหายไป
ไม่เพียงเท่านั้น IONIQ 5 N ยังมาพร้อมกับระบบ N Active Sound+ ซึ่งเป็นระบบเสียงสังเคราะห์อัจฉริยะ ประกอบด้วยลำโพงภายใน 8 ตัว และลำโพงภายนอก 2 ตัว เพื่อจำลองเสียงการทำงานของเครื่องยนต์ได้อย่างสมจริง ไม่ว่าจะเป็นเสียงของการจุดระเบิด เสียงเครื่องยนต์ 2.0 ลิตรแบบเทอร์โบชาร์จ หรือแม้กระทั่งเสียงในโหมด ‘Evolution’ ที่เลียนแบบเสียงของรถแข่ง RN22e และเสียง ‘Supersonic’ ที่จำลองเสียงเครื่องยนต์เจ็ตในเครื่องบินขับไล่ เสียงเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเร้าอารมณ์และเสริมประสบการณ์การขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นเร้าใจในทุกย่านความเร็ว
Hyundai IONIQ 5 N 2025 ในตลาดไทย: สู่ยุคใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียม
Hyundai IONIQ 5 N 2025 ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วและแรง แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงในตลาดประเทศไทย ด้วยราคาจำหน่ายที่ 3.79 ล้านบาท รถคันนี้จัดอยู่ในกลุ่มรถยนต์ไฟฟ้าพรีเมียมที่เน้นทั้งประสิทธิภาพและนวัตกรรม โดยจะถูกผลิตขึ้นที่โรงงานในประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นการรับประกันคุณภาพมาตรฐานระดับโลก และมีเฉดสีภายนอกให้เลือกถึง 10 สี ได้แก่ สีฟ้า Performance Blue, สีดำ Abyss Black Pearl, สีเทา Cyber Grey Metallic, สีขาว Atlas White, สีเทา Ecotronic Grey Pearl, สีแดง Soultronic Orange Pearl, สีฟ้าแมทต์ Performance Blue Matte, สีทองแมทต์ Gravity Gold Matte, สีเทาแมทต์ Ecotronic Grey Matte และสีขาวแมทต์ Atlas White Matte ที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าได้เลือกสรรตามสไตล์ที่ชื่นชอบ
ในบริบทของปี 2025 ที่เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้ากำลังก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว Hyundai IONIQ 5 N ได้เข้ามาเติมเต็มช่องว่างในตลาดสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าที่ไม่เพียงแต่รักษ์โลก แต่ยังมอบความเร้าใจในการขับขี่ระดับสูงสุด ด้วยนวัตกรรมที่ช่วยจำลองประสบการณ์จากรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป ควบคู่ไปกับประสิทธิภาพที่เหนือกว่าของมอเตอร์ไฟฟ้า IONIQ 5 N ได้พิสูจน์ให้เห็นว่า “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ไม่ใช่แค่แนวคิด แต่เป็นความจริงที่จับต้องได้ และพร้อมที่จะเข้ามาเปลี่ยนแปลงมุมมองของผู้คนที่มีต่อยานยนต์ไฟฟ้าอย่างสิ้นเชิง
ปลดล็อกอนาคตแห่งความเร้าใจกับ Hyundai IONIQ 5 N
Hyundai IONIQ 5 N คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงนั้นน่าตื่นเต้นเพียงใด ด้วยการผสมผสานระหว่างพละกำลังอันมหาศาล เทคโนโลยีการควบคุมที่ล้ำสมัย และการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากสนามแข่ง รถคันนี้ได้สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการยานยนต์ไฟฟ้า และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ไม่มีใครเทียบได้ สำหรับผู้ที่มองหานวัตกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า แต่ยังคงโหยหาความดิบและความเร้าใจแบบรถแข่ง Hyundai IONIQ 5 N คือคำตอบที่สมบูรณ์แบบที่สุดในปี 2025
หากคุณพร้อมที่จะก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของการขับขี่ และสัมผัสประสบการณ์ที่เหนือกว่าแค่การเดินทาง ขอเชิญสัมผัสความเร้าใจของ Hyundai IONIQ 5 N ด้วยตัวคุณเอง ติดต่อผู้จำหน่ายฮุนไดใกล้บ้านท่าน เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม หรือนัดหมายเพื่อทดลองขับ และเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงนี้ได้แล้ววันนี้

