Hyundai IONIQ 5 N 2025: ยกระดับประสบการณ์รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง สู่มิติใหม่แห่งการขับขี่สไตล์ N
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไฟฟ้ามานับทศวรรษ ผมได้เห็นวิวัฒนาการอันน่าทึ่งของอุตสาหกรรมนี้มาโดยตลอด จากรถยนต์ที่เน้นแค่การประหยัดพลังงาน สู่ยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าก้าวหน้าอย่างก้าวกระโดด จนสามารถท้าชนกับขุมพลังสันดาปภายในได้อย่างสมศักดิ์ศรี โดยเฉพาะในเซ็กเมนต์ของ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในปี 2025 นี้ และหนึ่งในดาวเด่นที่สร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการได้อย่างไร้ข้อกังขา คงต้องยกให้กับ Hyundai IONIQ 5 N ที่พร้อมแล้วจะเข้ามาเขย่าตลาด รถยนต์ไฟฟ้าสปอร์ต ในประเทศไทย ด้วยการผสมผสาน DNA ของสนามแข่งเข้ากับนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าล้ำสมัยได้อย่างลงตัว
ฮุนได โมบิลิตี้ (ประเทศไทย) ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว IONIQ 5 N ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไป แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่ถอดแบบฟิลลิ่งและจิตวิญญาณของรถแข่งตระกูล N มาไว้ในแพลตฟอร์ม EV อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยพละกำลังมหาศาลถึง 650 แรงม้า (PS) ทำให้มันยืนอยู่แถวหน้าของรถยนต์ไฟฟ้าแห่งยุคที่ให้ทั้งความเร้าใจ ประสิทธิภาพ และความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีได้อย่างไร้ที่ติ และจากประสบการณ์ตรง ผมกล้าพูดได้เลยว่า IONIQ 5 N คือคำตอบสำหรับผู้ที่กำลังมองหา ประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ไม่เคยมีมาก่อนบนท้องถนน
ปรัชญาเบื้องหลังตัวอักษร “N”: หัวใจของสมรรถนะที่เหนือชั้น
ก่อนที่เราจะเจาะลึกถึงรายละเอียดของ IONIQ 5 N สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจปรัชญาเบื้องหลังแบรนด์ย่อย “N” ของ Hyundai ที่ไม่ได้เกิดขึ้นมาเพื่อแค่ความเร็ว แต่คือการสร้างสรรค์รถยนต์ที่มอบ “ความสนุกในการขับขี่” (Fun to Drive) อย่างแท้จริงบนทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งหรือการใช้งานในชีวิตประจำวัน และเมื่อ N ถูกผนวกรวมเข้ากับพลังงานไฟฟ้า สิ่งที่เราได้เห็นคือการปรับเปลี่ยนนิยามของ EV สมรรถนะสูง ให้มีความเข้าถึงและเร้าใจยิ่งขึ้น
ทีมวิศวกรของ Hyundai N ทุ่มเทอย่างหนักในการพัฒนา IONIQ 5 N เพื่อให้แน่ใจว่ามันไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ไฟฟ้าที่เร็วเท่านั้น แต่ยังคงมอบการตอบสนองที่ฉับไว ความสมดุลในการควบคุม และฟีดแบ็กที่คนขับสามารถรู้สึกได้ถึงทุกการเคลื่อนไหวของรถ ซึ่งเป็นสิ่งที่รถยนต์สมรรถนะสูงขนานแท้ควรมี ปรัชญานี้สะท้อนอยู่ในทุกรายละเอียด ตั้งแต่โครงสร้างตัวถัง ระบบช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง ไปจนถึงซอฟต์แวร์ควบคุมอัจฉริยะที่ทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงขีดจำกัดของรถได้อย่างมั่นใจและสนุกสนาน
ดีไซน์ที่ดุดันและฟังก์ชันการทำงานที่เหนือกว่า
เมื่อแรกเห็น Hyundai IONIQ 5 N คุณจะสัมผัสได้ถึงออร่าของรถแข่งที่ฉายชัดออกมาทันที ตัวรถถูกออกแบบให้แตกต่างจาก IONIQ 5 รุ่นมาตรฐานอย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นย้ำความดุดันและฟังก์ชันการทำงานตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อรองรับ ประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า ระดับสูงสุด
ภายนอกของ IONIQ 5 N ได้รับการเสริมชุดแต่งรอบคันสไตล์ N ที่ไม่ใช่เพียงแค่ความสวยงาม แต่ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านอากาศพลศาสตร์อย่างแท้จริง เริ่มตั้งแต่กันชนหน้าดีไซน์ใหม่ที่มาพร้อมสปลิตเตอร์ขนาดใหญ่ และช่องระบายอากาศแบบแอคทีฟที่ช่วยเพิ่มการไหลเวียนของอากาศเพื่อระบายความร้อนให้กับแบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เส้นสายสีแดงอันเป็นเอกลักษณ์ของ N ที่ลากยาวไปตามขอบสปอยเลอร์หน้า สเกิร์ตข้าง และดิฟฟิวเซอร์หลังสีดำขนาดใหญ่ ไม่เพียงแต่เพิ่มความสปอร์ต แต่ยังช่วยสร้างแรงกด (downforce) ให้ตัวรถยึดเกาะถนนได้ดียิ่งขึ้นเมื่อใช้ความเร็วสูง ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับ รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่เน้นสมรรถนะ
ไฮไลต์สำคัญคือชุดล้ออะลูมิเนียมฟอร์จขนาด 21 นิ้ว น้ำหนักเบา ที่รัดด้วยยาง Pirelli P Zero สมรรถนะสูง ขนาด 275/35 ทั้งสี่ล้อ ซึ่งได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะเพื่อ IONIQ 5 N เพื่อให้การยึดเกาะถนนที่ยอดเยี่ยม และมองเห็นชุดคาลิปเปอร์เบรกคู่หน้าแบบ 4 พอร์ต และคาลิปเปอร์เบรกหลังแบบ 1 พอร์ตขนาดใหญ่ ที่ทำงานร่วมกับจานดิสก์เบรกหน้าขนาด 400 มม. และจานดิสก์หลังขนาด 360 มม. ซึ่งถือเป็นชุดเบรกที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่าที่ Hyundai เคยผลิตมา การออกแบบระบบเบรกที่ทรงพลังนี้สะท้อนถึงความเข้าใจของ N ในการควบคุมพละกำลังมหาศาลได้อย่างปลอดภัย และมอบความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ในทุกจังหวะ ไม่ว่าจะเป็นการเบรกบนสนามแข่งหรือบนถนนทั่วไป
โครงสร้างและแชสซี: รากฐานของความแข็งแกร่งและความแม่นยำ
หัวใจสำคัญที่ทำให้ IONIQ 5 N แตกต่างจากรถยนต์ไฟฟ้าทั่วไปคือโครงสร้างและแชสซีที่ได้รับการปรับปรุงอย่างละเอียด เพื่อให้รองรับพละกำลังมหาศาลและการขับขี่แบบสปอร์ต โครงสร้างตัวรถถูกเสริมความแข็งแกร่งด้วยการเพิ่มจุดเชื่อมอีก 42 จุด และเสริมแนวกาวซิลิโคนเพิ่มอีก 2.1 เมตร เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและลดการบิดตัวของตัวถัง ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อความแม่นยำในการควบคุมรถ การตอบสนองของพวงมาลัย และเสถียรภาพในการเข้าโค้ง
ไม่เพียงเท่านั้น คอพวงมาลัยยังได้รับการเสริมความแข็งแรงเป็นพิเศษ เพื่อให้ฟีดแบ็กจากพื้นถนนที่แม่นยำและเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้นสู่มือผู้ขับขี่ นี่คือรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่ผู้เชี่ยวชาญด้านรถยนต์จะให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะมันคือส่วนสำคัญที่สร้างความเชื่อมโยงระหว่างคนกับรถให้แนบแน่น และสำหรับผมในฐานะผู้ขับขี่ที่รักความเร้าใจ รายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่ทำให้ IONIQ 5 N กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่น่าประทับใจ
นอกจากนี้ Hyundai ยังได้พัฒนาระบบพิเศษเฉพาะของ N อีกหลายประการ:
N Pedal: ฟังก์ชันที่คล้ายคลึงกับระบบ i-Pedal แต่ถูกปรับแต่งมาเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ N Pedal จะทำหน้าที่จัดการการถ่ายเทน้ำหนักของรถโดยอ้างอิงจากอัตราแรงเบรก ทำให้รถสามารถเข้าโค้งและออกจากโค้งได้อย่างสมดุลราวกับรถแข่งในสนาม ช่วยเพิ่มความสามารถในการควบคุมรถในทางโค้งและลดอาการอันเดอร์สเตียร์ได้อย่างมีนัยสำคัญ
ระบบกระจายแรงบิด Torque Distribution System: ระบบนี้ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับแต่งการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้มากถึง 11 ระดับ ช่วยให้รถสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพการขับขี่และสไตล์ของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่แบบเน้นการยึดเกาะ หรือการขับขี่ที่ต้องการความสนุกสนานในการสไลด์ตัวเล็กน้อย
N Launch Control: ระบบควบคุมการออกตัวที่มาพร้อมการตั้งค่าระดับการยึดเกาะ 3 ระดับ ช่วยให้รถสามารถออกตัวได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยไม่สูญเสียการยึดเกาะ ช่วยให้สามารถทำอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ได้อย่างสม่ำเสมอ
ขุมพลังไฟฟ้าแห่งอนาคต: พลังและประสิทธิภาพที่ไม่มีใครเทียบ
หัวใจสำคัญของ Hyundai IONIQ 5 N คือขุมพลังขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่ ที่เป็นตัวกำหนด ประสิทธิภาพรถยนต์ไฟฟ้า และศักยภาพอันน่าทึ่ง โดยมอเตอร์ไฟฟ้าคู่หน้าที่ให้กำลัง 222 แรงม้า และมอเตอร์คู่หลัง 378 แรงม้า เมื่อทำงานร่วมกัน จะให้กำลังรวมที่ 600 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 740 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจอย่างยิ่งสำหรับรถยนต์ไฟฟ้า
แต่ความพิเศษของ IONIQ 5 N ยังไม่หมดเพียงเท่านี้ ด้วยโหมด N Grin Boost ที่สามารถกดใช้งานได้จากปุ่มบนพวงมาลัย เพียงชั่วพริบตา ระบบจะปลดปล่อยพละกำลังสูงสุดให้พุ่งทะยานไปถึง 650 แรงม้า ส่งผลให้อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ทำได้ในเวลาเพียง 3.4 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 260 กม./ชม. ความรู้สึกของการถูกกดลงบนเบาะเมื่อโหมด N Grin Boost ทำงานนั้นเป็นอะไรที่ยากจะลืมเลือน และทำให้เห็นถึงความก้าวหน้าของ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า ที่สามารถมอบประสบการณ์เร้าใจได้ทัดเทียมกับซูเปอร์คาร์เครื่องยนต์สันดาป
ในด้านแบตเตอรี่ IONIQ 5 N มาพร้อมชุดแบตเตอรี่ขนาด 84 kWh ซึ่งเป็นขนาดที่เหมาะสมสำหรับการใช้งานสมรรถนะสูง รองรับสถาปัตยกรรมการชาร์จไฟแบบ 800V ซึ่งเป็นมาตรฐานใหม่ในกลุ่ม รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่มอบข้อได้เปรียบมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จที่รวดเร็วยิ่งขึ้น ลดการสูญเสียพลังงาน และรองรับกำลังไฟสูงสุดถึง 350kW ทำให้สามารถชาร์จไฟจาก 10% ถึง 80% ได้ในเวลาเพียง 18 นาที ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ การชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า ไม่ใช่ข้อจำกัดสำหรับผู้ที่ต้องการความเร่งด่วน นอกจากนี้ ยังมีระบบปรับสภาพแบตเตอรี่ (Battery Pre-conditioning) ที่ช่วยปรับอุณหภูมิของแบตเตอรี่ให้อยู่ในสภาวะที่เหมาะสมที่สุดก่อนการใช้งานโหมดสมรรถนะสูงหรือการชาร์จเร็ว เพื่อให้มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพสูงสุดและความคงทนของแบตเตอรี่
เทคโนโลยีการขับขี่อัจฉริยะ: ดึงดูดและมีส่วนร่วม
สิ่งที่ทำให้ IONIQ 5 N โดดเด่นในฐานะรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ไม่ใช่แค่พละกำลังดิบๆ แต่เป็นชุดของเทคโนโลยีอัจฉริยะที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่ม ประสบการณ์ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้า ให้มีความดึงดูดและมีส่วนร่วมกับผู้ขับขี่มากที่สุด
N Drift Optimizer: ระบบนี้ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมการดริฟท์ได้อย่างแม่นยำ โดยจะผสานการกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังอย่างชาญฉลาด เพื่อให้เกิดการสไลด์ตัวที่ควบคุมได้ ช่วยเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่บนสนามแข่งหรือพื้นที่ที่เหมาะสม
Torque Kick Drift: สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่รถยนต์ขับเคลื่อนล้อหลังแบบเครื่องยนต์สันดาป ระบบนี้จะจำลองความรู้สึกของการใช้คลัตช์เพื่อ “เตะท้าย” ให้รถเกิดการดริฟท์ ช่วยเพิ่มความรู้สึกของการควบคุมและทักษะการขับขี่ได้อย่างสมจริง
N e-shift: นี่คือหนึ่งใน นวัตกรรมยานยนต์ ที่ผมประทับใจเป็นพิเศษ ระบบ N e-shift จะจำลองความรู้สึกของการเปลี่ยนเกียร์ DCT 8 สปีดของรถยนต์เครื่องยนต์สันดาป แม้ว่ารถยนต์ไฟฟ้าจะไม่มีเกียร์ แต่ระบบนี้จะสร้างแรงกระตุกเบาๆ ระหว่าง “การเปลี่ยนเกียร์” เสมือนจริง ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกเหมือนกำลังขับรถสปอร์ตที่ใช้เกียร์ และยังเชื่อมโยงกับเสียงสังเคราะห์ที่สร้างขึ้น ทำให้เกิดประสบการณ์ที่ครบวงจร
N Active Sound+: ระบบเสียงสังเคราะห์ที่ใช้ลำโพงภายใน 8 ตัว และลำโพงภายนอก 2 ตัว เพื่อจำลองเสียงเครื่องยนต์สันดาปอันเป็นเอกลักษณ์ของ N เช่น เสียงการจุดระเบิดของเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร หรือแม้กระทั่งเสียงแบบ “Evolution” ที่คล้ายกับรถแข่งต้นแบบ RN22e และเสียง “Supersonic” ที่จำลองเสียงเครื่องยนต์เจ็ตของเครื่องบินขับไล่ได้อีกด้วย ระบบนี้ช่วยเติมเต็มความรู้สึกในการขับขี่ที่หลายคนคิดว่าจะขาดหายไปในรถยนต์ไฟฟ้า ทำให้ IONIQ 5 N กลายเป็น รถยนต์ไฟฟ้า N Series ที่ไม่ได้มีแค่ความเร็ว แต่มีจิตวิญญาณแห่งสมรรถนะอย่างเต็มเปี่ยม
ห้องโดยสาร: ศูนย์บัญชาการของผู้ขับขี่
ภายในห้องโดยสารของ IONIQ 5 N ถูกออกแบบมาโดยเน้นผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง เพื่อมอบสภาพแวดล้อมที่รองรับการขับขี่สมรรถนะสูง พวงมาลัย N ดีไซน์ใหม่ มาพร้อมปุ่ม N Grin Boost และปุ่มปรับโหมดการขับขี่ที่ใช้งานง่าย ตำแหน่งติดตั้งของปุ่มได้รับการออกแบบมาเพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเข้าถึงฟังก์ชันสำคัญได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องละสายตาจากถนน
เบาะที่นั่งบัคเก็ตซีทของ N (N bucket seats) ออกแบบมาเพื่อโอบอุ้มร่างกายผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าได้อย่างมั่นคง แม้ในขณะเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง วัสดุที่ใช้ก็เน้นทั้งความทนทานและความสะดวกสบายสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน แพดเดิลชิฟเตอร์โลหะที่อยู่หลังพวงมาลัย ไม่เพียงแต่ให้สัมผัสที่พรีเมียม แต่ยังช่วยเพิ่มความรู้สึกในการควบคุม “เกียร์” จำลองของ N e-shift ได้อย่างเต็มอรรถรส แป้นเหยียบใหม่ที่ออกแบบมาเพื่อการตอบสนองที่ดีขึ้น และวัสดุภายในที่เน้นคุณภาพสูง ยิ่งตอกย้ำถึงความพรีเมียมและจิตวิญญาณของ รถยนต์ไฟฟ้าสุดหรู ที่สามารถมอบสมรรถนะแบบรถแข่งได้
Hyundai IONIQ 5 N กับตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยในปี 2025: บทบาทใหม่และ ราคา ที่น่าจับตา
การเปิดตัว Hyundai IONIQ 5 N ในประเทศไทยด้วย ราคา Hyundai IONIQ 5 N ที่ 3.79 ล้านบาท ในปี 2025 นี้ ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนของ Hyundai ในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ระดับพรีเมียม IONIQ 5 N ไม่ได้แค่เข้ามาเป็นอีกหนึ่งตัวเลือก แต่เข้ามาเป็นผู้สร้างมาตรฐานใหม่ โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับคู่แข่งในกลุ่มเดียวกัน ด้วยชุดฟีเจอร์ N ที่อัดแน่น ระบบการขับขี่ที่สามารถปรับแต่งได้หลากหลาย และเทคโนโลยีการจำลองประสบการณ์ขับขี่ที่ล้ำสมัย ทำให้ IONIQ 5 N มีความได้เปรียบในการดึงดูดผู้ที่ต้องการมากกว่าแค่รถยนต์ไฟฟ้าที่เร็ว แต่ต้องการรถยนต์ที่มอบความรู้สึกและอารมณ์ร่วมในการขับขี่อย่างเต็มเปี่ยม
ในยุคที่ตลาด รถยนต์ไฟฟ้า 2025 เติบโตอย่างก้าวกระโดด ผู้บริโภคมีความต้องการที่หลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น IONIQ 5 N จึงเข้ามาตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่มองหานวัตกรรมที่ผสานความเร้าใจในแบบที่เคยพบเจอในรถยนต์สันดาปเข้ากับความยั่งยืนของพลังงานไฟฟ้าได้อย่างลงตัว และด้วยการผลิตจากโรงงานในประเทศเกาหลีใต้ พร้อมตัวเลือกสีภายนอกถึง 10 สี ได้แก่ สีฟ้า Performance Blue, สีดำ Abyss Black Pearl, สีเทา Cyber Grey Metallic, สีขาว Atlas White, สีเทา Ecotronic Grey Pearl, สีแดง Soultronic Orange Pearl, สีฟ้าแมทต์ Performance Blue Matte, สีทองแมทต์ Gravity Gold Matte, สีเทาแมทต์ Ecotronic Grey Matte และสีขาวแมทต์ Atlas White Matte ทำให้ผู้ซื้อสามารถเลือกสรรสไตล์ที่สะท้อนความเป็นตัวเองได้อย่างเต็มที่
สรุป: นิยามใหม่ของสมรรถนะในโลก EV
จากการได้สัมผัสและวิเคราะห์ Hyundai IONIQ 5 N อย่างเจาะลึก ผมสามารถสรุปได้อย่างมั่นใจว่านี่คือรถยนต์ไฟฟ้าที่ก้าวข้ามขีดจำกัดและสร้างนิยามใหม่ให้กับ รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง อย่างแท้จริง มันคือบทพิสูจน์ว่ารถยนต์ไฟฟ้าไม่จำเป็นต้องเงียบ ไร้อารมณ์ แต่สามารถเร้าใจ ดุดัน และมอบประสบการณ์ขับขี่ที่เหนือกว่าได้อย่างไม่น่าเชื่อ ด้วยพละกำลัง 650 แรงม้า เทคโนโลยี N ที่ล้ำสมัย และการออกแบบที่ผสานฟังก์ชันและสุนทรียภาพได้อย่างลงตัว IONIQ 5 N ไม่ได้เป็นเพียงรถยนต์ แต่คือผลงานศิลปะทางวิศวกรรมที่พร้อมจะพาคุณไปสัมผัสกับอนาคตของการขับขี่สไตล์ N
อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการปฏิวัติยานยนต์ไฟฟ้าครั้งสำคัญนี้! หากคุณพร้อมที่จะสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ที่เร้าใจและเหนือชั้นกว่าที่เคยมีมากับ Hyundai IONIQ 5 N ติดต่อผู้จำหน่ายฮุนไดใกล้บ้านคุณเพื่อทดลองขับ หรือติดตามข่าวสารและโปรโมชั่นพิเศษล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ทางการของเรา วันนี้!

