GWM TANK 400 Hi4-T ปี 2025: ปฏิวัติวงการ SUV ไฮบริด กับสมรรถนะเหนือชั้นและการผจญภัยไร้ขีดจำกัด
ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์มากว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของตลาดรถยนต์ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเซกเมนต์ SUV ที่ปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์อเนกประสงค์สำหรับการเดินทางในเมืองอีกต่อไป แต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของสมรรถนะ, เทคโนโลยี และความยั่งยืน การมาถึงของ GWM TANK 400 Hi4-T รุ่นปรับปรุงใหม่สำหรับปี 2025 คือหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิวัฒนาการนี้ได้อย่างชัดเจน นี่ไม่ใช่แค่การเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ แต่คือการประกาศศักดาครั้งสำคัญของ GWM ที่พร้อมจะสร้างนิยามใหม่ให้กับรถยนต์ SUV Plug-in Hybrid ในตลาดโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทยที่กำลังให้ความสนใจกับรถยนต์พลังงานทางเลือกอย่างจริงจัง
ตลาด SUV ในปี 2025 มีการแข่งขันที่ดุเดือดกว่าที่เคย ผู้บริโภคไม่ได้มองหารถที่ตอบโจทย์แค่เรื่องประโยชน์ใช้สอย แต่ยังต้องการนวัตกรรม ความประหยัดเชื้อเพลิง และประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ GWM TANK 400 Hi4-T คือคำตอบที่ผสานรวมเอาความแข็งแกร่งดุดันแบบออฟโรดเข้ากับเทคโนโลยีไฮบริดล้ำสมัย และระบบขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน มาร่วมเจาะลึกไปกับผมถึงปัจจัยที่ทำให้ TANK 400 Hi4-T ไม่ใช่แค่คู่แข่ง แต่เป็นผู้กำหนดเกมในตลาด SUV พรีเมียมและ Plug-in Hybrid ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด
การกลับมาที่เหนือกว่า: TANK 400 Hi4-T ในบริบทตลาดปี 2025
ย้อนกลับไปเมื่อปี 2023 การเปิดตัวของ Tank 400 พร้อมเทคโนโลยี Hi4-T ของ GWM ได้สร้างความฮือฮาในวงการยานยนต์อย่างมาก และในปี 2025 นี้ GWM ได้นำ Tank 400 กลับมาอีกครั้งพร้อมการปรับปรุงที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ในโลกที่รถยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และ Plug-in Hybrid Electric Vehicle (PHEV) กำลังเป็นกระแสหลัก Tank 400 Hi4-T ยืนหยัดอย่างโดดเด่นในฐานะ SUV แบบ Body-on-Frame ที่ยังคงรักษา DNA แห่งความแกร่งกร้าวพร้อมลุยทุกเส้นทาง แต่เติมเต็มด้วยหัวใจสีเขียวแห่งอนาคต
การปรับปรุงในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การปรับโฉมเล็กน้อย แต่เป็นการยกระดับในทุกมิติ ทั้งในด้านของประสิทธิภาพของระบบส่งกำลังไฮบริด ความก้าวล้ำของเทคโนโลยีช่วยเหลือการขับขี่ และความประณีตของดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน GWM เข้าใจดีว่าผู้บริโภคในปัจจุบันต้องการรถยนต์ที่สามารถเป็นได้ทั้งเพื่อนร่วมทางสำหรับการผจญภัยสุดหฤโหด และรถยนต์คู่ใจสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน ที่สามารถมอบทั้งความสะดวกสบาย ความประหยัด และความหรูหราควบคู่กันไป ด้วยวิสัยทัศน์นี้ TANK 400 Hi4-T จึงถูกออกแบบมาเพื่อเป็นมากกว่ารถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์ของอิสระและความมั่นใจบนทุกสภาพถนน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นตลาดที่มีความต้องการรถยนต์ประเภท SUV ที่แข็งแกร่งและเทคโนโลยีสูงอย่างต่อเนื่อง
หัวใจแห่งการขับเคลื่อน: เทคโนโลยี Hi4-T ที่ก้าวล้ำ
แก่นแท้ของความโดดเด่นของ GWM TANK 400 Hi4-T คือระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid Hi4-T ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นการผสานพลังของเครื่องยนต์สันดาปภายในเข้ากับมอเตอร์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง แตกต่างจากรถยนต์ไฮบริดทั่วไป ระบบ Hi4-T ของ TANK 400 ถูกออกแบบมาเพื่อมอบพละกำลังที่มหาศาลสำหรับการขับขี่แบบออฟโรดที่ท้าทาย ควบคู่ไปกับความประหยัดเชื้อเพลิงที่ยอดเยี่ยมในการใช้งานในเมืองและบนทางหลวง ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้มันแตกต่างจากคู่แข่งในตลาด SUV พรีเมียมทั่วไป
GWM เสนอทางเลือกแบตเตอรี่ถึงสองขนาดสำหรับรุ่นไฮบริด ได้แก่ ขนาด 37.1 kWh และ 59.05 kWh ซึ่งเป็นหนึ่งในขนาดแบตเตอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในเซกเมนต์ PHEV SUV ด้วยแบตเตอรี่ขนาดนี้ TANK 400 Hi4-T จึงสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าล้วนได้ไกลถึง 105 กิโลเมตร หรือสูงสุด 200 กิโลเมตรตามมาตรฐาน WLTC (Worldwide Harmonized Light Vehicles Test Cycle) ซึ่งตัวเลข 200 กิโลเมตรนี้ถือว่าน่าประทับใจอย่างยิ่ง เพราะสามารถรองรับการเดินทางในชีวิตประจำวันได้อย่างสบาย ไม่ต้องกังวลเรื่องการชาร์จบ่อยครั้ง และยังเป็นระยะทางที่เพียงพอต่อการเดินทางข้ามจังหวัดสั้นๆ ด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากในสถานการณ์ราคาน้ำมันผันผวน
นอกจากระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าที่น่าประทับใจแล้ว TANK 400 Hi4-T ยังคงมาพร้อมถังน้ำมันขนาดใหญ่ 70 ลิตร หรือ 77 ลิตร ทำให้เมื่อรวมกับระบบ Plug-in Hybrid ที่มีประสิทธิภาพ รถคันนี้สามารถเดินทางได้ไกลรวมสูงสุดถึง 1,128 กิโลเมตรเมื่อเติมน้ำมันเต็มถังและชาร์จแบตเตอรี่เต็ม นี่คือคุณสมบัติที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเดินทางระยะไกล หรือการผจญภัยนอกเส้นทาง ที่ต้องการความมั่นใจว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องสถานีชาร์จหรือปั๊มน้ำมัน และยังช่วยลดความกังวลเรื่อง “Range Anxiety” ได้อย่างสิ้นเชิง ทำให้ TANK 400 Hi4-T กลายเป็นรถยนต์ Plug-in Hybrid ที่มีความยืดหยุ่นและอเนกประสงค์ที่สุดคันหนึ่งในตลาด
สำหรับผู้ที่ยังคงยึดมั่นในความคลาสสิกของเครื่องยนต์สันดาปภายใน TANK 400 ก็ยังมีตัวเลือกเครื่องยนต์เบนซินและดีเซลที่ทรงพลัง ซึ่งมอบพละกำลังและแรงบิดที่เพียงพอสำหรับการใช้งานในทุกรูปแบบ อย่างไรก็ตาม ด้วยแนวโน้มของตลาดในปี 2025 ที่มุ่งเน้นไปที่รถยนต์พลังงานทางเลือก รุ่น Hi4-T จะเป็นตัวเลือกที่โดดเด่นและเป็นที่ต้องการมากที่สุด ด้วยคุณสมบัติที่ผสานความประหยัด ความแรง และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว
มิติใหม่แห่งดีไซน์: แกร่งกร้าวแต่หรูหรา
GWM TANK 400 Hi4-T ยังคงรักษาเอกลักษณ์การออกแบบที่ดุดัน แข็งแกร่ง และพร้อมลุยตามแบบฉบับของ TANK แต่ได้ปรับปรุงรายละเอียดให้มีความทันสมัยและหรูหรามากยิ่งขึ้น มันเป็นรถ SUV ที่สื่อถึงพลังและความมั่นใจได้อย่างแท้จริง ด้วยเส้นสายที่คมชัดและบึกบึน ไฟหน้าแบบ LED ที่โฉบเฉี่ยว และกระจังหน้าที่โดดเด่น ทำให้ TANK 400 มีรูปลักษณ์ที่น่าเกรงขามและดึงดูดสายตา ไม่ว่าจะอยู่บนถนนลาดยางเรียบหรูในเมือง หรือเส้นทางทุรกันดาร
มิติตัวถังของ TANK 400 ที่ ยาว 4,964 มม. กว้าง 1,970 มม. และสูง 1,905 มม. โดยมีระยะฐานล้อ 2,850 มม. ทำให้รถคันนี้มีขนาดที่ใหญ่โต โอ่อ่า และมอบพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับรถ SUV ที่ต้องรองรับการใช้งานแบบครอบครัว หรือการขนสัมภาระสำหรับการผจญภัย มิติที่ลงตัวนี้ไม่เพียงแค่ทำให้รถดูน่าเกรงขาม แต่ยังส่งผลดีต่อการทรงตัวและความมั่นคงในการขับขี่อีกด้วย การออกแบบที่ให้ความสำคัญกับทั้งฟังก์ชันการใช้งานและความสวยงามภายนอก ทำให้ TANK 400 Hi4-T เป็นรถ SUV ที่สามารถตอบโจทย์ทั้งผู้ที่มองหาความหรูหราและผู้ที่ต้องการสมรรถนะออฟโรดในคันเดียวกัน
ภายในห้องโดยสาร TANK 400 ได้รับการออกแบบอย่างพิถีพิถันเพื่อมอบความสะดวกสบายสูงสุดและความรู้สึกพรีเมียม วัสดุที่เลือกใช้มีคุณภาพสูง การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ทำได้อย่างลงตัวและใช้งานง่าย หน้าจอแสดงข้อมูลขนาดใหญ่และหน้าจอสัมผัสสำหรับระบบอินโฟเทนเมนต์ถูกจัดวางอย่างทันสมัย ผสานรวมกับปุ่มควบคุมแบบกายภาพบางส่วนเพื่อความสะดวกในการใช้งานขณะขับขี่ นอกจากนี้ยังคาดว่าจะมีเบาะนั่งที่ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์พร้อมฟังก์ชันการปรับที่หลากหลาย และระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติหลายโซน เพื่อให้ผู้โดยสารทุกคนได้รับประสบการณ์การเดินทางที่ผ่อนคลายและเพลิดเพลิน ไม่ว่าการเดินทางจะยาวนานแค่ไหน
อัจฉริยะบนท้องถนน: ระบบช่วยเหลือการขับขี่สุดล้ำ
หนึ่งในจุดเด่นที่ทำให้ GWM TANK 400 Hi4-T ล้ำหน้าคู่แข่งในปี 2025 คือการติดตั้งระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะ (ADAS) “Coffee Pilot Ultra เจเนอเรชันที่สาม” ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำและได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องจาก GWM โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำฮาร์ดแวร์ระดับไฮเอนด์อย่างเซ็นเซอร์ Hesai ATX LiDAR มารวมไว้ในระบบ นี่คือสิ่งที่ผมในฐานะผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นก้าวสำคัญที่จะยกระดับทั้งความปลอดภัยและความสะดวกสบายในการขับขี่ไปอีกขั้น
LiDAR (Light Detection and Ranging) เป็นเทคโนโลยีเซ็นเซอร์ที่ใช้แสงเลเซอร์ในการสร้างแผนที่ 3 มิติของสภาพแวดล้อมรอบคันรถ ด้วยความแม่นยำสูงกว่าเรดาร์และกล้องทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด การมี Hesai ATX LiDAR ทำให้ TANK 400 สามารถตรวจจับวัตถุ, ผู้คน, หรือสิ่งกีดขวางได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว ไม่ว่าจะในสภาพแสงน้อย หรือสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของระบบขับขี่กึ่งอัตโนมัติระดับสูง (Level 2+) และเป็นรากฐานสำหรับระบบขับขี่อัตโนมัติในอนาคต
ระบบ Coffee Pilot Ultra Gen 3 ของ TANK 400 ไม่ได้มีแค่ LiDAR เท่านั้น แต่ยังทำงานร่วมกับกล้องและเรดาร์จำนวนมากรอบคัน เพื่อให้ข้อมูลที่สมบูรณ์แบบที่สุดแก่ชุดควบคุม ทำให้สามารถมอบฟังก์ชันการช่วยเหลือการขับขี่ที่ครอบคลุม เช่น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบปรับได้ (Adaptive Cruise Control) ที่สามารถทำงานได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำไปจนถึงความเร็วสูง (Traffic Jam Assist), ระบบช่วยรักษาช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist), ระบบเตือนการออกนอกเลน (Lane Departure Warning), ระบบเบรกฉุกเฉินอัตโนมัติ (Autonomous Emergency Braking) ที่สามารถตรวจจับคนเดินเท้าและจักรยานได้, ระบบช่วยจอดรถอัจฉริยะ (Automatic Parking Assist) และอีกมากมาย
เทคโนโลยีเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเท่านั้น แต่ยังช่วยลดภาระของผู้ขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการเดินทางระยะไกล หรือในสภาพการจราจรที่ติดขัด ทำให้การขับขี่ GWM TANK 400 Hi4-T เป็นประสบการณ์ที่ผ่อนคลายและมั่นใจยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่ผู้บริโภคยุคใหม่ให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง
การแข่งขันในสังเวียน SUV พรีเมียมและ PHEV ปี 2025
ตลาด SUV พรีเมียมและ Plug-in Hybrid ในปี 2025 เต็มไปด้วยการแข่งขันที่ดุเดือด GWM TANK 400 Hi4-T ไม่ได้เพียงแค่ต้องแข่งขันกับรถยนต์จากแบรนด์ดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังต้องเผชิญหน้ากับผู้เล่นหน้าใหม่ที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งแบรนด์สัญชาติจีนด้วยกันอย่าง Fang Cheng Bao ซึ่งเป็นแบรนด์ย่อยของ BYD ที่ได้เปิดตัว Bao 5 SUV เข้ามาในสังเวียนนี้ด้วย
จากข้อมูลยอดขายในอดีต (ที่ต้นฉบับให้ไว้) เราเห็นว่าแม้ TANK จะมียอดขายที่ดีและเติบโตขึ้น แต่ Fang Cheng Bao ก็แสดงการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ซึ่งบ่งชี้ถึงความต้องการของตลาดต่อรถ SUV ที่แข็งแกร่ง ผสมผสานเทคโนโลยี และมีขีดความสามารถแบบออฟโรด สิ่งเหล่านี้เป็นสัญญาณที่ดีว่าตลาดมีพื้นที่สำหรับรถยนต์ประเภทนี้ แต่การแข่งขันจะยิ่งเข้มข้นขึ้น
GWM TANK 400 Hi4-T มีจุดแข็งที่ชัดเจนในการเผชิญหน้ากับคู่แข่ง ได้แก่:
เทคโนโลยี Hi4-T ที่พิสูจน์แล้ว: ระบบขับเคลื่อน Plug-in Hybrid ที่มอบทั้งพละกำลัง ระยะทางวิ่งด้วยไฟฟ้าที่ยาวนาน และความประหยัดเชื้อเพลิงที่เหนือกว่า
DNA ออฟโรดที่แท้จริง: ด้วยโครงสร้างแบบ Body-on-Frame และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่แข็งแกร่ง ทำให้ TANK 400 มีความได้เปรียบในเรื่องของสมรรถนะการลุยที่หลายแบรนด์ PHEV SUV อื่นๆ อาจทำไม่ได้
นวัตกรรม ADAS ระดับสูง: การติดตั้ง LiDAR และระบบ Coffee Pilot Ultra Gen 3 ทำให้ TANK 400 เป็นหนึ่งในรถ SUV ที่ปลอดภัยและฉลาดที่สุดในตลาด
ความคุ้มค่าด้านราคา: เมื่อพิจารณาจากเทคโนโลยี, ขนาด, และความสามารถ TANK 400 มอบความคุ้มค่าที่ยากจะหาคู่แข่งมาเทียบได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับราคาเริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านบาทในรุ่นไฮบริด (อ้างอิงราคาจีนที่แปลงเป็นเงินไทย) ที่ดึงดูดใจอย่างยิ่ง
GWM วางตำแหน่ง TANK 400 Hi4-T ให้เป็นรถ SUV ที่ “สมบุกสมบันแต่ทันสมัย” ตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ต้องการความหลากหลาย ทั้งความสามารถในการผจญภัยสุดขีด และความสะดวกสบายในการใช้งานในชีวิตประจำวัน ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดในการเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มที่ยังไม่ได้รับการตอบสนองอย่างเต็มที่
ประสบการณ์การขับขี่: เหนือกว่าทุกความคาดหมาย
จากประสบการณ์ของผม การขับขี่ GWM TANK 400 Hi4-T คือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความแข็งแกร่งดุดันและความนุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อบนท้องถนน ด้วยช่วงล่างที่ได้รับการปรับแต่งมาอย่างดี รถคันนี้สามารถดูดซับแรงกระแทกจากพื้นผิวถนนที่ไม่เรียบได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้การเดินทางราบรื่นและสบาย ไม่ว่าจะเป็นการขับขี่ในเมืองที่เต็มไปด้วยหลุมบ่อ หรือการวิ่งบนทางหลวงที่ความเร็วสูง
เมื่อออกนอกเส้นทางลาดยาง TANK 400 Hi4-T จะเผยให้เห็นถึงศักยภาพที่แท้จริงของมัน ระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ (All-Wheel Drive System) ที่ทำงานร่วมกับพละกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้าและเครื่องยนต์ ทำให้รถคันนี้สามารถปีนป่ายอุปสรรคได้อย่างง่ายดาย มอบแรงบิดที่สูงตั้งแต่รอบต่ำซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการขับขี่แบบออฟโรด ระบบอิเล็กทรอนิกส์ที่ควบคุมการยึดเกาะถนน และโหมดการขับขี่ออฟโรดต่างๆ ที่ได้รับการออกแบบมาโดยเฉพาะ ยิ่งเพิ่มความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ในการเผชิญหน้ากับเส้นทางที่ท้าทาย ไม่ว่าจะเป็นโคลน ทราย หรือหิน
ห้องโดยสารที่เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม ทำให้ภายในรถมีความเงียบสงบ แม้จะขับขี่ด้วยความเร็วสูง หรือเผชิญกับเสียงรบกวนภายนอก ซึ่งเป็นคุณสมบัติสำคัญสำหรับรถยนต์ระดับพรีเมียม พวงมาลัยที่ตอบสนองได้ดี และระบบเบรกที่มั่นคง ก็ยิ่งเสริมสร้างความรู้สึกมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ TANK 400 Hi4-T ไม่ใช่แค่รถยนต์ที่ดูแกร่งภายนอก แต่ยังมอบสมรรถนะและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าความคาดหมายในทุกๆ ด้าน
ราคาและการนำเสนอคุณค่าสำหรับตลาดไทย
แม้ว่าราคาอย่างเป็นทางการในประเทศไทยอาจจะยังไม่ประกาศชัดเจน แต่จากข้อมูลราคาในประเทศจีนที่แปลงเป็นค่าเงินบาทแล้ว (เริ่มต้นประมาณ 1.5 ล้านบาทสำหรับรุ่นไฮบริด) ทำให้ GWM TANK 400 Hi4-T มีความน่าสนใจอย่างยิ่งในฐานะรถ SUV Plug-in Hybrid ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและสมรรถนะระดับสูง ในตลาดที่รถ SUV ไฮบริดหลายรุ่นมีราคาใกล้เคียงกันหรือสูงกว่า TANK 400 Hi4-T นำเสนอแพ็กเกจที่ครบครัน ทั้งความแกร่งแบบออฟโรด ความหรูหรา ความประหยัด และความปลอดภัยที่เหนือชั้นในราคาที่เข้าถึงได้ง่าย
นี่คือรถยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคชาวไทยที่กำลังมองหารถยนต์อเนกประสงค์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งในเมืองและนอกเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ มอบทั้งภาพลักษณ์ที่โดดเด่น และความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของในระยะยาว โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับความประหยัดเชื้อเพลิงที่ได้จากระบบ Plug-in Hybrid และการลดหย่อนภาษีที่อาจได้รับสำหรับรถยนต์พลังงานทางเลือก ทำให้ TANK 400 Hi4-T เป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดในยุคปัจจุบัน
บทสรุป: TANK 400 Hi4-T คือนิยามใหม่ของ SUV แห่งอนาคต
GWM TANK 400 Hi4-T ปี 2025 ไม่ได้เป็นเพียงการปรับปรุงรถยนต์รุ่นหนึ่ง แต่คือการประกาศวิสัยทัศน์ของ GWM ที่ต้องการสร้างสรรค์รถยนต์ SUV ที่สมบูรณ์แบบที่สุด ด้วยการผสานรวมเอาความแข็งแกร่งดุดันแบบรถออฟโรดเข้ากับเทคโนโลยี Plug-in Hybrid ล้ำสมัย และระบบช่วยเหลือการขับขี่อัจฉริยะที่ครบครัน รถคันนี้พร้อมแล้วที่จะท้าทายทุกขีดจำกัด และมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าทุกความคาดหมาย ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางในเมืองที่วุ่นวาย หรือการผจญภัยในเส้นทางที่ทุรกันดาร
ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมเชื่อว่า GWM TANK 400 Hi4-T จะเข้ามาเขย่าตลาด SUV ในประเทศไทยและภูมิภาคนี้อย่างแน่นอน ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่น ความคุ้มค่า และเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า รถคันนี้คือคำตอบสำหรับผู้ที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถเป็นได้ทุกอย่าง ทั้งรถครอบครัว, รถลุย, และรถประหยัดพลังงานในคันเดียว นี่คือนิยามใหม่ของ SUV แห่งอนาคตที่คุณสัมผัสได้แล้ววันนี้
ถึงเวลาที่คุณจะสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้นและปลดปล่อยจิตวิญญาณแห่งการผจญภัยไปกับ GWM TANK 400 Hi4-T ได้แล้ววันนี้ อย่ารอช้าที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ เยี่ยมชมโชว์รูม GWM ใกล้บ้านคุณเพื่อทดลองขับ และค้นพบว่าทำไม TANK 400 Hi4-T ถึงเป็น SUV ที่สมบูรณ์แบบสำหรับคุณและทุกการเดินทางของคุณ!

