• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2511063 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.2

admin79 by admin79
November 25, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2511063 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.2

จากตำนานเครื่องยนต์สู่ยุค EV: การกลับมาของ Lotus และมรดกอมตะของ Nissan GT-R R35 ในปี 2025

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์สมรรถนะสูงมานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่พลิกโฉมหน้าอุตสาหกรรมรถยนต์ครั้งแล้วครั้งเล่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปี 2025 นี้ ที่เรากำลังยืนอยู่บนจุดบรรจบของสองยุคสมัยที่น่าตื่นเต้น ไม่ว่าจะเป็นการกำเนิดใหม่ของแบรนด์ตำนานที่ก้าวสู่โลกของรถยนต์ไฟฟ้าเต็มตัว หรือการคงอยู่ของไอคอนเครื่องยนต์สันดาปภายในที่ยังคงสร้างแรงสั่นสะเทือนบนท้องถนน ภูมิทัศน์ยานยนต์สมรรถนะสูงในปัจจุบันเต็มไปด้วยความหลากหลายที่น่าหลงใหล ทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกที่น่าสนใจอย่างไม่เคยมีมาก่อน บทความนี้จะเจาะลึกถึงปรากฏการณ์สำคัญสองอย่างที่สะท้อนถึงยุคสมัยนี้ได้อย่างชัดเจน นั่นคือการกลับมาอย่างแข็งแกร่งของ Lotus ในฐานะผู้นำ EV และสถานะอันเป็นอมตะของ Nissan GT-R R35 ในฐานะ “Godzilla” แห่งโลกเครื่องยนต์สันดาป

Lotus: การก้าวเข้าสู่ยุค EV เต็มตัว และการอำลาเครื่องยนต์สันดาปอย่างยิ่งใหญ่

การกลับมาของ Lotus สู่ตลาดประเทศไทยไม่ใช่เพียงแค่การนำรถรุ่นใหม่เข้ามาจำหน่าย แต่เป็นการประกาศการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ระดับตำนานจากอังกฤษนี้ โลตัสได้ผ่านการปรับโครงสร้างและทิศทางภายใต้การบริหารงานของ Geely ยักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนในการผลักดัน Lotus ให้กลายเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง

1.1 การกลับมาที่แข็งแกร่งกว่าเดิมภายใต้ร่มเงา Geely (อัปเดต 2025)

Geely Group ได้พิสูจน์ให้เห็นถึงความสามารถในการพลิกฟื้นแบรนด์รถยนต์ระดับโลกมาแล้วกับ Volvo ที่จากเดิมเคยซบเซากลับมาผงาดเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและความปลอดภัยในตลาดพรีเมียม การเข้าซื้อ Lotus ก็เป็นไปในแนวทางเดียวกัน นั่นคือการเติมสภาพคล่องทางการเงินและทรัพยากรด้าน R&D อย่างมหาศาล โดยไม่เข้าไปก้าวก่ายในแก่นแท้ของแบรนด์ ทำให้ Lotus สามารถรักษาปรัชญา “Performance through lightweight” และ “For the Drivers” ไว้ได้อย่างสมบูรณ์ ขณะเดียวกันก็ได้รับพลังในการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่ๆ ที่ก้าวล้ำ
ในปี 2025 นี้ Lotus Cars Thailand ภายใต้การดูแลของ Werne’s Automotive ประเทศไทย ได้สร้างรากฐานที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยไม่เพียงแค่นำเสนอรุ่นรถยนต์ แต่ยังรวมถึงประสบการณ์บริการหลังการขายที่ครบวงจร ทำให้เจ้าของ Lotus ได้รับการดูแลในระดับเดียวกับรถยนต์พรีเมียมอื่นๆ สิ่งนี้สร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มลูกค้าที่มองหา รถยนต์ระดับพรีเมียม ที่มีเอกลักษณ์และความพิเศษไม่เหมือนใคร การกลับมาครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่การปรากฏตัวใหม่ แต่เป็นการสร้างระบบนิเวศของ Lotus ให้เติบโตอย่างยั่งยืนในตลาดไทย

1.2 Emira: บทสรุปสุดท้ายของเครื่องยนต์สันดาป (ICE) ที่จะกลายเป็นตำนาน

Lotus Emira ไม่ใช่แค่รถสปอร์ตธรรมดา แต่คือสัญลักษณ์ของการสิ้นสุดยุคสมัย Emira คือรถยนต์ Lotus ที่ใช้เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) รุ่นสุดท้ายจากโรงงาน Hethel ประเทศอังกฤษ ซึ่งทำให้มันมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์และอารมณ์อย่างยิ่ง รุ่น Emira V6 First Edition ซึ่งเป็นรุ่นที่เปิดรับจองในตลาดไทย ได้รับความสนใจจากทั่วโลกอย่างล้นหลาม ด้วยโควต้าที่จำกัด Emira กลายเป็นของสะสมที่นักลงทุนและผู้ที่หลงใหลในสมรรถนะเครื่องยนต์สันดาปต่างต้องการครอบครอง
Emira V6 First Edition มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร Supercharged ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 4.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุดได้ 288 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้อาจไม่ใช่ระดับของ ซูเปอร์คาร์ พลังไฟฟ้า แต่ด้วยปรัชญาการออกแบบที่เน้นน้ำหนักเบา (Lightweight Design) และความคล่องตัวเป็นพิเศษ ทำให้ Emira มอบประสบการณ์การขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจตามแบบฉบับ Lotus อย่างแท้จริง สำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความรู้สึกดิบๆ ของเครื่องยนต์สันดาปภายในในยุคสุดท้าย Emira คือโอกาสสุดท้ายที่ไม่อาจมองข้ามได้ นี่คือการลงทุนในรถยนต์ที่มีคุณค่าทางใจและมีศักยภาพในการเป็น รถยนต์สะสม ที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นในอนาคต

1.3 โลกใหม่ของ Lotus ในฐานะผู้บุกเบิกรถยนต์ EV สมรรถนะสูง

หลังจาก Emira เป็นต้นไป Lotus ได้ประกาศการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตรถยนต์ไฟฟ้า (EV) 100% อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งในปี 2025 นี้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงนั้นเป็นรูปธรรมแล้ว ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงหลายรุ่นที่ตอกย้ำวิสัยทัศน์ใหม่ของแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็น Lotus Evija ไฮเปอร์คาร์ไฟฟ้าพลังทำลายล้าง, Lotus Eletre ไฮเปอร์ SUV ไฟฟ้า ที่ผสมผสานความอเนกประสงค์เข้ากับสมรรถนะเหนือระดับ หรือ Lotus Emeya แกรนด์ทัวเรอร์ไฟฟ้าที่สง่างามและทรงพลัง
Lotus EV ไม่ได้เป็นเพียงแค่การนำมอเตอร์ไฟฟ้ามาใส่ในโครงสร้างเดิม แต่เป็นการพัฒนารถยนต์จากพื้นฐาน EV โดยเฉพาะ โดยใช้แพลตฟอร์มและเทคโนโลยีแบตเตอรี่ที่ล้ำสมัย เพื่อให้มั่นใจว่ารถยนต์ไฟฟ้าของ Lotus ยังคงมอบ ประสิทธิภาพรถยนต์ ที่ยอดเยี่ยม และยังคงรักษาจิตวิญญาณของ Lotus ในด้านการควบคุมรถที่เฉียบคมและน้ำหนักที่เหมาะสม แม้จะเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มีน้ำหนักแบตเตอรี่ก็ตาม การที่ Lotus หันมาพัฒนา รถสปอร์ต EV รุ่นใหม่ อย่างเต็มตัวนี้ ทำให้แบรนด์สามารถตอบสนองต่อความต้องการของตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลง และยังสามารถแข่งขันในตลาด รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง ได้อย่างสมศักดิ์ศรี ซึ่งเป็นทิศทางที่สอดคล้องกับ เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่ก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว

Nissan GT-R R35: Godzilla ผู้เป็นอมตะในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลง

ในขณะที่ Lotus กำลังมุ่งหน้าสู่อนาคตไฟฟ้า Nissan GT-R R35 ยังคงยืนหยัดในฐานะตัวแทนของยุคทองแห่งเครื่องยนต์สันดาปที่ยังไม่ยอมแพ้ต่อกาลเวลา ด้วยมรดกที่สั่งสมมายาวนาน R35 คือบทพิสูจน์ว่ารถสปอร์ตเครื่องยนต์สันดาปยังคงมีคุณค่าและตำแหน่งที่แข็งแกร่งในใจของคอรถยนต์ทั่วโลก

2.1 มรดกแห่งวิศวกรรมที่ท้าทายกาลเวลา

Nissan GT-R R35 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 และยังคงทำตลาดมาอย่างยาวนานที่สุดในตระกูล GT-R จนถึงปี 2025 นี้ มันได้รับการขนานนามว่า “Supercar Killer” ด้วยความสามารถในการเอาชนะรถสปอร์ตยุโรปราคาแพงกว่าหลายเท่าตัว ในขณะเดียวกันก็มอบความคุ้มค่าและสมรรถนะที่น่าทึ่ง การตัดสินใจแยกชื่อรุ่นออกจาก Nissan Skyline ถือเป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนว่า GT-R R35 คือ รถสปอร์ต ที่มุ่งเน้นสมรรถนะอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่รุ่นย่อยของรถบ้านอีกต่อไป
ความน่าสนใจของ R35 ในปี 2025 ไม่ได้อยู่แค่เพียงสมรรถนะดั้งเดิม แต่ยังเป็นเรื่องของ “มรดก” และ “การลงทุน” R35 ถือเป็นรถยนต์ที่มีค่าทางใจสูง และราคาในตลาดมือสองก็ยังคงแข็งแกร่ง หรือในบางรุ่นพิเศษกลับมีราคาสูงขึ้นด้วยซ้ำ ทำให้มันเป็นหนึ่งใน รถยนต์มือสองราคาดี ที่นักสะสมและผู้ที่ต้องการรถสมรรถนะสูงที่ยังสามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวันมองหา

2.2 พลังขับเคลื่อนที่ไร้เทียมทาน: เครื่องยนต์ VR38DETT และระบบขับเคลื่อน ATTESA E-TS

หัวใจของ GT-R R35 คือเครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส VR38DETT ขนาด 3.8 ลิตร Twin-Turbo ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจนมีพละกำลังสูงสุดถึง 555 แรงม้า (ในรุ่นมาตรฐาน) และแรงบิด 632 นิวตันเมตร ซึ่งสามารถฉุดกระชากรถหนัก 1,770 กก. ให้พุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ในเวลาเพียง 3.5 วินาที ด้วยเกียร์ Dual Clutch 6 สปีด (GR6) ที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วและแม่นยำ ทำให้ R35 ยังคงเป็นหนึ่งในรถที่เร็วที่สุดบนท้องถนน
แต่สิ่งที่ทำให้ R35 แตกต่างอย่างแท้จริงคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้ออัจฉริยะ ATTESA E-TS ระบบนี้ไม่เพียงแค่ส่งกำลังไปยังล้อทั้งสี่เท่านั้น แต่ยังสามารถกระจายแรงขับเคลื่อนระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างชาญฉลาด ตั้งแต่ 0% ไปยังล้อหน้าในภาวะปกติ และสูงสุด 50% ไปยังล้อหน้าเมื่อตรวจจับสภาวะการยึดเกาะถนนที่ไม่ดี หรือส่งกำลังเกือบทั้งหมดไปยังล้อหลังเมื่อต้องการอัตราเร่งสูงสุด นอกจากนี้ยังเสริมด้วยระบบ VDC-R ที่ควบคุมสมดุลของรถ ช่วยให้ R35 สามารถขับขี่ได้อย่างมั่นคงและควบคุมได้ง่ายในทุกสภาพเส้นทาง นี่คือเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำในยุคสมัยของมัน และยังคงน่าประทับใจแม้ใน ตลาดรถยนต์ 2025 ที่เต็มไปด้วยนวัตกรรมใหม่ๆ

2.3 สุนทรียะแห่งการขับขี่: ช่วงล่าง, เบรก และดีไซน์ที่ลงตัว

วิศวกรรมช่วงล่างของ R35 คืออีกหนึ่งหัวใจสำคัญที่ทำให้มันเป็น “Grand Touring Car” อย่างแท้จริง ช่วงล่างด้านหน้าแบบปีกนกคู่ และด้านหลังแบบ Multilink พร้อมชิ้นส่วนอลูมิเนียม Forged ผสานกับโช้คอัพ Bilstein Damptronic ที่ปรับได้ 3 โหมด (Normal / Comfort / R) ทำให้ R35 มีความยืดหยุ่นในการขับขี่ที่น่าทึ่ง ไม่ว่าจะบนสนามแข่งหรือถนนทั่วไป เบรก Nissan-Brembo ขนาดใหญ่พร้อมคาลิปเปอร์ Super Rigid 6 พอตที่ด้านหน้า และ 4 พอต Monoblock ที่ด้านหลัง มั่นใจได้ถึงพละกำลังในการหยุดรถที่เหลือเฟือ
ด้านการออกแบบภายนอก R35 มีดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว รูปทรงที่กำยำดูแข็งแกร่งคล้าย “Godzilla” แต่กลับมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทาน (Cd) ต่ำเพียง 0.27 (และลดลงเหลือ 0.26 ในรุ่นล่าสุด) ซึ่งเทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์หลายรุ่น ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED แนวตั้ง และไฟท้าย Multi-LED แบบโดนัท 4 ดวง คือสิ่งที่ทำให้ R35 เป็นที่จดจำ ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบมาเพื่อการขับขี่โดยเฉพาะ ด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ตที่หุ้มด้วยหนัง Alcantara หรือ Carbon ในบางรุ่น พร้อมระบบอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ ระบบปรับอากาศ Dual Zone, จอ Touchscreen ขนาด 8 นิ้ว และเครื่องเสียง BOSE 11 ตำแหน่ง ทั้งหมดนี้ทำให้ R35 เป็น รถยนต์สมรรถนะสูง ที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่บนสนามแข่ง

2.4 GT-R R35 โฉมล่าสุด (อัปเดต 2025)

แม้จะออกสู่ตลาดมานาน แต่ Nissan ยังคงมุ่งมั่นที่จะพัฒนา R35 อย่างต่อเนื่อง โดยการปรับโฉมครั้งล่าสุดที่เปิดตัวในงาน Tokyo Auto Salon 2023 ได้นำเสนอการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ
ภายนอก: กระจังหน้าและกันชนหน้าดีไซน์ใหม่หมดจด เพื่อเพิ่มความลู่ลมและลดค่า Cd ให้ต่ำลงไปอีก มิติโดยรวมยังคงเดิม แต่ดูทันสมัยและมีมิติมากขึ้น พร้อมกลิ่นอายของ R34 ที่แฟนๆ ชื่นชอบ
รุ่นพิเศษ:
Premium Edition T-spec: มาพร้อมสีตัวถัง Millennium Jade (สีเอกลักษณ์ของ R34 V-Spec II Nür) และ Midnight Purple (สีของ R34 V-Spec) ล้อ Forged ขนาด 20 นิ้ว สีทองจาก Rays และภายในตกแต่งด้วยสี Mori Green เครื่องยนต์ยังคงแรงเท่าเดิม
NISMO Special Edition: อัพเกรดอย่างก้าวกระโดดด้วยชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน ฝากระโปรงคาร์บอนไฟเบอร์ทั้งชิ้น และสปอยเลอร์หลังทรง R34 ล้อ Forged สีดำจาก RAYS ภายในเบาะ Full Bucket Seat จาก Recaro วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ ตกแต่งโทนสีดำแดง
ที่สำคัญคือเครื่องยนต์ในรุ่น NISMO ได้รับการจูนให้มีพละกำลังสูงถึง 600 แรงม้า แรงบิด 652 นิวตันเมตร พร้อมติดตั้ง Limited-Slip Differential แบบกลไกที่เพลาล้อคู่หน้า เพื่อการส่งกำลังที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทำให้ NISMO Special Edition กลายเป็น GT-R R35 ที่ทรงพลังที่สุดเท่าที่ Nissan เคยผลิตมา นี่คือจุดสูงสุดของวิศวกรรมเครื่องยนต์สันดาปจากญี่ปุ่นที่ยังคงโลดแล่นอย่างน่าประทับใจในปี 2025

การบรรจบกันของสองโลก: อนาคตของรถยนต์สมรรถนะสูงในประเทศไทย

ปี 2025 เป็นปีแห่งความหลากหลายสำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและสมรรถนะ จากสิ่งที่ผมได้เห็นตลอดหลายปีที่ผ่านมา วงการรถยนต์สมรรถนะสูงกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ แต่ก็เต็มไปด้วยโอกาสใหม่ๆ

3.1 ทางเลือกที่หลากหลายสำหรับผู้รักความเร็ว

การเลือกซื้อรถสปอร์ตในปี 2025 จึงไม่ใช่แค่เรื่องของแบรนด์หรือดีไซน์อีกต่อไป แต่ยังรวมถึงปรัชญาการขับขี่และเทคโนโลยีที่อยู่เบื้องหลัง
รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (EV): Lotus และแบรนด์อื่นๆ กำลังพิสูจน์ให้เห็นว่ารถยนต์ EV สามารถมอบอัตราเร่งที่รุนแรง การควบคุมที่แม่นยำ และประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างออกไป ด้วยข้อได้เปรียบด้านค่าบำรุงรักษาที่ต่ำกว่าในระยะยาวและค่าใช้จ่ายเชื้อเพลิงที่ประหยัดกว่า นี่คืออนาคตที่กำลังเข้ามาอย่างรวดเร็ว สำหรับผู้ที่ต้องการความทันสมัยและใส่ใจสิ่งแวดล้อม รถสปอร์ต EV รุ่นใหม่ คือคำตอบ
เครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE): รถยนต์อย่าง Nissan GT-R R35 หรือ Lotus Emira รุ่นสุดท้าย ยังคงดึงดูดใจด้วยเสียงเครื่องยนต์อันเร้าใจ การตอบสนองของเกียร์ธรรมดา (ในบางรุ่น) และความรู้สึก “ดิบ” ที่รถ EV ยังให้ไม่ได้ รถเหล่านี้ไม่ได้เป็นแค่ยานพาหนะ แต่เป็นงานศิลปะทางวิศวกรรมที่มีจิตวิญญาณและกลายเป็นของสะสมที่น่าลงทุน

3.2 เทรนด์และนวัตกรรมใหม่ๆ (Keywords: รถสปอร์ต EV, เทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า 2025, ประสิทธิภาพรถยนต์)

โครงสร้างพื้นฐาน EV: การขยายตัวของสถานีชาร์จและเทคโนโลยีการชาร์จเร็วเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ รถยนต์ไฟฟ้า มีความน่าสนใจมากขึ้นในประเทศไทย
แบตเตอรี่และมอเตอร์ไฟฟ้า: การพัฒนาแบตเตอรี่ที่มีความหนาแน่นพลังงานสูงขึ้นและมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทำให้ ประสิทธิภาพรถยนต์ EV ทัดเทียมหรือเหนือกว่ารถ ICE ได้อย่างง่ายดาย
ตลาดรถยนต์สะสม: การเปลี่ยนผ่านสู่ EV ทำให้รถยนต์ ICE สมรรถนะสูงรุ่นไอคอนอย่าง GT-R R35 มีสถานะที่แข็งแกร่งขึ้นในฐานะ การลงทุนใน Supercar ที่มีคุณค่าและเป็นที่ต้องการ

บทสรุป: ความตื่นเต้นไม่รู้จบในวงการยานยนต์

ในโลกยานยนต์ปี 2025 นี้ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าอัศจรรย์ จาก Lotus ที่ผงาดในฐานะผู้นำ EV ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ไปจนถึง Nissan GT-R R35 ที่ยังคงยืนหยัดในฐานะตำนานแห่งเครื่องยนต์สันดาป ทั้งสองแบรนด์ต่างนำเสนอประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างกัน แต่ล้วนแล้วแต่เร้าใจและน่าหลงใหล ไม่ว่าคุณจะเป็นผู้ที่มองหาความเร็วที่เงียบกริบและสะอาด หรือยังคงโหยหาเสียงคำรามของเครื่องยนต์และกลิ่นไอของน้ำมันเชื้อเพลิง วงการยานยนต์สมรรถนะสูงในปีนี้มีทุกสิ่งที่จะตอบสนองความต้องการของคุณอย่างแน่นอน

คำเชิญชวน
โลกของรถยนต์สมรรถนะสูงกำลังอยู่ในจุดที่น่าตื่นเต้นอย่างที่สุด ผมขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสำรวจ ทดลองขับ และสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษเหล่านี้ด้วยตัวคุณเอง ไม่ว่าคุณจะเลือกเส้นทางแห่งไฟฟ้าอันล้ำสมัยกับ Lotus หรือยังคงหลงใหลในความคลาสสิกของ Godzilla อย่าง Nissan GT-R R35 หรือแม้กระทั่งกำลังมองหา ประกันภัยรถหรู สำหรับรถในฝันของคุณ โอกาสในการเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่นี้รอคุณอยู่ มาร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์ไปด้วยกัน!

Previous Post

[ครบชุด] T2511061 หญ งฉลาดเล อกแฟน Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2511067 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2511067 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

[ครบชุด] T2511067 ตหล งแต งงานท าเบ เพราะใคร Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.