• Privacy Policy
  • Sample Page
Film
No Result
View All Result
No Result
View All Result
Film
No Result
View All Result

T1611027 กผอ part 2

admin79 by admin79
November 16, 2025
in Uncategorized
0
T1611027 กผอ part 2

ตำนานบทใหม่ของกระทิงดุ: เจาะลึก Lamborghini Huracán สู่ยุค 2025 กับประสบการณ์กว่าทศวรรษ

ในฐานะผู้ที่คลุกคลีอยู่ในวงการซูเปอร์คาร์มานานกว่าทศวรรษ ผมได้เห็นการเปลี่ยนแปลงและวิวัฒนาการของยานยนต์สมรรถนะสูงมากมาย แต่มีเพียงไม่กี่รุ่นที่สามารถตรึงใจและสร้างนิยามใหม่ให้กับประสบการณ์การขับขี่ได้อย่างแท้จริง และหนึ่งในนั้นคือ Lamborghini Huracán กระทิงดุจาก Sant’Agata Bolognese ที่ก้าวข้ามผ่านกาลเวลา จากจุดเริ่มต้นอันน่าตื่นเต้นในปี 2014 สู่ความสมบูรณ์แบบในเวอร์ชัน 2025 ที่ยังคงครองใจนักขับทั่วโลกได้อย่างไม่เสื่อมคลาย บทความนี้จะพาคุณย้อนรอยความสำเร็จและเจาะลึกถึงหัวใจของ Huracán ที่ผมได้สัมผัสและเฝ้าดูการเติบโตมาโดยตลอด

การมาถึงของ Huracán: การปฏิวัติวงการซูเปอร์คาร์

ย้อนกลับไปในช่วงที่ Lamborghini Gallardo กำลังจะถึงจุดสิ้นสุดของวงจรชีวิต ผมจำได้ดีถึงความตื่นเต้นที่ทุกคนต่างรอคอยผู้สืบทอดบัลลังก์ ซึ่งท้ายที่สุดก็คือ Lamborghini Huracán รหัสพัฒนา LB724 ที่มาพร้อมภารกิจสำคัญในการเป็นซูเปอร์คาร์ที่สามารถใช้งานได้ในชีวิตประจำวัน (Daily Drivable Supercar) พร้อมคงไว้ซึ่งจิตวิญญาณความดุดันของกระทิงตามแบบฉบับ Lamborghini คำว่า “Huracán” ซึ่งมาจากภาษาสเปนหมายถึง “เฮอร์ริเคน” และชื่อของกระทิงผู้กล้าหาญที่ลงสนามสู้วัวในปี 1879 สะท้อนถึงพละกำลังที่พร้อมระเบิดออกมาได้ทุกเมื่อ และยังเชื่อมโยงกับเทพเจ้าแห่งลมในภาษามายาอย่างลึกซึ้ง

การเปิดตัวครั้งแรกในงาน Geneva Auto Show ปี 2014 ถือเป็นการส่งสัญญาณถึงยุคใหม่ของการออกแบบและวิศวกรรมของ Lamborghini Huracán มาพร้อมดีไซน์ที่ผสมผสานความเฉียบคมของ Aventador เข้ากับเส้นสายสถาปัตยกรรมแบบหกเหลี่ยมและแปดเหลี่ยมอันเป็นเอกลักษณ์ ทำให้มันดูดุดัน ล้ำยุค และยังคงความเป็นรถเครื่องยนต์วางกลางลำ (Mid-Engine) อย่างแท้จริง สิ่งที่น่าประทับใจคือการออกแบบภายในที่คำนึงถึงหลัก Ergonomics มากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เหนือศีรษะที่ถูกปรับปรุงให้กว้างขวางขึ้นอย่างเห็นได้ชัด จากการรวบรวมข้อมูลความต้องการของลูกค้า Gallardo ในอดีต

ในช่วงแรก Huracán เปิดตัวด้วยรุ่น LP610-4 ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD เน้นสมรรถนะอันทรงพลัง ตามมาด้วย LP610-4 Spyder สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการขับขี่แบบเปิดประทุน และรุ่น LP580-2 ระบบขับเคลื่อนล้อหลังที่เบาที่สุด เน้นความสนุกสนานในการควบคุม การกวาดท้ายออก (Oversteer) อันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ดิบและท้าทายกว่าสำหรับนักขับที่ต้องการ “ควบคุม” รถอย่างแท้จริง และนี่คือจุดเริ่มต้นของตำนานที่กำลังจะถูกเล่าขานต่อ

วิวัฒนาการทางเทคนิค: หัวใจ V10 ที่ไม่เคยหยุดนิ่ง

หนึ่งในหัวใจสำคัญที่ทำให้ Lamborghini Huracán โดดเด่นมาตลอดทศวรรษ คือขุมพลังเครื่องยนต์ V10 ที่ได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จากโรงงาน Audi ที่เมือง Gyor ประเทศฮังการี เครื่องยนต์เบนซิน V10 ความจุ 5.2 ลิตร (5,204 ซี.ซี.) ไม่มีระบบอัดอากาศ มุมกระบอกสูบ 90 องศา 40 วาล์ว พร้อมระบบจ่ายน้ำมันเชื้อเพลิงแบบ Direct Injection และ Multi-point Injection ทำงานร่วมกัน (Dual Injection System) อัตราส่วนกำลังอัด 12.7:1 และระบบแคมชาฟต์แปรผันทั้งฝั่งไอดีและไอเสีย ทำให้เครื่องยนต์ V10 ตัวนี้สามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่องในทุกย่านความเร็ว และที่สำคัญคือระบบอ่างน้ำมันเครื่องแบบ Dry-sump ที่ช่วยให้การหล่อลื่นเครื่องยนต์เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ แม้ในสภาวะการขับขี่สุดขีดบนสนามแข่ง

ในรุ่นแรกๆ อย่าง LP610-4 และ LP610-4 Spyder ให้พละกำลังสูงสุด 610 แรงม้า (HP) ที่ 8,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 560 นิวตัน-เมตร ที่ 6,500 รอบต่อนาที ขณะที่รุ่น LP580-2 ปรับจูนลงเล็กน้อยที่ 580 แรงม้า (HP) และ 540 นิวตัน-เมตร สิ่งที่น่าสนใจคือตั้งแต่ปี 2016 เป็นต้นมา Huracán ได้รับการติดตั้งระบบ Cylinder De-activation ที่จะตัดการทำงานของ 5 ลูกสูบเมื่อไม่จำเป็น ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิง ซึ่งถือเป็นนวัตกรรมที่โดดเด่นในยุคนั้นสำหรับซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง

แต่การวิวัฒนาการไม่ได้หยุดอยู่แค่นั้น ในปี 2019 การมาถึงของ Huracán EVO ได้ยกระดับขีดจำกัดไปอีกขั้น ด้วยพละกำลังที่เพิ่มขึ้นเป็น 640 แรงม้า แรงบิด 600 นิวตันเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับรุ่น Huracán Performante ที่เน้นสมรรถนะสนามแข่ง ทำอัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 2.9 วินาที และความเร็วสูงสุดกว่า 325 กิโลเมตร/ชั่วโมง ซึ่งปัจจุบันในรุ่น Huracán Tecnica และ STO ก็ยังคงใช้เครื่องยนต์ V10 ที่ได้รับการปรับแต่งให้มีสมรรถนะสูงสุดและตอบสนองได้เฉียบคมยิ่งขึ้น ถือเป็นหัวใจของกระทิงดุที่ยังคงเต้นแรงและพร้อมกระโจนเข้าสู่การแข่งขันในทุกสถานการณ์

ระบบส่งกำลังก็เป็นอีกหนึ่งจุดเด่น Huracán เป็น Lamborghini รุ่นแรกที่ใช้เกียร์คลัตช์คู่ 7 จังหวะ LDF (Lamborghini Doppia Frizione) ซึ่งมาแทนที่เกียร์กึ่งอัตโนมัติคลัตช์เดี่ยว e-Gear ใน Gallardo และเกียร์ ISR ใน Aventador เกียร์ LDF ได้รับการปรับปรุงให้มีการตอบสนองที่นุ่มนวลขึ้นในโหมดขับขี่ปกติ แต่ยังคงความดุดันและรวดเร็วในการเปลี่ยนเกียร์เมื่อเข้าสู่โหมด Sport หรือ Corsa การควบคุมผ่าน Paddle Shift ยังคงเป็นหัวใจสำคัญที่มอบความรู้สึกเชื่อมโยงระหว่างคนกับรถได้อย่างไร้ที่ติ และเป็นที่แน่นอนแล้วว่า Huracán จะไม่มีรุ่นเกียร์ธรรมดาให้เลือกอีกต่อไป สะท้อนถึงทิศทางของตลาดและเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า

โครงสร้างและพลวัตการขับขี่: วิทยาศาสตร์เบื้องหลังความเร้าใจ

โครงสร้างตัวถังของ Huracán เป็นแบบ “Hybrid Aluminum/Carbon Fiber Chassis” ซึ่งไม่ใช่ระบบขับเคลื่อนไฮบริด แต่เป็นการผสมผสานวัสดุคุณภาพสูงเข้าด้วยกัน โดยใช้อะลูมิเนียมเป็นโครงหลัก เสริมด้วยเหล็กกล้าในส่วนที่ต้องการความแข็งแรงพิเศษ และคาร์บอนไฟเบอร์บริเวณผนังห้องเครื่อง อุโมงค์เกียร์ เสา B-pillar และส่วนหลังคาบางจุด โครงสร้างนี้มอบความแข็งแกร่งต้านแรงบิดที่มากกว่า Gallardo ถึง 50% แต่น้ำหนักเบากว่าถึง 10% ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่สมรรถนะและการควบคุมที่เหนือชั้น

ระบบช่วงล่างแบบ Double Wishbone ทั้งหน้าและหลัง พร้อมเหล็กกันโคลง ทำให้รถสามารถยึดเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยม สำหรับตลาดไทยและรถทดสอบหลายรุ่นที่ผมเคยขับมานั้น บางคันเป็นโช้คอัพแบบธรรมดา แต่ในรุ่นระดับสูงขึ้นมาหรือสั่งออปชันพิเศษ มักจะติดตั้งระบบ Magneto-rheological Suspension ที่ควบคุมความอ่อน/แข็งของช่วงล่างด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้า ทำให้รถสามารถปรับการตอบสนองได้ตามสภาพถนนและโหมดการขับขี่อย่างอัตโนมัติ ซึ่งใน Huracán EVO และรุ่นปัจจุบันอย่าง Tecnica หรือ STO ระบบนี้ได้กลายเป็นมาตรฐานที่ช่วยเสริมประสบการณ์ขับขี่ให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

ระบบบังคับเลี้ยวแบบแร็คแอนด์พิเนียนพร้อมระบบผ่อนแรงด้วยไฟฟ้า หรือ LDS (Lamborghini Dynamic Steering) เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่ทำให้ Huracán ขับขี่ง่ายขึ้นอย่างเหลือเชื่อ อัตราทดพวงมาลัยแปรผันตามความเร็วและโหมดการขับขี่ ตั้งแต่ 9.00-17.00:1 ทำให้พวงมาลัยมีความไวและเบาในความเร็วต่ำเพื่อความคล่องตัวในเมือง และหนักหน่วงมั่นคงในความเร็วสูง ให้ความรู้สึกแม่นยำและเชื่อมโยงกับพื้นผิวถนนได้อย่างเป็นธรรมชาติจนแทบไม่รู้สึกว่าเป็นพวงมาลัยไฟฟ้า

แน่นอนว่าสมรรถนะอันจัดจ้านย่อมต้องมาพร้อมกับระบบเบรกที่ไว้ใจได้ ในรุ่น LP610-4 และ Spyder จะมาพร้อมดิสก์เบรกคาร์บอนเซรามิก 4 ล้อ เจาะรูระบายความร้อน ขนาดจานหน้า 380 มม. คาลิเปอร์ 6 Pot และจานหลัง 356 มม. คาลิเปอร์ 4 Pot ซึ่งให้ประสิทธิภาพการหยุดรถที่ยอดเยี่ยมและทนทานต่อการใช้งานหนักบนสนามแข่ง ส่วนในรุ่น LP580-2 จะใช้ดิสก์เบรกเหล็กธรรมดา ซึ่งถึงแม้จะเป็นเบรกเหล็ก แต่ก็ยังให้ประสิทธิภาพที่น่าประทับใจ แต่หากใช้งานอย่างหนักต่อเนื่องบนสนามแข่งก็อาจมีอาการ Fade เล็กน้อย ซึ่งเป็นธรรมชาติของเบรกเหล็กเมื่อเทียบกับคาร์บอนเซรามิก

ANIMA และ LDVI: จิตวิญญาณแห่งการควบคุมอัจฉริยะ

หากเปรียบ Huracán เป็นสิ่งมีชีวิต ระบบ ANIMA (Adaptive Network Intelligent MAnagement) คือจิตวิญญาณของมัน คำนี้มาจากภาษาอิตาลีที่แปลว่า “Soul” ซึ่งระบบ ANIMA จะทำหน้าที่ปรับการตอบสนองขององค์ประกอบสำคัญต่างๆ ของรถให้เหมาะสมกับโหมดการขับขี่ที่เลือก ได้แก่ การตอบสนองของลิ้นคันเร่ง, การตอบสนองของเกียร์, ความแข็งของช่วงล่าง (สำหรับรุ่นที่มี Magneto-rheological suspension), การกระจายกำลังของระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ (ยกเว้น LP580-2 ที่เป็นขับหลัง), ความดังของเสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสีย (ผ่านวาล์วเปิด/ปิด) และการทำงานของพวงมาลัยไฟฟ้า (สำหรับรุ่นที่มี LDS)

ระบบทั้งหมดนี้ทำงานประสานกันผ่านเครือข่ายข้อมูล โดยได้รับข้อมูลจาก “Lamborghini Piattaforma Inerziale” (LPI) ซึ่งประกอบด้วย Accelerometer และ Gyroscope อย่างละ 3 ตัว ติดตั้งอยู่ที่จุดศูนย์ถ่วงของรถ เพื่อวัดแรงดึงและแรงเหวี่ยง ทำให้รถสามารถประมวลผลและปรับการทำงานของระบบต่างๆ ได้อย่างแม่นยำและรวดเร็ว

โหมดการขับขี่ทั้ง 3 โหมด ประกอบด้วย:
STRADA: (Street) สำหรับการขับขี่ในชีวิตประจำวันทั่วไป เสียงเครื่องยนต์และท่อไอเสียจะเงียบที่สุด พวงมาลัยจะเน้นความนุ่มนวล เกียร์เปลี่ยนนุ่มนวล และช่วงล่างจะปรับให้สบายที่สุด
SPORT: เสียงเครื่องยนต์จะดังขึ้น การตอบสนองของคันเร่งและเกียร์จะรวดเร็วและดุดันขึ้น ช่วงล่างแข็งขึ้น และระบบ ESC จะยอมให้รถเสียอาการได้บ้างเพื่อเพิ่มความสนุกสนานในการขับขี่ โดยเฉพาะในรุ่นขับหลัง LP580-2 โหมด Sport จะทำให้ท้ายรถเริ่มกวาดออกได้เล็กน้อย แต่ยังคงควบคุมได้ง่าย
CORSA: (Race) เป็นโหมดที่ดุดันที่สุด การตอบสนองของเครื่องยนต์ คันเร่ง และเกียร์จะเฉียบคมและรุนแรงที่สุด การเปลี่ยนเกียร์จะกระชากอย่างชัดเจน และต้องเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเองเท่านั้น ระบบ ESC จะเข้าทำงานเมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น ทำให้รถสามารถแสดงศักยภาพสูงสุดบนสนามแข่งได้อย่างเต็มที่ ท้าทายทักษะการควบคุมของผู้ขับขี่อย่างแท้จริง

แต่ในปี 2019 ด้วยการมาถึงของ Huracán EVO Lamborghini ได้เปิดตัวเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำไปอีกขั้น นั่นคือ Lamborghini Dinamica Veicolo Integrata (LDVI) ซึ่งเป็นระบบสมองกลอัจฉริยะที่ไม่ได้แค่ “ตอบสนอง” แต่ยัง “ประมวลผลความต้องการล่วงหน้า” ของผู้ขับขี่ จากการใช้งานคันเร่ง พวงมาลัย และเบรก รวมถึงข้อมูลจาก LPI เพื่อคาดการณ์การเคลื่อนไหวของรถและผู้ขับขี่ จากนั้นจึงสั่งการควบคุมประสิทธิภาพการทำงานของระบบต่างๆ ของรถ ไม่ว่าจะเป็นระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ระบบเลี้ยวล้อหลัง (Rear-wheel Steering) และ Torque Vectoring เพื่อให้รถมีการตอบสนองที่รวดเร็วและแม่นยำที่สุด ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถได้อย่างสมบูรณ์แบบในทุกสถานการณ์ นับเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี ANIMA และ LDVI ที่ยกระดับประสบการณ์การขับขี่ซูเปอร์คาร์ไปสู่มิติใหม่ที่เหนือกว่าจินตนาการ

ประสบการณ์การขับขี่ตลอดทศวรรษ: จากสนามแข่งสู่ท้องถนน

ตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ผมมีโอกาสได้สัมผัสและขับขี่ Lamborghini Huracán ในหลากหลายรุ่นและสถานการณ์ ตั้งแต่ LP610-4 และ LP580-2 ในงานทดสอบครั้งแรกที่สนามช้างฯ ไปจนถึง Huracán EVO, Huracán Tecnica และ Huracán STO ในสนามและบนท้องถนน สิ่งที่น่าทึ่งคือแม้จะเป็นซูเปอร์คาร์ที่มีพละกำลังมหาศาล แต่ Huracán ก็ได้รับการออกแบบให้ขับขี่ได้ง่ายอย่างไม่น่าเชื่อ การเข้า-ออกจากรถไม่ยุ่งยากเท่าที่คิด ตำแหน่งการนั่ง พวงมาลัย คันเร่ง และเบรก ถูกจัดวางได้อย่างลงตัว ให้ความรู้สึกสบายแต่ยังคงความกระชับสำหรับการขับขี่สมรรถนะสูง

ในการขับขี่บนสนามแข่ง ผมได้สัมผัสถึงความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างรุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ (AWD) และขับเคลื่อนล้อหลัง (RWD) รุ่น LP610-4 (และรุ่น AWD อื่นๆ ในปัจจุบัน) ให้ความมั่นคงในการเข้าโค้งอย่างเหลือเชื่อ คุณสามารถเติมคันเร่งได้อย่างมั่นใจโดยที่รถยังคงเกาะไลน์ได้อย่างแม่นยำ การกระจายกำลังที่ชาญฉลาดทำให้รถพุ่งออกจากโค้งด้วยแรงยึดเกาะสูงสุด มอบความรู้สึกปลอดภัยและมั่นคงแม้ในความเร็วสูง

ในทางกลับกัน รุ่น LP580-2 (และรุ่น RWD อื่นๆ เช่น Huracán Tecnica) มอบประสบการณ์ที่ดิบและท้าทายกว่า ระบบขับเคลื่อนล้อหลังทำให้คุณต้อง “เล่น” กับรถมากขึ้น การควบคุมคันเร่งและพวงมาลัยต้องอาศัยทักษะและความรู้สึกที่ละเอียดอ่อน การกวาดท้ายออกเล็กน้อยในการออกจากโค้งภายใต้การควบคุมที่แม่นยำคือความสนุกที่แท้จริง มันไม่ใช่รถที่เน้นการทำเวลารอบสนามแบบสุดขีด แต่เป็นรถที่มอบ “ความรู้สึก” และ “การมีส่วนร่วม” กับรถที่ลึกซึ้งกว่า สำหรับผมแล้ว LP580-2 หรือ Tecnica คือนิยามของ Fun-to-Drive Supercar อย่างแท้จริง

เสียงเครื่องยนต์ V10 คืออีกหนึ่งเอกลักษณ์ที่ไม่อาจลืมได้ ไม่ว่าจะเป็นเสียงคำรามทุ้มต่ำในรอบเดินเบา หรือเสียงแผดก้องกังวานในรอบสูงที่ทะลุเข้ามาในห้องโดยสาร มันคือดนตรีแห่งความเร็วที่กระตุ้นอะดรีนาลีนในทุกครั้งที่กดคันเร่ง และยิ่งในโหมด Sport หรือ Corsa เสียงท่อไอเสียที่ปุปะปุ้งปังเมื่อถอนคันเร่งก็ยิ่งเพิ่มความเร้าใจให้กับการเดินทาง

ในปัจจุบัน Lamborghini Huracán รุ่นล่าสุดอย่าง Tecnica, STO หรือแม้แต่ Sterrato ที่แหวกแนว ก็ยังคงรักษา DNA แห่งความสุดยอดนี้ไว้ได้อย่างครบถ้วน โดยเพิ่มความล้ำสมัยของเทคโนโลยี LDVI, หลักอากาศพลศาสตร์ที่พัฒนาไปอีกขั้น และการปรับแต่งเฉพาะทางสำหรับแต่ละรุ่น ไม่ว่าจะเป็น STO ที่ถอดแบบมาจากรถแข่ง GT3 สำหรับสนามแข่งโดยเฉพาะ หรือ Tecnica ที่เป็นจุดกึ่งกลางระหว่างความสุดขีดของ STO และความหรูหราของ EVO ทำให้ Huracán ในปี 2025 ยังคงเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับผู้ที่มองหาซูเปอร์คาร์ที่สมบูรณ์แบบทั้งในด้านสมรรถนะ การออกแบบ และเทคโนโลยี

สรุป: กระทิงดุที่ก้าวข้ามทุกขีดจำกัด

Lamborghini Huracán ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าซูเปอร์คาร์ไม่จำเป็นต้อง “ดิบ” หรือ “ขับยาก” เสมอไป ด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีอันล้ำสมัยเข้ากับการออกแบบที่โดดเด่นและวิศวกรรมที่ยอดเยี่ยม ทำให้มันเป็นรถที่สามารถมอบความสุขในการขับขี่ได้ทั้งในชีวิตประจำวันและบนสนามแข่ง ไม่ว่าจะเป็นการตอบสนองของเครื่องยนต์ V10 อันทรงพลัง, ระบบเกียร์ LDF ที่ฉับไว, โครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่งแต่น้ำหนักเบา, ระบบช่วงล่างและพวงมาลัยที่แม่นยำ, และเหนือสิ่งอื่นใดคือระบบ ANIMA และ LDVI ที่ทำให้ผู้ขับขี่สามารถปลดปล่อยศักยภาพของรถได้อย่างเต็มที่

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญ ผมกล้าพูดได้เลยว่า Huracán เป็นหนึ่งในซูเปอร์คาร์ไม่กี่รุ่นที่สามารถมอบประสบการณ์ขับขี่ที่ครบเครื่องและน่าประทับใจที่สุดในตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงของปี 2025 ไม่ว่าคุณจะเป็นนักสะสมรถหรู, ผู้หลงใหลความเร็ว, หรือนักขับที่ต้องการรถคู่ใจที่พร้อมลุยในทุกสถานการณ์ Huracán คือตัวเลือกที่ไม่ทำให้ผิดหวังอย่างแน่นอน

เชิญสัมผัสประสบการณ์ขับขี่อันเร้าใจของ Lamborghini Huracán รุ่นล่าสุดได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูม Lamborghini Thailand ผู้จัดจำหน่ายอย่างเป็นทางการ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของตำนานบทใหม่แห่งกระทิงดุ!

Previous Post

T1611026 คนชาวสวนมาจ บสาวในเม อง ดท ายเป นแบบน part 2

Next Post

T1611028_สาวคนน ทำให เศรษฐ เอาแต ใจคนน เปล ยนแปลงต วเองจนกลายมาเป นคนด_part 2

Next Post
T1611028_สาวคนน ทำให เศรษฐ เอาแต ใจคนน เปล ยนแปลงต วเองจนกลายมาเป นคนด_part 2

T1611028_สาวคนน ทำให เศรษฐ เอาแต ใจคนน เปล ยนแปลงต วเองจนกลายมาเป นคนด_part 2

Leave a Reply Cancel reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

Recent Posts

  • [ครบชุด] T2502214 เล อกค ดช ตเปล ยน Ep.1
  • [ครบชุด] T2502205 ยอมเป นคนใจดำ Ep.2
  • [ครบชุด] T2502212 ดน กเร ยนเง นผ อน Ep.2
  • [ครบชุด] T2502204 กฉ นร กล กฉ นด วย Ep.2 (ตอนจบ)
  • [ครบชุด] T2502215 ประจบจนตกงาน Ep.2 (ตอนจบ)

Recent Comments

  1. A WordPress Commenter on Hello world!

Archives

  • February 2026
  • January 2026
  • December 2025
  • November 2025
  • October 2025

Categories

  • Uncategorized

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.

No Result
View All Result

© 2026 JNews - Premium WordPress news & magazine theme by Jegtheme.