• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T1811094 ทะเลาะก บแม เพราะเม ยส ดท part 2

admin79 by admin79
November 19, 2025
in Uncategorized
0
T1811094 ทะเลาะก บแม เพราะเม ยส ดท part 2

ตลาดรถยนต์ไทย 2025: ทศวรรษแห่งการพลิกโฉม สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและโอกาสใหม่

ลองจินตนาการถึงความรู้สึกหัวใจสลาย เมื่อรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูงที่คุณเพิ่งเป็นเจ้าของ อย่าง Porsche Taycan Turbo GT หรือ Lotus Emira รุ่นใหม่ล่าสุด ที่ประดับประดาด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย มูลค่าหลายสิบล้านบาท ต้องมาจบลงด้วยสภาพซากที่แทบไม่เหลือเค้าโครงเดิมภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังออกจากโชว์รูม ความรู้สึกนั้นย่อมเจ็บปวดลึกซึ้งยิ่งกว่าเพียงแค่การสูญเสียสินทรัพย์ แต่มันคือการทำลาย “ความหวัง” และ “นวัตกรรม” ที่คุณตั้งตารอคอยที่จะได้สัมผัส

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเช่นนี้ มักกระตุ้นเตือนให้เราเห็นถึงความสำคัญของ “การเตรียมพร้อม” ไม่ว่าจะในเรื่องการขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูง หรือแม้กระทั่งการทำความเข้าใจ “ทิศทางตลาด” ที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะใน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทยปี 2025 ที่กำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษใหม่แห่งการเปลี่ยนแปลงที่เข้มข้นยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

จากวิกฤติต้มยำกุ้งสู่ยุคทองของยานยนต์ยั่งยืน: ภาพรวมตลาดรถยนต์ไทยในทศวรรษใหม่

ย้อนกลับไปเมื่อ 15 ปีที่แล้ว (ตามบทความต้นฉบับคือปี 2010) ตลาดรถยนต์ไทยเผชิญหน้ากับความผันผวนจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองภายในประเทศ ผู้ผลิตรถยนต์ต่างลดกำลังการผลิต ปลดพนักงาน และชะลอแผนการลงทุน การแข่งขันยังคงอยู่ที่รถยนต์สันดาปภายในเป็นหลัก และ “โครงการ Eco Car” คืออนาคตที่หลายค่ายต่างหมายมั่นปั้นมือ แต่ในวันนี้ ปี 2025 สถานการณ์พลิกผันไปอย่างสิ้นเชิง

ในฐานะผู้คร่ำหวอดในวงการยานยนต์ไทยมานานกว่าทศวรรษ ประสบการณ์กว่า 10 ปีชี้ให้เห็นว่า โลกยานยนต์ได้เดินทางมาถึงจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ แรงขับเคลื่อนหลักไม่ใช่แค่การประหยัดน้ำมันหรือขนาดเครื่องยนต์อีกต่อไป แต่คือ เทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน ความอัจฉริยะ และการเชื่อมต่อไร้รอยต่อ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในไทย ได้กลายเป็นสมรภูมิหลักที่ดุเดือด ด้วยการสนับสนุนจากภาครัฐผ่านนโยบาย EV ที่ชัดเจน ทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงรถยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ความต้องการยานยนต์ไร้มลพิษเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

เรากำลังอยู่ในยุคที่ รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ เริ่มปรากฏให้เห็นในรูปแบบของการช่วยเหลือผู้ขับขี่ขั้นสูง (ADAS Level 2+) และกำลังก้าวสู่ Level 3 ในบางรุ่นย่อย นวัตกรรมยานยนต์ ไม่ได้จำกัดแค่เครื่องยนต์ แต่รวมถึง แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น และวิ่งได้ไกลขึ้น รวมถึงการพัฒนา สถานีชาร์จ EV ที่แพร่หลายมากขึ้นครอบคลุมทั่วประเทศ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ไม่ใช่แค่กระแสชั่วคราว แต่คือ “โครงสร้างใหม่” ที่กำลังกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ไปอีกหลายสิบปีข้างหน้า

จากเดิมที่ผู้เล่นหลักส่วนใหญ่เป็นแบรนด์ญี่ปุ่นและยุโรป ตอนนี้เราเห็นการผงาดขึ้นของ แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าจากจีน ที่เข้ามารุกตลาดด้วยกลยุทธ์ราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและความโดดเด่นด้านดีไซน์ สิ่งเหล่านี้ล้วนสร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับผู้ผลิตดั้งเดิมทั่วโลกให้ต้องเร่งปรับตัวและนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ เพื่อช่วงชิงส่วนแบ่งใน ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย ที่มีศักยภาพสูง

ในบทความนี้ เราจะมาเจาะลึกถึงทิศทางและแผนการที่น่าจับตาของผู้ผลิตรถยนต์แต่ละรายในไทย โดยอัปเดตสถานการณ์ให้สอดคล้องกับปี 2025 และอนาคตอันใกล้ในฐานะผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์ตรงในอุตสาหกรรมนี้

เจาะลึกรายค่าย: ทิศทางและกลยุทธ์ในสมรภูมิยานยนต์ไฟฟ้า 2025

กลุ่มผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าจากจีน: BYD, GWM (Great Wall Motor), NETA, MG
กลุ่มนี้คือผู้เล่นที่พลิกโฉม ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย อย่างแท้จริงในช่วงหลายปีที่ผ่านมา จากที่เคยเป็นแค่เงาในอดีต วันนี้พวกเขากลายเป็นแกนนำที่ผลักดันการเข้าถึง รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ให้กับคนไทยได้อย่างกว้างขวาง ด้วยจุดเด่นด้านราคาที่เข้าถึงง่าย ดีไซน์ที่ทันสมัย แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า คุณภาพสูง และการอัดแน่นด้วยเทคโนโลยี Smart Connected Car
BYD: ยังคงเป็นผู้นำตลาด EV ด้วยการขยายรุ่นรถที่หลากหลาย ตั้งแต่ Dolphin, Atto 3 ที่เป็นยอดนิยม ไปจนถึง Seal, Han และ Tang ที่เจาะกลุ่มพรีเมียมมากขึ้น สิ่งที่น่าจับตาคือการลงทุนสร้างโรงงานในไทย ทำให้ห่วงโซ่อุปทานแข็งแกร่งขึ้น และลดการพึ่งพิงการนำเข้า โดยเน้นย้ำถึง ยานยนต์เพื่อความยั่งยืน พร้อมขยาย สถานีชาร์จ EV และบริการหลังการขาย
Great Wall Motor (GWM): เดินหน้าด้วยกลยุทธ์ “xEV Leader” นำเสนอทั้ง ORA Good Cat ที่ยังคงความน่ารักและเทคโนโลยีล้ำสมัย ควบคู่ไปกับ Haval H6 PHEV, Jolion Hybrid ที่เน้นความอเนกประสงค์ และเตรียมเปิดตัวรุ่น EV เต็มรูปแบบใหม่ๆ ที่เน้นประสิทธิภาพและราคาที่แข่งขันได้
NETA: สร้างชื่อจากการเข้าถึงง่ายด้วย NETA V และเตรียมเปิดตัว NETA X ที่มีดีไซน์สปอร์ตและสมรรถนะที่น่าสนใจขึ้น เน้นกลุ่มผู้ใช้ที่มองหารถ EV คุณภาพดีในงบประมาณที่คุ้มค่า
MG: ยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญที่ผลักดันตลาด EV ตั้งแต่เริ่มต้น ด้วย MG ZS EV, MG EP Plus และ MG4 Electric ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง การทำตลาดที่เข้าถึงง่ายและการสร้างความมั่นใจในบริการหลังการขายเป็นจุดแข็งสำคัญ และกำลังพิจารณาเปิดตัว รถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ ขั้นสูงในบางรุ่น

แบรนด์ญี่ปุ่นปรับตัวสู่ยุคใหม่: Toyota, Honda, Nissan, Isuzu, Mazda, Mitsubishi, Subaru, Suzuki
ผู้ผลิตญี่ปุ่นผู้เป็นเจ้าตลาดมายาวนาน กำลังเร่งปรับตัวครั้งใหญ่เพื่อรับมือกับคลื่น EV ที่ถาโถม
Toyota / Lexus: ในปี 2025 Toyota ยังคงแข็งแกร่งด้วยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Hybrid (HEV) ที่หลากหลาย โดยเฉพาะ Camry Hybrid และ Corolla Cross Hybrid ที่ยังคงได้รับความนิยมสูง แต่ก็เริ่มรุกตลาด EV อย่างจริงจังมากขึ้นด้วยตระกูล bZ (Beyond Zero) เช่น bZ4X และกำลังเตรียมเปิดตัวรุ่นที่พัฒนาสำหรับตลาดไทยโดยเฉพาะ สิ่งที่น่าจับตาคือการสำรวจความเป็นไปได้ของรถยนต์พลังงานไฮโดรเจน (FCEV) เช่น Mirai ในระยะยาวภายใต้แนวคิด ยานยนต์ยั่งยืน ส่วน Lexus เน้น รถยนต์หรู EV ในตระกูล RZ และกำลังขยายทางเลือก Hybrid/PHEV ในกลุ่มรถ SUV และ Sedan อย่างต่อเนื่อง
Honda: เน้นกลยุทธ์ e:HEV (Hybrid) ที่ประสบความสำเร็จอย่างมากใน Civic, CR-V, HR-V และ City พร้อมการพัฒนา เทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต ไปสู่รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบ Honda e:N Series ที่คาดว่าจะเริ่มเข้ามาทำตลาดในไทยอย่างจริงจังในปี 2025-2026 โดยเน้นประสิทธิภาพการขับขี่และดีไซน์ล้ำสมัย
Nissan: มีจุดแข็งในเทคโนโลยี e-POWER ที่ให้ประสบการณ์การขับขี่แบบ EV โดยไม่ต้องชาร์จไฟภายนอก และกำลังขยายไลน์อัพ รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ด้วย Nissan Ariya ที่เป็น Global EV Platform และกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในการนำ Nissan Sakura (kei-car EV) เข้ามาในตลาดไทยเพื่อตอบสนองความต้องการรถ EV ขนาดเล็กในเมือง
Isuzu: ยังคงเป็นผู้นำในตลาดรถกระบะและ PPV ด้วย D-Max และ MU-X แต่ก็ไม่หยุดนิ่ง เตรียมเปิดตัว D-Max EV และ MU-X EV (อาจเป็นรุ่น Concept ก่อน) เพื่อรักษาฐานลูกค้าในตลาดที่กำลังเปลี่ยนแปลงสู่ ยานยนต์ไร้มลพิษ โดยเฉพาะกลุ่ม Commercial Vehicle และกลุ่ม B-Segment Pickup ที่คาดการณ์ว่าจะมีการใช้ EV มากขึ้น
Mazda: เดินหน้าด้วยแนวคิด “Multi-Solution” นำเสนอ Skyactiv-X และ e-Skyactiv G (Mild Hybrid) ควบคู่ไปกับการขยายไลน์อัพรถ EV อย่าง MX-30 EV (ถ้ามีการนำเข้าเวอร์ชันปรับปรุง) และการพัฒนารถ EV รุ่นใหม่บนแพลตฟอร์มเฉพาะกิจ สิ่งที่น่าสนใจคือการยกระดับภาพลักษณ์สู่กลุ่มพรีเมียมมากขึ้น ด้วยดีไซน์ที่เน้นความสปอร์ตและความประณีต
Mitsubishi: เน้นตลาดในภูมิภาค ASEAN โดยมี Xpander Cross และ Triton ที่เป็นตัวทำตลาดหลัก อย่างไรก็ตาม Mitsubishi Triton EV และ Outlander PHEV รุ่นใหม่คือหมัดเด็ดที่จะมารุกตลาด ยานยนต์ยั่งยืน และเสริมภาพลักษณ์ด้านเทคโนโลยี
Subaru: ยังคงรักษาเอกลักษณ์ด้วยเครื่องยนต์ Boxer และระบบขับเคลื่อน Symmetrical AWD พร้อมเทคโนโลยี EyeSight เน้นกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์สมรรถนะสูงและปลอดภัย ในปี 2025 เราคาดว่าจะได้เห็น Solterra (EV) เข้ามาทำตลาดอย่างจริงจัง รวมถึงการขยายรุ่น e-Boxer (Hybrid) ใน Forester และ Crosstrek
Suzuki: มุ่งเน้นไปที่รถยนต์ขนาดกะทัดรัดและประหยัดพลังงาน โดยมีการนำเสนอ Smart Hybrid ใน Swift และ Ertiga และกำลังเตรียมเปิดตัวรถ EV ขนาดเล็กที่พัฒนาขึ้นเพื่อตลาดเกิดใหม่โดยเฉพาะ เพื่อตอบโจทย์ความต้องการ รถยนต์ไฟฟ้า 2025 ที่เข้าถึงได้ง่าย

แบรนด์ยุโรปหรูและพรีเมียม: Mercedes-Benz, BMW, Audi, Volvo, Porsche, Ferrari, Lamborghini, Rolls-Royce, Bentley, Lotus, Citroen, Peugeot
กลุ่มนี้คือผู้นำในการนำเสนอ รถยนต์หรู EV และ เทคโนโลยีรถยนต์แห่งอนาคต ในระดับพรีเมียม
Mercedes-Benz: มีความพร้อมอย่างยิ่งด้วยตระกูล EQ ที่ครอบคลุมตั้งแต่ EQA, EQB, EQC, EQE, EQS ไปจนถึง EQG และ Vision One-Eleven ที่แสดงถึง ดีไซน์รถยนต์ 2025 อันล้ำสมัย จุดเด่นคือการผสมผสานความหรูหราเข้ากับนวัตกรรมดิจิทัล อย่างระบบ MBUX Hyperscreen และระบบช่วยเหลือการขับขี่ขั้นสูง
BMW / MINI: กำลังก้าวสู่ยุค Neue Klasse ด้วยแพลตฟอร์ม EV เจเนอเรชันใหม่ ที่จะมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่และระบบขับเคลื่อนที่เหนือชั้น ในปี 2025 เราจะได้เห็น iX1, iX2, i5, i7 และ iX ที่ทำตลาดอย่างแข็งแกร่ง พร้อมด้วย MINI Cooper Electric และ Countryman Electric รุ่นใหม่ที่ยังคงเอกลักษณ์ความสนุกในการขับขี่และดีไซน์ที่โดดเด่น โดยให้ความสำคัญกับการเป็น Connected Car
Audi: สร้างความโดดเด่นด้วยตระกูล e-tron ที่หลากหลาย ทั้ง Q4 e-tron, Q8 e-tron และ e-tron GT เน้นสมรรถนะการขับขี่ที่เร้าใจและงานออกแบบที่หรูหรามีสไตล์ พร้อมเทคโนโลยี แบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า ที่ทันสมัย
Volvo: มุ่งมั่นสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ไฟฟ้าเต็มรูปแบบภายในปี 2030 ในปี 2025 เราจะเห็น C40 Recharge, XC40 Recharge, EX30 และ EX90 ทำตลาดอย่างแข็งแกร่ง โดยเน้นเรื่องความปลอดภัยอันเป็นเอกลักษณ์และ ยานยนต์เพื่อความยั่งยืน
Porsche: ขยายไลน์อัพ Taycan อย่างต่อเนื่อง ทั้ง Taycan, Taycan Cross Turismo และ Taycan Sport Turismo พร้อมเตรียมเปิดตัว Macan EV และ Cayenne EV ในปี 2025 ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การเป็น รถยนต์หรู EV สมรรถนะสูง
Ferrari / Lamborghini: กำลังเข้าสู่ยุค Hybrid และ EV ด้วย Purosangue (Ferrari) และ Urus SE (Lamborghini) ที่เป็น PHEV รวมถึงการพัฒนารถ EV เต็มรูปแบบที่ยังคงรักษา DNA ด้านสมรรถนะและความเป็นสุดยอดยนตรกรรม
Rolls-Royce / Bentley: เน้นการนำเสนอ รถยนต์หรู EV อย่าง Rolls-Royce Spectre ที่เป็นก้าวแรกสู่การเป็นแบรนด์ EV เต็มรูปแบบ และ Bentley ที่กำลังพัฒนารถ EV รุ่นใหม่ภายใต้แนวคิด “Beyond100” มุ่งสู่ความยั่งยืนและประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือระดับ
Lotus: จากรถสปอร์ตน้ำหนักเบา สู่การเป็นผู้บุกเบิกรถยนต์ไฟฟ้าสมรรถนะสูง อย่าง Evija Hyper-EV และ Eletre Hyper-SUV ที่ขยายไลน์อัพไปสู่กลุ่ม Lifestyle EV ที่น่าสนใจ
Citroen / Peugeot (Stellantis Group): นำเสนอรถยนต์ไฟฟ้าและ PHEV ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์และเทคโนโลยีจากยุโรป เช่น Peugeot e-2008, e-208 และ Citroen C4 Electric ซึ่งเน้นประสบการณ์การขับขี่ที่นุ่มนวลและเป็นเอกลักษณ์

แบรนด์อเมริกันและอื่นๆ: Ford, Chevrolet, KGM Mobility (Ssangyong)
Ford: Ranger และ Everest ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของตลาด ด้วยการนำเสนอเทคโนโลยีที่ทันสมัยและสมรรถนะที่แข็งแกร่ง กำลังพิจารณาการนำ Ranger EV และ F-150 Lightning เข้ามาในตลาดไทยเพื่อตอบสนองความต้องการในกลุ่มรถกระบะไฟฟ้า รวมถึง Mustang Mach-E ที่เป็นรถ SUV EV สมรรถนะสูง
Chevrolet: มุ่งเน้นไปที่ตลาดรถกระบะและ SUV อย่าง Colorado และ Trailblazer ในภูมิภาคนี้ พร้อมการสำรวจความเป็นไปได้ในการนำรถ EV ที่เน้นความอเนกประสงค์และเทคโนโลยีมาทำตลาดเช่น Equinox EV
KGM Mobility (Ssangyong): ในปี 2025 แบรนด์นี้ได้ผ่านการปรับโครงสร้างและรีแบรนด์ใหม่ มุ่งเน้นที่ SUV และ Pickup ที่มีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์ พร้อมการนำเสนอรถ EV รุ่นใหม่ เช่น Torres EVX ที่เน้นความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีที่ทันสมัย

สรุปภาพรวมและสิ่งที่ต้องจับตาในอนาคต

ตลาดรถยนต์ไทย 2025 ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปลี่ยนผ่านเทคโนโลยีเท่านั้น แต่ยังเป็นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภค การสร้าง โครงสร้างพื้นฐาน EV ที่แข็งแกร่ง และการพัฒนาระบบนิเวศยานยนต์ที่ยั่งยืน สิ่งที่น่าจับตาในอนาคตอันใกล้คือ
การแข่งขันด้านราคา EV ที่รุนแรงขึ้น: โดยเฉพาะจากแบรนด์จีน ที่จะบังคับให้ผู้ผลิตรายอื่นต้องปรับกลยุทธ์
การพัฒนาแบตเตอรี่: ที่จะเน้นความหนาแน่นพลังงานที่สูงขึ้น ชาร์จเร็วขึ้น และอายุการใช้งานยาวนานขึ้น
เทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติ: ที่จะก้าวหน้ายิ่งขึ้น ทำให้การเดินทางสะดวกสบายและปลอดภัย
บริการ Subscription Model: สำหรับฟังก์ชันต่างๆ ในรถยนต์ และโมเดลการเป็นเจ้าของรถยนต์แบบใหม่ๆ
เศรษฐกิจหมุนเวียนยานยนต์: การรีไซเคิลแบตเตอรี่และการใช้วัสดุที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
นโยบาย EV ไทย: ที่จะยังคงสนับสนุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นฮับการผลิต EV ในภูมิภาค

ในฐานะผู้บริโภคที่มีความรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญ การเลือกซื้อรถยนต์ในยุคนี้จึงต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ไม่ใช่แค่ราคาหรือสมรรถนะ แต่รวมถึงเทคโนโลยี การสนับสนุนจากภาครัฐ บริการหลังการขาย และความยั่งยืนในระยะยาว

มาร่วมกันขับเคลื่อนอนาคตของยานยนต์ไทย! ยุคแห่งยานยนต์ไฟฟ้าได้มาถึงแล้ว และเป็นเวลาที่น่าตื่นเต้นอย่างยิ่งที่จะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ หากคุณกำลังพิจารณาเป็นเจ้าของ รถยนต์ไฟฟ้า 2025 หรือต้องการอัปเดตข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับ ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าไทย อย่าลังเลที่จะศึกษาและปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพื่อการตัดสินใจที่ชาญฉลาดและคุ้มค่าที่สุดในทศวรรษแห่งความก้าวหน้านี้

Previous Post

T1811093 ทำด แทบตายส ดท ายก ไม เห นค part 2

Next Post

T1811095 บทเร ยนราคาแพงสำหร บคนเห นแก part 2

Next Post
T1811095 บทเร ยนราคาแพงสำหร บคนเห นแก part 2

T1811095 บทเร ยนราคาแพงสำหร บคนเห นแก part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.