มิติใหม่แห่งยนตรกรรมหรู: Lotus Chapman Bespoke เปิดประตูสู่การปรับแต่งไร้ขีดจำกัดในประเทศไทย สู่ปี 2025
ในโลกแห่งยนตรกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรมและรสนิยมอันประณีต Lotus Cars Thailand ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญอีกครั้ง ด้วยการเปิดตัว “Lotus Chapman Bespoke” อย่างเป็นทางการในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นหมุดหมายที่สองของโลก และเป็นประเทศแรกในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกที่ได้สัมผัสกับบริการอันเป็นเอกลักษณ์นี้ นับเป็นก้าวสำคัญที่สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ของแบรนด์ในการยกระดับประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ Lotus สู่ระดับสูงสุดแห่งความหรูหราเฉพาะบุคคล ท่ามกลางบรรยากาศงานมหกรรมยานยนต์ Motor Expo 2025 ที่เต็มไปด้วยความคาดหวังจากผู้ที่หลงใหลในความสมบูรณ์แบบ
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญในวงการยานยนต์มายาวนานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและการเติบโตของตลาดรถยนต์หรูมาอย่างต่อเนื่อง และต้องยอมรับว่าการมาถึงของ Lotus Chapman Bespoke ไม่ใช่เพียงแค่การนำเสนอทางเลือกใหม่ แต่เป็นการกำหนดนิยามใหม่ของ “รถยนต์สั่งทำพิเศษ” หรือ “Bespoke Car” อย่างแท้จริง Lotus ไม่ได้เป็นเพียงผู้ผลิตรถสปอร์ตสมรรถนะสูงอีกต่อไป แต่ยังก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้าน “ยนตรกรรมไฟฟ้าหรู” ที่มอบความเป็นไปได้ในการปรับแต่งที่ไร้ขีดจำกัด ตอบโจทย์ความต้องการของผู้ขับขี่ที่ต้องการสะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ผ่านรถยนต์คู่ใจได้อย่างสมบูรณ์แบบ
การเชิดชูตำนาน: หัวใจของ Lotus Chapman Bespoke
อ “Lotus Chapman Bespoke” ไม่ได้ถูกเลือกมาโดยบังเอิญ หากแต่เป็นการรำลึกและเชิดชูเกียรติแก่สองผู้ก่อตั้งผู้บุกเบิกอย่าง Colin และ Hazel Chapman ผู้ซึ่งเริ่มต้นตำนานของ Lotus ขึ้นในปี 1948 ณ กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร Colin Chapman ไม่ได้เป็นเพียงวิศวกรและนักออกแบบรถแข่งธรรมดา แต่เขาคือผู้สร้างสรรค์นวัตกรรมและเทคโนโลยีมากมายที่พลิกโฉมวงการมอเตอร์สปอร์ตให้ก้าวล้ำมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นแนวคิดเรื่องน้ำหนักเบา การกระจายน้ำหนักที่เป็นเลิศ หรือหลักอากาศพลศาสตร์ที่ก้าวหน้าเกินยุคสมัย การใช้ชื่อ Chapman Bespoke จึงเป็นการตอกย้ำถึงจิตวิญญาณแห่งการสร้างสรรค์ ความกล้าที่จะแตกต่าง และความมุ่งมั่นในการไล่ล่าความสมบูรณ์แบบที่ยังคงอยู่ใน DNA ของ Lotus ทุกคัน
ในปี 2025 นี้ Lotus Cars Thailand ภายใต้การบริหารของ บริษัท เวิร์นส์ ออโตโมทีฟ ประเทศไทย ตระหนักดีว่าลูกค้าในกลุ่ม “รถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง” ไม่ได้มองหาเพียงแค่พละกำลังและเทคโนโลยีล้ำสมัยเท่านั้น แต่ยังต้องการ “ประสบการณ์ขับขี่เหนือระดับ” ที่ผสมผสานความหรูหราเข้ากับดีไซน์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้อย่างลงตัว นี่คือหัวใจสำคัญของกลยุทธ์ Globalized Bespoke Strategy ที่ Lotus มุ่งมั่นนำเสนอทั่วโลก และประเทศไทยก็ได้รับเกียรติให้เป็นหนึ่งในประเทศแรกๆ ที่ได้สัมผัสปรากฏการณ์นี้ การปรับแต่งรถยนต์ในแบบฉบับ Chapman Bespoke คือการปลดล็อกศักยภาพในการสร้างสรรค์ให้ผู้ขับขี่สามารถกำหนดรายละเอียดทุกมิติของรถยนต์ได้ตามจินตนาการ ตั้งแต่สีภายนอกที่สะท้อนบุคลิกไปจนถึงวัสดุตกแต่งภายในที่สัมผัสได้ถึงความประณีต
ปลดล็อกความพิเศษ: 3 ระดับการปรับแต่งเหนือจินตนาการ
บริการ Chapman Bespoke ถูกออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายและแตกต่างกันของผู้ครอบครอง Lotus โดยแบ่งออกเป็น 3 ระดับหลัก ซึ่งแต่ละระดับล้วนมอบประสบการณ์การปรับแต่งที่เหนือชั้นและเอกสิทธิ์เฉพาะตัว:
Tailor-made (การสั่งตัดเฉพาะบุคคล):
ระดับนี้คือจุดเริ่มต้นของการสร้างสรรค์ “รถยนต์ Lotus” ที่สะท้อนตัวตนของคุณได้อย่างชัดเจน ลูกค้าสามารถเลือกปรับแต่งดีไซน์รถตามความต้องการ โดยมีตัวเลือกที่หลากหลายและครอบคลุมทุกรายละเอียด ตั้งแต่เฉดสีภายนอกที่มีให้เลือกมากถึง 36 เฉดสีเมทัลลิค ซึ่งแต่ละสีล้วนได้รับการคัดสรรมาอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความเงางามและมิติที่ลึกซึ้ง ไม่ว่าคุณจะชื่นชอบความเรียบหรู ความสปอร์ตดุดัน หรือความโดดเด่นสะดุดตา Lotus ก็มีสีที่พร้อมตอบสนองทุกจินตนาการ
ภายในห้องโดยสาร ลูกค้าสามารถเลือกโทนสีภายในได้ถึง 13 แบบ ซึ่งสามารถผสมผสานกับวัสดุตกแต่งระดับพรีเมียมได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นคาร์บอนแท้ที่มอบความรู้สึกสปอร์ตล้ำสมัย อะลูมิเนียมแท้ที่ให้ความหรูหราคลาสสิก หรือแม้กระทั่งการปักโลโก้เฉพาะตัวบนเบาะนั่งและแผงประตู การเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูงเหล่านี้ไม่เพียงเพิ่มความสวยงาม แต่ยังสัมผัสได้ถึงความประณีตในทุกรายละเอียด ทุกการตัดสินใจในระดับ Tailor-made นี้จะทำให้รถ Lotus ของคุณเป็นมากกว่ายานพาหนะ แต่เป็นงานศิลปะที่เคลื่อนไหวได้ ซึ่งสะท้อนถึงรสนิยมและความเป็นปัจเจกบุคคลของคุณ
Collection (คอลเลกชันพิเศษ):
สำหรับผู้ที่มองหาความพิเศษที่มาพร้อมเรื่องราวและประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า Collection คือคำตอบ Lotus Chapman Bespoke ได้ร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก ศิลปินผู้สร้างสรรค์ และแบรนด์หรู เพื่อรังสรรค์รถยนต์ลิมิเต็ดอิดิชั่นที่มีคุณค่าทางจิตใจและเป็นที่ต้องการของนักสะสม ในปี 2025 นี้ Lotus ได้นำเสนอสองคอลเลกชันสุดพิเศษที่สร้างความตื่นตาตื่นใจอย่างมาก:
Eletre TYPE 79 (Black Gold Edition): นี่คือการนำแรงบันดาลใจจากตำนานสู่ “Hyper-SUV” แห่งอนาคต Eletre TYPE 79 ได้รับการรังสรรค์ขึ้นเพื่อเชิดชู Lotus Type 79 รถแข่งฟอร์มูล่าวันในตำนานที่นำชัยชนะอันยิ่งใหญ่มาสู่ Lotus ในปี 1978 ด้วยเทคโนโลยี Ground Effects ที่ปฏิวัติวงการ การออกแบบของ Eletre TYPE 79 (Black Gold Edition) จึงสะท้อนถึงความสง่างามและความทรงพลังที่ผสมผสานอดีตและปัจจุบันได้อย่างลงตัว ด้วยสีดำทองอันเป็นเอกลักษณ์ของยุครุ่งเรืองแห่งวงการรถแข่ง F1 ลวดลายงานเพ้นท์มืออันวิจิตรบรรจงที่สร้างสรรค์โดยช่างฝีมือเยี่ยมของ Lotus ซึ่งเป็นผู้เดียวกับที่ออกแบบโลโก้ Type 79 ดั้งเดิม ยังคงมอบรายละเอียดที่ไร้ที่ติ และนี่ไม่ใช่เพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นชิ้นส่วนของประวัติศาสตร์การแข่งรถที่หายใจได้
Emeya Blossom (Limited Edition): สำหรับผู้ที่หลงใหลในความงดงามของธรรมชาติและงานศิลปะชั้นสูง “Emeya Blossom” คือผลงานชิ้นเอกที่ผลิตเพียง 88 คันทั่วโลก ซึ่งสะท้อนถึงความพิเศษที่ไม่มีใครเหมือน แรงบันดาลใจของคอลเลกชันนี้มาจากสวนอันงดงามของ East Carleton Manor ที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล Emeya Blossom ถูกออกแบบภายใต้ธีม “Summer of the Garden” ที่ผสานความหรูหราและความอ่อนหวานของสวนดอกไม้ในฤดูร้อนได้อย่างลงตัว
ภายนอกโดดเด่นด้วยการไล่เฉดสีแดงดาห์เลียและชมพูอ่อนของดอกกุหลาบ ซึ่งเป็นกระบวนการเคลือบสีถึง 14 ชั้นและขัดเงาอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้มิติสีที่ละเอียดอ่อนราวกับดอกไม้จริงที่เบ่งบาน ภายในห้องโดยสารได้รับการตกแต่งใหม่ทั้งหมด ด้วยเบาะหนังสีสันสดใสที่ฉลุลายดอกไม้สไตล์อังกฤษอย่างประณีต ซึ่งเป็นงานฝีมือที่หาชมได้ยาก จุดเด่นที่สร้างความแตกต่างคือการใช้หินธรรมชาติแท้ตกแต่งภายใน ซึ่งเป็นรายละเอียดที่เพิ่มความหรูหราและเชื่อมโยงกับแนวคิดของธรรมชาติได้อย่างแนบเนียน Emeya Blossom จึงเป็น “Hyper-GT” ที่ถ่ายทอดความงดงามของศิลปะและธรรมชาติลงบนผืนผ้าใบแห่งยนตรกรรมได้อย่างไร้ที่ติ
One-off (การสร้างสรรค์หนึ่งเดียวในโลก):
นี่คือที่สุดแห่งบริการ “รถยนต์สั่งทำพิเศษ” ที่ไร้ขีดจำกัด One-off คือการรังสรรค์รถยนต์ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวเช่นเดียวกับผู้ครอบครองอย่างแท้จริง บริการปรับแต่งรถยนต์สุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้ เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถออกแบบรถยนต์ในฝันของตนเองได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการกำหนดคอนเซ็ปต์ของรถ การเลือกวัสดุที่ไม่ธรรมดา การออกแบบลวดลายที่ไม่เคยมีมาก่อน หรือแม้กระทั่งการผสานเทคโนโลยีที่สั่งทำเป็นพิเศษ ทีมออกแบบของ Lotus Chapman Bespoke จะทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่แนวคิดเริ่มต้นไปจนถึงการคัดเลือกทุกรายละเอียด เพื่อให้มั่นใจว่ารถคันนั้นจะเป็น “รถยนต์ Lotus” ที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ และเป็นเพียงคันเดียวในโลกที่ไม่มีใครเหมือน
สัมผัสยานยนต์แห่งอนาคต: Eletre และ Emeya พร้อม Lotus Emira MY25
นอกเหนือจากบริการ Chapman Bespoke ที่ปฏิวัติวงการ Lotus Cars Thailand ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาด “รถสปอร์ตไฟฟ้า” และ “ยานยนต์ไฟฟ้าหรู” ด้วยการนำเสนอรุ่นเรือธงที่พร้อมขับเคลื่อนอนาคต:
LOTUS ELETRE: Hyper-SUV ยกระดับประสบการณ์ขับขี่
Eletre คือ “Hyper-SUV” คันแรกของค่าย Lotus ที่ได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามตั้งแต่เปิดตัวเมื่อปลายปี 2024 และยังคงเป็นผู้นำตลาดในปี 2025 นี้ ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยว ดุดัน แต่ยังคงความหรูหรา Eletre ได้รับการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับฟังก์ชันการใช้งานและสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง มอบพละกำลังสูงสุดถึง 905 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ในเวลาเพียง 2.95 วินาที และระยะทางวิ่งสูงสุดตามมาตรฐาน WLTP ที่ 600 กิโลเมตร ทำให้ Eletre เป็นรถ “SUV ไฟฟ้า” ที่ไม่เพียงแค่เร็วและแรง แต่ยังใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย มอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าในทุกมิติ
LOTUS EMEYA: Hyper-GT ที่เร็วที่สุดในโลก
หาก Eletre คือนิยามของ Hyper-SUV Emeya คือสุดยอดของ “Hyper-GT” ที่ได้รับการยอมรับว่าเป็น “รถยนต์ไฟฟ้า Dual-Motor ที่เร็วที่สุดในโลก” ด้วยดีไซน์ที่สวยงามโดดเด่น เส้นสายที่พลิ้วไหวราวกับงานศิลปะ แต่ซ่อนเร้นไว้ซึ่งพละกำลังมหาศาล Emeya คือการผสานความหรูหราเข้ากับประสิทธิภาพการขับขี่แบบสปอร์ตอย่างลงตัว ด้วยอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 2.78 วินาที และความเร็วสูงสุด 256 กม./ชม. Emeya มอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเป็นเอกลักษณ์ พร้อมห้องโดยสารที่ประณีต พิถีพิถัน และรุ่นย่อยที่หลากหลาย เพื่อให้ลูกค้าสามารถเลือกได้ตามความต้องการ โดยมี “ราคา Lotus” Emeya เริ่มต้นที่ 5,690,000 บาท ซึ่งถือเป็นการลงทุนในอนาคตของยนตรกรรมอย่างแท้จริง
LOTUS EMIRA MY25: บทสุดท้ายของความคลาสสิก
สำหรับผู้ที่ยังคงหลงใหลในเสียงเครื่องยนต์และสัมผัสการขับขี่แบบดั้งเดิม Emira คือข้อเสนอสุดท้ายที่ Lotus มอบให้ก่อนจะเข้าสู่ยุค “ยานยนต์ไฟฟ้า” เต็มตัว ในงาน Motor Expo 2025 นี้ Lotus Cars Thailand ยังคงนำเสนอ “Lotus Emira First Edition” เพียง 4 คันสุดท้ายในประเทศไทย ซึ่งมาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V6 Supercharged 3.5 ลิตร และเครื่องยนต์ 2.0 Turbocharged Inline 4 มอบประสบการณ์ขับขี่ที่บริสุทธิ์และเร้าใจในแบบฉบับ Lotus ด้วย “ราคา Lotus Emira” First Edition เริ่มต้นที่ 10,990,000 บาท
นอกจากนี้ Lotus ยังได้เปิดตัว “Lotus Emira MY25” ซึ่งเป็นตัวเลือกใหม่ที่สะท้อนดีเอ็นเอของแบรนด์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ นำโดยรุ่น “Emira Turbo SE” ที่มุ่งเน้นสมรรถนะสปอร์ตเร้าใจและการควบคุมรถที่เหนือระดับในราคาเริ่มต้น 12,900,000 บาท และ “Emira Turbo” ที่ออกแบบมาเพื่อการขับขี่ที่สนุกสนานและตอบโจทย์การใช้งานในชีวิตประจำวันมากขึ้น ในราคาเริ่มต้น 11,900,000 บาท Emira คือบทเพลงสุดท้ายของยุคเครื่องยนต์สันดาปที่ยังคงมอบความรู้สึกคลาสสิกและทรงพลังให้กับผู้ครอบครอง
วิสัยทัศน์ปี 2025: ความมุ่งมั่นเพื่อลูกค้า Lotus ในไทย
Lotus Cars Thailand ไม่หยุดนิ่งอยู่เพียงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เหนือชั้น แต่ยังมุ่งมั่นสร้างความแข็งแกร่งและความเชื่อมั่นให้กับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ด้วยการวางแผนรีโนเวต “โชว์รูม Lotus” และศูนย์บริการ Lotus Cars Thailand อย่างเต็มรูปแบบในปี 2025 นี้ ซึ่งจะมีการปรับเปลี่ยนและขยายพื้นที่โชว์รูมใหม่บริเวณด้านหน้าอาคาร พร้อมพื้นที่รับรองลูกค้าที่เอ็กซ์คลูซีฟและมอบความเป็นส่วนตัวอย่างเหนือระดับ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากการส่งมอบ “Lotus Eletre” ไปแล้วรวมกว่า 200 คันนับตั้งแต่เดือนธันวาคมปีก่อน ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงการตอบรับที่ยอดเยี่ยมจากตลาดไทย โชว์รูมใหม่นี้คาดว่าจะพร้อมให้บริการในช่วงกลางปี 2025 เพื่อยกระดับ “ประสบการณ์ลูกค้า Lotus” ให้ก้าวไปอีกขั้น
โอกาสพิเศษที่ไม่ควรพลาด ณ Motor Expo 2025
เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดตัว Lotus Chapman Bespoke และต้อนรับปี 2025 Lotus Cars Thailand ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ และรับข้อเสนอสุดเอ็กซ์คลูซีฟจำนวนจำกัดภายในงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 42” หรือ “Motor Expo 2025” ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤศจิกายน – 9 ธันวาคม 2568 ณ บูธ B02 อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1 อิมแพ็ค เมืองทองธานี
ผู้ที่จอง Lotus Pre-Configuration ในงาน จะได้รับสิทธิพิเศษที่ไม่เหมือนใคร:
จอง Lotus Eletre (Hyper-SUV) Pre-Configuration: รับทันที Free Option มูลค่า 400,000 บาท
จอง Lotus Emeya (Hyper-GT) Pre-Configuration: รับทันที Free Option มูลค่า 250,000 บาท
และสิทธิพิเศษสำหรับผู้จองรถในงาน Motor Expo 2025 เท่านั้น!
รับสิทธิ์พักฟรีที่ TE MATA Glamping Khaoyai มูลค่า 17,000 บาท เพื่อสัมผัสการพักผ่อนระดับห้าดาวท่ามกลางธรรมชาติอย่างหรูหราในบรรยากาศส่วนตัว ณ ห้องพักรูปแบบ Te Mata Lakeside จำนวน 1 คืน สำหรับ 4 ท่าน สามารถใช้ได้ตั้งแต่ 1 ธันวาคม 2568 ถึง 30 มิถุนายน 2569
นี่คือโอกาสทองที่จะได้เป็นเจ้าของ “ยานยนต์แห่งอนาคต” ที่สะท้อนตัวตนของคุณได้อย่างแท้จริง พร้อมสัมผัสเทคโนโลยีล้ำสมัยและดีไซน์เหนือระดับจาก Lotus Cars Thailand อย่ารอช้า! มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ยนตรกรรมครั้งใหม่นี้ และร่วมสร้างสรรค์รถยนต์ในฝันของคุณให้เป็นจริง ณ บูธ Lotus Cars Thailand ในงาน Motor Expo 2025! พบกันที่นั่น!
![[ครบชุด] T2511084 กรรมกรผ กสด Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-1210.png)
![[ครบชุด] T2511086 จะเช อเพ อนหร อเช อผ Ep.2](https://filmthaith.themtraicay.com/wp-content/uploads/2025/11/image-1211.png)