• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

[ครบชุด] T2511062 หญ งแล งน ำใจ ใครจะเอาทำเม Ep.2

admin79 by admin79
November 25, 2025
in Uncategorized
0
[ครบชุด] T2511062 หญ งแล งน ำใจ ใครจะเอาทำเม Ep.2

พลิกโฉมวงการยานยนต์สมรรถนะสูงปี 2025: การเปลี่ยนผ่านจากตำนานสันดาปสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาล ทั้งในด้านเทคโนโลยี พฤติกรรมผู้บริโภค และทิศทางของอุตสาหกรรมโดยรวม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง หรือที่เราคุ้นเคยในนาม “รถสปอร์ต” และ “ซูเปอร์คาร์” ปี 2025 นี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่ง เมื่อเรายืนอยู่บนจุดเปลี่ยนที่สำคัญ ระหว่างการเชิดชูตำนานเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) อันเป็นที่รัก กับการก้าวเข้าสู่ยุคพลังงานไฟฟ้า (EV) อย่างเต็มตัว ซึ่งไม่เพียงแต่เปลี่ยนวิธีการขับขี่ แต่ยังรวมถึงปรัชญาการพัฒนารถยนต์สมรรถนะสูงด้วย

บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกถึงปรากฏการณ์สำคัญเหล่านี้ โดยเฉพาะการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ของแบรนด์อังกฤษผู้เป็นตำนานอย่าง Lotus ที่กำลังปลุกจิตวิญญาณแห่งความเบาและคล่องตัวให้มีชีวิตชีวาอีกครั้งด้วยพลังงานไฟฟ้า และในขณะเดียวกัน เราก็จะไม่ลืมที่จะหวนรำลึกถึงและชื่นชมสุดยอดยานยนต์จากญี่ปุ่นอย่าง Nissan GT-R R35 ที่ยังคงครองใจผู้คนในฐานะ “Godzilla” ผู้ไม่เคยหลับใหล ผู้ซึ่งเป็นตัวแทนของยุคทองแห่งเครื่องยนต์สันดาป

การกลับมาของ Lotus สู่ตลาดประเทศไทยในปี 2025 ไม่ใช่เพียงแค่การแนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ หากแต่เป็นการประกาศจุดยืนที่ชัดเจนถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของแบรนด์ภายใต้การนำของ Geely ผู้ผลิตยานยนต์ยักษ์ใหญ่จากจีน ซึ่งมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลในการผลักดัน Lotus ให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง (Performance EV) ระดับโลก การลงทุนเชิงกลยุทธ์ของ Geely ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเติมสภาพคล่อง แต่เป็นการส่งเสริมให้ Lotus ยังคงรักษาแก่นแท้ของ DNA อันเป็นเอกลักษณ์ ทั้งน้ำหนักเบา สมดุล และการขับขี่ที่คล่องตัว ในขณะเดียวกันก็เปิดประตูสู่โลกอนาคตที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานสะอาด

ในตลาดไทย ปัจจุบัน Lotus ได้รับการดูแลโดย Lotus Cars Thailand ภายใต้การบริหารงานของบริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย จำกัด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายดีลเลอร์ที่แข็งแกร่ง การวางตำแหน่งโชว์รูมและศูนย์บริการในพื้นที่เดียวกับแบรนด์ Volvo ซึ่งเป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่ Geely เข้าไปลงทุนและประสบความสำเร็จอย่างงดงาม สะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์การผนึกกำลังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและการเข้าถึงลูกค้าในระยะยาว

ช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านนี้ Lotus ได้นำเสนอโมเดลเครื่องยนต์สันดาปภายใน (ICE) ชุดสุดท้ายออกสู่ตลาด ซึ่งถือเป็นการ “สั่งลา” ที่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางประวัติศาสตร์และอารมณ์ความรู้สึก โมเดลอย่าง Emira V6 First Edition คือบทส่งท้ายอันงดงามของยุค ICE ที่โรงงาน Hethel ในสหราชอาณาจักร ก่อนที่ Lotus จะมุ่งมั่นผลิตรถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่างเต็มรูปแบบในอนาคต ทำให้ Emira ไม่ได้เป็นเพียงรถสปอร์ตทั่วไป แต่เป็นดั่งของสะสมที่มีคุณค่าสำหรับนักสะสมรถยนต์ (Car Collector) ที่ต้องการเป็นเจ้าของหนึ่งในชิ้นส่วนประวัติศาสตร์ชิ้นสุดท้าย

Emira V6 First Edition มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 ขนาด 3.5 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ ที่ให้กำลังสูงสุด 400 แรงม้า แรงบิด 430 นิวตันเมตร สามารถเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ได้ใน 4.2 วินาที และทำความเร็วสูงสุด 288 กม./ชม. ด้วยราคาจำหน่ายที่ 11,900,000 บาท (สำหรับโควต้าจำกัด 6 คันในประเทศไทย) มันคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความเร้าใจแบบดั้งเดิมกับความทันสมัยที่ Lotus ยืนยันว่าจะยังคงรักษาไว้ การตอบรับจากทั่วโลกที่มีต่อ Emira ถือเป็นเครื่องยืนยันถึงความปรารถนาของตลาดต่อรถสปอร์ต ICE ที่ยังคงมีอยู่ แม้กระแส EV จะมาแรงเพียงใดก็ตาม

นอกเหนือจาก Emira แล้ว Lotus ยังคงนำเสนอรถยนต์สมรรถนะสูงรุ่นอื่น ๆ เข้ามาในตลาด แม้จะเป็นกลุ่ม ICE รุ่นสุดท้าย เช่น Elise Sport 220 และ Exige Sport 350 ที่มาพร้อมปรัชญา “Performance through lightweight” ของ Lotus อย่างแท้จริง Elise Sport 220 ใช้เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ 217 แรงม้า ส่วน Exige Sport 350 มาพร้อมเครื่องยนต์ V6 3.5 ลิตร ซูเปอร์ชาร์จ 350 แรงม้า ด้วยน้ำหนักตัวที่เบาหวิวเพียง 1,125 กก. ทำให้มีอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4.1 วินาที รถเหล่านี้คือตัวแทนของความบริสุทธิ์ในการขับขี่ที่ Lotus ได้สร้างสมมาโดยตลอด

อนาคตของ Lotus ภายใต้ Geely จะก้าวไปสู่การเป็นผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงระดับโลก โดยเฉพาะการเปิดตัว Hypercar ไฟฟ้าอย่าง Evija และ Hyper-SUV อย่าง Eletre รวมถึง Hyper-GT อย่าง Emeya ที่พลิกโฉมแนวคิดของรถยนต์ไฟฟ้าให้มีทั้งสมรรถนะที่น่าทึ่งและดีไซน์ที่ล้ำสมัย เทคโนโลยีแบตเตอรี่รถยนต์ (EV Battery Technology) ขั้นสูง และแพลตฟอร์ม EV ที่เป็นกรรมสิทธิ์ จะช่วยให้ Lotus ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้านการควบคุมรถที่เหนือชั้น และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่แตกต่างและน่าประทับใจ การลงทุนในเทคโนโลยี EV นี้เองที่จะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ Lotus ก้าวข้ามขีดจำกัดเดิม ๆ และเป็นหนึ่งในผู้นำในตลาดรถสปอร์ตไฟฟ้า (Electric Sports Car) แห่งอนาคต

Nissan GT-R R35: Godzilla ผู้ไม่เคยหลับใหลในยุคแห่งการเปลี่ยนผ่าน

ในอีกด้านหนึ่งของตลาดรถยนต์สมรรถนะสูง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงสู่ยุค EV ที่เชี่ยวกราก ยังมีตำนานบทหนึ่งที่ยืนหยัดอย่างสง่างาม นั่นคือ Nissan GT-R R35 หรือที่รู้จักกันในนาม “Godzilla” รถสปอร์ตจากแดนอาทิตย์อุทัยคันนี้ ไม่ใช่แค่ยานยนต์สมรรถนะสูงทั่วไป แต่คือไอคอนที่ยังคงเป็นที่ใฝ่ฝันของนักขับทั่วโลก และในปี 2025 นี้ R35 ยังคงตอกย้ำสถานะของตัวเองในฐานะ “รถยนต์สมรรถนะสูง” ที่ครบเครื่องและเข้าถึงได้ ไม่ว่าคุณจะมองหาการขับขี่ในชีวิตประจำวัน หรือความเร้าใจในสนามแข่ง

GT-R R35 เปิดตัวครั้งแรกในปี 2007 และได้ทำตลาดมาอย่างยาวนาน ถือเป็นหนึ่งในโมเดลรถสปอร์ตที่ได้รับการพัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องยาวนานที่สุดรุ่นหนึ่ง การแยกชื่อ “GT-R” ออกจาก “Skyline” ถือเป็นการประกาศอิสรภาพและมุ่งเน้นสู่ความเป็นรถสปอร์ตพันธุ์แท้โดยเฉพาะตลอดช่วง 15 ปีที่ผ่านมา Nissan ได้อัปเกรด R35 อย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้มันยังคงแข่งขันกับซูเปอร์คาร์ยุโรปที่มีราคาแพงกว่าหลายเท่าได้

มิติตัวถังและดีไซน์: สุนทรียศาสตร์ที่ผสานฟังก์ชัน

ดีไซน์ภายนอกของ R35 เป็นที่ถกเถียงในเรื่องความ “เหลี่ยม” แต่กลับมีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานเพียง 0.27 (และ 0.26 ในรุ่นปรับโฉมล่าสุด) ซึ่งเทียบเท่ากับซูเปอร์คาร์ชั้นนำหลายรุ่น นี่คือการแสดงให้เห็นถึงความเชื่อของทีมพัฒนาที่ว่า รูปทรงเหลี่ยมก็สามารถลู่ลมได้อย่างมีประสิทธิภาพ การออกแบบที่เน้นฟังก์ชันเป็นหลัก ทำให้ทุกเส้นสายมีความหมาย ตั้งแต่กระจังหน้า V-Motion ไฟหน้า Projector Lens แบบ LED แนวตั้งที่เป็นเอกลักษณ์ ไปจนถึงไฟท้ายแบบโดนัท 4 ดวง อันเป็นเอกลักษณ์ของ GT-R ทุกรุ่น สปอยเลอร์หลังทรงเตี้ยและดิฟฟิวเซอร์คาร์บอนไฟเบอร์ ไม่เพียงเพิ่มความดุดัน แต่ยังช่วยสร้างแรงกดขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง ทำให้ R35 ยังคงเป็นภาพลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เสื่อมคลายในปี 2025

ขุมพลัง VR38DETT: หัวใจ V6 Twin-Turbo ที่ไร้เทียมทาน

หัวใจของ GT-R R35 คือเครื่องยนต์เบนซิน V6 รหัส VR38DETT ขนาด 3.8 ลิตร Twin-Turbo ที่ได้รับการรังสรรค์ด้วยมือจากช่างฝีมือผู้เชี่ยวชาญ (Takumi) ให้พละกำลังมหาศาล เริ่มต้นที่ 480 แรงม้าในรุ่นแรก และในรุ่นล่าสุดอย่าง NISMO Special edition ได้ถูกปรับจูนให้แรงขึ้นถึง 600 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 652 นิวตันเมตร ทำให้มันสามารถพุ่งทะยานจาก 0-100 กม./ชม. ได้ภายในเวลาเพียง 2.8 วินาทีในรุ่น Nismo และทำความเร็วสูงสุดกว่า 315 กม./ชม. ตัวเลขเหล่านี้ยังคงน่าประทับใจอย่างยิ่งในยุคที่รถยนต์ไฟฟ้ากำลังเข้ามา แม้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงจะอยู่ที่ประมาณ 5-8 กม./ลิตร ซึ่งเป็นเรื่องปกติสำหรับเครื่องยนต์สมรรถนะสูงขนาดนี้ แต่ความดิบ ความเร้าใจ และเสียงคำรามจากท่อไอเสียไทเทเนียม 4 ท่อ คือสิ่งที่รถ EV ไม่อาจเลียนแบบได้

ระบบขับเคลื่อน ATTESA E-TS AWD: อัจฉริยะแห่งการยึดเกาะ

สิ่งที่ทำให้ GT-R R35 แตกต่างและเป็นที่ยอมรับในวงกว้างคือระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ AWD อัจฉริยะ ATTESA E-TS ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของ Nissan ระบบนี้สามารถกระจายแรงบิดระหว่างล้อหน้าและล้อหลังได้อย่างชาญฉลาด ตั้งแต่ 0:100 (ล้อหลังทั้งหมด) ไปจนถึง 50:50 (หน้า-หลังเท่ากัน) ตามสภาพถนนและความต้องการของผู้ขับขี่ เพลากลางคาร์บอนไฟเบอร์ช่วยลดน้ำหนักและเพิ่มความแข็งแรง ระบบ VDC-R (Vehicle Dynamic Control – R) ยังช่วยควบคุมความสมดุลของรถ ทำให้ R35 สามารถยึดเกาะถนนได้อย่างมั่นคงในทุกสภาพการขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการออกตัวบนทางลาดชัน การเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง หรือการวิ่งบนถนนที่เปียกชื้น นี่คือเหตุผลที่ GT-R ยังคงเป็นรถสปอร์ตที่ขับขี่ง่ายและให้ความมั่นใจแก่ผู้ขับขี่ในทุกระดับ

ช่วงล่างและระบบเบรก: ความสมดุลบนทุกเส้นทาง

ช่วงล่างของ R35 ใช้แบบปีกนกคู่ (Double Wishbone) ด้านหน้า และ Multilink ด้านหลัง พร้อมโช้คอัพ Bilstein Damptronic ที่ปรับได้ 3 โหมด (Normal / Comfort / R) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถปรับความรู้สึกในการขับขี่ได้ตามต้องการ ไม่ว่าจะเป็นความนุ่มนวลสำหรับการขับขี่ในเมือง หรือความแข็งแกร่งสำหรับการขับขี่ในสนาม ระบบเบรก Nissan – Brembo แบบเจาะรูเซาะร่องขนาดใหญ่ พร้อมคาลิปเปอร์ 6 พอตด้านหน้าและ 4 พอตด้านหลัง มั่นใจได้ถึงประสิทธิภาพการหยุดรถที่เหนือชั้น แม้จะแข็งไปบ้างตามสไตล์รถสปอร์ต แต่ R35 ก็ยังคงให้ความสบายในการขับขี่ที่เหนือกว่ารถสปอร์ตทั่วไป ทำให้เป็นรถสไตล์ Grand Touring Car อย่างแท้จริง

ภายในห้องโดยสาร: เน้นฟังก์ชันและเทคโนโลยี

ห้องโดยสารของ R35 ออกแบบมาเพื่อผู้ขับขี่โดยเฉพาะ ด้วยเบาะนั่งทรงสปอร์ตที่โอบกระชับ แต่ยังคงให้ความสบายสำหรับการเดินทางไกล วัสดุหนังและ Alcantara พร้อมการตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์ในบางรุ่น สร้างบรรยากาศสปอร์ตหรูหรา มาตรวัด Optitron พร้อมหน้าจอแสดงข้อมูล MID ที่สามารถปรับตั้งค่าการวัดสมรรถนะต่าง ๆ ได้หลากหลาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน และจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว ที่รองรับระบบความบันเทิงและข้อมูลการขับขี่ ถือว่าครบครันและยังคงใช้งานได้ดีเยี่ยมในปี 2025

Nissan GT-R R35 โฉมล่าสุดและการลงทุนในปี 2025

ในปี 2023 ที่ผ่านมา Nissan ได้มีการปรับโฉม R35 อีกครั้งในงาน Tokyo Auto Salon 2023 ด้วยกระจังหน้าและกันชนหน้าที่ออกแบบใหม่หมดจด เพิ่มความลู่ลมและเก็บเสียงได้ดียิ่งขึ้น พร้อมเปิดตัวรุ่นพิเศษ Premium Edition T-spec (มาในสี Millenium Jade และ Midnight Purple อันเป็นตำนาน) และ NISMO Special edition (มาพร้อมชุดแต่งคาร์บอนไฟเบอร์รอบคัน, ฝากระโปรงคาร์บอน, และเครื่องยนต์ 600 แรงม้า) การอัปเดตเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า Nissan ยังคงเชื่อมั่นในศักยภาพของ R35 และต้องการให้มันยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มรถสปอร์ต ICE

สำหรับนักลงทุนและผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์สมรรถนะสูงในปี 2025 การเป็นเจ้าของ Nissan GT-R R35 ไม่ใช่แค่การซื้อรถยนต์ แต่เป็นการลงทุนใน “ตำนาน” ที่มีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะรุ่นที่สมบูรณ์และเป็น Original การที่ R35 เป็นรถยนต์ที่ครบเครื่องเทียบเท่าซูเปอร์คาร์ยุโรปในราคาที่เข้าถึงได้ง่ายกว่ามาก และยังมีตลาดรถยนต์มือสองสมรรถนะสูงที่แข็งแกร่ง ทำให้มันเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจทั้งในแง่ของการใช้งานและการสะสม

สรุป: อนาคตที่หลากหลายของยานยนต์สมรรถนะสูงปี 2025

ปี 2025 คือภาพสะท้อนของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในอุตสาหกรรมยานยนต์สมรรถนะสูง เรากำลังเห็นการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ที่ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าอย่างเต็มตัว ผ่านแบรนด์ที่กำลังปฏิวัติตัวเองอย่าง Lotus ที่นำเสนอเทคโนโลยีล้ำสมัยและสมรรถนะ EV ระดับไฮเปอร์คาร์ และในขณะเดียวกัน เราก็ยังคงได้เห็นความยิ่งใหญ่และคุณค่าอันเป็นนิรันดร์ของเครื่องยนต์สันดาปภายในจากตำนานอย่าง Nissan GT-R R35 ที่ยังคงยืนหยัดและได้รับการเชิดชู

นี่คือช่วงเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างแท้จริงสำหรับผู้ที่หลงใหลในความเร็วและนวัตกรรม ไม่ว่าคุณจะเลือกสัมผัสอนาคตอันเจิดจรัสของ Lotus EV หรือดื่มด่ำกับความเร้าใจแบบดิบๆ ของ Nissan GT-R R35 ทั้งสองทางเลือกล้วนนำมาซึ่งประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและประทับใจไม่รู้ลืม

อนาคตของการขับขี่รอคุณอยู่แล้ว! เราขอเชิญชวนคุณสัมผัสประสบการณ์ยานยนต์สมรรถนะสูงแห่งปี 2025 ที่ศูนย์บริการ Lotus Cars Thailand เพื่อเปิดมุมมองใหม่แห่งยุคไฟฟ้า หรือหากหัวใจของคุณยังคงเต้นแรงไปกับเสียงคำรามของเครื่องยนต์ V6 Twin-Turbo อย่าพลาดโอกาสในการค้นหา Nissan GT-R R35 ที่สมบูรณ์แบบเพื่อเติมเต็มความฝันของคุณ ไม่ว่าจะเป็นรถใหม่หรือตลาดรถยนต์มือสองสมรรถนะสูง ที่พร้อมให้คุณได้เป็นส่วนหนึ่งของตำนาน!

Previous Post

[ครบชุด] T2511075 จงให าก บต วเอง Ep.2

Next Post

[ครบชุด] T2511071 คนส ดท ายไม จร Ep.2

Next Post
[ครบชุด] T2511071 คนส ดท ายไม จร Ep.2

[ครบชุด] T2511071 คนส ดท ายไม จร Ep.2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.